FAZER LOGINแล้วของพี่ชายของกันตาล่ะ”
“หึ! แล้วพี่ชายของกันตาหายไปไหนซะล่ะ ถึงปล่อยให้คนอื่นไปรับพี่ที่สนามบิน” ญารินดางอนนิดๆ ที่กริชไทไม่ได้ไปรับตนอย่างที่คาดหวังเอาไว้
“พี่กระทิงคงติดงานค่ะ เลยให้พี่เปียกับพี่จอมไปรับ อย่างอนพี่กระทิงเลยนะคะ นี่ถ้าพี่กระทิงรู้ว่าพี่หญ้าหวานมาต้องรีบกลับมาเล็มหญ้า เอ๊ย! ไม่ใช่ รีบกลับมาหาด้วยความดีใจแน่ๆ เลยค่ะ แหะๆ”
กันตาพูดทะลึ่งตามนิสัย ไม่ผิดเพี้ยนจากในจดหมายที่เขียนไปหาเธอเลยแม้แต่น้อย จริงๆ กันตาสามารถส่งอีเมลได้ แต่อีกฝ่ายกลับใช้จดหมายแทน ซึ่งเธอเองก็ชอบตอบจดหมายเด็กสาวเช่นกัน มันให้ความรู้สึกลึกซึ้งมากกว่าอีเมล
“อย่ามาทำเป็นพูดดีไปกันตา รีบหนีละสิไม่ว่า ชิ!”
“อย่างอนนะคะว่าที่พี่สะใภ้ มีกันตาเป็นกองหนุนเสียอย่างไม่ต้องห่วง อ้อ... ไม้อีกคน รับรองว่าเรียบร้อยโรงเรียนพี่หญ้าหวานแน่ๆ เลยค่ะ”
“ไม่ต้องมาปากหวานเลยเรา” ญารินดาหยิกแก้มสาวน้อยตรงหน้า อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย
“เอ๊... แต่พูดถึงไม้ ชักอยากเจอตัวเป็นๆ แล้วสิ เห็นแต่ในรูปที่กันตาส่งให้ แล้วไม้เรียนอะไรนะ ช่างซ่อมรถเหรอ” เธอนึกถึงเด็กชายพนาที่เป็นลูกไล่ของกันตา คอยทำตามคำสั่งแล้วอมยิ้ม
“ใช่ค่ะ ไม้เรียนพวกช่างกลช่างยนต์อะไรนี่ละคะ ทำงานให้คุณพ่อกับพี่กระทิงด้วยค่ะ ทำงานที่อู่ด้วยค่ะ”
“ทำงานในไร่นี่เหรอจ๊ะ”
“ค่ะ ซ่อมพวกรถไถ รถแม็คโคร สารพัดรถค่ะ… ไม้เก่งค่ะ ซ่อมได้ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ ต่อไฟ เดินสายไฟในบ้านก็ได้ค่ะ เวลาไฟมีปัญหาเรียกไม้มาดูให้ตลอดค่ะ คิกๆ” กันตาพูดไปก็หัวเราะไป นึกชื่นชมเพื่อนชายคนสนิทด้วยรอยยิ้มเป็นประกาย
“แล้วเราล่ะปีนี้เรียนปวส. ปีสุดท้ายแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ พ่อกับแม่บอกว่าให้ออกมาช่วยทำบัญชีไร่ กันตาเรียนบัญชีพอดีเลยค่ะ ตรงสายที่เรียนมา”
“ไม่เรียนต่อปริญญาตรีเหรอ อีกสองปีก็จบแล้ว”
“เรียนค่ะ ทำงานไปเรียนไปค่ะ”
“เก่งนะเรา รู้จักคิด พูดไปพูดมาอยากเจอไม้แล้วสิ ในรูปกับตัวจริงอะไรจะหล่อกว่ากัน”
“ไม่หล่อเลยค่ะ ทั้งตัวจริง ทั้งในรูป หน้าตาขี้เหร่จะตาย” กันตาพูดแล้วหัวเราะคิก เธอสนิทกับพนามากตั้งแต่เด็ก จึงมองเขาเป็นเพื่อนและทาสผู้ซื่อสัตย์
ญารินดาเองก็รู้ข้อนี้ดี พนาเป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัว ขยันขันแข็งตั้งแต่เด็ก เพียงแค่นึกก็ตื่นเต้นที่จะได้เจอ ความผูกพันเมื่อเยาว์วัยทำให้หัวใจอุ่นวาบเมื่อระลึกถึง
