Masukวันเวลาผ่านไป
เป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่ลิเดียอยู่กับพีรวัสและทำหน้าที่เป็นแฟนกำมะลอของเขา ตอนนี้ลิเดียอยู่ปีสอง และเขาก็อยู่ปีสี่ ในระยะเวลาที่ผ่านมานี้ การที่เธอได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาทุกวัน มันจึงทำให้ลิเดียรู้สึกผูกพันกับเขาและชอบเขา มีความรู้สึกอยากครอบครองเขาให้มาเป็นแฟนของเธอจริงๆ แบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าความรัก แต่เธอก็พยายามย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าห้ามคิดเกินเลยกับเขาและห้ามล้ำเส้น เขาเป็นได้แค่นายจ้างของเธอเท่านั้น ไม่มีทางที่นายจ้างอย่างเขาจะคิดกับลูกจ้างอย่างเธอเกินเลยเหมือนกับที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้ Rrrr! “ครับแม่” (แม่เพิ่งได้ข่าวว่าลูกมีแฟน ทำไมมีแฟนถึงไม่บอกให้แม่รู้เลยล่ะ) “ใครบอกแม่เหรอครับ” เขาไม่เคยคิดจะบอกแม่ว่าเขามีแฟน เพราะลิเดียไม่ได้เป็นแฟนของเขาจริงๆ (เมื่อหลายวันก่อนเพื่อนแม่บอกว่าไปเจอลูกกับแฟนที่ร้านอาหารในห้าง ก็เลยมาบอกแม่) “อ๋อครับ” (แล้วคบกันมานานหรือยัง) “ปีนึงแล้วครับ” เขาจำต้องบอกแม่ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นแฟนจริงๆของเขาก็ตาม (แฟนของลูกเรียนอยู่ที่ไหน) “เขาเรียนมหาลัยเดียวกับผม ตอนนี้เขาอยู่ปีสองแล้ว” (ทำไมถึงไม่พามาแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักบ้างล่ะ) “เอาไว้ว่างๆผมค่อยพาไปนะครับ” เขาบอกไปอย่างนั้น แต่ใจจริงแล้วเขาไม่ได้จะพาเธอไปเจอกับพ่อแม่หรอก เนื่องจากว่าเธอไม่ได้เป็นแฟนของเขาจริงๆ ถ้าวันหนึ่งเขาได้มีแฟนจริงๆ เขาค่อยพาไปแนะนำให้รู้จักกับพ่อแม่ของเขา (แม่จะรอดูว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่จะสวยหรือเปล่า) เกศรินพูดกระเซ้าเย้าแหย่ลูกชาย “ครับ งั้นถ้าแม่ไม่มีอะไรแล้วก็แค่นี้ก่อนนะครับ” จากนั้นการสนทนาของสองแม่ลูกก็สิ้นสุดลง ผับแห่งหนึ่ง วันนี้เบสได้ชวนพีรวัสกับกอล์ฟมาดื่มกันที่ผับ ในขณะที่ทั้งสามหนุ่มดื่มกันอยู่นั้น ก็มีสาวสวยคนหนึ่งที่มีร่างสูงระหงเดินผ่านโต๊ะของพวกเขาแล้วเดินไปทางห้องน้ำ พีรวัสที่เห็นเจ้าของร่างระหงและมีใบหน้าสวยมีเสน่ห์นั้นก็ถึงกับชะงัก ดวงตาคมจ้องมองตามแผ่นหลังสวยที่เดินไปด้วยแววตาฉายแววความพึงพอใจ เบสที่เห็นว่าพีรวัสจ้องสาวสวยร่างระหงคนนั้นจึงเอ่ยทักขึ้นด้วยท่าทีหยอกล้อ “ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นผู้หญิงในสเปคของมึงสินะ กูว่าน่าจะสูงถึงร้อยเจ็ดสิบนะ สูงกว่าแฟนกำมะลอของมึงเกินสิบเซนแน่” “…” พีรวัสได้ยินที่เบสพูดทุกคำ และรู้สึกเห็นด้วยกับที่เบสพูด หญิงสาวคนนั้นคือสเปคของเขา