Masukคอนโด 01.20 น.
เมื่อออกจากโรงแรมหลังจากได้ระบายอารมณ์นั้นกับสาวเสร็จ พีรวัสก็ขับรถมุ่งหน้ามายังคอนโดทันที ที่ผ่านมาถึงเขาจะมีเรื่องอย่างว่ากับสาวๆที่ติดต่อมา ทว่าเขาไม่เคยนอนค้างไปจนถึงเช้า พอน้ำแตกก็แยกย้ายทันที ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้องคอนโดก็เห็นแฟนกำมะลอออกจากห้องนอนของเธอมาพอดีด้วยใบหน้าง่วงงุน เขาที่เห็นจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงยานคางเพราะแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปนั้นมีมากเกินลิมิต “ออกมาทำไม” “เดียปวดท้องค่ะ ก็เลยออกมาหายาว่ามีหรือเปล่า” “ในห้องฉันมี เข้ามาเอาสิ” พูดจบร่างสูงก็เดินลากเท้าเข้าไปในห้องนอนของตัวเองโดยมีร่างเล็กสมส่วนที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวสีหวานเดินตามเขาเข้าไป เขาหยิบยาในลิ้นชักแล้วเดินมายื่นให้เธอ “ขอบคุณนะคะพี่พีร์” เธอรับยาแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนของเขาไป ก่อนที่ร่างแกร่งจะถอดเสื้อออกโยนลงข้างเตียง จากนั้นจึงล้มตัวนอนไปบนเตียงขนาดคิงไซส์และหลับไปอย่างง่ายดาย วันต่อมา ในขณะที่ลิเดียกำลังทำอาหารในครัวอยู่นั้น พีรวัสที่วันนี้ตื่นสายก็เดินออกจากห้องนอนมาแล้วเข้าครัวเพื่อหาอะไรกิน เมื่อเห็นแฟนกำมะลอร่างเล็กยืนทำอาหารอยู่จึงพูดออกไป “วันนี้ทำอะไรกิน” “ข้าวต้มกุ้งค่ะ” เธอหันมาตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวาน “อืม วันนี้ฉันนึกอยากกินข้าวต้มกุ้งอยู่พอดี ใกล้เสร็จหรือยัง” “ไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จแล้วค่ะ พี่พีร์ออกไปนั่งรอสักแปปนะคะ เดี๋ยวเดียยกออกไปให้ค่ะ” สิ้นเสียงหวานบอก เขาก็ไม่พูดอะไร จากนั้นจึงหันหลังเดินออกไปนั่งรอข้างนอก เวลาต่อมา เมื่อเขาทานข้าวต้มเสร็จก็เก็บถ้วยไปไว้ในครัว แล้วเอ่ยกับร่างบางที่กำลังทำความสะอาดในครัวอยู่ “วันนี้ฉันอยากไปดูหนัง ไปด้วยกันนะ” “ได้ค่ะ” “ฉันอยากไปดูรอบบ่ายสาม บ่ายสองเราจะออกจากที่นี่กัน” “ได้ค่ะ” จากนั้นชายหนุ่มก็เดินออกไปจากห้องครัว ก่อนที่โทรศัพท์ของลิเดียจะมีสายโทรเข้ามาจากเพืี่อนที่เรียนห้องเดียวกับเธอ ซึ่งเธอจะมีเพื่อนสนิทอยู่แค่คนเดียวนั่นก็คือกิ๊บ “ว่าไงกิ๊บ” (ลิเดียวันนี้เราออกไปดูหนังกันนะ) “กิ๊บ คือว่าวันนี้…” ลิเดียพูดออกไปด้วยน้ำเสียงฟังดูลำบากใจ กิ๊บที่รู้และเข้าใจลิเดียจึงพูดออกไป (เธอมีนัดกับพี่พีร์แล้วใช่ไหม) “ใช่ พี่พีร์เพิ่งชวนฉันไปดูหนังก่อนกิ๊บโทรมาแค่นิดเดียวเอง ถ้ากิ๊บโทรมาชวนฉันก่อนหน้านั้น ฉันจะไปกับกิ๊บแน่นอนเลย” (ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจเธอนะ งั้นเราค่อยไปกันอาทิตย์หน้าก็ได้) “ได้เลยกิ๊บ งั้นวันเสาร์หน้าเราไปดูหนังกันนะ ฉันจะมีเวลาให้กิ๊บทั้งวันเลย” (จ้าๆ งั้นแค่นี้นะลิเดีย) จากนั้นบทสนทนาก็สิ้นสุดลงแล้วลิเดียก็ทำความสะอาดในครัวต่อ ห้างสรรพสินค้า เมื่อพีรวัสกับลิเดียออกมาจากโรงหนัง เขาก็เอ่ยกับเธอที่เดินอยู่ข้างกัน “เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันก่อนนะ เธอจะกินอะไร” “เดียอยากกินชาบูค่ะ” “ได้” จากนั้นเขาก็พาแฟนกำมะลอไปยังร้านที่เธออยากทาน เมื่อทานเสร็จเขาก็พาเธอไปช้อปปิ้งอย่างเช่นที่ผ่านมา เวลาเขาชวนเธอออกมาข้างนอกเขามักจะซื้อของแบรนด์เนมให้เธอทุกครั้งก่อนกลับคอนโด “เดียขอบคุณพี่พีร์มากนะคะที่ซื้อของให้เดียตั้งหลายอย่างเลย” เมื่อออกจากร้านรองเท้าเธอก็หันพูดกับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส “ฉันจ้างเธอให้มาเป็นแฟน เพราะฉะนั้นนอกจากฉันจะให้เงินเดือนเธอแล้ว เรื่องซื้อของก็ควรจะเป็นหน้าที่ของฉันเหมือนกัน ฉันอยากให้เธอได้ใส่เสื้อผ้าดีๆ และใช้ของดีๆ ฉันไม่อยากให้ใครมาดูถูกเธอ เพราะตอนนี้เธออยู่ในฐานะแฟนของฉัน” “ค่ะ” เธอรู้สึกหัวใจพองโตอีกแล้วเมื่อเขาพูดคำว่าเธอคือแฟนของเขาออกมาเต็มปากเต็มคำ ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าเธอเป็นได้แค่แฟนกำมะลอของเขา แต่พอได้ยินคำนั้น เธอก็อดที่จะรู้สึกภูมิใจไม่ได้ แล้วถ้าเกิดเธอได้เป็นแฟนตัวจริงของเขาขึ้นมา มันคงจะดีไม่น้อย “งั้นเรากลับคอนโดกันเถอะ” จากนั้นทั้งสองก็พากันออกไปขึ้นรถแล้วกลับคอนโดไปร้านกาแฟในโรงพยาบาลในขณะที่ลิเดียกำลังดื่มกาแฟอยู่นั้น เบสที่วันนี้มารับยาประจำให้แม่เมื่อเห็นลิเดียนั่งอยู่ในร้านกาแฟจึงสาวเท้าเข้ามาในร้านก่อนจะทักทาย“ลิเดีย”“สวัสดีค่ะพี่เบส นั่งด้วยกันสิคะ” เบสหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับถามออกไป“ทำไมถึงมานั่งคนเดียวล่ะ พีร์ไปไหน”“พี่พีร์ทำงานอยู่ค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาสวยมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องแฟนเก่าของสามี เบสที่เห็นจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ลิเดียมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”“ไม่มีนี่คะ” เธอปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติ“ไอ้พีร์ทำอะไรให้ลิเดียไม่สบายใจหรือเปล่า”“พี่พีร์ไม่ได้ทำอะไรให้เดียไม่สบายใจค่ะ”“งั้นก็ดี ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะพี่เห็นจากสีหน้าและแววตาของลิเดียแล้ว พี่ก็อดที่จะถามไม่ได้”“เดียขอบคุณพี่เบสมากนะคะที่เป็นห่วงเดีย”แล้วเบสก็หันไปเห็นเอมเดินผ่านหน้าร้านกาแฟก่อนพีรวัสจะเดินตามหลังมาห่างๆ เบสที่เห็นอย่างนั้นจึงนึกรู้และเข้าใจทันที จากนั้นจึงหันมาพูดกับลิเดียที่ยังมีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจอยู่“พี่รู้แล้วว่าลิเดียไม่สบายใจเรื่องอะไร”“…” ลิเดียมองหน้าเบสพลางขมวดคิ้วสงสัยกับสิ่งที่เบสพูด“ที่ลิเดียไม่สบายใจ