ตัวจริงของพนาหล่อเหลากว่าคำพูดของกันตาเยอะ ส่วนรูปที่กันตาส่งไปให้ทางอีเมล เป็นตอนที่เพิ่งเสร็จจากงานเหนื่อยๆ ดูจะเขินๆ ด้วยที่ต้องถ่ายรูป พอเห็นเธอเข้า เด็กหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็ก รีบเข้ามาไหว้ทันที
“พี่หญ้าหวาน” พนายกมือไหว้ญารินดาอย่างอ่อนน้อม
“จำพี่ได้ด้วยเหรอ” ญารินดานึกแปลกใจที่เห็นพนาจำเธอได้ สายตาสวยใสมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
พนาเป็นคนตัวสูง รูปร่างบึกบึนสมชายชาตรี ผิวสีแทนนั้นเรียบตึง ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตานั้นอ่อนโยนและใจดีไม่ผิดแผกจากเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ตามคอยรับใช้กันตาตั้งแต่เด็ก
“กันตาเคยให้ดูรูปครับ” น้ำคำมีสัมมาคารวะ
ทำให้ญารินดานึกเอ็นดู เธอยื่นถุงของฝากให้ อีกฝ่ายยิ้มๆ
“อะไรเหรอครับ”
“ของฝากจ้ะไม้ พี่ซื้อมาให้ เป็นเสื้อผ้าของกินแล้วก็ของใช้อีกหลายอย่าง ฝากไปให้แม่และน้องๆ ด้วย” ญารินดารู้ว่าเด็กหนุ่มกำพร้าพ่อหลายปีแล้ว แม่นั้นป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และมีน้องอีกสามคนต้องดูแล
“ขอบคุณมากครับพี่ แต่ผมเกรงใจจังเลยครับ ไม่น่าลำบากเลย” ปกติญารินดามักจะส่งของฝากมาให้บ่อยครั้งผ่านทางกันตา เขาคิดว่าถ้าได้เจอญารินดาอีกครั้งจะกล่าวขอบคุณด้วยตัวเองและคอยบริการเท่าที่อีกฝ่ายต้องการหากกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด
“รับไปเถอะจ้ะ พี่ไม่ได้ลำบากอะไร เต็มใจให้ จะได้ใส่เสื้อผ้าดีๆ บ้าง ดูไม้สิ ทำไมใส่แต่เสื้อขาดๆ ล่ะ” ญารินดาตั้งข้อสังเกต
“ทำงานแบบนี้ใส่เสื้อผ้าดีๆ เดี๋ยวเลอะหมดครับพี่หญ้าหวาน” พนารีบตอบ เขาเป็นคนรักความสะอาด แม้จะทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำแต่เสื้อผ้านั้นสะอาดสะอ้าน รู้จักใช้ให้เหมาะสมกับงาน อีกทั้งยังรู้จักประหยัดไม่ซื้อของใช้ฟุ่มเฟือย บางตัวใส่จนขาดแล้วเย็บใหม่เพราะยังใช้ได้ดี
“นายไม้ชอบติดดินค่ะพี่หญ้าหวาน อย่าไปสนใจมากเลย” กันตาทำปากจู๋ใส่เพื่อนชาย
พนายิ้มให้อย่างอ่อนโยน ญารินดาเห็นสายตาของพนาแล้วหันมองกันตา แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้สนใจ เธอจึงเลือกที่จะเงียบเสีย ถ้าเธอดูไม่ผิดพนาชอบกันตา สายตานั้นอ่อนโยนและห่วงหา มันลึกซึ้งกว่าความเป็นเพื่อนนัก เธอเติบโตในเมืองใหญ่ ใช้ชีวิตผาดโผน เรียนรู้และเข้าใจอาการของคนรอบข้างในหลายๆ อารมณ์ เพราะเป็นคนช่างสังเกต ใครบอกว่าเธอเป็นหลานคุณหญิงแล้วจะติดดินไม่เป็น เธอเคยขึ้นรถเมล์ทุกสายตั้งแต่เด็ก ออกค่ายอาสาพัฒนาไปหลายๆ พื้นที่ เป็นนักกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ในสังคมของครอบครัว เธอเป็นหลานสาวคนโตที่เข้าสังคมเก่ง ตามติดผู้เป็นย่าไปช่วยงานมูลนิธิต่างๆ แม้แต่เดินแบบประมูลเครื่องเพชร แทบเรียกว่าเธอมีชีวิตและคบคนตั้งแต่รากหญ้าจนถึงระดับผู้บริหาร