เพราะแค่ได้เห็นเธอแวบแรกก็สามารถทำให้เขามีอาการใจสั่นและตื่นเต้นได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ถ้ามึงสนใจสาวสวยคนนั้นก็ลองเข้าไปคุยกับเขาดูสิ ถ้าเขาโสดมึงก็จีบเลย ได้เจอผู้หญิงตรงสเปคแล้ว จะมัวรออะไรอยู่ล่ะ” แล้วกอล์ฟก็พูดเสริมขึ้น “กูเห็นด้วยกับไอ้เบสมันนะ ถ้ามึงคิดว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้ทำให้ใจมึงใจสั่น งั้นมึงก็เข้าหาเขาเลยสิ” แล้วพีรวัสที่เงียบมานานก็เอ่ยขึ้น “พวกมึงว่ากูควรไปดักรอเขาหน้าห้องน้ำดีไหมวะ หรือรอให้เขาออกมาก่อน” “กูว่ารอให้เขาออกมาจากห้องน้ำก่อนดีกว่า ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้น” “อืม” พีรวัสรับคำแล้วหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ พลางสายตาคมก็จ้องมองไปทางห้องน้ำตลอดเวลา เพราะถ้าเห็นสาวสวยร่างระหงออกมาจากห้องน้ำ เขาก็จะเข้าไปหาเธอและทักทายทันที ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยรู้สึกถูกใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่กับเธอคนนี้เหมือนมีแรงดึงดูดอยากให้เขาเข้าหาเธอร้านกาแฟในโรงพยาบาลในขณะที่ลิเดียกำลังดื่มกาแฟอยู่นั้น เบสที่วันนี้มารับยาประจำให้แม่เมื่อเห็นลิเดียนั่งอยู่ในร้านกาแฟจึงสาวเท้าเข้ามาในร้านก่อนจะทักทาย“ลิเดีย”“สวัสดีค่ะพี่เบส นั่งด้วยกันสิคะ” เบสหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับถามออกไป“ทำไมถึงมานั่งคนเดียวล่ะ พีร์ไปไหน”“พี่พีร์ทำงานอยู่ค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาสวยมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องแฟนเก่าของสามี เบสที่เห็นจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ลิเดียมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”“ไม่มีนี่คะ” เธอปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติ“ไอ้พีร์ทำอะไรให้ลิเดียไม่สบายใจหรือเปล่า”“พี่พีร์ไม่ได้ทำอะไรให้เดียไม่สบายใจค่ะ”“งั้นก็ดี ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะพี่เห็นจากสีหน้าและแววตาของลิเดียแล้ว พี่ก็อดที่จะถามไม่ได้”“เดียขอบคุณพี่เบสมากนะคะที่เป็นห่วงเดีย”แล้วเบสก็หันไปเห็นเอมเดินผ่านหน้าร้านกาแฟก่อนพีรวัสจะเดินตามหลังมาห่างๆ เบสที่เห็นอย่างนั้นจึงนึกรู้และเข้าใจทันที จากนั้นจึงหันมาพูดกับลิเดียที่ยังมีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจอยู่“พี่รู้แล้วว่าลิเดียไม่สบายใจเรื่องอะไร”“…” ลิเดียมองหน้าเบสพลางขมวดคิ้วสงสัยกับสิ่งที่เบสพูด“ที่ลิเดียไม่สบายใจ
