Masuk“ตัวข้าเพิ่งตรวจบัญชีเสร็จเจ้าค่ะ เลยออกมา นั่งยืดเส้นยืดสาย ดื่มชารับลมเจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานปนเอาใจ ซึ่งนี่มิใช่ตัวตนของนางในอีกโลก ที่เคยเป็นเลย แต่ในเมื่อยามนี้นาง อยู่ในร่างของหญิงสาววัยละอ่อน และมีคู่หมั้นรูปงาม หากนางจะออดอ้อนบ้าง ยอม ไม่ใช่เรื่องเสียหาย “หากเจ็บป่วยมาเล่า ดึกมากแล้วเข้าไปนอนเถอะ คืนนี้พี่จะเฝ้ายามให้เจ้าเอง” แม่ทัพหนุ่มบอกหญิงสาว ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แววตาของเขา เต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง ราวกับว่าเวลานี้ ในลานกว้างมีเพียงเขาและนาง ไร้ผู้อื่นยืนร่วมอยู่ด้วย นั่นทำให้ เจินจู ชิงหลิง และฉินชี จำต้องขยับก้าวถอยห่างออกไป อยู่ในมุมของตนเองส่วนหรงเล่อถง เขายังคงยืนนิ่ง มองพี่ว่าที่พี่เขย กับพี่สาว พูดคุยกันเสียงอ่อนหวาน นี่กระมัง...คือบรรยากาศของคำว่าครอบครัว ซึ่งปกติแล้ว ที่จวนเขามักไม่เคย ได้พูดจาเล่นหัวกันภายในครอบครัว เขาจะได้เห็นเพียงความบึ้งตึง และคำพูดที่เต็มไปด้วยการบีบบังคับเขาแทบจะไม่เคยมีโอกาส ได้มองเห็นการหยอกล้อกันของคนในบ้าน เว้นเพียงแค่ช่วงเวลา ที่เขามาหาผู้เป็นย่าก็เท่านั้น ที่เขาสามารถทำตัวผ่อนคลาย จากท
ด้านหน้าราม ร่างสูงของแม่ทัพหนุ่ม ได้ก้าวมาหยุดตรงลานหิน หน้าประตูอาราม ซึ่งเวลานี้เขาได้เห็นชายหนุ่ม ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของคู่หมั้น ที่กำลังก้าวออกมาจากด้านในตัวอาราม “คุณชายรองหรง” จ้าวหมิงเยี่ย เรียกน้องชายต่างมารดาของหญิงสาว ด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ เขาไม่อาจบอกได้ว่า ชายหนุ่มตรงหน้า เป็นคนดีหรือเลวร้ายอย่างไร เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมากับตัวเขาและคู่หมั้น รวมถึงพี่น้องของนาง ล้วนแล้วแต่มาจากคนสกุลหรงทั้งสิ้น “อ้าว! ท่านแม่ทัพจ้าว มาได้อย่างไรขอรับ นี่ก็ค่ำมืดแล้ว ท่านแม่ทัพกับคุณชายน้อยจ้าว คงไม่ได้มาไหว้พระกระมังขอรับ” เมื่อหันไปเห็นว่าเป็นผู้ใด หรงเล่อถงจึงได้เอ่ยถามกลับไป แม้จะพอเดาได้ ว่าแม่ทัพหนุ่มมาที่นี่ เพราะพี่สาวต่างมารดาของเขา ยังมิได้กลับมืองหลวงเป็นแน่ “ข้ามารับฮวาเอ๋อร์ กลับเมืองหลวง” แม่ทัพหนุ่มตอบอย่างไม่อ้อมค้อม “ข้านึกเอาไว้แล้วขอรับ ว่าท่านแม่ทัพจะต้องมาด้วยเรื่องของพี่หญิง แต่เวลานี้ก็มืดค่ำแล้ว คงเดินทางไม่สะดวกกระมังขอรับ อีกทั้งประตูเมืองก็คงปิดแล้ว อย่างไรคืนนี้ ท่านแม่
เรือนพักฆราวาส ณ อารามซีอัน ความมืดมิดได้ครอบคลุมไปทั่วอาราม เสียงแมลงกลางคืน สอดแทรกสลับเสียงลมหวีดหวิว ที่แว่วให้คนที่อยู่ภายในอารามได้ยิน และรับรู้ ถึงหมู่มวลแมลง ที่กำลังสำเริงสำราญกับยามค่ำคืน ร่างระหง ได้ก้าวออกมายังนอกประตูห้องพัก หญิงสาวยกแขนขึ้นสูงยืดกาย บิดตัวไปมา เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยขบ นางช่างมีความเป็นธรรมชาติ มีเสแสร้งเยื่อนสตรีสูงศักดิ์โดยทั่วไป