Masukเธออยู่กับเขาในฐานะแฟนปลอมๆจนเธอรักเขาจริงๆ ในวันที่เขามีแฟนตัวจริง แฟนกำมะลออย่างเธอก็หมดความหมายและต้องจากไปอย่างไม่มีข้อแม้
Lihat lebih banyakแนะนำตัวละคร
พีร์ (พีรวัส) อายุ21ปี สูง 185 เซนติเมตร เรียนปี3 คณะบริหารธุรกิจ ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีอยู่หลายสาขา ลิเดีย อายุ19ปี สูง 158 เซนติเมตร เรียนปี1 คณะบริหารธุรกิจ เป็นนักเรียนทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง . . . . . “ตอนนี้ฉันกับเอมเป็นแฟนกันแล้วนะ” “…” “ฉันกับเอมเพิ่งตกลงเป็นแฟนกันวันนี้” “เดียดีใจกับพี่พีร์ด้วยนะคะ” “ขอบใจ” “ถ้าพี่พีร์มีแฟนแล้ว งั้นเดียขอย้ายกลับไปอยู่บ้านนะคะ” . . . . . "ไอ้พีร์ งานหมั้นของมึงเดือนหน้า มึงชวนลิเดียไปด้วยสิ" "..." ลิเดียที่รู้ว่าเขากำลังจะหมั้นก็ถึงกับชาวาบไปทั้งหัวใจ ก่อนเสียงทุ้มของร่างสูงที่นั่งฝั่งตรงข้ามเธอจะเอ่ยบอกอดีตแฟนกำมะลอที่อยู่ตรงหน้า "เดือนหน้าฉันหมั้นกับเอม เธอไปงานหมั้นของฉันด้วยนะ" "ค่ะ" . . . . . . . . . . . . . . . ร้านคาเฟ่ ร่างสูงของพีรวัสเดินเข้ามาภายในร้านคาเฟ่ที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่ ซึ่งเขากับเพื่อนมักจะเข้ามาบ่อยๆหลังจากเรียนเสร็จ ทว่าวันนี้เขามาคนเดียวเพราะพวกเพื่อนๆอีกสองคนมีธุระที่จะต้องไปทำ หญิงสาวร่างเล็กที่เป็นพนักงานเสิร์ฟตั้งแต่ขึ้นปีหนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงของลูกค้าขาประจำ ซึ่งเขาก็คือรุ่นพี่ที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียว คณะเดียวกับเธอเดินเข้ามาภายในร้านจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับทักทายด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า วันนี้พี่มาคนเดียวเหรอคะ” “อืม” “งั้นก็เชิญนั่งเลยค่ะ” ว่าแล้วเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็เดินเข้าไปหย่อนตัวนั่งยังโต๊ะที่อยู่ติดกับริมหน้าต่าง ก่อนที่เธอจะยื่นเมนูให้เขาเอาไปดู จากนั้นเขาจึงเงยหน้าขึ้นมามองเธอพร้อมกับสั่งไป “เอาข้าวไก่กรอบซอสเทอริยากินะ แล้วก็น้ำเปล่า" "ได้ค่ะ รออาหารสักครู่นะคะ" จากนั้นคนตัวเล็กก็เดินไปส่งออเดอร์ที่หลังร้าน เวลาต่อมา เมื่อพีรวัสรับประทานอาหารเสร็จก็เรียกเธอมาคิดเงิน เขาหยิบแบงค์ห้าร้อยยื่นให้เธอพร้อมกับพูดออกไป “ไม่ต้องทอน” “ขอบคุณค่ะพี่” เธอยกมือไหว้เขาด้วยรอยยิ้มดีใจที่เขาให้ทิปเธอ ซึ่งที่ผ่านมาเขาจะให้ทิปเธอทุกครั้ง เธอทำงานที่นี่มาสองเดือนแล้ว เธอจะเห็นเขากับเพื่อนๆเข้ามาที่นี่เกือบสิบครั้งได้ ทุกครั้งที่เขามาเธอจะทำหน้าที่เข้ามาต้อนรับเขาทุกครั้ง