หกเดือนผ่านไปผ่านมาหกเดือนแล้วที่พีรวัสกับลิเดียใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาในฐานะคู่รัก ทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้วในวันแต่งงานเมื่อสี่เดือนก่อนวันนี้พีรวัสมาทำงานอย่างเช่นทุกๆวันในขณะที่ลิเดียก็อยู่คอนโด บางวันเขาก็พาลิเดียมาที่โรงพยาบาลด้วยเพราะกลัวว่าเธอจะเบื่อที่ต้องอยู่คอนโดคนเดียวในขณะที่เขากำลังทำงานอยู่นั้นประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาจากลิเดีย พีรวัสที่เห็นว่าเป็นเมียตัวเล็กจึงเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มดีใจที่เมียมาหา“อ้าวลิเดีย จะมาทำไมถึงไม่โทรมาบอกพี่ล่ะ พี่จะได้ให้คนไปรับ” เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปหาร่างบางอย่างกระตือรือร้นแล้วจับมือเธอพาไปนั่งกันที่โซฟาตัวใหญ่“แค่หารถมาที่นี่ไม่ได้ลำบากอะไรเลยค่ะ ได้ช่วยเหลือตัวเองบ้างจะได้ไม่ต้องสบายจนเกินไป” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส“พี่อยากดูแลเดียให้อยู่สุขสบาย พี่ไม่อยากให้เดียเหนื่อย พี่เหนื่อยคนเดียวก็พอแล้ว พี่ไม่อยากให้เมียพี่ต้องมาเหนื่อยด้วย” เขายิ้มละมุน“ใครบอกว่าเดียไม่เหนื่อยล่ะ” เธอพูดด้วยท่าทีหยอกเย้า ร่างสูงที่รู้ว่าคนตัวเล็กจะสื่อถึงอะไรจึงพูดออกไปด้วยความหยอกล้อเช่นกัน“ถ้าเดียบอกว่าเหนื่อยเพราะงานบนเตียง มันก็ช่วยไม่ได้นะ…”
วันต่อมา ตอนเย็นพีรวัสไปหาพ่อกับแม่ที่บ้านแล้วเล่าเรื่องของเอมที่นอกใจเขาให้พ่อกับแม่ฟังอย่างละเอียด พ่อกับแม่ตกใจมากที่ได้รู้และรู้สึกสงสารลูกชายมากที่ถูกแฟนทำแบบนั้น“แต่พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงผมนะครับ เพราะตอนนี้ผมมีแฟนใหม่แล้ว”“ใครเหรอลูก ทำไมถึงไม่พามาด้วยล่ะ” แม่ถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น“ผมชวนแล้วครับ แต่เธอบอกว่าค่อยมาวันหลัง เพราะเธออยากให้ผมมาคุยธุระกับพ่อแม่เป็นการส่วนตัว ผมเคยพาเธอมากินข้าวที่นี่แล้วครับ” เมื่อพีรวัสเปรยออกมาแบบนั้น วิทวัสกับเกศรินก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนที่เกศรินจะนึกขึ้นได้แล้วถามออกไปด้วยท่าทีตื่นเต้น“แฟนใหม่ของลูกคือหนูลิเดียใช่ไหม”“ใช่ครับ” เขายิ้มอ่อน“ถ้าเป็นหนูลิเดีย แม่ก็ดีใจนะ เพราะเท่าที่แม่ดูๆและได้คุยกันบ้าง แม่ว่าหนูลิเดียก็เป็นคนที่นิสัยดีเลยละ” “แล้วจะจัดงานหมั้นไหม” คนเป็นพ่อถาม“ไม่ต้องจัดหรอกครับ ผมกะว่าค่อยแต่งทีเดียวเลย คงจะไม่กี่เดือนนี้แหละ แม่หาฤกษ์แต่งไว้ให้ด้วยนะครับ”“ได้เลยลูก แม่ขอให้ลูกมีความสุขกับรักครั้งใหม่นะ”“พ่อก็ขอให้ลูกมีความสุขกับรักครั้งใหม่” พ่อแม่อวยพรลูกชายพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่น“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ”
คอนโดเมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องคอนโดหรูที่มีขนาดพื้นที่มากกว่าคอนโดเก่า ลิเดียที่ยังรู้สึกคาใจอยู่กับเรื่องๆหนึ่งอยู่จึงเอ่ยออกไป“พี่พีร์คะ”“ครับ ลิเดียมีเรื่องอะไรยังสงสัยอีกหรือเปล่า” ใบหน้าหล่อหันมาขานรับพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“มีค่ะ”“งั้นก็ไปนั่งกันก่อนนะ” ว่าแล้วทั้งสองก็พากันไปนั่งบนโซฟาหรูในห้องโถงกว้าง ก่อนร่างสูงจะหันถาม“ลิเดียยังสงสัยเรื่องอะไร ก็ถามมาได้เลย”“คืนนั้นที่พี่ไปหาเดียที่บ้านตอนดึก พี่คิดอะไรอยู่คะถึงได้ไปหาเดีย”“ถ้าพี่บอกแล้ว ลิเดียอย่าโกรธพี่นะ”“ค่ะ”“หลังจากที่พี่รู้ว่าเอมไปอยู่กับแฟนเก่า พี่ก็เครียดมาก ทั้งโกรธทั้งแค้นเลยละ พี่อยู่กับความเครียดและความโกรธแค้นมาเป็นเดือน จนคืนนั้นพี่โทรชวนเบสกับกอล์ฟมาดื่มด้วยกัน…”“คืนนั้นพี่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เยอะมาก แล้วเบสก็พูดกับพี่ว่าอาการของพี่เหมือนกับคนไปโกรธแค้นใครมา อยู่ๆเบสก็พูดว่าถ้าใครทำให้โกรธและแค้นก็ให้ทำกลับเหมือนกับที่เขาทำกับเรา…”“พอพี่ได้ยินเบสพูดแบบนั้น มันเหมือนกับว่ามีอะไรมาดลใจให้พี่คิดอะไรขึ้นมาได้ ตอนนั้นพี่คิดว่า ในเมื่อเอมไปทำแบบนั้นกับผู้ชายอื่นได้ พี่ก็จะไปทำแบบนั้นกับผู้หญิงอื่น
“แฟนพี่ไปอยู่กับแฟนเก่าเมื่อสองเดือนก่อนเหรอคะ” เธอถามพลางย้อนนึกเหตุการณ์ตอนที่เขาไปหาเธอที่บ้านตอนดึกแล้วพาไปคอนโด จึงทำให้เธอคิดว่าตอนนั้นแฟนของเขาคงไปอยู่กับแฟนเก่าแล้ว“ใช่ ตอนที่ฉันไปหาเธอที่บ้านคืนนั้น ตอนนั้นเอมไปอยู่กับแฟนเก่าเป็นเดือนแล้ว”“อ๋อค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้พลางรู้สึกโล่งใจเมื่อคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำเรื่องผิดศีลธรรมกับแฟนของใคร“ที่ฉันเคยพูดยืนยันกับเธอว่าฉันกับเธอไม่ได้ทำผิด ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ไหม”“ค่ะ ว่าแต่…ตอนนั้นที่เดียถามพี่ว่าถอนหมั้นหรือยัง แล้วทำไมพี่ถึงบอกว่ายังไม่ได้ถอนหมั้นล่ะคะ”“เพราะตอนนั้นฉันยังไม่ได้บอกเรื่องถอนหมั้นกับเอม ดังนั้นฉันจึงรอเจอเอมอีกครั้งเพื่อจะได้บอกถอนหมั้นจากปากของฉันแค่นั้นแหละ แต่เรื่องความสัมพันธ์อื่น มันจบไปแล้วตั้งแต่วันที่เอมส่งข้อความมาบอกฉันว่าไปอยู่กับแฟนเก่าแล้ว”“ทำไมพี่ถึงไม่ยอมเล่าตอนที่เดียถามคะ”“ตอนนั้นความรู้สึกของฉันยังไม่พร้อมจะบอกเรื่องนี้กับใครจริงๆ แม้กระทั่งพ่อกับแม่ ฉันยังไม่อยากเล่าเลย”“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้และเข้าใจ“ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันเคลียร์แล้ว ทีนี้เธอก็กลับไปอยู่กับฉันนะ”“เดียจะไปอยู่กับพี่ทำไมล่ะ