“พี่กระทิงทำอะไรอยู่คะ ให้หญ้าหวานทำบ้างสิ” เด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ยิ่งผิวพรรณนั้นผิดแผกจากคนละแวกเดียวกันอย่างสิ้นเชิง กำลังเอ่ยถามพี่ชายข้างบ้านผู้ใจดีด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“พี่กำลังปลูกต้นไม้อยู่ครับ หญ้าหวานถอยไปหน่อยสิ เดี๋ยวเลอะนะ” กริชไทหันมาบอกเด็กหญิงตัวเล็กๆ ข้างๆ กลัวอีกฝ่ายจะเลอะเทอะ
“หญ้าหวานไม่กลัวเลอะ หญ้าหวานอยากช่วยพี่กระทิง” น้องตัวน้อยของเขาเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ทำท่าจะยกกระถางต้นไม้ตาม แต่ถูกปรามเอาไว้เสียก่อน
“อย่ายกสิ เดี๋ยวหล่นใส่เท้าหรอกครับ” กริชไทแย่งไปถือเอาไว้ กลัวน้องเป็นอันตราย
“ไม่หล่นหรอกค่ะหญ้าหวานจะระวัง นะคะๆ ให้หญ้าหวานช่วยนะ”
“ยุ่งจริงเชียว” แม้จะทำเสียงดุแต่กริชไทก็สอนน้องปลูกต้นไม้จนได้
“มีต้นอะไรบ้างคะพี่กระทิง”
“มีหลายอย่างเลยครับ ส่วนใหญ่เป็นต้นไม้มงคลที่คนนิยมปลูกไว้ในบ้าน นี่ต้นมะยมเพิ่งซื้อมาใหม่”
“หญ้าหวานชอบกินมะยมเชื่อมค่ะ”
“นี่ขนุนครับหญ้าหวาน”
“หญ้าหวานก็ชอบกินขนุนค่า” ญารินดาตบมือเปาะแปะชอบใจใหญ่ เพราะต้นไม้ที่ปลูกส่วนใหญ่ให้ผลน่ารับประทานแทบทั้งสิ้น
“ตะกละ” กริชไทแหย่น้องน้อย
“ไม่ใช่นะคะ มันแค่อร่อย หญ้าหวานชอบกินเท่านั้นเอง ไม่ได้ตะกละเสียหน่อย” น้องทำหน้างอ
กริชไทสำนึกผิดเลยหันไปพูดเรื่องปลูกต้นไม้ต่อ
“นี่ต้นมะม่วงกับมะขาม เดี๋ยวพี่จะขุดดิน เอาต้นไม้ออกจากกระถาง หญ้าหวานคอยช่วยพี่กลบแล้วกัน”
“หญ้าหวานอยากช่วยขุดด้วยนี่คะ” เธออยากช่วยเขาทำไปเสียทุกอย่าง เด็กหญิงญารินดาฉลาดเกินวัย แสนซนและเรียนรู้ได้เร็วในทุกๆ เรื่อง
“อย่าดื้อสิ ถอยออกไปก่อน ไปเฝ้าต้นไม้พวกนั้นเอาไว้ครับหญ้าหวาน” กริชไททำเสียงดุ
น้องน้อยจึงได้ถอยไปอีกด้าน ไปอยู่กับกลุ่มต้นไม้ที่วางเรียงรายกันอยู่ ได้แก่ดอกเข็ม แก้ว วาสนา บานไม่รู้โรย โป๊ยเซียนกระดังงาและโมก ฯลฯ ล้วนเป็นไม้มงคลที่กริชไทช่วยบิดาปลูกแทบทั้งสิ้น
เด็กหนุ่มเป็นคนรักธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้ ชอบทำงานลุยๆ และเป็นนักกีฬาโรงเรียน ฉลาด เรียนเก่ง เป็นที่รักของเพื่อนๆ แทบทุกคน อะไรที่ทำเพื่อสาธารณะเขาจะทำ เรียกว่าเป็นผู้มีจิตสาธารณะ
