เข้าสู่ระบบเมื่อเห็นร่างสวยระหงออกมาจากห้องน้ำ พีรวัสก็มองตามหลังเธอไปจนได้เห็นว่าเธอนั่งที่โต๊ะของเธอ พีรวัสจึงไม่รอช้าที่จะหยิบแก้วเหล้าของตัวเองพลางสาวเท้าไปยังโต๊ะที่หญิงสาวนั่งอยู่ พร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ขอโทษนะครับ คุณมาคนเดียวเหรอ” “ใช่ค่ะ ฉันมาคนเดียว” เธอหันมองอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าเขามีใบหน้าที่หล่อเหลาก็ถึงกับใจสั่นรัวพร้อมกับบอกออกไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ “ขอผมนั่งด้วยได้ไหม” “นั่งได้ตามสบายเลยค่ะ” จากนั้นร่างแกร่งที่อยู่ในเสื้อแขนยาวสีดำกางเกงยีนส์สีดำก็เดินเข้าไปหย่อนกายนั่งฝั่งตรงข้ามเธอ ก่อนที่เธอจะถามออกไป “คุณก็มาคนเดียวเหรอคะ” “ผมมากับเพื่อนอีกสองคน” “อ๋อค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็ยกแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นมาดื่มนิดหน่อย ในขณะที่สายตาก็จ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาพึงพอใจ ก่อนพีรวัสจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ “คุณยังเรียนอยู่หรือเปล่า” “ฉันเรียนนิเทศปีสามค่ะ มหาลัยxxx” “ผมก็เรียนมหาลัยเดียวกับคุณ บริหารปีสี่” “เราเรียนมหาลัยเดียวกันเหรอคะเนี่ย ตั้งแต่เรียนที่นั่นมา ฉันไม่เคยเห็นคุณเลยค่ะ” เจ้าของใบหน้าสวยมีเสน่ห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ผมก็เพิ่งได้เห็นคุณวันนี้นี่แหละ” ปากหนาเอ่ยเสียงนุ่ม นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างไม่วางตา “ฉันชื่อเอมนะคะ งั้นเอมขอเรียกคุณว่าพี่ก็แล้วกันนะ พี่ชื่ออะไรเหรอคะ” "พี่ชื่อพีร์” “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่พีร์” “พี่ก็ยินดีที่ได้รู้จักเอมเหมือนกัน” จากนั้นทั้งสองต่างก็จิบเหล้ากันพอเป็นพิธี ในขณะที่หัวใจของทั้งสองคนต่างก็เต้นระส่ำเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองรู้สึกพึงพอใจ ก่อนที่เอมจะตัดสินใจเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไป “พี่พีร์มีคนรู้ใจหรือยังคะ” “ยังเลย แล้วเอมล่ะมีคนรู้ใจหรือยัง” เขาถามพลางภาวนาอยู่ในใจว่าขออย่าให้เธอมีใครเลย “เอมเคยมีคนที่รู้ใจค่ะ แต่ก็เลิกกับเขามาหลายเดือนแล้ว ตอนนี้เอมโสดค่ะ” พีรวัสรู้สึกโล่งอกเมื่อรู้ว่าเธอโสด ก่อนจะพูดออกไป “แล้วไม่คิดจะหาคนรู้ใจใหม่อีกเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ดวงตาคู่คมที่จ้องมองเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ “คิดจะหาอยู่เหมือนกันค่ะ ว่าแต่…พี่พีร์สนใจจะมาเป็นคนรู้ใจของเอมไหมคะ” เธอส่งสายตายั่วยวนนิดๆอย่างมีจริต “พี่สนใจเอม” เขาตอบทันควันอย่างไม่ต้องคิดอะไร “งั้นเราลองมาคุยกันก่อนดีกว่าไหมคะพี่พีร์” “ได้สิ งั้นพี่ขอเบอร์ของเอมหน่อยสิ” “ได้ค่ะ” ว่าแล้วทั้งสองต่างก็เมมเบอร์โทรศัพท์ของกันและกัน จากนั้นก็ดื่มและคุยกันจนผ่านไปสองชั่วโมง “พี่พีร์คะ เอมรู้สึกมึนหัวแล้วค่ะ อยากกลับแล้ว” “เอมมากับรถอะไร” “เอมนั่งแกร็ปมาค่ะ” “งั้นให้พี่ไปส่งได้ไหม” “เอมเกรงใจพี่พีร์จังเลยค่ะ เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกก็ต้องรบกวนพี่พีร์แล้ว” “เอมไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก พี่เต็มใจอยากไปส่งเอม” “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ รบกวนพี่พีร์ด้วยนะคะ” “ไม่เป็นไร งั้นเราออกไปกันเถอะ” ว่าแล้วเขาก็พาเจ้าของร่างระหงที่มีความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรไปขึ้นรถสปอร์ตหรูที่จอดอยู่หน้าผับ จากนั้นจึงไปส่งเธอที่บ้าน บ้านเอม เมื่อรถมาจอดหน้าบ้านของเธอ หญิงสาวก็หันบอกกับเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ “ขอบคุณนะคะพี่พีร์ที่มาส่ง แล้วเอมค่อยโทรไปหานะคะ” “ครับ” จากนั้นหญิงสาวก็ลงจากรถหรูแล้วสาวเท้าเข้าไปในบ้าน ก่อนที่พีรวัสจะออกรถมุ่งหน้ากลับคอนโดของตัวเองไปร้านกาแฟในโรงพยาบาลในขณะที่ลิเดียกำลังดื่มกาแฟอยู่นั้น เบสที่วันนี้มารับยาประจำให้แม่เมื่อเห็นลิเดียนั่งอยู่ในร้านกาแฟจึงสาวเท้าเข้ามาในร้านก่อนจะทักทาย“ลิเดีย”“สวัสดีค่ะพี่เบส นั่งด้วยกันสิคะ” เบสหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับถามออกไป“ทำไมถึงมานั่งคนเดียวล่ะ พีร์ไปไหน”“พี่พีร์ทำงานอยู่ค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาสวยมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องแฟนเก่าของสามี เบสที่เห็นจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ลิเดียมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”“ไม่มีนี่คะ” เธอปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติ“ไอ้พีร์ทำอะไรให้ลิเดียไม่สบายใจหรือเปล่า”“พี่พีร์ไม่ได้ทำอะไรให้เดียไม่สบายใจค่ะ”“งั้นก็ดี ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะพี่เห็นจากสีหน้าและแววตาของลิเดียแล้ว พี่ก็อดที่จะถามไม่ได้”“เดียขอบคุณพี่เบสมากนะคะที่เป็นห่วงเดีย”แล้วเบสก็หันไปเห็นเอมเดินผ่านหน้าร้านกาแฟก่อนพีรวัสจะเดินตามหลังมาห่างๆ เบสที่เห็นอย่างนั้นจึงนึกรู้และเข้าใจทันที จากนั้นจึงหันมาพูดกับลิเดียที่ยังมีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจอยู่“พี่รู้แล้วว่าลิเดียไม่สบายใจเรื่องอะไร”“…” ลิเดียมองหน้าเบสพลางขมวดคิ้วสงสัยกับสิ่งที่เบสพูด“ที่ลิเดียไม่สบายใจ