เมื่อลิเดียกับกิ๊บพากันออกมาจากสวนสนุกก็เรียกแท็กซี่แล้วกลับบ้านไป ลิเดียสบโอกาสจึงบอกให้รถไปส่งที่บ้านของเธอบ้านลิเดีย 19.00 น.เมื่อลิเดียลงจากรถแท็กซี่ โทรศัพท์ของเธอก็มีสายโทรเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นพีรวัสเธอจึงกดรับสาย“ฮัลโหล”(เธอออกจากสวนสนุกหรือยัง)“ค่ะ”(เธอจะกลับมาคอนโดไหม) เขาถามด้วยความคาดหวังอยู่ในใจว่าเธอจะกลับมาที่คอนโดของเขา แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเธอได้โอกาสออกไปแบบนั้นแล้ว จึงคิดว่าเธอคงไม่กลับมาหาเขาแน่“ไม่กลับไปค่ะ”(อืม เธอใกล้ถึงบ้านหรือยัง)“เดียเพิ่งถึงบ้านค่ะ”(งั้นพรุ่งนี้เจอกัน)“…” เธอนิ่งและรู้สึกแปลกใจกับที่เขาบอกว่าพรุ่งนี้เจอกัน แล้วทำไมต้องเจอกันอีก(พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอที่บ้าน)“พี่จะตามมารังควานเดียไปถึงไหน”(หึหึ ถึงขั้นพูดว่าตามรังควานเลยเหรอ) เขาหลุดหัวเราะกับคำว่ารังควานที่คนตัวเล็กพูดออกมา“หรือมันไม่จริงล่ะ”(พรุ่งนี้ฉันจะไปกินข้าวที่บ้านเธอ เธออยากกินอะไรบ้าง เดี๋ยวฉันซื้อไปฝาก)“เดียไม่ได้อยากได้อะไรจากพี่ แล้วพี่ก็ห้ามมาบ้านเดียอีกเด็ดขาด” พูดจบเธอก็กดวางสายแล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับล็อกประตูวันต่อมาติ๊ง!เมื่อประตูลิฟต์เปิดพีรวัสก็ก้าว
เมื่อเห็นร่างสวยระหงออกมาจากห้องน้ำ พีรวัสก็มองตามหลังเธอไปจนได้เห็นว่าเธอนั่งที่โต๊ะของเธอ พีรวัสจึงไม่รอช้าที่จะหยิบแก้วเหล้าของตัวเองพลางสาวเท้าไปยังโต๊ะที่หญิงสาวนั่งอยู่ พร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ“ขอโทษนะครับ คุณมาคนเดียวเหรอ”“ใช่ค่ะ ฉันมาคนเดียว” เธอหันมองอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าเขาม
เวลาต่อมาเมื่อทั้งสองทานข้าวเสร็จ ผู้อาศัยอย่างลิเดียก็เก็บจานของเขาและของเธอเข้าไปล้างในครัว เสร็จแล้วจึงออกมา พีรวัสที่ยังนั่งอยู่ในห้องโถงเอ่ยกับเธอ“มานั่งนี่สิ ฉันมีเรื่องอยากจะตกลงกับเธอ” ว่าแล้วร่างบางก็เดินมาหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาข้างๆเขา ก่อนที่เขาจะพูดออกมา“ถ้าวันไหนฉันกับเธอมีเรียนในช่วง
20.10 น.เมื่อถึงเวลาเลิกงานลิเดียก็ออกมายืนรอรุ่นพี่ตัวสูงหน้าร้าน ไม่นานรถสปอร์ตหรูสีดำก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอดตรงหน้าเธอ หญิงสาวเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้วยท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัว เธอดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดก่อนที่พีรวัสจะออกรถมุ่งหน้าไปยังบ้านของเธอบ้านลิเดียหญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับร่างสูงของรุ
แนะนำตัวละครพีร์ (พีรวัส)อายุ21ปี สูง 185 เซนติเมตรเรียนปี3 คณะบริหารธุรกิจลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีอยู่หลายสาขาลิเดีย อายุ19ปี สูง 158 เซนติเมตรเรียนปี1 คณะบริหารธุรกิจเป็นนักเรียนทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง.....“ตอนนี้ฉันกับเอมเป็นแฟนกันแล้วนะ”“…” “ฉันกับเอม







