ตอนที่สี่
ป่าป๊าอย่าดื้อ
เจ้าจิ๋วทั้งสามในเวลานี้กำลังช่วยกันทดสอบพลัง ทั้งยังเล่นกายกรรมเพื่อแปลงร่างอีกด้วย บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่สั่งทำเป็นพิเศษเพื่อให้ไซน์คอสแทนสามารถนอนกอดป่าป๊ากับหม่ามี้ได้นั้น
ในเวลานี้กำลังมีขบวนการจิ๋วเรนเจอร์ตีลังกาไปมาแล้วทำท่าปล่อยพลังตามการ์ตูนและภาพยนตร์ที่เคยดู ไม่ว่าจะเป็นท่าชกกำปั้นลงพื้น ท่าปล่อยแสง ท่าล้วงกระเป๋าหน้าท้อง ท่าปล่อยพลังดาบ หรือแม้แต่ท่าส่ายก้นก็ยังถูกนำมาใช้จนหมด ทำเอาศศินและตรีภัทรที่ตื่นตกใจก่อนหน้านี้แทบจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง ถ้าไม่ติดว่าเป็นห่วงลูกชายทั้งสองคงหนีออกจากห้องไปแล้ว
"ไซน์มีสายฟ้ากับน้ำแข็ง"
"คอสมีต้นไม้กับฟองสบู่"
"ของแทนมีไฟกับลมปู๊ดๆ พวกเราเท่มาก!"
และแล้วขบวนการจิ๋วเรนเจอร์ที่ประกอบไปด้วยเจ้าก้อนจิ๋วทั้งสามก้อน จากปกติก็ฉลาดและมีพัฒนาการเร็วกว่าเด็กรุ่นเดียวกันอยู่แล้ว ยิ่งมีพลังเพิ่มเข้ามายิ่งทำให้ทั้งสามคนดูจะแข็งแรงเหมือนเด็กห้าขวบมากกว่าสามขวบเสียอีก
ในขณะที่ศศินกำลังดีใจที่ลูกชายเก่งมาก ด้านตรีภัทรกลับเริ่มขมวดคิ้วจนใบหน้าอันหล่อเหลายับย่น เพราะตรีภัทรคิดว่าตนที่เป็นถึงป่าป๊าของเจ้าแฝด แต่ดันมีพลังแค่อย่างเดียวอาจจะดูไม่เก่งในสายตาลูกเมีย
เจ้าตัวเลยนั่งนิ่งแล้วทำสมาธิตามที่เคยเห็นศศินทำก่อนหน้านี้ และเมื่อจับทางถูกก็พบว่านอกจากพลังจิตควบคุมแล้ว ตนเองยังมีพลังอีกสายซ่อนอยู่ และนั่นคือพลังสายฟ้าเช่นเดียวกับลูกชายคนโตอย่างพี่ไซน์
เปรี๊ยะ!!
"พี่ตรี! พี่มีพลังสายฟ้าด้วยหรือครับ มีเหมือนพี่ไซน์เลย"
"ดีใจจังเลยครับ ในที่สุดพี่ก็มีพลังเท่ๆ บ้าง"
"พลังจิตควบคุมของพี่นะเท่จะตายไป แต่พลังสายฟ้าแบบนี้ดูอันตรายแต่ก็เท่มากด้วย ไม่เสียแรงที่เป็นป่าป๊าของเจ้าแฝด"
ตรีภัทรที่ได้รับคำชมจากภรรยาสุดที่รัก ก็เอาแต่ทำหน้าตาเหมือนหมาแก่ได้ของเล่นใส่ศศินไม่หยุด กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่ถูกเจ้าแฝดพุ่งเข้ามากอดแล้วปีนป่ายไปทั่วตัว แถมฝ่าเท้าน้อยๆ ของน้องแทนก็แปะอยู่ตรงคางพอดิบพอดีอีกด้วย
"ป่าป๊ามีสายฟ้าด้วย พี่ไซน์ก็มี"
"น้องคอสไม่มีสายฟ้าเลย"
"แทนไม่มีสายฟ้าแต่มีไฟปู๊ดๆ"
ตรีภัทรและศศินถึงกับหลุดขำเมื่อได้ยินน้องแทนพูดออกมา พลังไฟปู๊ดๆ ดูท่าคงเป็นไฟกับลมเป็นแน่ แต่เด็กสามขวบที่เผลอผายลมจนปลุกพ่อกับแม่มีหรือจะเข้าใจได้ สุดท้ายทั้งพี่ไซน์และน้องคอสก็ทำท่าปู๊ดๆ ตามน้องแทนไปด้วย จากขบวนการจิ๋วเรนเจอร์เวลานี้กลายเป็นจิ๋วปู๊ดๆ ไปเสียแล้ว
"มานี่เลยเจ้าพวกตัวแสบ มาให้ป่าป๊ากินพุงเสียดีๆ"
ตรีภัทรที่โดนลูกทั้งสามคนรุมทึ้งอยู่ก็อดมันเขี้ยวไม่ได้ จึงจัดการใช้พลังยกร่างลูกชายทั้งสามให้ลอยกลางอากาศ จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ศศินจัดการพุงนุ่มนิ่มของลูกได้
"คิกคิก ป่าป๊าไม่ปู๊ด!"
"เอิ๊ก! คอสพุงระเบิดปู๊ดเลย"
"ไม่นะ ไซน์โตแล้ว ฮ่าๆ"
สามแฝดเมื่อโดนป่าป๊ากับหม่ามี้คนสวยฟัดหอมพุงจนพอใจแล้ว ก็นอนหงายขาชี้ไปทางแขนชี้ไปทางอย่างหมดแรง ทำเอาศศินที่หลงลูกชายทั้งสามมากอยู่แล้วก็หลงมากขึ้นไปอีก
"เด็กโตที่ไหนนอนอวดพุงให้ป่าป๊าดูกันเนี่ย"
"พี่ตรีไม่แกล้งลูกแล้วครับ ดูสินอนหมดแรงเลยแต่ละคน ไปครับลุกไปอาบน้ำประแป้งหอมๆ กันดีกว่าจะได้ลงไปทานข้าวกันครับ"
พอบอกว่าจะพาไปอาบน้ำเด็กแฝดก็พากันแกล้งทำตัวอ่อนแขนขาหมดแรงเอาดื้อๆ แต่ละคนทำท่าอยากให้ป่าป๊าอุ้มเสียเต็มประดา สุดท้ายตรีภัทรที่รักและตามใจลูกมากมีหรือจะต้านทานไหว
"หม่ามี้น้องคอสหมดแรง"
"ให้ป่าป๊าทำลอยๆ พวกเราได้ไหมครับ"
"ป่าป๊าสุดหล่อ น้องแทนไม่มีแรงเดินแล้ว"
"ครับผม ไปอาบน้ำกันเจ้าแสบ"
ศศินนั่งมองสามีกับเจ้าแฝดลอยตัวไปห้องน้ำก็ได้แต่ส่ายหน้า พร้อมบ่นในใจว่าไม่ใช่แค่ลูกชายหรอกที่เห่อพลัง ป่าป๊าของเจ้าแฝดก็บ้าพลังไม่แพ้กันเลย มีอย่างที่ไหนปกติจะอุ้มกันไปอาบน้ำวันนี้ดันใช้พลังพาลูกลอยเป็นลูกโป่งหน้าตาเฉย
ส่วนเด็กแฝดทั้งสามนอกจากจะไม่ตกใจแล้วยังดูจะชอบใจเป็นอย่างมากด้วย เพราะเสียงหัวเราะของเด็กน้อยทั้งสามดังลั่นห้องน้ำออกมาเลยทีเดียว
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ศศินก็พาทุกคนลงมาที่ห้องอาหารทันที เพราะกลัวว่าเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายจะรอนาน และด้วยนิสัยขี้เกรงใจและดีต่อทุกคนในบ้านนี่แหละ ที่ทำเอาทุกคนรักและเคารพคุณนายเป็นอย่างมาก
"นายใหญ่ครับ ผมกับนายอาจจัดการแยกกลุ่มที่ยังไม่มีพลัง กับคนที่ดูอ่อนแอผิดปกติไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ ตื่นเช้ามาพบว่ามีกลายเป็นซอมบี้ไปคนหนึ่งครับ คนนั้นคือป้าสมครับนาย แกอายุมากแล้วทั้งยังมีโรคประจำตัวด้วย เมื่อคืนช่วงประมาณตีสองแกเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป จากนั้นไม่ถึงสิบนาทีก็กลายเป็นซอมบี้อย่างเห็นได้ชัดเลยครับ"
เมื่อทุกคนลงมากันครบแล้วบรรดาคนงานก็รีบจัดอาหารขึ้นโต๊ะในทันที แต่ทุกคนก็ดูไม่สดใสนักเพราะมีสมาชิกในบ้านกลายเป็นซอมบี้ไปหนึ่งคน คนงานส่วนมากทำงานมานานบางคนก็อยู่ตั้งแต่เกิดก็มี ดังนั้นเมื่อคนที่คุ้นเคยกลายสภาพก็ทำให้หดหู่กันไปหมด
"แล้วตอนนี้ป้าสมยังถูกขังไว้หรือเปล่า"
"พวกคุณภาคินช่วยทำให้ป้าสมไปสบายแล้วครับนาย ส่วนศพของป้าสมพวกเราคิดว่าให้เผาดีกว่าอย่างน้อยก็ทำพิธีให้แกสักนิดนะครับ"
"บอกทุกคนให้มารวมตัวกันที่สวนหลังบ้าน เราจะเผาป้าสมแล้วนำอัฐิของป้าใส่โถแล้วสร้างโกฏิไว้แทน เวลานี้คงทำได้แค่นี้ไปก่อนเพราะคงไม่สะดวกไปหาพระมาสวด"
