LOGINตอนที่หนึ่ง
ชมขบวน
“ขบวนทหารหยาบกร้านมีอันใดน่าชมกัน เอ!...หรือว่าเจ้ามีจุดประสงค์แอบแฝง หือ มีมี่” เจียงลี่อินเอียงคอหรี่ตามองแฝดผู้พี่อย่างรู้ทัน
“อย่าได้กล่าวเช่นนั้น...จะมีอันใด” กิริยากลบเกลื่อนบิดม้วนพร้อมสีหน้าซึ่งขึ้นสีแดงระเรื่อส่อพิรุธจนน้องสาวอยากกลั่นแกล้ง
“ไม่มีหรือ ได้ เช่นนั้นข้าไม่ไป”
“โธ่...ไปสักหน่อยเถิด อิ๋งอิ๋ง” เจียงลี่มี่เริ่มใช้การออดอ้อนอันเป็นความถนัด
“พวกเราไม่ได้ตั้งใจไปชมขบวนนั่น เพียงแวะกินขนมดื่มน้ำชาที่โรงน้ำชาตรงหัวมุมถนน เอาเป็นว่าข้าเลี้ยงเจ้าเอง ดีหรือไม่” นานทีผู้พี่สาวจะใจป้ำเพียงนี้
“เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะกินให้อิ่มหนำทีเดียว” เจียงลี่อินได้แกล้งพี่สาวแล้วจึงพอใจหันไปตะโกนบอกให้คนขับรถม้ามุ่งหน้าไปทางที่ต้องการ
สองสาวจูงมือกันขึ้นไปเปิดห้องที่ทำเลดีที่สุดเพื่อรอชมริ้วขบวนของแม่ทัพผู้เกรียงไกรซึ่งชนะศึกกลับมา โดยมีสองสาวใช้ติดตามมายืนเฝ้าหน้าห้องตามหน้าที่
ไม่นานเสียงพูดคุยจากห้องข้างเคียงก็ดังแว่วเข้าหู
“ข้าได้ข่าวว่าแม่ทัพเซี่ยจิ้นกว่างผู้นี้ยังอายุไม่มาก แต่เก่งกล้าเกินวัย อีกทั้งหล่อเหลาไม่เบาทีเดียว”
“ย่อมแน่นอนอยู่แล้ว เจ้าไม่รู้หรือว่าแม่ทัพเซี่ยสนิทสนมกับซิ่วซิ่นของพวกเราตั้งแต่ยังเล็ก กลับมาคราวนี้ อีกไม่นานคงมีเรื่องน่ายินดีแน่”
“ซิ่วซิ่นของพวกเราเป็นถึงคุณหนูเสนาบดี ย่อมคู่ควรกับแม่ทัพผู้เกรียงไกร ว่าแต่เจ้าไม่ได้พบเขาหลายปีแล้ว จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขายังคงหล่อเหลาอยู่เช่นเดิม มิใช่ถูกคมดาบฟาดฟันจนมีบาดแผลไปเสียแล้วหรือ”
“อย่าได้เอ่ยเช่นนี้ ข้าได้ข่าวมาว่าแม่ทัพเซี่ยได้รับบาดเจ็บกลับมาจริงๆ ซิ่วซิ่น เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่”
“ข้าไม่รู้ แต่อีกไม่กี่วันคงได้เข้าไปเยี่ยมพี่จิ้นกว่าง แล้วจะมาบอกพวกเจ้าก็แล้วกัน” เสียงหญิงสาวซึ่งน่าจะมีนามว่าซิ่วซิ่นเอ่ยออกมาก่อนจะตามด้วยเสียงหยอกล้อและหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างสรวลเสเฮฮา
“มีมี่ เจ้าตั้งใจมาส่องแม่ทัพเซี่ยที่พวกเขาพูดถึงอยู่ใช่หรือไม่ หากใช่ คงต้องเร่งมือหน่อย ท่าทางคุณหนูซิ่วซิ่นผู้นี้จะหมายมั่นปั่นมืออย่างแน่วแน่ หากเดาไม่ผิด นางน่าจะเป็นบุตรสาวเสนาบดีกู่ซึ่งดูแลงานกลาโหม นับว่าคู่ควรเหมาะสมดุจกิ่งทองใบหยก” เจียงลี่อินรีบกระซิบถามแฝดผู้พี่ด้วยความหนักใจ
