로그인แสงไฟหัวเตียงยังเปิดสลัว คีออสนอนคว่ำหน้าหลับสนิท เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอยืนยันว่าปีศาจร้ายกำลังพักผ่อน
เฟิร์นค่อยๆ ปรือตาขึ้นท่ามกลางความเงียบ... "ซี๊ดดด..." ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาไม่ใช่ความงัวเงีย แต่เป็นความ เจ็บระบม ที่หว่างขา มันปวดหนึบและแสบพร่าเหมือนร่างกายเพิ่งผ่านสงคราม ขยับนิดเดียวก็สะเทือนไปถึงมดลูก "อึก..." เธอเผลอหลุดคราง รีบตะปบปากตัวเองแน่น ตาเบิกโพลงหันขวับไปมองคนข้างๆ ยังไม่ตื่น... เฟิร์นกลั้นหายใจ กัดฟันขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ขาสั่นพั่บๆ แทบไม่มีแรงยันพื้น ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะที่โคนขาจากคราบน้ำกามที่เริ่มแห้งกรังทำเอาเธอขยะแขยงจนอยากจะอ้วก "บ้า... บ้าเอ๊ย..." เธอพึมพำเสียงเครือ กลั้นก้อนสะอื้นที่จุกคอหอย เท้าสัมผัสพรมเย็นเฉียบ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องซู้ดปาก เฟิร์นกวาดตามองหาเสื้อผ้าด้วยความลนลาน เสื้อยืด... กางเกง... กางเกงใน... ทุกชิ้นกระจายไปคนละทิศละทาง สภาพยับยู่ยี่ไม่ต่างจากคนใส่ เฟิร์นรีบก้มเก็บมาใส่ลวกๆ มือไม้สั่นจนติดกระดุมผิดๆ ถูกๆ "เร็วสิเฟิร์น... เร็ว... เดี๋ยวแม่งตื่น..." เธอด่าตัวเองเสียงกระซิบ ใจเต้นโครมครามเหมือนกลองรัว พอแต่งตัวเสร็จ เธอก็หันกลับไปมองร่างสูงบนเตียงอีกครั้ง ความรู้สึกแม่งตีกันมั่วไปหมด... โกรธ กลัว เกลียด... แต่ที่เจ็บใจที่สุดคือภาพตอนที่ตัวเองนอนบิดเร่า ร้องครางชื่อมันอย่างสุขสม ‘อ๊า... คีออส... แรงอีก...’ เสียงตัวเองในหัวทำเอาหน้าชา "ไปเคลิ้มกับมันได้ไงวะ... ฮึก... ยัยหน้าไม่อายเอ๊ย" เธอเขกหัวตัวเองแรงๆ เรียกสติ โป๊ก! แล้วหันหลังย่องออกจากห้องนอนให้เงียบที่สุดเหมือนตีนแมว ทุกก้าวที่เดินผ่านโถง เฟิร์นกลั้นใจจนหน้าเขียว กลัวไปชนของตกแตก กลัวเสียงหัวใจตัวเองจะดังจนปลุกคนทั้งตึก ติ๊ง... พอประตูลิฟต์เปิดที่ชั้นล่าง เฟิร์นแทบทรุด ขาแข้งอ่อนแรงจนต้องพิงผนังลิฟต์หอบแฮก "รอด... รอดแล้วกู..." แต่ความโล่งใจอยู่ได้แค่แป๊บเดียว... จู่ๆ ชื่อ 'เชอร์รี่' ก็แวบเข้ามาในหัว "เชี่ย... เชอร์รี่!" เฟิร์นอุทาน ยกมือกุมขมับ "ตายห่า... แล้วไอ้เชอร์รี่ล่ะ ป่านนี้เป็นไงบ้างวะ" ความรู้สึกผิดกระแทกหน้าจังๆ เธอทิ้งเพื่อน... หนีเอาตัวรอดมาคนเดียว เธอชะงักมองปุ่มลิฟต์ นิ้วสั่นระริกจะกดกลับขึ้นไป... แต่ภาพดวงตาดุๆ กับท่อนเอ็นยักษ์ของคีออสก็ลอยขึ้นมาซ้อนทับ "กลับไป?... ไม่... ไม่ได้เด็ดขาด" เฟิร์นส่ายหน้าดิก ตัวสั่นงันงก "ขืนกลับขึ้นไปตอนนี้... กูไม่รอดแน่ๆ มันคงไม่ปล่อยกูออกมาเป็นครั้งที่สองหรอก" "ขอโทษนะเชอร์รี่... กูขอโทษ..." เธอตัดสินใจกัดฟันเดินกึ่งวิ่งออกจากตึก อาศัยจังหวะที่การ์ดเฝ้าหน้าประตูเผลอ วิ่งหน้าตั้งออกมาเรียกแท็กซี่คันแรกที่ผ่านมา กระโดดขึ้นนั่งปิดประตู ปัง! "ไปหอพัก xx ค่ะพี่! เร็วหน่อยนะพี่!" เธอบอกคนขับเสียงตื่น นั่งกอดอกตัวสั่นงันงกอยู่ที่เบาะหลัง ตลอดทางเฟิร์นนั่งเหม่อลอย น้ำตามันไหลลงมาเงียบๆ สัมผัสร้อนรุ่มที่มันทิ้งไว้... รอยจูบ รอยกัด รอยช้ำแดงเป็นจ้ำๆ และความเจ็บระบมที่กลีบเนื้อ... มันตอกย้ำว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่ใช่ฝัน "ฮึก... ทำไมร่างกายกูต้องเป็นแบบนี้วะ" เธอซบหน้ากับฝ่ามือ พึมพำด่าตัวเองซ้ำซาก "ปากบอกว่าเกลียด... บอกว่าขยะแขยง... แต่ตอนมันทำ... ฮือ... ทำไมถึงเสียววะ... ทำไมถึงยอมให้มันทำจนเสร็จ... อีบ้าเฟิร์น! อีใจง่าย!" ตรงนั้นของเธอยังตอดรัดตุบๆ ไม่หาย เสียงครางกระเส่าของตัวเองยังหลอกหลอนอยู่ในหู "พอ... พอที... ลืมแม่งไปซะ..." เธอสูดน้ำมูกฮึบ ปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ "คิดซะว่าโดนหมากัด... แค่หมากัดครั้งเดียว" แกรก... แกรก... แกรก... พอถึงห้อง เฟิร์นล็อกกลอนสามชั้นทันที ทรุดตัวนั่งพิงประตูหมดสภาพ มือคว้าโทรศัพท์กดหาเชอร์รี่รัวๆ เป็นร้อยสาย ...กรุณาฝากข้อความเสียงค่ะ... "รับสิวะเชอร์รี่... รับสายกูหน่อย..." เธอร้องไห้ใส่โทรศัพท์ "มึงอยู่ไหน... ปลอดภัยมั้ยวะ... ฮือ... กูขอโทษ... กูช่วยมึงไม่ได้จริงๆ" เธอกำมือถือแน่น ตัดสินใจเด็ดขาด "กูจะไม่ไปเหยียบคลับนั่นอีก... ให้ตายยังไงก็ไม่ไป" เฟิร์นพูดกับความว่างเปล่า แววตาหวาดกลัวแต่ก็แข็งกร้าว "พรุ่งนี้กูจะไปแจ้งความ... หรือบอกอาจารย์... ต้องมีใครสักคนช่วยเชอร์รี่ได้... โดยที่กูไม่ต้องเอาตัวไปแลกกับไอ้ปีศาจตัณหากลับนั่นอีก" เธอลุกขึ้นเดินโซเซเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัว ซ่า ให้น้ำเย็นจัดราดรดตัวทั้งเสื้อผ้า หวังจะล้างคราบไคลและสัมผัสของมันออกไปให้หมด มือเล็กถูสบู่แรงๆ จนผิวแดงเถือก โดยเฉพาะหน้าอกและจุดหว่างขาที่มันฝากรอยรักไว้ "ออกไปสิ... ออกไป! กลิ่นบ้าๆ นี่!" เฟิร์นขัดจนแสบ ร้องไห้แข่งกับเสียงน้ำ "อย่าหวังเลยนะ... ว่ามึงจะได้แตะตัวกูอีก... ไอ้คีออส!" เธอตะโกนลั่นห้องน้ำ ทั้งที่ในใจลึกๆ กลับสั่นไหวอย่างน่าสมเพช... เพราะสัมผัสสุดท้ายที่มันพาเธอไปแตะขอบสวรรค์... มันช่างหอมหวานจนเธอกลัวใจตัวเองเหลือเกินว่าจะเผลอโหยหามันอีกครั้ง "บ้าที่สุด... กูเกลียดมึง... ได้ยินมั้ยว่ากูเกลียดมึง!""