ที่มักจะต้องรักษากิริยา ทุกอย่างก้าว “คุณหนู ดื่มชาสักหน่อยหรือไม่ขอรับ ข้าน้อยจัดเตรียมไว้ตรงม้าหิน ที่ลานหน้าเรือนแล้วขอรับ” ฉินชี ก้าวเข้ามาเอ่ยก็ผู้เป็นนาย ก่อนจะผายมือไปยังม้าหิน ที่ตั้งอยู่กับกลางลานเรือนพัก ชุดน้ำชาได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้ โดยมีขนมของโปรดหญิงสาว วางเอาไว้พร้อม “ท่านพี่ฉินซี ช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก วันนี้แม้มาเยี่ยมท่านย่า แต่ สมุดบัญชีก็ยังต้องตามติดข้ามา หากได้ดื่มชาร้อน ๆ ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืน บนภูเขาเยี่ยงนี้ คงให้ความรู้สึกที่ดีไม่น้อย เจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับสาวเท้า เดินตรงไปอย่างม้าหิน ร่างระหงนั่งลง ก่อนจะยื่นมือไปคว้ากาน้ำชาขึ้นมาริน ลงยังถ้วยชา
ก่อนหน้านั้น ยามบ่ายคล้อยวันเดียวกัน หน้าประตูเมืองหลวง ร่างสูงสง่าของแม่ทัพหนุ่มจ้าวหมิงเยี่ย ได้ยืนนิ่งมองตรงไปยังเส้นทางที่ทอดยาว ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นน้อย ๆ เพราะเขาเห็นแล้วว่ามีขบวนรถม้า กำลังเคลื่อนตรงมาที่ประตูเมือง เจ้าน้องชายตัวดี กับท่านย่าผู้รักหลานแบบลำเอียง ได้มาถึงเมืองหลวงก่อนกำหนด และเขาเพิ่งรู้จากท่านพ่อ เมื่อครึ่งชั่วยามนี้เอง จึงได้รับคำสั่ง ให้ออกมารอรับทั้งคู่กลับเข้าเมืองหลวง เขาไม่เคยรู้สึกน้อยใจเลย ที่ท่านย่าจะใส่ใจและตามใจหลานรักอย่างจ้าวเล่อลี่ เพราะเขาเองก็ยังตามใจเจ้าตัวดีเช่นกัน หากจะหากุนชือที่เก่งกาจ ย่อมไม่มีใครเทียบเคียงน้องชายของเขา ในคนรุ่นราวคราวเดียวกัน “พวกเขามากันแล้วขอรับ” เจ่าตี่คนสนิทของแม่ทัพหนุ่ม เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น เวลาอยู่ในเมืองหลวง เขามิได้สนใจในตำแหน่งรองแม่ทัพ ของตนเองสักเท่าไหร่ เพราะชีวิตของเขาสิ่งสำคัญคือเงิน และการกลั่นแกล้งน้องชายของผู้เป็นนาย “เจ้าดีใจที่เขามา หรือดีใจที่ตุ๊กตาปากร้ายของเจ้ากลับมาแล้วกันแน่” แม่ทัพหนุ่มรู้ดีว่าน้องชายกับคนสนิท จะตีฝีปากกั
เวลาผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เพียงครู่เดียวเวลาก็ล่วงเลยไปจนเที่ยงวัน หรงเล่อถง ที่ยืนมองพี่สาวคุยกับผู้เป็นย่ามาสักพัก จึงได้ปรากฏตัวขึ้น “เล่อถง คารวะพี่หญิงใหญ่ขอรับ” ชายหนุ่มประสานมือ โค้งกายให้แก่พี่สาวต่างมารดา ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นย่าอย่างเอาใจ คงมีเพียงท่านย่าเท่านั้น ที่กอดเขาด้วยความรักอย่างแท้จริง “โตแล้วยังทำตัวเป้นเด็กอยู่อีก มิอายพี่สาวเจ้าบ้างหรืออย่าไรกัน หืม...” “พี่หญิงมีท่านแม่ใหญ่ให้กอด ส่วนข้า...ข้าไม่ค่อยได้อยู่ใกล้ท่านแม่สักเท่าใด” ชายหนุ่มเว้นคำเอาไว้ หากเขาจะบอกว่ามารดา ไม่เคยแสดงความรักต่อเขา หากไม่ใช่ยามที่ต้องการผลประโยชน์ เขาแทบมิเคยได้ใกล้ชิดผู้เป็นแม่เลยก็ว่าได้ “น้องสามไม่ต้องมากพิธี เราล้วนเป็นคนกันเองทั้งนั้น วันนี้พี่จะนอนเป็นเพื่อนท่านย่าที่นี่เอง” จางเหลียนฮวาเอ่ยกับน้องชาย แน่นอนว่านางก็อยากรู้นัก ว่าคนที่ติดตามนางมา ต้องการสิ่งใดจากนางกันแน่ เหตุใดจึงเฝ้าจับตาแม้ว่านางอยู่ในวัดวาเช่นนี้ “หากท่านพี่หญิงไม่รังเกียจ ค่ำคืนนี้ข้าจะพักที่นี่เช่นกัน พอดีท่านเจ้าอาวาสให้ข้าช่วยคั