“เจ้าจำ’เซี่ยจิ้นกว่าง’ผู้นี้ไม่ได้หรือ เมื่อไม่กี่ปีก่อนเขาเคยเป็นลูกศิษย์ของท่านพ่อแล้วยังพักอาศัยอยู่ในจวนของเราระยะหนึ่งด้วย” เจียงลี่มี่ทบทวนให้น้องสาวฟัง
“ยามนั้นเขายังไม่ได้เก่งกล้าเช่นนี้ ข้ายังคิดว่าเขาจะเอาดีทางบุ๋น ไม่คาดว่าจู่ๆเขาก็อาสาออกรบแล้วยังสร้างผลงานจนไต่เต้าขึ้นเป็นแม่ทัพได้อย่างรวดเร็ว”
“อาจจะด้วยบิดามารดาของเขาถูกสังหารอย่างยังคงจับคนร้ายไม่ได้ จึงทำให้เขาเคียดแค้นจนต้องหาทางออกเช่นนี้ แต่เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราสักหน่อย” เจียงลี่อินยังคงปะติดปะต่อเรื่องราวความสัมพันธ์ไม่ได้
“ยามที่เขาพักอาศัยในจวนของเรา เคยช่วยข้าเอาไว้คราหนึ่ง” เจียงลี่มี่เล่าด้วยสีหน้าแดงก่ำ
“อย่าบอกนะว่า เจ้าชื่นชอบเขาตั้งแต่ตอนนั้น มีมี่เอ๋ย ยามนั้นร่างนี้เพิ่งจะมีอายุเท่าใดกัน เจ้าถึงกับ...เฮ้อ...” เจียงลี่อินทอดถอนใจ
“ร่างนี้มีอายุไม่เท่าใด แต่พวกเราเป็นสาวแล้ว เหตุใดจะมีความชอบชายหนุ่มมิได้เล่า” เจียงลี่มี่เถียงแต่ยังคงก้มหน้างุด
ตอนพิเศษสามเสียงเนื้อกระทบกระแทกดังสอดประสานเป็นท่วงทำนองจนไฉ่ฮูหยินผู้เฒ่าต้องพาเหลนทั้งหลายไปนอนในห้องที่ห่างออกไป“พอแล้ว ข้าไม่ไหวแล้ว”ภรรยาสาวจำต้องร้องขอชีวิตเมื่อถูกสามีกระหน่ำลีลารักเปลี่ยนท่วงท่าไปมาทั้งยืนทั้งนั่งจนหมดเรี่ยวแรงแทบยกขาไม่ไหวเก้าเดือนหลังจากนั้น เสียงกรีดร้องโวยวายก็ดังขึ้นในจวนสกุลไฉ่อีกครั้งพร้อมเสียงเด็กร้องไห้ที่ดังตามออกมา“เป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ”ฟางถิงถิงชะโงกมองบุตรชายอีกคนที่ถูกชำระล้างเนื้อตัวจนสะอาดเอี่ยมในอ้อมแขนของแม่นมลู่เฮ้อ...พอแล้ว นางเหน็ดเหนื่อยแทบตายแล้วแม้จะคิดเช่นนั้น แต่อีกไม่กี่เดือนฟางถิงถิงก็ถูกสามีปลุกเร้าเริงรักเร่าร้อนอย่างต่อเนื่องเขามีชั้นเชิงลีลาที่ไม่อาจปฏิเสธจนนางตั้งครรภ์ติดต่อกันอีกหลายครั้งสร้างความอิ่มอกอิ่มใจแก่ไฉ่ฮูหยินผู้เฒ่าและแม่นมลู่“ข้าบอกแล้วว่าถิงถิงมีลักษณะดีเหมาะแก่การคลอดบุตร ดูสิ นางให้ทายาทสกุลไฉ่ของเราติดต่อกันมาถึง5คนแล้ว”“ต้องบอกว่าคุณชายหานเกิงขยันขันแข็
ตอนพิเศษสองเสียงครวญครางซ่านกระเส่าดังต่อเนื่องอยู่หลายคืนโดยผู้อาวุโสรีบสั่งการไม่ให้ผู้อื่นไปรบกวนสองสามีภรรยาเพื่อให้พวกเขาปั้นก้อนแป้งจนสมใจเพียงไม่ถึงเดือน ไฉ่หานเกิงก็ถูกย้ายไปทำงานยังเมืองข้างเคียง ฟางถิงถิงจึงต้องขี่ม้าไปมาทุก3-5วันก่อนจะเวียนหัวจนเกือบตกจากหลังม้า“ถิงถิง ตามหมอเร็วเข้า” เสียงแตกตื่นของสามีที่รีบพุ่งมารับร่างของภรรยาสาวทำให้ชาวบ้านรายล้อมต่างมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นเมื่อหมอเดินออกมาและประกาศว่าไฉ่ฮูหยินน้อยตั้งครรภ์ที่สองแล้ว เสียงโห่ร้องอย่างยินดีจึงดังกึกก้องไปทั่วท้องถนนฟางถิงถิงต้องทะนุถนอมก้อนแป้งน้อยอยู่ในจวนสกุลไฉ่จึงไม่ได้แวะเวียนมาหาสามีบ่อยครั้งอย่างเคย มีแต่เขาที่ต้องวนเวียนไปให้นางเห็นหน้าเพื่อป้องกันการน้อยอกน้อยใจไม่คิดว่าขณะที่หญิงสาวตัดสินใจไปหาสามีด้วยเขาติดภารกิจสำคัญไม่ได้มาเยี่ยมเยือนนางเกือบเดือนแล้ว จู่ๆกลับปวดท้องขึ้นมาอย่างกะทันหันทันทีที่รถม้าจอดลงตรงหน้าอำเภอ ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นโดยมีคนวิ่งไปวิ่งมาแทบจะชนกันตาย“เจ้าห
ภรรยาอยากหย่าสามีอยากแต่งโดย วันว่างว่างของหญิงใหญ่ยังมีตอนพิเศษอีกสามตอนค่ะตอนพิเศษหนึ่งบรรยากาศร้อนระอุและเหงื่อที่ไหลจนท่วมตัวบวกกับความเจ็บปวดยังส่วนกลางกายทำให้ฟางถิงถิงแทบทนไม่ไหว“โอ๊ย! ปวดมาก ฮือๆๆๆๆ โอ๊ย!...”“อดทนหน่อยนะ คุณหนู เจ็บอีกนิดเดียวเท่านั้น” แม่นมลู่ซึ่งจับมือนุ่มเอาไว้พยายามปลุกปลอบให้กำลังใจ“ออกแรงเบ่งอีกหน่อยเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อย”หมอตำแยที่คอยนวดเฟ้นอยู่ด้านล่างตะโกนบอกขณะฟางถิงถิงกลั้นหายใจแล้วออกแรงเบ่งตามเสียงเร่งฮึบ ฮึบโอ๊ย!...เหตุใดคลอดลูกจึงเจ็บปางตายเพียงนี้ ข้าไม่ไหวแล้ว ขอเพียงคนเดียวเท่านั้น เจ็บเหลือเกิน “ฮึบ ฮึบ เบ่งอีกเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อย”เสียงหมอตำแยยังคงเร่งเร้าพาให้หญิงสาวตั้งสติออกแรงเบ่งอย่างสุดกำลัง“อุแว้ อุแว้”เสียงร้องไห้ที่ดังออกมาทำให้ฟางถิงถิงยิ้มรับแทบลืมความเจ็บก่อนหน้าแล้วสลบไปด้วยความเหนื่อยอ่อนหญิงสาวทะนุ
ตอนที่ยี่สิบห้า ยังคิดจะหย่าอีกหรือสองหนุ่มสาวโต้เถียงกันจนกลายเป็นเรื่องขบขันและคุ้นชินของคนในจวนไฉ่ฟางถิงถิงย่อมไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้เห็นภาพสามีสวมเพียงกางเกงตัวเดียวอยู่ในห้องกับหลี่หรันเจียวสองต่อสองจึงโกรธมากกว่าเดิมหลายเท่านักคุณหนูหลี่ ยังอยู่อีกหรือ? ด้วยฝังใจว่าหลี่หรันเจียวคือนางเอกที่ถูกวางตัวไว้ บัดนี้ฟางถิงถิงจึงไม่อาจยอมให้ไฉ่หานเกิงมีความสัมพันธ์กับนางเพราะนั่นหมายความว่าตัวเองจะโดนเขี่ยทิ้ง“พวกเจ้ากล้าหยามเกียรติเริงรักกันในจวนของข้าในห้องของข้าเชียวหรือ”“ถิงถิง เจ้าฟังก่อน ข้าเพียงมาช่วยพี่เกิง เอ่อ....”