เด็กทั้งสองช่วยกันปลูกต้นไม้อย่างแข็งขันจนปลูกหมดไปทั่วบริเวณที่วางเอาไว้ กริชไทเก็บอุปกรณ์แล้วไปล้างไม้ล้างมือโดยมีเด็กหญิงตัวน้อยเดินตามต้อยๆ เขาช่วยจัดการล้างคราบดินให้น้องจนสะอาด เช็ดไม้เช็ดมือแล้วนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเด็กหญิงญารินดา
“กลับบ้านไปได้แล้วหญ้าหวาน” เขายังมีนัดเตะบอลกับเพื่อนเช่นเคย จึงไม่สามารถอยู่ทำกิจกรรมอะไรกับคนตรงหน้าได้อีก
“หญ้าหวานไปด้วย” ญารินดาเกาะแขนกริชไทแจ
ทำให้เด็กหนุ่มถึงกับกุมขมับ
“ไม่ได้ครับ พี่ต้องไปเตะบอลกับเพื่อนๆ เราไปด้วยไม่ได้ ไม่ใช่กิจกรรมของผู้หญิง” กริชไทเอามือวางที่ไหล่เล็กๆ แล้วให้เหตุผล
“หือ...” เขาเบี่ยงหน้ามอง“ไม่เชื่อเหรอ”“เพราะท้องนะเหรอ” เขากระซิบถาม เธอพยักหน้า“เบาๆ ได้ไหม กลัวเจ็บ”“อือ...” รับคำในลำคอ เริ่มเสียงสั่นเพราะเขาสอดมือเข้าในกระโปรงนอนตัวยาว“ไม่สวมชั้นในเหรอ” เขากระซิบถามเสียงพร่า“กลัวเสียเวลาถอด” ตอบแล้วหัวเราะน่ารักพนาโน้มใบหน้าหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ แก้มสาวขึ้นจุดแดงทันตาเห็น“ไม่หรอก ไม้ยินดีถอดให้ ขาเป็นไงบ้าง ไม้เป็นห่วง” เขาแยกขาเธอออก ลูบขาอ่อนด้านในบางเบา มองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง กลีบกายสาวปริ่มน้ำหวานปรากฏอยู่ตรงหน้า“ไม่เจ็บแล้วจ้ะ ทาโลชั่นไม่ให้เสียดสีกันมาก กันตาน้ำหนักขึ้น”“น้ำหนักขึ้นไม่เป็นไร แต่ห้ามอดนะ เดี๋ยวกันตากับลูกจะหิว ท้องร้องจ๊อกๆ ถ้าเดินไม่ไหว ไม้จะอุ้ม ไม่ให้เมียกับลูกเหนื่อยหรอก”“ไม่อดหรอก ไม้เล่นทำอาหารให้กินวันนึงตั้งห้ามื้อแน่ะ ลืมไปแล้วเหรอ” พอเธอเอ่ยแซวเขาก็ยิ้มเขิน ยกมือขึ้นลูบท้ายทอย กิริยาที่เขาชอบทำ ทำให้กันตารู้ว่าเขาอายเล็กๆ กับประโยคของเธอ“ไม่ลืมจ้ะ”“กันตาจะอ้วนขึ้นๆ น้ำหนักเยอะด้วย ไม้อุ้มไหวเหรอ”“ไหวสิ ไม่ว่าจะหนักเท่าไหร่ก็อุ้มไหว สัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิตแล้วไง” พนาขยับเข้าแนบชิด เขาถอดชุดนอนของเธอออ
เธอซุกใบหน้าเข้ากับหมอน โก่งสะโพกให้เขาเต็มอารมณ์ เขาบีบเคล้นแก้มก้นขาวผ่องมองความเป็นชายที่วิ่งเข้าออกควบขี่เธออย่างหนักหน่วงกริชไทร้องครางจากการบีบรัดของร่องรักคับแคบ เขาผ่อนลมหายใจหนักหน่วงเมื่อเธอค่อยๆ ผ่อนคลาย ทำให้เขาขยับจังหวะเข้าออกได้ล้ำลึกยิ่งขึ้น ร่างอ้อนแอ้นสั่นไหวไปตามแรงโยกคลอน เม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วเรือนร่าง ความเสียวซ่านสุดยอดที่ได้รับทำให้เธอครางไม่เป็นภาษาเสียงห้าวแหบลึกของเขาครางรับประสานกับเธอเมื่ออยู่ในอารมณ์เดียวกัน ร่างกายของญารินดาไถลไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของสามีกริชไทคิดว่าจะนุ่มนวลแต่เขากลับยับยั้งอารมณ์สวาทที่ก่อเกิดเอาไว้ไม่ได้มือบางของหญิงสาวรีบคว้าหัวเตียงเอาไว้เป็นที่ยึด เด้งสะโพกรับการกดคลึงของเขาอย่างซ่านใจ เสียงจังหวะรักร้อนแรงประสานกับเสียงเตียงที่ไหวโยกไปมาน่าฟังนัก อีกทั้งเสียงหอบหายใจระงมที่ประสานกันเหมือนออกกำลังกายหักโหม ทำให้หนุ่มสาวอารมณ์เร่าร้อนพร่างพรายไปด้วยความรัญจวนยากจะต้านทาน“ทีหลังอย่าให้ผู้ชายคนไหนมากอดหรือจับมือถือแขนอีก ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทก็เถอะ” คนขี้หึงบอกเสียงหอบโยนขณะขยับสะโพกสอบเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ชิ้นเนื้อแข็งกร้
“สามีของหญ้าหวานไม่เคยกินอาหารหรูๆ แบบนี้หรือเปล่าครับ ลิ้นเลยไม่คุ้น พี่เห็นเอาแต่นั่งนิ่ง สงสัยจะกินไม่เป็น” คำพูดของธรรณธรทั้งดูถูกและเหยียดหยาม สายตานั่นก็มองไม่ต่างกัน“โอ๊ะ! สงสัยผมจะกินไม่เป็นนั่นแหละ ไม่ถนัดใช้ช้อนกับมีดอยู่ด้วย มันเลยกระเด็น”คำขอโทษไม่มี แต่ทุกคนเห็นว่ากริชไทกำลังพยายามใช้มีดเฉือนเนื้อในจานและจิ้มทานเหมือนคนอื่นๆ อาการเก้กังของเขาทำให้เนื้อกระเด็นไปโดนธรรณธรเต็มๆ“แก ไอ้บ้านนอก แกแกล้งฉัน”“คุณบอกเองว่าผมกินอาหารพวกนี้ไม่เป็น บ้านผมไม่กินกันแบบนี้ แต่กินแบบนี้” กริชไทยื่นมือไปหยิบน่องไก่ทอดหอมกรุ่นขึ้นกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย “กินด้วยกันสิครับ อร่อยนะ” กริชไทยัดน่องไก่ทอดที่กัดแล้วใส่มือธรรณธร“ไอ้ต่ำ วันนี้ฉันขอสั่งสอนแกหน่อย” เพราะไม่เคยถูกหยามเช่นนี้มาก่อน ธรรณธรปรี่เข้าไปทำท่าจะต่อยกริชไทชายหนุ่มสวนหมัดกลับมาเต็มแรง ทำให้หงายหลังไปในทันทีผัวะ! โอ๊ย!ว้าย!เสียงของญารินดาร้องขึ้นด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นทาบอก ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตขนาดนี้ เอกอนันต์ที่หลุดขำกับอาการหึงหวงภรรยาของกริชไทคราแรกก็สะดุ้งตกใจเช่นกัน“ใครอยู่ข้างนอกเข้ามานี่หน่อย” เสียงของกริช
และพรุ่งนี้ก็จะไปทำบุญถวายสังฆทานกันค่ะ”“ดีเหมือนกันครับ ได้ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน เกิดชาติหน้าจะได้มาเจอกันอีก”“อยากเจอหญ้าหวานอีกจริงๆ เหรอคะ”“แล้วหญ้าหวานล่ะ ไม่อยากเจอพี่แล้วเหรอ” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้“อยากเจอทุกวันเลยค่ะ แต่ตอนนี้หญ้าหวานง่วงจังเลย” เธอผละออกห่าง คลานขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างกริชไทตบก้นนิ่มเบาๆ ก่อนจะคลานขึ้นไปนอนเคียงข้าง“ใครบอกให้พี่กระทิงขึ้นมานอนบนเตียงคะ ที่นอนพี่กระทิงอยู่ที่โซฟามุมห้องโน้นต่างหาก”กริชไทหน้างอบูดบึ้งเมื่อโดนไล่ไปนอนที่โซฟามุมห้อง แต่เพราะดวงตาเอาเรื่องของเธอทำให้เขายอมถอยทัพหนี ไม่ใช่ว่ากลัวแต่เกรงใจ เพราะคนแสนงอนแผนการมากมายทำให้หัวหมุนได้อย่างไม่น่าเชื่อ“เมียพี่ใจร้ายจังเลย”“กล้าว่าเมียใจร้ายเหรอคะ” เธอโต้ตอบมาจากเตียงเมื่อเขาอ้อยอิ่งไปทิ้งตัวลงนอนมุมห้อง“ให้พี่นอนหนาวคนเดียว”“ห้ามมายุ่งกับหญ้าหวานนะคะ ไม่งั้นไม่ยกโทษให้ ตอนนี้อยู่ในช่วงดูพฤติกรรมค่ะ ถ้าผ่านก็จะอภัยให้ แต่ถ้าไม่ผ่าน...”“ไม่ผ่านแล้วยังไงครับ” กริชไทผงกศีรษะมองภรรยาที่ลุกขึ้นพิงศีรษะไปที่หัวเตียง“ไม่ผ่านก็ทางใครทางมันไงคะ”“ใจแข็งจังเลยหญ้าหวาน ไหนบอกว่ามีอะไ
ญารินดาครางรับชอบใจ นอกจากเป็นคนเฝ้าไข้แล้วยังเป็นหมดนวด นักโภชนาการและอีกมากมายทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างอมยิ้มด้วยกันทั้งนั้น กริชไทเองคงไม่รู้ตัวว่าตนเองน่ารักแค่ไหน เนื่องจากเขาดูแลภรรยาจากใจจริง“พ่อกระทิงดูแลยัยหนูดีจริงๆ เลย” คุณหญิงรัชนีพูดอย่างชอบใจเมื่อเห็นกริชไทคอยดูแลญารินดาเป็นอย่างดีตลอดสองวันที่ผ่านมา จนวันนี้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว“ต้องขออภัยคุณหญิงด้วยที่พวกเราเข้าใจหนูหญ้าหวานผิดไปนะคะ” รุ้งรติมาที่ตามมาเยี่ยมสะใภ้หลังจากกริชไทไม่นานเอ่ยขึ้น และยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีกเมื่อญารินดาไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย ไม่ใช่ทำตามมารยาทพูดทั่วๆ ไปว่าไม่โกรธ แต่ดวงตาของเธอบอกเช่นนั้นจริงๆหลังจากเยี่ยมสะใภ้เรียบร้อยแล้ว ครอบครัวไตรอิทธิฤทธิ์ก็พักที่คฤหาสน์รัศมีดาว คุณหญิงรัชนีไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอันใดมาก อาจจะมีการเทศนาเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเข้าใจดีว่าหากเป็นท่าน เจอเหตุการณ์เช่นนั้นก็ย่อมเข้าใจผิดเป็นธรรมดา“พี่กระทิงขา... อยากกินข้าวผัดปู”“หือ... ข้าวผัดปูเหรอ วันนี้ทำไมกินอะไรง่ายๆ จัง”“อยากกินไปซื้อให้หน่อยสิคะ” น้ำเสียงไม่ได้อ้อนแต่สายตาออดอ้อนเต็มอารมณ์กริชไทไม่ต้องรอให้อีก
