LOGINสองพี่น้องฝาแฝด ที่ได้รับสมญานามแฝดอัจฉริยะ ได้มาเกิดใหม่ในยุคต่างมิติ และยังคงเป็นแฝดกันเหมือนเดิม อีกทั้งความทรงจำจากชีวิตเดิมยังคงอยู่ แต่ในโลกใหม่ที่คำว่า'เหนือฟ้า ยังมีฟ้า' ทำให้สองพี่น้องจำต้องเลือกหนทางเดิน เพื่อพาพวกเขาและครอบครัวใหม่ ให้มีชีวิตรอดจากสิ่งเลวร้าย ที่ถาโถมเข้ามาเหมือนพายุโหมกระหน่ำ
View More“ตัวข้าเพิ่งตรวจบัญชีเสร็จเจ้าค่ะ เลยออกมา นั่งยืดเส้นยืดสาย ดื่มชารับลมเจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานปนเอาใจ ซึ่งนี่มิใช่ตัวตนของนางในอีกโลก ที่เคยเป็นเลย แต่ในเมื่อยามนี้นาง อยู่ในร่างของหญิงสาววัยละอ่อน และมีคู่หมั้นรูปงาม หากนางจะออดอ้อนบ้าง ยอม ไม่ใช่เรื่องเสียหาย “หากเจ็บป่วยมาเล่า ดึกมากแล้วเข้าไปนอนเถอะ คืนนี้พี่จะเฝ้ายามให้เจ้าเอง” แม่ทัพหนุ่มบอกหญิงสาว ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แววตาของเขา เต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง ราวกับว่าเวลานี้ ในลานกว้างมีเพียงเขาและนาง ไร้ผู้อื่นยืนร่วมอยู่ด้วย นั่นทำให้ เจินจู ชิงหลิง และฉินชี จำต้องขยับก้าวถอยห่างออกไป อยู่ในมุมของตนเองส่วนหรงเล่อถง เขายังคงยืนนิ่ง มองพี่ว่าที่พี่เขย กับพี่สาว พูดคุยกันเสียงอ่อนหวาน นี่กระมัง...คือบรรยากาศของคำว่าครอบครัว ซึ่งปกติแล้ว ที่จวนเขามักไม่เคย ได้พูดจาเล่นหัวกันภายในครอบครัว เขาจะได้เห็นเพียงความบึ้งตึง และคำพูดที่เต็มไปด้วยการบีบบังคับเขาแทบจะไม่เคยมีโอกาส ได้มองเห็นการหยอกล้อกันของคนในบ้าน เว้นเพียงแค่ช่วงเวลา ที่เขามาหาผู้เป็นย่าก็เท่านั้น ที่เขาสามารถทำตัวผ่อนคลาย จากท
ด้านหน้าราม ร่างสูงของแม่ทัพหนุ่ม ได้ก้าวมาหยุดตรงลานหิน หน้าประตูอาราม ซึ่งเวลานี้เขาได้เห็นชายหนุ่ม ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของคู่หมั้น ที่กำลังก้าวออกมาจากด้านในตัวอาราม “คุณชายรองหรง” จ้าวหมิงเยี่ย เรียกน้องชายต่างมารดาของหญิงสาว ด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ เขาไม่อาจบอกได้ว่า ชายหนุ่มตรงหน้า เป็นคนดีหรือเลวร้ายอย่างไร เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมากับตัวเขาและคู่หมั้น รวมถึงพี่น้องของนาง ล้วนแล้วแต่มาจากคนสกุลหรงทั้งสิ้น “อ้าว! ท่านแม่ทัพจ้าว มาได้อย่างไรขอรับ นี่ก็ค่ำมืดแล้ว ท่านแม่ทัพกับคุณชายน้อยจ้าว คงไม่ได้มาไหว้พระกระมังขอรับ” เมื่อหันไปเห็นว่าเป็นผู้ใด หรงเล่อถงจึงได้เอ่ยถามกลับไป แม้จะพอเดาได้ ว่าแม่ทัพหนุ่มมาที่นี่ เพราะพี่สาวต่างมารดาของเขา ยังมิได้กลับมืองหลวงเป็นแน่ “ข้ามารับฮวาเอ๋อร์ กลับเมืองหลวง” แม่ทัพหนุ่มตอบอย่างไม่อ้อมค้อม “ข้านึกเอาไว้แล้วขอรับ ว่าท่านแม่ทัพจะต้องมาด้วยเรื่องของพี่หญิง แต่เวลานี้ก็มืดค่ำแล้ว คงเดินทางไม่สะดวกกระมังขอรับ อีกทั้งประตูเมืองก็คงปิดแล้ว อย่างไรคืนนี้ ท่านแม่
เรือนพักฆราวาส ณ อารามซีอัน ความมืดมิดได้ครอบคลุมไปทั่วอาราม เสียงแมลงกลางคืน สอดแทรกสลับเสียงลมหวีดหวิว ที่แว่วให้คนที่อยู่ภายในอารามได้ยิน และรับรู้ ถึงหมู่มวลแมลง ที่กำลังสำเริงสำราญกับยามค่ำคืน ร่างระหง ได้ก้าวออกมายังนอกประตูห้องพัก หญิงสาวยกแขนขึ้นสูงยืดกาย บิดตัวไปมา เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยขบ นางช่างมีความเป็นธรรมชาติ มีเสแสร้งเยื่อนสตรีสูงศักดิ์โดยทั่วไป ที่มักจะต้องรักษากิริยา ทุกอย่างก้าว “คุณหนู ดื่มชาสักหน่อยหรือไม่ขอรับ ข้าน้อยจัดเตรียมไว้ตรงม้าหิน ที่ลานหน้าเรือนแล้วขอรับ” ฉินชี ก้าวเข้ามาเอ่ยก็ผู้เป็นนาย ก่อนจะผายมือไปยังม้าหิน ที่ตั้งอยู่กับกลางลานเรือนพัก ชุดน้ำชาได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้ โดยมีขนมของโปรดหญิงสาว วางเอาไว้พร้อม “ท่านพี่ฉินซี ช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก วันนี้แม้มาเยี่ยมท่านย่า แต่ สมุดบัญชีก็ยังต้องตามติดข้ามา หากได้ดื่มชาร้อน ๆ ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืน บนภูเขาเยี่ยงนี้ คงให้ความรู้สึกที่ดีไม่น้อย เจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับสาวเท้า เดินตรงไปอย่างม้าหิน ร่างระหงนั่งลง ก่อนจะยื่นมือไปคว้ากาน้ำชาขึ้นมาริน ลงยังถ้วยชา
ก่อนหน้านั้น ยามบ่ายคล้อยวันเดียวกัน หน้าประตูเมืองหลวง ร่างสูงสง่าของแม่ทัพหนุ่มจ้าวหมิงเยี่ย ได้ยืนนิ่งมองตรงไปยังเส้นทางที่ทอดยาว ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นน้อย ๆ เพราะเขาเห็นแล้วว่ามีขบวนรถม้า กำลังเคลื่อนตรงมาที่ประตูเมือง เจ้าน้องชายตัวดี กับท่านย่าผู้รักหลานแบบลำเอียง ได้มาถึงเมืองหลวงก่อนกำหนด และเขาเพิ่งรู้จากท่านพ่อ เมื่อครึ่งชั่วยามนี้เอง จึงได้รับคำสั่ง ให้ออกมารอรับทั้งคู่กลับเข้าเมืองหลวง เขาไม่เคยรู้สึกน้อยใจเลย ที่ท่านย่าจะใส่ใจและตามใจหลานรักอย่างจ้าวเล่อลี่ เพราะเขาเองก็ยังตามใจเจ้าตัวดีเช่นกัน หากจะหากุนชือที่เก่งกาจ ย่อมไม่มีใครเทียบเคียงน้องชายของเขา ในคนรุ่นราวคราวเดียวกัน “พวกเขามากันแล้วขอรับ” เจ่าตี่คนสนิทของแม่ทัพหนุ่ม เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น เวลาอยู่ในเมืองหลวง เขามิได้สนใจในตำแหน่งรองแม่ทัพ ของตนเองสักเท่าไหร่ เพราะชีวิตของเขาสิ่งสำคัญคือเงิน และการกลั่นแกล้งน้องชายของผู้เป็นนาย “เจ้าดีใจที่เขามา หรือดีใจที่ตุ๊กตาปากร้ายของเจ้ากลับมาแล้วกันแน่” แม่ทัพหนุ่มรู้ดีว่าน้องชายกับคนสนิท จะตีฝีปากกั
อัก! ตุบ! ร่างสูงของหยางไท้ร่วงลงกระแทกพื้นดินอย่างแรง เรียกสายตาของสองผู้คุ้มกันและหยางเจี่ยน เด็กหนุ่มเจ็บแปลบปลาบไปทั่วร่าง ในจังหวะที่พี่ชายกำลังโรมรันอยู่นั้น เขาได้เห็นนักฆ่าที่ติดตามมาใหม่ เล็งหน้าไม้มาที่ผู้เป็นพี่ชาย จึงรีบเข้าขัดขวางควับ! แส้ในมือทำงานได้อย่างรวดเร็วและดุดัน โทสะที่ก่อตั
กระบี่ในมือพุ่งเข้าหาคนที่บังอาจทำร้ายฉินชี โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ดึงกระบี่ออกพ้นร่างของชายหนุ่มเลยด้วยซ้ำ เสียงคำรามราวพยัคฆ์ของเจินจู สร้างความพรั่นพรึงให้แก่ศัตรูอยู่ไม่น้อยดั่งคำโบราณกล่าวไว้ ว่าอย่าได้ทำให้สตรีมีโทสะ เพราะต่อให้ตรงหน้าคือขุนเขาตั้งตระหง่าน สตรีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงโทสะสาม
“ว่าที่ฮูหยินจาง ช่างงดงามยิ่งนัก” จื่อเว่ยอมยิ้มด้วยความเขินอย นางเคยได้ยินคนกล่าวถึงฮูหยินจ้าว ว่างดงามสูงส่งทั้งยังเป็นสตรีเคียงสามีออกรบ เมื่อได้เห็นใกล้ ๆ ในวันนี้นับว่าไม่มีคำใดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย “ฮูหยินกล่าวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” “หาได้มีสิงใดเกินจริง ถึง
“ข้าย่อมต้องสนใจสามีตนเองสิเจ้าคะ”หญิงสาวคลี่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะดึงมือกลับเพื่อคีบอาหารส่งให้สามีเป็นการเอาใจ แม้ว่านางอยากที่จะหันมองอดีตคนรัก กับคุณหนูสกุลหรงผู้นั้นยิ่งนัก แต่มันมิใช่ตอนที่สามีของนางกำลังดื่มหนักเช่นนี้ทางด้านเหลียนฮวาที่เอาแต่คลี่ยิ้มละมุน ในยามที่จ้าวฮูหยินตักอาหารมาให้ลองชิ












reviewsMore