ร่างสูงลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปขึ้นรถสปอร์ตหรูที่จอดอยู่หน้าร้านพร้อมกับขับมุ่งหน้ากลับคอนโดหรูของตัวเองไป วันต่อมา มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ตอนเย็น เมื่อเรียนเสร็จพีรวัสก็สาวเท้าออกจากตึกคณะบริหารแล้วออกมาขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าอาคาร แต่เขายังเดินไปไม่ถึงรถก็มีนักศึกษาสาวสามคนเดินตรงมาหาเขาพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยท่าทีระริกระรี้ “สวัสดีค่ะพี่พีร์ จะกลับแล้วเหรอคะ” “…” เขาตวัดสายตามองสามสาวที่ยิ้มหน้าระรื่นให้เขาแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างเอือมระอา เพราะในแต่ละวันเขาจะเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ นั่นก็คือจะมีทั้งนักศึกษารุ่นน้องและรุ่นเดียวกันเข้าหาเขาจนทำให้เขารู้สึกรำคาญและขาดความเป็นส่วนตัวไป ตั้งแต่เขาเรียนปีหนึ่งจนถึงตอนนี้เขาอยู่ปีสามแล้ว แต่ก็ยังมีนักศึกษาสาวๆไม่ซ้ำหน้าเข้าหาเขาเกือบทุกวันจนเขาอดที่จะหงุดหงิดใจไม่ได้เลย “ไปเที่ยวห้างกันไหมคะพี่พีร์ ไปดูหนังก็ได้ค่ะ” “ไม่” เขาปฏิเสธเสียงแข็ง สีหน้าขรึมแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถและขับออกไปด้วยความเร็ว ปล่อยให้สามสาวที่ยืนอยู่มีสีหน้ารู้สึกขัดใจเป็นอย่างมากที่ต่อให้ตื๊อเขายังไง แต่เขาก็แสดงท่าทีเย็นชาใส่พวกเธอตลอด หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ร้านคาเฟ่ เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่พีรวัสไม่ได้เข้ามาในร้านคาเฟ่นี้ วันนี้พอเรียนเสร็จเขาก็มาหาอะไรกิน ลิเดียที่เห็นรุ่นพี่ตัวสูงเดินเข้ามาในร้านจึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้มตามประสา “สวัสดีค่ะพี่ เชิญนั่งเลยค่ะ” จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปนั่งแล้วสั่งของกิน เวลาต่อมา เมื่อพีรวัสทานเสร็จก็จัดการจ่ายค่าอาหารด้วยแบงค์พันพร้อมกับบอกกับเธอ “เงินทอนฉันให้เธอ” “ขอบคุณนะคะ” เธอยกมือไหว้เอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดีใจ ก่อนเรียวปากหยักได้รูปจะขยับเอ่ยออกไปด้วยสีหน้านิ่งๆ “นั่งคุยกันก่อนสิ ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอ” “ค่ะ” เธอรับคำแล้วหย่อนสะโพกนั่งฝั่งตรงข้ามเขา ก่อนเสียงทุ้มของพีรวัสจะเอ่ยออกไป "เธอชื่ออะไร" "ชื่อลิเดียค่ะ" “เธอเป็นเด็กทุนของมหาลัยใช่ไหม” ที่เขาคิดว่าเธอเป็นเด็กทุน เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนมีค่าเทอมที่สูงมาก จึงคิดว่าถ้าเธอมีเงินคงไม่มาทำงานพาร์ทไทม์แบบนี้ “ใช่ค่ะ” “พ่อแม่ของเธอทำอาชีพอะไร” “พ่อแม่ของเดียเสียด้วยอุบัติเหตุตอนเดียอยู่มอหกค่ะ” “แล้วตอนนี้เธออยู่กับใคร” “อยู่คนเดียวค่ะ” “เธอก็เลยต้องทำงานพาร์ทไทม์เลี้ยงตัวเอง?” “ใช่ค่ะ” “มาทำทุกวันหรือเปล่า” “ทุกวันค่ะ” “ได้ค่าจ้างวันละเท่าไหร่” “ถ้าเป็นวันเสาร์กับวันอาทิตย์ได้วันละสี่ร้อยบาทค่ะ เพราะเดียได้ทำเต็มวัน แต่ถ้าวันที่เดียมีเรียนก็ได้วันละสองร้อยห้าสิบบาทถึงสามร้อยค่ะ” “เธอมีบ้านเป็นของตัวเองหรือเปล่า” “มีค่ะ” “ระยะทางจากบ้านมาเรียนต้องใช้เวลานั่งรถกี่นาที” “สามสิบถึงสี่สิบนาทีค่ะ” “ถ้ามีงานใหม่ที่ได้เงินเดือนเยอะกว่าทีี่เธอทำอยู่ตอนนี้ถึงสามเท่า เธอจะลาออกมาทำไหม” “เดียลาออกจากที่นี่แน่นอนค่ะ ถ้าจะได้เงินเดือนเยอะขนาดนั้น” “เธอมีแฟนหรือเปล่า” “เดียไม่เคยมีแฟนค่ะ” “ฉันมีงานให้เธอทำ” “พี่จะให้เดียทำงานอะไรเหรอคะ” “ฉันจะจ้างให้เธอมาเป็นแฟนปลอมๆของฉัน” “พี่จะจ้างให้เดียไปเป็นแฟนปลอมๆของพี่?!” เธอเบิกตากว้างแล้วถามด้วยสีหน้าตื่นตกใจ เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละว่ามีงานรับจ้างเป็นแฟนปลอมๆด้วย “อืม” “เดียขออนุญาตถามค่ะ ว่าทำไมพี่ถึงต้องจ้างให้เดียไปเป็นแฟนปลอมๆของพี่ด้วย” จากนั้นเขาก็เล่าให้เธอฟังว่าเขารำคาญพวกผู้หญิงที่ชอบเข้าหาเขาไม่เว้นแต่ละวัน ดังนั้นเขาจึงอยากให้ผู้หญิงเหล่านั้นรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว จะได้ไม่ต้องให้พวกผู้หญิงเหล่านั้นเข้ามาวุ่นวายกับเขาเสียที “อ๋อค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้และเข้าใจ “ฉันจะให้เธอเดือนละสามหมื่น ถ้าเธอมาเป็นแฟนปลอมๆของฉัน” “เดียต้องทำงานนี้ไปนานแค่ไหนคะ” “จนกว่าฉันจะเรียนจบ หรือถ้าฉันมีแฟนจริงๆ ฉันก็จะเลิกจ้างเธอ” “…” เธอเม้มปากครุ่นคิดและชั่งใจ จะว่าไปการไปเป็นแฟนหลอกๆของเขามันก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากเลย แถมยังได้เงินเยอะอีกต่างหาก ดีกว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟตั้งหลายเท่า “เธอจะรับข้อเสนอของฉันไหม” “เดียขอรับข้อเสนอของพี่ค่ะ” “ถ้าอย่างนั้น เธอจะต้องย้ายมาอยู่กับฉันที่คอนโด” “เอ่อ เดียต้องย้ายไปอยู่กับพี่ด้วยเหรอคะ” เธอถามด้วยความรู้สึกลำบากใจเมื่อจะต้องย้ายไปอยู่กับเขา ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เธอไม่เคยอาศัยอยู่กับผู้ชาย นอกจากพ่อของตัวเอง “เพื่อให้มันดูสมจริง เธอจะต้องย้ายมาอยู่กับฉัน ตอนไปมหาลัยเราจะต้องไปพร้อมกัน และกลับพร้อมกัน” “เดียคิดว่ามันไม่เหมาะค่ะ ถ้าจะให้เดียไปอยู่กับพี่” “เธอไม่ต้องกลัวไปหรอกว่าฉันจะทำมิดีมิร้ายกับเธอ ฉันเป็นนายจ้างของเธอ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ทำอะไรให้เธอเสียหายจนกว่าการจ้างงานจะสิ้นสุดลง” เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เขาแค่จ้างเธอให้มาเป็นแฟนกำมะลอเพื่อหลอกตาคนอื่น ดังนั้นเขาจะไม่ทำแบบนั้นกับเธอเด็ดขาด ที่ผ่านมาถ้าเขาจะปลดปล่อยอารมณ์นั้น เขากับเพื่อนๆจะติดต่อผู้หญิงที่รับงานพวกนั้นมาปลดปล่อยเป็นครั้งคราว “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ เดียจะย้ายไปอยู่กับพี่” “เธอเลิกงานกี่ทุ่ม” “สองทุ่มค่ะ” “งั้นสองทุ่มฉันจะมารับเธอไปเอาเสื้อผ้าที่บ้าน แล้วย้ายมาอยู่คอนโดฉันวันนี้เลย” “ได้ค่ะ ว่าแต่…พี่ชื่ออะไรคะ” “ชื่อพีรวัส ชื่อเล่นว่าพีร์” “ค่ะพี่พีร์” สิ้นเสียงหวานรับคำ ร่างสูงก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปขึ้นรถสปอร์ตหรูและขับกลับคอนโดของตัวเองที่อยู่ไม่ไกล ส่วนลิเดียเมื่อพีรวัสกลับไปแล้วก็เดินไปหาเจ้าของร้านและบอกว่าขอลาออก จากนั้นเธอจึงทำหน้าที่ของตัวเองต่อร้านกาแฟในโรงพยาบาลในขณะที่ลิเดียกำลังดื่มกาแฟอยู่นั้น เบสที่วันนี้มารับยาประจำให้แม่เมื่อเห็นลิเดียนั่งอยู่ในร้านกาแฟจึงสาวเท้าเข้ามาในร้านก่อนจะทักทาย“ลิเดีย”“สวัสดีค่ะพี่เบส นั่งด้วยกันสิคะ” เบสหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับถามออกไป“ทำไมถึงมานั่งคนเดียวล่ะ พีร์ไปไหน”“พี่พีร์ทำงานอยู่ค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาสวยมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องแฟนเก่าของสามี เบสที่เห็นจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ลิเดียมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”“ไม่มีนี่คะ” เธอปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติ“ไอ้พีร์ทำอะไรให้ลิเดียไม่สบายใจหรือเปล่า”“พี่พีร์ไม่ได้ทำอะไรให้เดียไม่สบายใจค่ะ”“งั้นก็ดี ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะพี่เห็นจากสีหน้าและแววตาของลิเดียแล้ว พี่ก็อดที่จะถามไม่ได้”“เดียขอบคุณพี่เบสมากนะคะที่เป็นห่วงเดีย”แล้วเบสก็หันไปเห็นเอมเดินผ่านหน้าร้านกาแฟก่อนพีรวัสจะเดินตามหลังมาห่างๆ เบสที่เห็นอย่างนั้นจึงนึกรู้และเข้าใจทันที จากนั้นจึงหันมาพูดกับลิเดียที่ยังมีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจอยู่“พี่รู้แล้วว่าลิเดียไม่สบายใจเรื่องอะไร”“…” ลิเดียมองหน้าเบสพลางขมวดคิ้วสงสัยกับสิ่งที่เบสพูด“ที่ลิเดียไม่สบายใจ