หกเดือนผ่านไปผ่านมาหกเดือนแล้วที่พีรวัสกับลิเดียใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาในฐานะคู่รัก ทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้วในวันแต่งงานเมื่อสี่เดือนก่อนวันนี้พีรวัสมาทำงานอย่างเช่นทุกๆวันในขณะที่ลิเดียก็อยู่คอนโด บางวันเขาก็พาลิเดียมาที่โรงพยาบาลด้วยเพราะกลัวว่าเธอจะเบื่อที่ต้องอยู่คอนโดคนเดียวในขณะที่เขากำลังทำงานอยู่นั้นประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาจากลิเดีย พีรวัสที่เห็นว่าเป็นเมียตัวเล็กจึงเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มดีใจที่เมียมาหา“อ้าวลิเดีย จะมาทำไมถึงไม่โทรมาบอกพี่ล่ะ พี่จะได้ให้คนไปรับ” เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปหาร่างบางอย่างกระตือรือร้นแล้วจับมือเธอพาไปนั่งกันที่โซฟาตัวใหญ่“แค่หารถมาที่นี่ไม่ได้ลำบากอะไรเลยค่ะ ได้ช่วยเหลือตัวเองบ้างจะได้ไม่ต้องสบายจนเกินไป” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส“พี่อยากดูแลเดียให้อยู่สุขสบาย พี่ไม่อยากให้เดียเหนื่อย พี่เหนื่อยคนเดียวก็พอแล้ว พี่ไม่อยากให้เมียพี่ต้องมาเหนื่อยด้วย” เขายิ้มละมุน“ใครบอกว่าเดียไม่เหนื่อยล่ะ” เธอพูดด้วยท่าทีหยอกเย้า ร่างสูงที่รู้ว่าคนตัวเล็กจะสื่อถึงอะไรจึงพูดออกไปด้วยความหยอกล้อเช่นกัน“ถ้าเดียบอกว่าเหนื่อยเพราะงานบนเตียง มันก็ช่วยไม่ได้นะ…”
วันต่อมา ตอนเย็นพีรวัสไปหาพ่อกับแม่ที่บ้านแล้วเล่าเรื่องของเอมที่นอกใจเขาให้พ่อกับแม่ฟังอย่างละเอียด พ่อกับแม่ตกใจมากที่ได้รู้และรู้สึกสงสารลูกชายมากที่ถูกแฟนทำแบบนั้น“แต่พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงผมนะครับ เพราะตอนนี้ผมมีแฟนใหม่แล้ว”“ใครเหรอลูก ทำไมถึงไม่พามาด้วยล่ะ” แม่ถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น“ผมชวนแล้วครับ แต่เธอบอกว่าค่อยมาวันหลัง เพราะเธออยากให้ผมมาคุยธุระกับพ่อแม่เป็นการส่วนตัว ผมเคยพาเธอมากินข้าวที่นี่แล้วครับ” เมื่อพีรวัสเปรยออกมาแบบนั้น วิทวัสกับเกศรินก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนที่เกศรินจะนึกขึ้นได้แล้วถามออกไปด้วยท่าทีตื่นเต้น“แฟนใหม่ของลูกคือหนูลิเดียใช่ไหม”“ใช่ครับ” เขายิ้มอ่อน“ถ้าเป็นหนูลิเดีย แม่ก็ดีใจนะ เพราะเท่าที่แม่ดูๆและได้คุยกันบ้าง แม่ว่าหนูลิเดียก็เป็นคนที่นิสัยดีเลยละ” “แล้วจะจัดงานหมั้นไหม” คนเป็นพ่อถาม“ไม่ต้องจัดหรอกครับ ผมกะว่าค่อยแต่งทีเดียวเลย คงจะไม่กี่เดือนนี้แหละ แม่หาฤกษ์แต่งไว้ให้ด้วยนะครับ”“ได้เลยลูก แม่ขอให้ลูกมีความสุขกับรักครั้งใหม่นะ”“พ่อก็ขอให้ลูกมีความสุขกับรักครั้งใหม่” พ่อแม่อวยพรลูกชายพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่น“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ”
คอนโดเมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องคอนโดหรูที่มีขนาดพื้นที่มากกว่าคอนโดเก่า ลิเดียที่ยังรู้สึกคาใจอยู่กับเรื่องๆหนึ่งอยู่จึงเอ่ยออกไป“พี่พีร์คะ”“ครับ ลิเดียมีเรื่องอะไรยังสงสัยอีกหรือเปล่า” ใบหน้าหล่อหันมาขานรับพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“มีค่ะ”“งั้นก็ไปนั่งกันก่อนนะ” ว่าแล้วทั้งสองก็พากันไปนั่งบนโซฟาหรูในห้องโถงกว้าง ก่อนร่างสูงจะหันถาม“ลิเดียยังสงสัยเรื่องอะไร ก็ถามมาได้เลย”“คืนนั้นที่พี่ไปหาเดียที่บ้านตอนดึก พี่คิดอะไรอยู่คะถึงได้ไปหาเดีย”“ถ้าพี่บอกแล้ว ลิเดียอย่าโกรธพี่นะ”“ค่ะ”“หลังจากที่พี่รู้ว่าเอมไปอยู่กับแฟนเก่า พี่ก็เครียดมาก ทั้งโกรธทั้งแค้นเลยละ พี่อยู่กับความเครียดและความโกรธแค้นมาเป็นเดือน จนคืนนั้นพี่โทรชวนเบสกับกอล์ฟมาดื่มด้วยกัน…”“คืนนั้นพี่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เยอะมาก แล้วเบสก็พูดกับพี่ว่าอาการของพี่เหมือนกับคนไปโกรธแค้นใครมา อยู่ๆเบสก็พูดว่าถ้าใครทำให้โกรธและแค้นก็ให้ทำกลับเหมือนกับที่เขาทำกับเรา…”“พอพี่ได้ยินเบสพูดแบบนั้น มันเหมือนกับว่ามีอะไรมาดลใจให้พี่คิดอะไรขึ้นมาได้ ตอนนั้นพี่คิดว่า ในเมื่อเอมไปทำแบบนั้นกับผู้ชายอื่นได้ พี่ก็จะไปทำแบบนั้นกับผู้หญิงอื่น
“แฟนพี่ไปอยู่กับแฟนเก่าเมื่อสองเดือนก่อนเหรอคะ” เธอถามพลางย้อนนึกเหตุการณ์ตอนที่เขาไปหาเธอที่บ้านตอนดึกแล้วพาไปคอนโด จึงทำให้เธอคิดว่าตอนนั้นแฟนของเขาคงไปอยู่กับแฟนเก่าแล้ว“ใช่ ตอนที่ฉันไปหาเธอที่บ้านคืนนั้น ตอนนั้นเอมไปอยู่กับแฟนเก่าเป็นเดือนแล้ว”“อ๋อค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้พลางรู้สึกโล่งใจเมื่อคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำเรื่องผิดศีลธรรมกับแฟนของใคร“ที่ฉันเคยพูดยืนยันกับเธอว่าฉันกับเธอไม่ได้ทำผิด ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ไหม”“ค่ะ ว่าแต่…ตอนนั้นที่เดียถามพี่ว่าถอนหมั้นหรือยัง แล้วทำไมพี่ถึงบอกว่ายังไม่ได้ถอนหมั้นล่ะคะ”“เพราะตอนนั้นฉันยังไม่ได้บอกเรื่องถอนหมั้นกับเอม ดังนั้นฉันจึงรอเจอเอมอีกครั้งเพื่อจะได้บอกถอนหมั้นจากปากของฉันแค่นั้นแหละ แต่เรื่องความสัมพันธ์อื่น มันจบไปแล้วตั้งแต่วันที่เอมส่งข้อความมาบอกฉันว่าไปอยู่กับแฟนเก่าแล้ว”“ทำไมพี่ถึงไม่ยอมเล่าตอนที่เดียถามคะ”“ตอนนั้นความรู้สึกของฉันยังไม่พร้อมจะบอกเรื่องนี้กับใครจริงๆ แม้กระทั่งพ่อกับแม่ ฉันยังไม่อยากเล่าเลย”“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้และเข้าใจ“ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันเคลียร์แล้ว ทีนี้เธอก็กลับไปอยู่กับฉันนะ”“เดียจะไปอยู่กับพี่ทำไมล่ะ
