ตอนที่สาม
ขบวนการจิ๋วเรนเจอร์
ในขณะที่ศศินพาเด็กน้อยทั้งสามเข้านอน ด้านตรีภัทรเองก็วุ่นวายกับการตรวจสอบทุกคนในบ้านว่ามีใครที่มีพลังบ้าง รวมถึงเฝ้าสังเกตคนที่มีอาการผิดปกติหรือมีแนวโน้มว่าอาจจะกลายเป็นซอมบี้ในอนาคตได้
อย่างเช่นคนงานคนไหนที่มีไข้สูงหรือมีอาการไม่ปกติจะถูกจับแยกกันแล้วพักคนละห้องเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน โดยจะเฝ้าระวังสามวันเพื่อความแน่ใจว่าทุกคนในบ้านจะปลอดภัย
"ลุงอาจกับลุงนพช่วยจัดการด้วยนะครับ แบ่งคนที่มีอาการไม่ปกติและไม่มีพลังแยกพักกันคนละห้องไปก่อน ระหว่างนี้เราต้องเฝ้าดูอาการให้ดีอย่างน้อยเพื่อป้องกันการสูญเสีย ฉันหวังว่าทุกคนจะเข้าใจและทำตามอย่างเคร่งครัด เพราะถ้ามีใครไม่เห็นด้วยหรือไม่ทำตามที่สั่ง ฉันจะไล่ออกจากบ้านในทันที"
"นายใหญ่ไม่ต้องห่วงนะครับ พวกเราจะทำตามอย่างดีที่สุด"
"ใช่ครับ ผมกับเจ้าอาจจะควบคุมคนงานในบ้านให้ดี ใครไม่ทำตามผมจะจับโยนออกไปเลยครับ"
ตรีภัทรพยักหน้าพอใจก่อนจะแยกตัวออกไปหาลูกชายและภรรยา แม้ว่าภายนอกจะมีซอมบี้อยู่มากมาย แต่ตรีภัทรกลับไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย ก่อนจะมีซอมบี้ตรีภัทรก็คือผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง ยิ่งมีพลังในครอบครองยิ่งไม่จำเป็นต้องกลัวใคร ยามนี้คุณพ่อลูกสามจึงคลายความกังวลลง แล้วรีบไปอาบน้ำเพื่อเข้านอนพร้อมกับลูกๆ
"ซินหลับหรือยังครับ?"
"ซินยังไม่หลับครับ กำลังทำความเข้าใจกับพลังของตัวเองอยู่นะครับ ที่จริงซินมีพลังอีกอย่างที่นอกเหนือจากมิติวิเศษด้วยนะครับ มันให้ความรู้สึกอบอุ่นสบายและปลอดภัยมากๆ ด้วย"
ตรีภัทรรีบเข้าไปนอนกอดเด็กๆ โดยนอนประกบเจ้าแฝดที่อีกฝั่ง ก่อนจะเงยมองหน้าภรรยาสุดที่รักด้วยความลุ้นระทึก พลังวิเศษที่แค่พลังเดียวก็เก่งแล้ว แต่ศศินมีพลังถึงสองอย่างตรีภัทรจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก
"ซินคิดว่าเป็นพลังอะไรเหรอ?"
"ถ้าจากนิยายที่ซินชอบอ่าน ไม่แน่ว่าซินอาจจะมีพลังสองสาย แถมพลังอีกอันน่าจะเป็นพลังรักษาด้วยครับ"
ตรีภัทรถึงกับยกยิ้มชอบใจเมื่อได้ยินถึงพลังอีกสายที่ศศินมี ถึงจะไม่อยากคิดเรื่องบนเตียงแต่คนเป็นสามีอย่างตรีภัทร มีหรือที่จะอดคิดทะลึ่งกับภรรยาของตัวเองได้
"พลังรักษา? ถ้างั้นซินลองรักษารอยข่วนที่หลังของพี่ดูไหมครับ?"