ยิ่งหลี่หรันเจียวพยายามแก้ตัวปากคอสั่น หญิงสาวยิ่งโมโหแต่ไฉ่หานเกิงกลับถอนหายใจ“มองดูให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ข้าหาได้อยู่กับนางตามลำพัง ยังมีท่านย่าแล้วก็สาวใช้อยู่ด้านใน”ไฉ่ฮูหยินผู้เฒ่ารีบเดินออกมาจากฉากหลังก่อนที่เรื่องจะบานปลาย“เกิงเอ๋อร์กำลังจะอาบน้ำแต่กลับพบสัตว์หน้าตาประหลาดจึงเกรงว่าห
ตอนที่ยี่สิบสี่ มาแล้วหรือฟางถิงถิงคิดตามแล้วจึงพยักหน้ายอมรับแต่ยังคงข้องใจ“หมายความว่าท่านพ่อรักข้าที่สุดจึงทุ่มเททุกสิ่งที่คิดว่าดีมอบให้ แต่ข้าวของเหล่านั้นไม่อาจแทนความรักจากใจได้”แม่ทัพฟางได้ยินประโยคน้อยใจของบุตรสาวจึงเอ่ยถามอย่างเอาใจ“เจ้าอยากให้พ่อทำอย่างไรจึงจะพอใจหรือ ถิงถิง”“เอาเป็นว่า ท่านพ่อต้องแวะมาเยี่ยมข้าทุกปี หรือไม่ก็ให้ข้าแวะไปเยี่ยมท่านบ้าง สรุปว่าพวกเราต้องพบหน้ากันทุกปี ดีหรือไม่”“ได้ พ่อรับปาก พวกเราต้องพบกันทุกปี”หญิงสาวไม่คิดว่าอ้อมกอดของบิดาจะอบอุ่นเพียงนี้จึงเก็บเกี่ยวช่วงเวลาเอาไว้จนเต็มอิ่มพลางคิดไปถึงฟางถิงถิงตัวจริงที่มัวแต่คิดน้อยใจบิดาบางคราผู้ชายตัวใหญ่ที่ทำแต่การศึกก็แสดงความรักไม่เป็น หากไม่ใช่ท่านย่าช่วยชี้นำ วันนี้เขาก็คงไม่กล้าบอกความในใจกับนาง แล้วพวกเราสองพ่อลูกก็คงไม่ได้ปรับความเข้าใจกันเสียทีคงต้องไปขอบคุณท่านย่าแล้วหลังจากแม่ทัพใหญ่ฟางได้แ
ตอนที่ยี่สิบสาม เคียงข้างเจ้าหลังจากหาที่พักได้ ช่วงเวลาต่อจากนั้นฟางถิงถิงกลับอ่อนแอเอาแต่นอนทั้งวันจนสามีหนุ่มห่วงใยหน้านิ่วคิ้วขมวด“พี่เกิง ข้าไม่ไหวแล้ว เหตุใดกินอะไรก็อาเจียนเช่นนี้”“เจ้าอดทนหน่อยนะถิงถิง อีกไม่กี่วันก็ถึงบ้านแล้ว”หญิงสาวสงบได้ไม่นานก็ตื่นขึ้นมากระเง้ากระงอดงอแงใส่สามีอย่างไร้เหตุผล“เจ้าต้องการรั้งข้าเอาไว้ด้วยแค่ทายาทไม่ใช่ความรักที่แท้จริงสินะ”“ถิงถิงเจ้าไตร่ตรองให้ดี ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยรู้ว่าเจ้าตั้งครรภ์”“ไม่จริง เจ้าหลอกข้า ฮือๆๆๆ ต่อไปเจ้าจะรักลูกชายมากกว่าข้า”“เฮ้อ!...ข้าไม่มีวันรักลูกมากกว่าเจ้า”“ไม่จริง เจ้าไม่เคยรักข้าเลยต่างหาก”ฟางถิงถิงงอแงวนไปวนมาขณะที่ไฉ่หานเกิงทั้งปลอบทั้งขู่ด้วยความอดทน“ถิงถิง ข้ารักเจ้าที่สุด”“ข้าจะเป็นอ้อมแขนที่รอรับเจ้าไม่ให้เจ็บปวดไปชั่วชีวิต เป็นครอบครัวที่ปลอดภัยและเป็นสถานที่พักพิงยามเ