ป๊าคีธ ป๊าวายุ ผมกลับมาแล้วครับ!"เสียงทุ้มกังวานและสดใสของชายหนุ่มวัยยี่สิบปีดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลหลิน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทสีเอิร์ธโทนดูดีมีระดับทิ้งกระเป๋าเดินทางแบรนด์หรูลงบนพื้นหินอ่อน ก่อนจะอ้าแขนกว้างรับแรงพุ่งชนจากผู้ชายสองคนที่วิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้องนั่งเล่น"ไอ้ลูกหมาเอ๊ย โตจนตัวหนากว่ากูแล้วเนี่ย"คีธในวัยสี่สิบต้นๆ ที่ยังคงความหน้าเด็กและสำอางเอาไว้ไม่เปลี่ยน โผเข้ากอดคอลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแน่นจนหน้าดำหน้าแดง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคิดถึง ตอนนี้คืออดีตสารวัตรที่ผันตัวมาคุมคาสิโนเต็มตัว เดินตามมาซ้อนด้านหลัง มือหนาตบลงบนบ่ากว้างของลูกชายหนักๆ ด้วยความภูมิใจ"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะตาวิน เรียนจบคว้าเกียรตินิยมจากฮ่องกงกลับมาแบบนี้ ป๊าทั้งสองเตรียมรางวัลใหญ่ไว้ให้แล้ว" วายุยิ้มกว้างตาวินสวมกอดพ่อทั้งสองคนแน่นๆ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาที่ผสมผสานความคมเข้มและละมุนละไมไว้อย่างลงตัว "ผมไม่เอารางวัลอะไรหรอกครับ แค่ได้กลับมากินฝีมือทำกับข้าวของป๊าคีธก็พอแล้ว... อยู่ฮ่องกง อาหารสู้ฝีมือป๊าๆ ไม่ได้เลย""ปากหวานไม่เปลี่ยนเลยนะเรา" คีธผละออกมาบีบจมูกโด่
"เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มชิ้นนี้ของเหมยนะเจ๊ อากงเฉินเป็นคนตักให้เหมยแล้ว!""อะไรของแกยัยหมวยเล็ก ฉันเป็นพี่คนโต ต้องใช้พลังงานสมองเยอะกว่าเว้ย พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าไปตรวจบัญชีที่คลับกับลุงเชนนะ ส่งจานนั้นมาเลย"เสียงแหวแหลมปรี๊ดที่เถียงกันข้ามโต๊ะอาหารยาวเหยียด ทำเอาบรรยากาศงานฉลองวันเกิดครบรอบเจ็ดสิบห้าปีของคุณนายหลินครึกครื้นขึ้นมาทันตาเห็น สองสาววัยสิบเจ็ดปีที่หน้าตาถอดแบบกันมาเป๊ะๆ กำลังยื้อแย่งจานเค้กกันอย่างไม่มีใครยอมใคร'เหมยเหมย' แฝดน้องผู้อ่อนหวานแต่บทจะดื้อก็รั้นสุดใจ กำลังถลึงตาใส่ 'หลินหลิน' แฝดพี่ผู้มีนิสัยเด็ดขาด ดุดัน และถอดแบบความห้าวหาญมาจากผู้เป็นพ่อแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์"เพิ่งจะสิบเจ็ด ทำมาเป็นอยากตรวจบัญชีคลับ เรียนบริหารให้จบปริญญาก่อนเถอะยัยตัวแสบ ปะป๊ายังไม่เซ็นอนุมัติให้เราเข้าไปคุมงานเต็มตัวหรอกนะ"คีออสในวัยสี่สิบต้นๆ ที่ความหล่อเหลาและความน่าเกรงขามไม่ได้ลดน้อยลงไปตามกาลเวลาเลยสักนิด เดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คเข้ามาเขกหัวลูกสาวคนโตเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว"โธ่ ปะป๊าอะ" หลินหลินลูบหัวตัวเองปอยๆ ทำหน้างอ "หนูอยากช่วยงานปะป๊าเร็วๆ นี่นา ปะป๊าจะได้มีเวลาไปสวีทกับหม่
"โอ๊ยยยย ไอ้เฮียคีออส กลับมาบ้านเมื่อไหร่กูจะด่าให้หูชาเลยคอยดู ทิ้งลูกไว้ให้คนอื่นเลี้ยงแล้วตัวเองหนีไปกกเมียเนี่ยนะ"เสียงโวยวายของ 'คีธ' นายน้อยคนเล็กแห่งแก๊งมังกรทองดังลั่นออกมาจากห้องน้ำเด็กในบ้าน สภาพของชายหนุ่มหน้าตาดีที่สาวๆ ค่อนประเทศตามกรี๊ด ตอนนี้ดูไม่จืดเอาเสียเลย แขนเสื้อเชิ้ตราคาแพงถูกถลกขึ้นลวกๆ มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าเล็กๆ ของ 'เหมยเหมย' ยกขึ้น ส่วนมืออีกข้างถือทิชชู่เปียกเตรียมเช็ดทำความสะอาด"ใจเย็นๆ คีธ จับหลานไว้ดีๆ เดี๋ยวพี่เช็ดเอง เราทำหน้าจะอ้วกแบบนั้นเดี๋ยวหลานก็ตกใจหรอก"สารวัตรวายุในชุดเสื้อยืดสบายๆ ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แขนแกร่งเอื้อมมาช่วยจับกะละมังน้ำอุ่น พยายามกลั้นขำกับสภาพแฟนหนุ่มที่ปกติจับแต่แก้วเหล้ากับพวงมาลัยรถสปอร์ต แต่วันนี้ต้องมารับบท เจ็กคีธ (คุณอา) จำเป็น"จะไม่ให้จะอ้วกได้ไงพี่วายุ กลิ่นอย่างกับส้วมแตก เหมยเหมย เมื่อวานหม่าม้าให้หนูกินอะไรเข้าไปลูก ทำไมอึหนูเหม็นขนาดนี้เนี่ย!" คีธบ่นอุบอิบ ก้มหน้าหลบกลิ่นมหาภัย"คิกคิก... เจ็กคีธบ่นเหมยเหมย เหมยเหมยจะฟ้องปะป๊า" แฝดคนน้องหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ตีขาป้อมๆ ไปมาด้วยความชอบใจที่เห็นอาตัวแสบทำหน้าเหยเกปรู๊ดด
ร่างบอบบางที่อ่อนปวกเปียกแทบจะไร้เรี่ยวแรงถูกท่อนแขนแกร่งช้อนอุ้มขึ้นแนบอก คีออสกระชับร่างเปลือยเปล่าของเมียรักที่ยังคงหอบหายใจรวยรินพิงซบแผงอกเขาไว้แน่น คนตัวโตก้าวเดินออกจากห้องลับใต้ดิน ตรงดิ่งไปขึ้นยังห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องนอนใหญ่ในเซฟเฮาส์เสียงน้ำดังซู่ซ่า คีออสเปิดน้ำอุ่นจัดเตรียมไว้ในอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ ไอน้ำสีขาวลอยอวลไปทั่วบริเวณพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมอาบน้ำกลิ่นอโรม่าที่ช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายเขาค่อยๆ วางร่างของใบเฟิร์นหย่อนลงไปในน้ำอุ่นอย่างทะนุถนอม ทันทีที่ผิวเนื้อบอบช้ำสัมผัสกับความอุ่น ใบเฟิร์นก็หลุดเสียงครางฮือในลำคอด้วยความสบายตัว คีออสก้าวตามลงไปซ้อนแผ่นหลังบาง ดึงร่างของเธอให้เอนมาพิงทับกับแผงอกกว้างของเขา จัดแจงให้เธอนั่งแทรกอยู่กลางหว่างขา แขนแกร่งโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วเอาไว้หลวมๆ"อื้มมสบายจังเลย..." ใบเฟิร์นพึมพำ หลับตาพริ้ม เอนศีรษะทุยซบลงกับลาดไหล่แกร่ง ปล่อยให้น้ำอุ่นช่วยโอบอุ้มกล้ามเนื้อที่ปวดร้าวจากการถูกผัวรักจับรังแกอย่างหนักหน่วงมาหลายชั่วโมง"ระบมไปหมดเลยสิเรา... ดูสิ รอยแดงเต็มตัวไปหมด" คีออสกระซิบชิดขมับของเมีย มือหนากวักน้ำอุ่นขึ้นมาลูบไล้ตา
เขาขยับเข้าไปยืนแทรกกลางหว่างขาที่อ้ากว้างบนเก้าอี้ขาหยั่ง มือหนาจับแก่นกายของตัวเอง ถูไถส่วนหัวหยักไปตามร่องกลีบที่ยังคงมีน้ำรักของเธอไหลเยิ้มเปรอะเปื้อน ลากไล้จากปากทางขึ้นไปบดบี้กับเม็ดกระสันที่บวมเป่งอย่างจงใจ"แฉะขนาดนี้... รอกินควยผัวอยู่ล่ะสิ หืมม"คีออสแสยะยิ้มร้ายกาจ มือหนาจับท่อนเนื้อที่แข็งเป็นเต่งฟาดเบาๆ ลงบนกลีบเนื้ออวบอูมอย่างมันมือแปะ! แปะ!"อ๊ะ... ซี๊ดดด พี่คีจ๋า อย่าแกล้งสิค้า มันเสียวอ่า โคตรเงี่ยนเลยอูยยย"ใบเฟิร์นครางกระเส่า ร่างกายบิดเร่า ร่องสวาทขมิบตอดอากาศถี่รัวรับสัมผัสหยาบโลนนั้น เธอยื่นมือไปกดปุ่มที่แผงควบคุมข้างเก้าอี้ ปรับพนักพิงที่เอนราบให้ตั้งชันขึ้นมาอยู่ในท่านั่งกึ่งเอน"ปรับขึ้นมาทำไม หืม" คีออสเลิกคิ้วถาม"ก็เฟิร์นอยากเห็นหน้าผัวของเฟิร์นชัดๆ ไงค้า ผัวขา" เธอช้อนตาฉ่ำน้ำมองเขา แล้วกัดปากอย่างยั่วยวน "อีกอย่าง เมียอยากมองตอนควยพี่มุดเข้ามุดออกหีเฟิร์นชัดๆ... เฟิร์นชอบมองตอนพี่กระแทกเข้ามาอ่ะ""เชี่ย"คำสารภาพแสนร่านทำเอามาเฟียหนุ่มสบถคำหยาบในลำคอ แต่แทนที่เขาจะสอดใส่แก่นกายของตัวเองเข้าไปอย่างที่เธอหวัง มือหนากลับเอื้อมไปหยิบ ดิลโด้ แท่งใหญ่ขึ้นมา บี
เสียงปลดล็อกประตูเซฟเฮาส์ดังคลิกเบาๆ ทันทีที่ประตูเปิดออก คีออสก็ไม่รอให้ภรรยาตัวแสบได้ก้าวเดินเอง แขนแกร่งช้อนอุ้มร่างอวบอิ่มในชุดเดรสสีแดงเลือดนกขึ้นมาในท่าเจ้าสาว ก้าวฉับๆ เข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสงัดใบเฟิร์นหอบหายใจถี่ แขนเรียวคล้องคอสามีไว้แน่น สภาพของเธอตอนนี้แทบดูไม่ได้ ชุดราตรีหรูหรายับยู่ยี่ ซิปด้านหลังยังถูกรูดลงมาครึ่งๆ กลางๆ ผมลอนสวยที่เซ็ตมาอย่างดีหลุดลุ่ยชี้ฟู และที่สำคัญที่สุด