ตรีภัทรเองก็รู้สึกใจหายเพราะป้าสมทำงานกับครอบครัวของตรีภัทรมานาน แต่เพราะความเป็นนายต่อให้เศร้าใจแค่ไหน ก็ต้องจัดการทุกอย่างให้พร้อมสำหรับวันต่อไป
"ได้ครับนาย พวกเราจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้เลยครับ ผมให้พวกผู้หญิงไปหารูปถ่ายของแกมาไว้แล้ว อย่างไรแกก็อยู่กับพวกเรามานาน นายคงไม่ว่าอะไรนะครับ"
"ไม่เป็นไร จัดตามที่ลุงเห็นสมควรได้เลย แต่บอกทุกคนด้วยว่าช่วงนี้ให้ทำอะไรเบาเสียงที่สุด ส่วนคนที่มีพลังดินพลังกายผมจะให้มาจัดการเรื่องกำแพงก่อน"
"นายจะให้พวกเราทำอะไรบ้างครับ"
ภาคินที่ยืนรอคำสั่งอยู่ก็รีบถามออกมาเพราะต้องการจัดการให้เร็วที่สุด คฤหาสน์ที่ทุกคนอาศัยอยู่แม้จะแข็งแรงทนทาน แต่ในเมื่อเวลานี้ทุกคนเริ่มมีพลังเหนือมนุษย์ หากไม่ป้องกันไว้ก่อนอาจจะเกิดอันตรายในอนาคตได้
"เราต้องเสริมความหนาของกำแพงต้องต่อกำแพงขึ้นสูงด้วย เดี๋ยวจะให้วริสอยู่จัดการเรื่องในบ้าน ส่วนภาคินกับกิตติไปช่วยฉันรวบรวมของที่ใช้ทำกำแพงได้"
หลังจากวางแผนในหัวเสร็จแล้วตรีภัทรก็เริ่มมอบหมายงานให้กับลูกน้องคนสนิททันที อย่างน้อยเริ่มช้าไปสี่ห้าวันก็ยังดีกว่าไม่เริ่มทำอะไรเลย โดยเฉพาะกำแพงที่ไม่รู้ว่าแข็งแรงพอจะสร้างความปลอดภัยให้คนในบ้านได้หรือเปล่า
แต่ในขณะที่ตรีภัทรกำลังจะไปเตรียมตัวออกรวบรวมสิ่งของ ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อภรรยาสุดที่รักอย่างศศินมายืนขวางทางเอาไว้
"พี่ตรีครับ ให้ซินไปด้วยนะครับ ซินมีมิติเก็บของได้ครั้งละมาก เราจะได้สะดวกเวลาเดินทาง"
"ไม่ได้ครับ! ไม่ได้เด็ดขาด พี่ไม่ยอมให้ซินไปเสี่ยงแน่นอน"
"เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ พี่ไปไหนซินไปด้วย"
ยิ่งได้เห็นสายตาดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ของภรรยา ตรีภัทรถึงกับอยากจับคนขังไว้ในบ้านจะได้ไม่ต้องตามไปด้วย แต่ตอนที่จะเอ่ยปากคัดค้านก็เจอเจ้าตัวแสบทั้งสามคนประท้วงเสียก่อน
"ใช่ครับ พี่ไซน์ไปด้วย"
"น้องคอสก็จะไป ป่าป๊าอย่าดื้อสิ"
"เฮ้อ! ป่าป๊าดื้อมาก แทนปวดหัว"
ตรีภัทรที่จู่ๆ ก็กลายเป็นป่าป๊าดื้อของเจ้าแฝดถึงกับพูดไม่ออก ข้างนอกบ้านมีซอมบี้จึงไม่อยากให้ลูกเมียออกไปเผชิญอันตราย แต่ไหงกลายมาเป็นตนที่ดื้อไปได้ก็ไม่รู้
"ข้างนอกมันอันตรายนะครับลูก พวกลูกไม่ห่วงหม่ามี้หรือไง หม่ามี้ของลูกตัวเล็กนิดเดียวเองนะครับ พวกลูกก็ตัวแค่นี้"
ตรีภัทรหมดปัญญาจะหาข้ออ้างมาใช้ คนอื่นอาจจะไม่รู้แต่คนเป็นป่าป๊ามีหรือจะไม่รู้ เด็กแฝดทั้งสามคนฉลาดเกินเด็กไปมาก ถ้าหาข้ออ้างที่ดีมาใช้ไม่ได้ก็อย่าหวังจะเถียงชนะเลย
"ไม่รู้ไม่ชี้ แทนจะไปด้วย"
"น้องคอสเก่งมาก"
"พี่ไซน์ก็ไม่กลัวซอมบี้หรอก"
"ที่ซินบอกว่าจะไปด้วยคือคำสั่งครับ ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า"