หกเดือนผ่านไปผ่านมาหกเดือนแล้วที่พีรวัสกับลิเดียใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาในฐานะคู่รัก ทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้วในวันแต่งงานเมื่อสี่เดือนก่อนวันนี้พีรวัสมาทำงานอย่างเช่นทุกๆวันในขณะที่ลิเดียก็อยู่คอนโด บางวันเขาก็พาลิเดียมาที่โรงพยาบาลด้วยเพราะกลัวว่าเธอจะเบื่อที่ต้องอยู่คอนโดคนเดียวในขณะที่เขากำลังทำงานอยู่นั้นประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาจากลิเดีย พีรวัสที่เห็นว่าเป็นเมียตัวเล็กจึงเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มดีใจที่เมียมาหา“อ้าวลิเดีย จะมาทำไมถึงไม่โทรมาบอกพี่ล่ะ พี่จะได้ให้คนไปรับ” เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปหาร่างบางอย่างกระตือรือร้นแล้วจับมือเธอพาไปนั่งกันที่โซฟาตัวใหญ่“แค่หารถมาที่นี่ไม่ได้ลำบากอะไรเลยค่ะ ได้ช่วยเหลือตัวเองบ้างจะได้ไม่ต้องสบายจนเกินไป” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส“พี่อยากดูแลเดียให้อยู่สุขสบาย พี่ไม่อยากให้เดียเหนื่อย พี่เหนื่อยคนเดียวก็พอแล้ว พี่ไม่อยากให้เมียพี่ต้องมาเหนื่อยด้วย” เขายิ้มละมุน“ใครบอกว่าเดียไม่เหนื่อยล่ะ” เธอพูดด้วยท่าทีหยอกเย้า ร่างสูงที่รู้ว่าคนตัวเล็กจะสื่อถึงอะไรจึงพูดออกไปด้วยความหยอกล้อเช่นกัน“ถ้าเดียบอกว่าเหนื่อยเพราะงานบนเตียง มันก็ช่วยไม่ได้นะ…”
วันต่อมา ตอนเย็นพีรวัสไปหาพ่อกับแม่ที่บ้านแล้วเล่าเรื่องของเอมที่นอกใจเขาให้พ่อกับแม่ฟังอย่างละเอียด พ่อกับแม่ตกใจมากที่ได้รู้และรู้สึกสงสารลูกชายมากที่ถูกแฟนทำแบบนั้น“แต่พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงผมนะครับ เพราะตอนนี้ผมมีแฟนใหม่แล้ว”“ใครเหรอลูก ทำไมถึงไม่พามาด้วยล่ะ” แม่ถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น“ผมชวนแล้วครับ แต่เธอบอกว่าค่อยมาวันหลัง เพราะเธออยากให้ผมมาคุยธุระกับพ่อแม่เป็นการส่วนตัว ผมเคยพาเธอมากินข้าวที่นี่แล้วครับ” เมื่อพีรวัสเปรยออกมาแบบนั้น วิทวัสกับเกศรินก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนที่เกศรินจะนึกขึ้นได้แล้วถามออกไปด้วยท่าทีตื่นเต้น“แฟนใหม่ของลูกคือหนูลิเดียใช่ไหม”“ใช่ครับ” เขายิ้มอ่อน“ถ้าเป็นหนูลิเดีย แม่ก็ดีใจนะ เพราะเท่าที่แม่ดูๆและได้คุยกันบ้าง แม่ว่าหนูลิเดียก็เป็นคนที่นิสัยดีเลยละ” “แล้วจะจัดงานหมั้นไหม” คนเป็นพ่อถาม“ไม่ต้องจัดหรอกครับ ผมกะว่าค่อยแต่งทีเดียวเลย คงจะไม่กี่เดือนนี้แหละ แม่หาฤกษ์แต่งไว้ให้ด้วยนะครับ”“ได้เลยลูก แม่ขอให้ลูกมีความสุขกับรักครั้งใหม่นะ”“พ่อก็ขอให้ลูกมีความสุขกับรักครั้งใหม่” พ่อแม่อวยพรลูกชายพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่น“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ”
คอนโดเมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องคอนโดหรูที่มีขนาดพื้นที่มากกว่าคอนโดเก่า ลิเดียที่ยังรู้สึกคาใจอยู่กับเรื่องๆหนึ่งอยู่จึงเอ่ยออกไป“พี่พีร์คะ”“ครับ ลิเดียมีเรื่องอะไรยังสงสัยอีกหรือเปล่า” ใบหน้าหล่อหันมาขานรับพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“มีค่ะ”“งั้นก็ไปนั่งกันก่อนนะ” ว่าแล้วทั้งสองก็พากันไปนั่งบนโซฟาหรูในห้องโถงกว้าง ก่อนร่างสูงจะหันถาม“ลิเดียยังสงสัยเรื่องอะไร ก็ถามมาได้เลย”“คืนนั้นที่พี่ไปหาเดียที่บ้านตอนดึก พี่คิดอะไรอยู่คะถึงได้ไปหาเดีย”“ถ้าพี่บอกแล้ว ลิเดียอย่าโกรธพี่นะ”“ค่ะ”“หลังจากที่พี่รู้ว่าเอมไปอยู่กับแฟนเก่า พี่ก็เครียดมาก ทั้งโกรธทั้งแค้นเลยละ พี่อยู่กับความเครียดและความโกรธแค้นมาเป็นเดือน จนคืนนั้นพี่โทรชวนเบสกับกอล์ฟมาดื่มด้วยกัน…”“คืนนั้นพี่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เยอะมาก แล้วเบสก็พูดกับพี่ว่าอาการของพี่เหมือนกับคนไปโกรธแค้นใครมา อยู่ๆเบสก็พูดว่าถ้าใครทำให้โกรธและแค้นก็ให้ทำกลับเหมือนกับที่เขาทำกับเรา…”“พอพี่ได้ยินเบสพูดแบบนั้น มันเหมือนกับว่ามีอะไรมาดลใจให้พี่คิดอะไรขึ้นมาได้ ตอนนั้นพี่คิดว่า ในเมื่อเอมไปทำแบบนั้นกับผู้ชายอื่นได้ พี่ก็จะไปทำแบบนั้นกับผู้หญิงอื่น
“แฟนพี่ไปอยู่กับแฟนเก่าเมื่อสองเดือนก่อนเหรอคะ” เธอถามพลางย้อนนึกเหตุการณ์ตอนที่เขาไปหาเธอที่บ้านตอนดึกแล้วพาไปคอนโด จึงทำให้เธอคิดว่าตอนนั้นแฟนของเขาคงไปอยู่กับแฟนเก่าแล้ว“ใช่ ตอนที่ฉันไปหาเธอที่บ้านคืนนั้น ตอนนั้นเอมไปอยู่กับแฟนเก่าเป็นเดือนแล้ว”“อ๋อค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้พลางรู้สึกโล่งใจเมื่อคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำเรื่องผิดศีลธรรมกับแฟนของใคร“ที่ฉันเคยพูดยืนยันกับเธอว่าฉันกับเธอไม่ได้ทำผิด ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ไหม”“ค่ะ ว่าแต่…ตอนนั้นที่เดียถามพี่ว่าถอนหมั้นหรือยัง แล้วทำไมพี่ถึงบอกว่ายังไม่ได้ถอนหมั้นล่ะคะ”“เพราะตอนนั้นฉันยังไม่ได้บอกเรื่องถอนหมั้นกับเอม ดังนั้นฉันจึงรอเจอเอมอีกครั้งเพื่อจะได้บอกถอนหมั้นจากปากของฉันแค่นั้นแหละ แต่เรื่องความสัมพันธ์อื่น มันจบไปแล้วตั้งแต่วันที่เอมส่งข้อความมาบอกฉันว่าไปอยู่กับแฟนเก่าแล้ว”“ทำไมพี่ถึงไม่ยอมเล่าตอนที่เดียถามคะ”“ตอนนั้นความรู้สึกของฉันยังไม่พร้อมจะบอกเรื่องนี้กับใครจริงๆ แม้กระทั่งพ่อกับแม่ ฉันยังไม่อยากเล่าเลย”“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้และเข้าใจ“ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันเคลียร์แล้ว ทีนี้เธอก็กลับไปอยู่กับฉันนะ”“เดียจะไปอยู่กับพี่ทำไมล่ะ