ความเหนียวเหนอะหนะตรงง่ามขาที่เกิดจากกิจกรรมเร่าร้อนบนรถสปอร์ตเมื่อครู่ มันยังคงไหลเยิ้มเปรอะเปื้อนซอกขาด้านในทุกครั้งที่ขยับตัว"พี่คี ปล่อยเฟิร์นลงก่อน เหนียวตัวไปหมดแล้วอ่ะ คราบน้ำพี่มันเลอะเทอะเต็มขาเฟิร์นเลย พาไปห้องน้ำหน่อยสิคะ เฟิร์นอยากล้างออก""ล้างทำไม กลิ่นน้ำของเราสองคนผสมกัน โคตรหอม"คีออสกระซิบเสียงพร่าชิดขมับชื้นเหงื่อ เขาไม่สนใจคำท้วงของเมียรัก ขายาวๆ ก้าวตรงดิ่งไปยังประตูลับที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือ จัดการสแกนลายนิ้วมือจนประตูเปิดออกที่นี่คือห้องลับที่เขาเพิ่งสั่งรีโนเวทใหม่ทั้งหมด เฟอร์นิเจอร์บุหนังสีดำขลับ ผนังบุกำมะหยี่เก็บเสียงอย่างดี แต่สิ่งที่เด่นตระหง่านอยู่กลางห้องและเรี
ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลงหน้าบ้านหลังใหญ่ ความสงบสุขที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในรถเมื่อครู่ก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังขึ้นครืด... ครืด...คีออสก้มลงมองหน้าจอ ชื่อที่ปรากฏคือหัวหน้าชุดคุมท่าเรือ สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งทันที เขากดรับสาย ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู"ว่าไง..."ปลาย
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาตามสายลมยามค่ำคืน ผสานกับเสียงแมลงกลางคืนที่ร้องระงมสร้างบรรยากาศวังเวงแต่โรแมนติกอย่างบอกไม่ถูก หลังจากที่นั่งเรือสปีดโบ๊ทฝ่าคลื่นลมมาเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดวิลล่าส่วนตัว บนเกาะเล็กๆ ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า คีออสพาใบเฟิร์นเดินเข้ามาในตัวบ้านพักที่เปิดโ
"อื้อ..." ความเหนอะหนะที่ไหลย้อนออกมาจากตรงนั้นปลุกใบเฟิร์นให้ตื่นขึ้น ตาโตเบิกโพลงกลางความมืด มือเล็กควานสะเปะสะปะไปข้างตัว เจอแต่ความอุ่นของแผงอกเปลือยเปล่าที่คุ้นเคย "คีออส... คีออส" เธอเขย่าแขนคนข้างๆ แรงๆ "ตื่นสิ" "หือ..." เสียงทุ้มงัวเงียตอบกลับมาทั้งที่ตายังปิดสนิท แขนแกร่งตวัดมาโอบเอวเธออ
ความเงียบที่น่าอึดอัดโรยตัวลงมาปกคลุมห้องวีไอพีทันทีที่ประตูบานหนาปิดลง ไล่หลังร่างสะบักสะบอมของซันที่ถูกลากออกไป เฟิร์นยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจยังหอบกระชั้น มือไม้สั่นระริกพยายามยกขึ้นปาดน้ำตาที่เปื้อนแก้มออกลวกๆ สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ฮึบ... เพื่อเรียกสติที่แตกกระเจิงให้กลับเข้าร่าง แม้ข้างในจะยังสั่น