หกเดือนผ่านไปผ่านมาหกเดือนแล้วที่พีรวัสกับลิเดียใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาในฐานะคู่รัก ทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้วในวันแต่งงานเมื่อสี่เดือนก่อนวันนี้พีรวัสมาทำงานอย่างเช่นทุกๆวันในขณะที่ลิเดียก็อยู่คอนโด บางวันเขาก็พาลิเดียมาที่โรงพยาบาลด้วยเพราะกลัวว่าเธอจะเบื่อที่ต้องอยู่คอนโดคนเดียวในขณะที่เขากำลังทำงานอยู่นั้นประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาจากลิเดีย พีรวัสที่เห็นว่าเป็นเมียตัวเล็กจึงเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มดีใจที่เมียมาหา“อ้าวลิเดีย จะมาทำไมถึงไม่โทรมาบอกพี่ล่ะ พี่จะได้ให้คนไปรับ” เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปหาร่างบางอย่างกระตือรือร้นแล้วจับมือเธอพาไปนั่งกันที่โซฟาตัวใหญ่“แค่หารถมาที่นี่ไม่ได้ลำบากอะไรเลยค่ะ ได้ช่วยเหลือตัวเองบ้างจะได้ไม่ต้องสบายจนเกินไป” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส“พี่อยากดูแลเดียให้อยู่สุขสบาย พี่ไม่อยากให้เดียเหนื่อย พี่เหนื่อยคนเดียวก็พอแล้ว พี่ไม่อยากให้เมียพี่ต้องมาเหนื่อยด้วย” เขายิ้มละมุน“ใครบอกว่าเดียไม่เหนื่อยล่ะ” เธอพูดด้วยท่าทีหยอกเย้า ร่างสูงที่รู้ว่าคนตัวเล็กจะสื่อถึงอะไรจึงพูดออกไปด้วยความหยอกล้อเช่นกัน“ถ้าเดียบอกว่าเหนื่อยเพราะงานบนเตียง มันก็ช่วยไม่ได้นะ…”
วันต่อมา ตอนเย็นพีรวัสไปหาพ่อกับแม่ที่บ้านแล้วเล่าเรื่องของเอมที่นอกใจเขาให้พ่อกับแม่ฟังอย่างละเอียด พ่อกับแม่ตกใจมากที่ได้รู้และรู้สึกสงสารลูกชายมากที่ถูกแฟนทำแบบนั้น“แต่พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงผมนะครับ เพราะตอนนี้ผมมีแฟนใหม่แล้ว”“ใครเหรอลูก ทำไมถึงไม่พามาด้วยล่ะ” แม่ถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น“ผมชวนแล้วครับ แต่เธอบอกว่าค่อยมาวันหลัง เพราะเธออยากให้ผมมาคุยธุระกับพ่อแม่เป็นการส่วนตัว ผมเคยพาเธอมากินข้าวที่นี่แล้วครับ” เมื่อพีรวัสเปรยออกมาแบบนั้น วิทวัสกับเกศรินก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนที่เกศรินจะนึกขึ้นได้แล้วถามออกไปด้วยท่าทีตื่นเต้น“แฟนใหม่ของลูกคือหนูลิเดียใช่ไหม”“ใช่ครับ” เขายิ้มอ่อน“ถ้าเป็นหนูลิเดีย แม่ก็ดีใจนะ เพราะเท่าที่แม่ดูๆและได้คุยกันบ้าง แม่ว่าหนูลิเดียก็เป็นคนที่นิสัยดีเลยละ” “แล้วจะจัดงานหมั้นไหม” คนเป็นพ่อถาม“ไม่ต้องจัดหรอกครับ ผมกะว่าค่อยแต่งทีเดียวเลย คงจะไม่กี่เดือนนี้แหละ แม่หาฤกษ์แต่งไว้ให้ด้วยนะครับ”“ได้เลยลูก แม่ขอให้ลูกมีความสุขกับรักครั้งใหม่นะ”“พ่อก็ขอให้ลูกมีความสุขกับรักครั้งใหม่” พ่อแม่อวยพรลูกชายพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่น“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ”
คอนโดเมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องคอนโดหรูที่มีขนาดพื้นที่มากกว่าคอนโดเก่า ลิเดียที่ยังรู้สึกคาใจอยู่กับเรื่องๆหนึ่งอยู่จึงเอ่ยออกไป“พี่พีร์คะ”“ครับ ลิเดียมีเรื่องอะไรยังสงสัยอีกหรือเปล่า” ใบหน้าหล่อหันมาขานรับพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“มีค่ะ”“งั้นก็ไปนั่งกันก่อนนะ” ว่าแล้วทั้งสองก็พากันไปนั่งบนโซฟาหรูในห้องโถงกว้าง ก่อนร่างสูงจะหันถาม“ลิเดียยังสงสัยเรื่องอะไร ก็ถามมาได้เลย”“คืนนั้นที่พี่ไปหาเดียที่บ้านตอนดึก พี่คิดอะไรอยู่คะถึงได้ไปหาเดีย”“ถ้าพี่บอกแล้ว ลิเดียอย่าโกรธพี่นะ”“ค่ะ”“หลังจากที่พี่รู้ว่าเอมไปอยู่กับแฟนเก่า พี่ก็เครียดมาก ทั้งโกรธทั้งแค้นเลยละ พี่อยู่กับความเครียดและความโกรธแค้นมาเป็นเดือน จนคืนนั้นพี่โทรชวนเบสกับกอล์ฟมาดื่มด้วยกัน…”“คืนนั้นพี่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เยอะมาก แล้วเบสก็พูดกับพี่ว่าอาการของพี่เหมือนกับคนไปโกรธแค้นใครมา อยู่ๆเบสก็พูดว่าถ้าใครทำให้โกรธและแค้นก็ให้ทำกลับเหมือนกับที่เขาทำกับเรา…”“พอพี่ได้ยินเบสพูดแบบนั้น มันเหมือนกับว่ามีอะไรมาดลใจให้พี่คิดอะไรขึ้นมาได้ ตอนนั้นพี่คิดว่า ในเมื่อเอมไปทำแบบนั้นกับผู้ชายอื่นได้ พี่ก็จะไปทำแบบนั้นกับผู้หญิงอื่น
วันต่อมาเมื่อลิเดียรู้สึกตัวตื่นก็หันมองคนด้านข้างจึงเห็นว่าเขายังหลับอยู่ เห็นอย่างนั้นเธอจึงคิดว่าหนีกลับบ้านตอนที่เขาหลับนี่แหละ เมื่อคิดได้อย่างนั้น ร่างบางก็ค่อยๆลุกจากที่นอนพร้อมกับหยิบเสื้อกับกางเกงที่ตกอยู่ข้างเตียงไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน เสร็จแล้วก็ออกมาจึงเห็นว่าเขากำลังลุกจาก
ร่างอรชรที่อยู่ในเสื้อเชิ๊ตตัวใหญ่ของเขาออกจากห้องน้ำมาก็เห็นร่างสูงนอนอยู่บนเตียง เธอยืนมองเขานิ่งๆพลางคิดว่าคืนนี้เธอต้องนอนกับเขาอีกเหรอ เขาจะทำแบบนั้นกับเธออีกหรือเปล่าพีรวัสหันมามองร่างบางเมื่อเห็นเธอยังยืนอยู่จึงพูดออกไป“มานอนสิ”“พี่พีร์ไปนอนห้องโน้นได้ไหมคะ”“ฉันไม่อยากเข้าไปนอนในห้องโน้น
"สวัสดีค่ะพี่เบส พี่กอล์ฟ" "สวัสดีค่ะพี่ๆ" กิ๊บทักทายทุกคนที่อยู่ในห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วเบสกับกอล์ฟก็เอ่ยทักทายสองสาวกลับไปด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง"สวัสดีครับน้องๆ นั่งสิ" จากนั้นสองสาวก็หย่อนสะโพกนั่งบนเก้าอี้ข้างๆกัน ก่อนที่อาหารที่เบสสั่งไว้ก่อนแล้วจะถูกนำเข้ามาเสิร์ฟ แล้วเบสก็พูดกับสองสาวร
วันต่อมาร่างเล็กสมส่วนของลิเดียที่อยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัวออกจากห้องมาพร้อมกับกระเป๋าผ้าใบโปรดที่สะพายอยู่บนไหล่บาง พีรวัสที่ออกมาจากห้องตัวเองพอดีเมื่อเห็นเธอจึงพูดออกไป“วันนี้เธอนั่งรถไปมหาลัยกับฉันก็ได้นะ วันนี้เอมไม่มีเรียน ฉันก็เลยไม่ต้องไปรับเขา”“เดียหารถไปเองดีกว่าค่ะ พี่พีร์ไปเถอะ” เธอบอ






Ulasan-ulasan