ณ ลานกว้างหลังอาราม ที่นี่เป็นที่พักของฆรวาส ที่อุปถัมภ์วัด ร่างของหญิงสูงศักดิ์ผู้หนึ่ง กำลังนั่งตัดแต่งกิ่งต้นไม้ในกระถาง โดยมีสาวใช้คู่ใจคอยกวาดใบไม้อยู่ในลานกว้าง เสียงฝีเท้าที่ดังอยู่นอกเขตเรือน ทำให้ทั้งคู่หยุดมือลง ก่อนจะพากันหันไป ยังที่มาของเสียง อย่างพร้อมเพรียงราวนัดหมาย หยิงชราทั้งสอง หรี่ตามองไปที่ผู้มาเยือน ก่อนที่หรงฮูหยินจะลุกขึ้นยืน แล้วค่อย ๆ ก้าวตรงไปยังหญิงสาว ซึ่งมีใบหน้าละม้ายบุตรชายของนาง “เป็นเจ้าฮวาเอ๋อร์” หญิงชราน้ำตาคลอหน่วย นับสิบปีเชียวนะ ที่นางมิได้พบหน้าหลานสาวแท้ ๆ ต่อให้ฮวาเอ๋อ์จะโตเพียงใด นางก็จดจำหลานสาวของตนเองได้ “ท่านย่า หลานอกตัญญูนัก ที่มิได้มาเยี่ยมเยือนเสียนาน” จางเหลียนฮวา คุกเข่าลงต่อหน้าผู้เป็นย่า ก่อนจะหมอบกราบลงกับพื้น หญิงชรารีบถลาเข้าประคองหลานรักเอาไว้ ก่อนจะพยุงนางลุกขึ้น “แค่ตอนนี้เจ้ามาหาย่า เท่านี้ก็ดีมากแล้ว ไหนมาให้ย่าดูหน่อย เจ้าโตขึ้นมากทีเดียว งดงามเยี่ยงมารดาเจ้าไม่มีผิด” หญิงชราประคองใบหน้างาม ของหลานสาวอย่างถนอม ดวงตาที่ซื้อไปด้วยน้ำใส ๆ ทำให้จางเหลียนฮ
ยิ่งไม่เคยรู้ถึงฝีมือของคู่ต่อสู้ เขายิ่งต้องรีบเผด็จศึก ให้ได้โดยไว จึงมิคิดที่จะลีลาให้ตนเอง กลายเป็นฝ่ายเสียท่า สิ้นคำของชายหนุ่ม เงาร่างในชุดสีดำสองคน ก้าวออกจากหลังฉากกั้น ซึ่งเป็นส่วนด้านหลังห้องที่มีหน้าต่าง “อือๆ” เจ้าของจวนทำได้แค่...ส่งเสียงทัดทานในลำคอ ทว่ากลับไม่สามารถ
น้ำเสียงของชายหนุ่ม ไม่มีคำว่าเสแสร้ง เขาไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมจึงกล้าที่จะพูดความรู้สึกแท้จริงออกมา ทั้งที่เขาไม่เคยให้ใครได้เห็นมันเลยสักครั้ง อาจเพราะนาง เหมือนพี่สาวของเขาก็เป็นได้ “แล้วทำไม จึงไม่ไปหาพวกเขาเล่าเจ้าคะ” “หากข้าทำทุกอย่างได้ตามใจ ก็คงดีไม่น้อย ลูกภรรยารองที่ต้อ
“เขาจะแก้แค้นข้า ในครั้งหน้าแน่นอน แต่ช่างปะไร วันนี้ข้ากำชัย ฮ่าๆ”จื่อเว่ยทำได้เพียงส่ายหน้า นางมองออกว่าท่านหมอกับคนรัก มิได้ชิงชังกันแม้แต่น้อย ทว่ามันคือการหยอกเย้า ด้วยความรักใคร่ และต้องสนิทกันมากทีเดียว“ท่านลุงเฟย คืนนี้ลำบากท่านลุงแล้วเจ้าค่ะ”“คุณหนูมิต้องเกรงใจ มันเป็นหน้าที่ และความเต็
ริมน้ำตกจิ้งที่รู้สึกตัวตื่น ด้วยเสียงเพ้อของผู้เป็นนาย ชายหนุ่มรีบถลึงตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ ไฟเกือบจะมอดดับ จิ้งก่นด่าตนเองที่เผลอหลับไป ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปดูคุณชายน้อย ที่ครางออกมาคล้ายคนละเมอมือหยาบวาบทาบหน้าผากของผู้เป็นนาย ก่อนจะรีบวิ่งไปหาไม้มาเติมเชื้อไฟ และทำการบดสมุนไพรที่ยังมีอยู่ หยดล