เมื่อลิเดียกับกิ๊บพากันออกมาจากสวนสนุกก็เรียกแท็กซี่แล้วกลับบ้านไป ลิเดียสบโอกาสจึงบอกให้รถไปส่งที่บ้านของเธอบ้านลิเดีย 19.00 น.เมื่อลิเดียลงจากรถแท็กซี่ โทรศัพท์ของเธอก็มีสายโทรเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นพีรวัสเธอจึงกดรับสาย“ฮัลโหล”(เธอออกจากสวนสนุกหรือยัง)“ค่ะ”(เธอจะกลับมาคอนโดไหม) เขาถามด้วยความคาดหวังอยู่ในใจว่าเธอจะกลับมาที่คอนโดของเขา แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเธอได้โอกาสออกไปแบบนั้นแล้ว จึงคิดว่าเธอคงไม่กลับมาหาเขาแน่“ไม่กลับไปค่ะ”(อืม เธอใกล้ถึงบ้านหรือยัง)“เดียเพิ่งถึงบ้านค่ะ”(งั้นพรุ่งนี้เจอกัน)“…” เธอนิ่งและรู้สึกแปลกใจกับที่เขาบอกว่าพรุ่งนี้เจอกัน แล้วทำไมต้องเจอกันอีก(พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอที่บ้าน)“พี่จะตามมารังควานเดียไปถึงไหน”(หึหึ ถึงขั้นพูดว่าตามรังควานเลยเหรอ) เขาหลุดหัวเราะกับคำว่ารังควานที่คนตัวเล็กพูดออกมา“หรือมันไม่จริงล่ะ”(พรุ่งนี้ฉันจะไปกินข้าวที่บ้านเธอ เธออยากกินอะไรบ้าง เดี๋ยวฉันซื้อไปฝาก)“เดียไม่ได้อยากได้อะไรจากพี่ แล้วพี่ก็ห้ามมาบ้านเดียอีกเด็ดขาด” พูดจบเธอก็กดวางสายแล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับล็อกประตูวันต่อมาติ๊ง!เมื่อประตูลิฟต์เปิดพีรวัสก็ก้าว
วันเวลาผ่านไปเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่ลิเดียอยู่กับพีรวัสและทำหน้าที่เป็นแฟนกำมะลอของเขา ตอนนี้ลิเดียอยู่ปีสอง และเขาก็อยู่ปีสี่ในระยะเวลาที่ผ่านมานี้ การที่เธอได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาทุกวัน มันจึงทำให้ลิเดียรู้สึกผูกพันกับเขาและชอบเขามีความรู้สึกอยากครอบครองเขาให้มาเป็นแฟนของเธอจริงๆ แบบนี้หรือเปล่าที
คอนโด 01.20 น.เมื่อออกจากโรงแรมหลังจากได้ระบายอารมณ์นั้นกับสาวเสร็จ พีรวัสก็ขับรถมุ่งหน้ามายังคอนโดทันที ที่ผ่านมาถึงเขาจะมีเรื่องอย่างว่ากับสาวๆที่ติดต่อมา ทว่าเขาไม่เคยนอนค้างไปจนถึงเช้า พอน้ำแตกก็แยกย้ายทันทีชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้องคอนโดก็เห็นแฟนกำมะลอออกจากห้องนอนของเธอมาพอดีด้วยใบหน้าง
หกเดือนต่อมาเป็นเวลาหกเดือนแล้วที่ลิเดียมาทำหน้าที่เป็นแฟนกำมะลอให้พีรวัส หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นตัวกันสาวๆในมหาวิทยาลัยที่เข้ามาวุ่นวายกับเขานั่นเองส่วนลิเดียที่ได้อยู่กับเขามาหลายเดือนก็รู้สึกอินไปกับสถานะแฟนหลอกๆของเขา บางครั้งเธอก็เผลอคิดไปว่าเป็นแฟนของเขาจริงๆหลายเดือนมานี้เขาจะพาเธอไปห้าง
ร้านอาหารพีรวัสพาลิเดียมาทานข้าวในร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย เมื่อทั้งคู่ทานเสร็จเขาก็พูดกับร่างบางที่นั่งฝั่งตรงข้าม“ทีหลังถ้าใครพูดไม่ดีกับเธอก็ด่ามันไปเลย อย่าปล่อยให้พวกนั้นพูดดูถูกเหมือนวันนี้อีก” เมื่อเขานึกไปถึงพวกสามสาวก็รู้สึกโกรธแทนเธอ เขาไม่ชอบเลยพวกที่ชอบพูดดูถูกคนอื่น“เดียไม