"ซินลองรักษาพวกรอยกัดของพี่แล้ว มันหายไปหมดแล้วแถมผิวเรียบเนียนขึ้นด้วยนะ"
ศศินที่นอกจากจะไม่มีเขินอายแล้วยังแอบยกยิ้มชอบใจ ที่สามารถรักษารอยกัดรอยจ้ำตามเนื้อตัวให้หายอีกต่างหาก ทำเอาตรีภัทรอยากจะลุกขึ้นไปจับภรรยาคนสวยกินสักรอบ น่าเสียดายที่โลกเปลี่ยนไปเวลานี้กำลังมีซอมบี้วิ่งเล่นอยู่รอบบ้าน แม้จะอดอยากแค่ไหนก็ต้องรอเวลาที่เหมาะสมก่อน
"คืนนี้พี่จะยอมปล่อยซินไปก่อนก็ได้ แต่ถ้าทุกอย่างดีขึ้นเมื่อไหร่ ซินไม่รอดแน่ครับ"
"ไม่ต้องมาทำหน้าหื่นใส่เลยครับ เดี๋ยวลูกก็ตื่นกันพอดี"
แม้จะมีเจ้าแฝดทั้งสามนอนขวางไว้ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่สองสามีภรรยาจะมองตากันหวานฉ่ำได้ ตรีภัทรจ้องมองภรรยาและลูกน้อยด้วยใจที่หนักอึ้ง
นอกจากจะต้องอยู่รอดให้ได้แล้วตรีภัทรยังวางแผนจะกุมอำนาจเอาไว้ด้วย เพราะในวันสิ้นโลกกฎหมายคงไม่หลงเหลืออำนาจอีกต่อไป ตรีภัทรจึงเริ่มคิดที่จะวางแผนเพื่อสร้างฐานอำนาจให้กับตนเองเพื่อปกป้องครอบครัว แต่เรื่องทั้งหมดคงต้องยกยอดไปวันพรุ่งนี้เพราะอยากให้ทุกคนได้พักผ่อนมากกว่า
"นอนกันเถอะครับซิน พรุ่งนี้เรายังต้องตื่นมาเจอวันสิ้นโลกกันอีก"
"ก็ได้ครับ ฝันดีครับพี่ตรี ฝันดีครับเด็กๆ"
"ฝันดีครับซิน ฝันดีเจ้าตัวแสบทั้งหลาย"
ตรีภัทรและศศินรวมถึงเจ้าแฝดทั้งสามต่างพากันนอนหลับอย่างมีความสุข ต่างจากคนงานในบ้านที่เคร่งเครียดกันมาก เนื่องจากต้องเฝ้าระวังว่าตัวเองหรือเพื่อนร่วมงานว่าจะกลายเป็นซอมบี้อย่างพวกที่อยู่นอกรั้วหรือไม่
แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีที่ทุกคนไม่ได้เห็นแก่ตัวหรือห่วงแค่ตัวเอง แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปกักตัวอย่างเต็มใจ ทำให้คนที่เหลือลดความกังวลเรื่องเหตุไม่คาดฝันไปได้มาก
เมื่อรุ่งเช้ามาเยือนอีกครั้งตรีภัทรและศศินที่ยังคงหลับอยู่ ไม่ได้รู้เลยว่าลูกชายตัวน้อยทั้งสามได้แอบตื่นขึ้นมาก่อน ทั้งยังทำให้เกิดการค้นพบครั้งใหญ่อีกด้วย
"คอสกับแทน จุ๊ๆ ก่อน"
"จุ๊ๆ ทำไมเหรอไซน์?"
"ป่าป๊ากับหม่ามี้เหนื่อย"
"อ้อ ต้องนอนเยอะๆ คอสโอเค"
หลังจากเด็กๆ ที่แอบตื่นก่อนแอบกระซิบกระซาบกันอยู่นั้น เมื่อน้องคอสรับรู้ว่าต้องเงียบเสียงเพื่อไม่ให้ป่าป๊ากับหม่ามี้ตื่น จู่ๆ รอบตัวของเด็กน้อยทั้งสามก็บังเกิดม่านพลังครอบเอาไว้
"นี่มันอะไรกัน?"
"ฟองสบู่ไม่แตก"
พี่ไซน์ที่ชอบทำตัวเป็นพี่คนโตทั้งที่เกิดก่อนแค่สองนาที กำลังทำการสำรวจสิ่งที่คล้ายฟองสบู่ขนาดใหญ่ ส่วนน้องแทนที่กำลังงัวเงียก็ทำท่าทุบฟองสบู่ แต่กลับกลายเป็นว่ามันให้ความรู้สึกนุ่มมือทั้งยังไม่ทะลุอีกด้วย
"อะไรกันเนี่ย?"
"คอสทำเอง พอคิดๆ ก็มีเลย"
"คอสทำเองเหรอ ทำต้นไม้เต้นแล้วทำฟองสบู่ได้ด้วย?"