“กินข้าวสักนิดนะครับคนดีของพี่ ถ้าหญ้าหวานกินข้าวเยอะๆ แล้วก็กินยาจะได้หายป่วย หายปวดหัวยังไงครับ” เขากล่อมคนที่เอาแต่ซุกหน้ากับแขนของเขาไม่ยอมลืมตา“จริงเหรอคะ”“จริงสิ ถ้าหายแล้วหญ้าหวานอยากไปไหน พี่จะพาไป”“อยากไปเล่นน้ำ แต่คุณแม่บอกว่าป่วยอยู่ เล่นน้ำไม่ได้”“ได้สิ พี่จะพาไปเล่นน้ำ ขี่ม้าด้วยดีไหม” เขาลูบศีรษะเล็กๆ กระซิบบอก“พี่กระทิงสัญญาแล้วนะ” เด็กหญิงตัวน้อยขอคำมั่นสัญญา“สัญญาสิครับ สัญญาว่าจะตามใจทุกอย่าง” กริชไทยกนิ้วก้อยขึ้นเกี่ยวกับนิ้วก้อยของน้องน้อย ก่อนจะป้อนข้าวต้มและให้เธอกินยาจนหลับไปในที่สุด...กริชไทหัวหมุนตลอดวันเมื่อคนป่วยร่ำๆ อยากจะกินโน่นกินนี่ ตลอดวัน สิ่งที่เขาทำได้คือวิ่งโร่ไปซื้อเอง หลังๆ เลยให้ลูกน้องไปซื้อให้ แล้วนั่งรออยู่ด้านนอก โดยไม่ให้แม่เมียจอมเผด็จการของเขารู้ เพราะมันเหนื่อยสายตัวแทบขาด ถ้าออกไปซื้อเองและกลับมารับมือกับยัยตัวแสบขี้โมโห เขาคงต้องสลบเหมือดแน่ๆ“หญ้าหวาน” กริชไทอ้าปากค้างเมื่อเธอกำลังทานซุปจากสาวใช้ของเธออย่างเอร็ดอร่อย ส่วนของที่เธอใช้ให้เขาไปซื้อกำลังจะเป็นหมัน“อร่อยจังเลยค่ะ พี่กระทิงมาช้า หญ้าหวานก็เลยกินไปก่อน”อาหารที่เธอสั่
“กันตาเป็นโรคกระเพาะค่ะพี่หญ้าหวาน”ญารินดาไม่พูดอะไร เธอจูงมือน้องสามีเข้าบ้าน นั่นยิ่งทำให้กันตางุนงงหนักเมื่อพี่สะใภ้พามาหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องของเธอ“พี่หญ้าหวานพากันตามาที่ห้องทำไมคะ”“พี่อยากคุยกับกันตาสองคน เปิดประตูให้พี่สิคะ” ในเวลานี้ญารินดาดูเหมือนผู้ใหญ่เกินอายุ ไม่ใช่เด็กสาวที่อายุห่า
จริงๆ แล้วอยากจะงอนง้อเอ่ยถามเธอว่าอะไรเป็นยังไง แต่ถ้าทำแบบนั้นเธอจะยิ่งงอนให้เขาง้อ คงไม่ต้องได้รู้ความจริงกันเพราะมัวแต่ง้ออยู่แบบนี้“ยัยม่านบังตาบอกว่าพี่กิ๊กกับเค้า จริงหรือเปล่า”“ไม่จริง”“ชิ! แก้ตัว เมื่อก่อนเคยกิ๊กกั๊กกันไม่ใช่เหรอ ถ่านไฟเก่ามันคุ” แม้จะรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเขาตอบปฏ
“จริงเหรอคะ” น้ำเสียงของกันตาตื่นเต้นและดีใจ กอดแขนพี่ชายเสียแน่นเพื่อเขย่าไปมา“จริงสิ ไม้เป็นคนดี พี่ไม่ห้าม แต่ต้องให้อยู่ในขอบเขต”“ยังไงคะ” กันตาถามอย่างไม่เข้าใจ“เป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวนะกันตา อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว”“อ้าว... เห็นพี่กระทิงกับพี่หญ้าหวานยังปล่อยเนื้อปล่อยตัวได้เลยนี่คะ”
เธอคิดว่าแค่ห้าโมงเย็น เวลาเดี๋ยวนี้มืดช้า บางทีเกือบทุ่มในชนบทแบบนี้ยังไม่มืดด้วยซ้ำพนาลงมือรีดอย่างคล่องแคล่วเช่นเดิม กันตารู้ดีว่าแฟนหนุ่มเป็นคนรักศักดิ์ศรีเช่นไร เขาจะไม่ขอความช่วยเหลือจากใครพร่ำเพรื่อ จะใช้ความสามารถของตัวเองอย่างถึงที่สุดเพื่อพยุงครอบครัวไปตลอดรอดฝั่ง ข้าวของทุกอย่างในบ้านเข