เมื่อลิเดียกับกิ๊บพากันออกมาจากสวนสนุกก็เรียกแท็กซี่แล้วกลับบ้านไป ลิเดียสบโอกาสจึงบอกให้รถไปส่งที่บ้านของเธอบ้านลิเดีย 19.00 น.เมื่อลิเดียลงจากรถแท็กซี่ โทรศัพท์ของเธอก็มีสายโทรเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นพีรวัสเธอจึงกดรับสาย“ฮัลโหล”(เธอออกจากสวนสนุกหรือยัง)“ค่ะ”(เธอจะกลับมาคอนโดไหม) เขาถามด้วยความคาดหวังอยู่ในใจว่าเธอจะกลับมาที่คอนโดของเขา แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเธอได้โอกาสออกไปแบบนั้นแล้ว จึงคิดว่าเธอคงไม่กลับมาหาเขาแน่“ไม่กลับไปค่ะ”(อืม เธอใกล้ถึงบ้านหรือยัง)“เดียเพิ่งถึงบ้านค่ะ”(งั้นพรุ่งนี้เจอกัน)“…” เธอนิ่งและรู้สึกแปลกใจกับที่เขาบอกว่าพรุ่งนี้เจอกัน แล้วทำไมต้องเจอกันอีก(พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอที่บ้าน)“พี่จะตามมารังควานเดียไปถึงไหน”(หึหึ ถึงขั้นพูดว่าตามรังควานเลยเหรอ) เขาหลุดหัวเราะกับคำว่ารังควานที่คนตัวเล็กพูดออกมา“หรือมันไม่จริงล่ะ”(พรุ่งนี้ฉันจะไปกินข้าวที่บ้านเธอ เธออยากกินอะไรบ้าง เดี๋ยวฉันซื้อไปฝาก)“เดียไม่ได้อยากได้อะไรจากพี่ แล้วพี่ก็ห้ามมาบ้านเดียอีกเด็ดขาด” พูดจบเธอก็กดวางสายแล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับล็อกประตูวันต่อมาติ๊ง!เมื่อประตูลิฟต์เปิดพีรวัสก็ก้าว
เมื่อเห็นร่างสวยระหงออกมาจากห้องน้ำ พีรวัสก็มองตามหลังเธอไปจนได้เห็นว่าเธอนั่งที่โต๊ะของเธอ พีรวัสจึงไม่รอช้าที่จะหยิบแก้วเหล้าของตัวเองพลางสาวเท้าไปยังโต๊ะที่หญิงสาวนั่งอยู่ พร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ“ขอโทษนะครับ คุณมาคนเดียวเหรอ”“ใช่ค่ะ ฉันมาคนเดียว” เธอหันมองอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าเขาม
วันเวลาผ่านไปเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่ลิเดียอยู่กับพีรวัสและทำหน้าที่เป็นแฟนกำมะลอของเขา ตอนนี้ลิเดียอยู่ปีสอง และเขาก็อยู่ปีสี่ในระยะเวลาที่ผ่านมานี้ การที่เธอได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาทุกวัน มันจึงทำให้ลิเดียรู้สึกผูกพันกับเขาและชอบเขามีความรู้สึกอยากครอบครองเขาให้มาเป็นแฟนของเธอจริงๆ แบบนี้หรือเปล่าที
หกเดือนต่อมาเป็นเวลาหกเดือนแล้วที่ลิเดียมาทำหน้าที่เป็นแฟนกำมะลอให้พีรวัส หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นตัวกันสาวๆในมหาวิทยาลัยที่เข้ามาวุ่นวายกับเขานั่นเองส่วนลิเดียที่ได้อยู่กับเขามาหลายเดือนก็รู้สึกอินไปกับสถานะแฟนหลอกๆของเขา บางครั้งเธอก็เผลอคิดไปว่าเป็นแฟนของเขาจริงๆหลายเดือนมานี้เขาจะพาเธอไปห้าง
ร้านอาหารพีรวัสพาลิเดียมาทานข้าวในร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย เมื่อทั้งคู่ทานเสร็จเขาก็พูดกับร่างบางที่นั่งฝั่งตรงข้าม“ทีหลังถ้าใครพูดไม่ดีกับเธอก็ด่ามันไปเลย อย่าปล่อยให้พวกนั้นพูดดูถูกเหมือนวันนี้อีก” เมื่อเขานึกไปถึงพวกสามสาวก็รู้สึกโกรธแทนเธอ เขาไม่ชอบเลยพวกที่ชอบพูดดูถูกคนอื่น“เดียไม