เมื่อน้องคอสบอกกับฝาแฝดว่าตัวเองคิดอยากให้มีฟองสบู่ก็มีขึ้นมา เจ้าแฝดที่เหลือจึงเริ่มทำหน้ามุ่ย เพราะว่าตนเองมีพลังเพียงอย่างเดียว
"ไม่ยุติธรรมเลย แทนมีแค่ไฟเอง"
"แต่ไซน์ว่าเราอาจจะมีสองอันก็ได้ แบบที่คอสมีไง"
และเพราะทั้งสามยังเป็นเด็กจึงไม่คิดอะไรมากนัก เมื่อเห็นว่าฝาแฝดมีสองพลังได้พวกตนก็น่าจะมีได้เช่นกัน พี่ไซน์จึงพูดออกมาทำให้น้องแทนดีใจมาก เมื่อได้ยินที่ไซน์พูดออกมา เด็กน้อยทั้งสามจึงรวมหัวกันคิดถึงพลังแบบที่คอสทำ
"ฮึ้บ! พลังจงมา"
พี่ไซน์ที่ยังคงทำท่าทางเลียนแบบป่าป๊าของตนเอง แต่กำปั้นน้อยๆ ของเด็กสามขวบกำลังกำมือชูขึ้นฟ้าอย่างน่าเอ็นดู
"ปล่อยพลัง ย้าก!!"
น้องแทนที่คิดว่าพลังของตนเองต้องอลังการเหมือนพลังไฟ แต่สิ่งที่ได้จากการเค้นพลังดันเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาแทน ทำเอาอีกสองคนถึงกับสมาธิกระเจิง
"ปู๊ดดด!"
"คิกคิก แทนตดปุ๋ง"
"เหม็นมาก พวกเราจะตายกันหมด"
"อันนี้พลังลมต่างหากมันแค่ออกผิดที่"
หลังจากโดนจู่โจมด้วยกลิ่นอันไม่พึ่งประสงค์ของเจ้าแฝดคนสุดท้องอย่างน้องแทนเข้าไป ทั้งไซน์และคอสก็ถึงกับต้องรีบกลั้นหายใจก่อนที่น้องคอสจะแอบคิดในหัวว่าขอให้กลิ่นตดของแทนหายไป เมื่อกลิ่นตดภายในฟองสบู่หายไปหมดแล้ว คนที่ต้องมารับกรรมและดมกลิ่นจึงกลายเป็นตรีภัทรและศศินที่กำลังหลับอยู่แทน
เมื่อทั้งสองได้กลิ่นก็รีบลืมตาตื่นทันที เพราะหลงคิดไปว่าเป็นกลิ่นของพวกซอมบี้ แต่เมื่อทั้งคู่ตั้งสติและมองรอบกายอย่างตั้งใจก็พบว่าทั้งคู่กำลังอยู่บนเตียงนอน โดยมีเจ้าแฝดตัวจิ๋วทำท่าปล่อยพลังกันอยู่ภายในฟองสบู่ลูกใหญ่ เมื่อทั้งสองเอามือสัมผัสก็พบว่าเจ้าฟองสบู่ที่ว่านั่นมีสัมผัสที่แข็งแกร่งเกินกว่ารูปลักษณ์ไปมาก
ยิ่งเมื่อทั้งสองสังเกตให้ดีก็พบว่าลูกชายทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่พวกตนกลับไปได้ยินเสียงอะไรจากพวกเด็กๆ เลย ตรีภัทรและศศินจึงเข้าใจได้ในทันทีว่าสิ่งที่เห็นน่าจะเป็นม่านพลังของลูกคนใดคนหนึ่ง
"พี่ตรีครับ เราไม่ได้ยินลูก แล้วลูกจะได้ยินเราไหมเนี่ย?"
"ต่อให้ได้ยินเสียงก็ไม่น่าจะสนใจเราหรอกพี่ว่า ดูนั่นสิ น้องแทนเริ่มทำท่าแปลงร่างแล้ว"
ตรีภัทรและศศินที่ถูกลูกชายทั้งสามเมินได้แต่มองม่านพลังอย่างจนใจ ในเวลานี้เด็กทั้งสามคงไม่มีใครสนใจหม่ามี้กับป่าป๊ากันแล้ว เพราะพี่ไซน์ทำท่าแปลงร่างตามน้องแทนไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีน้องคอสทำท่าปล่อยพลังอยู่ตรงกลางอย่างเหมาะเจาะ
"นี่มัน .. ขบวนการจิ๋วเรนเจอร์หรือครับเนี่ย?"