Share

บทที่ 9 คนร้ายตัวจริง

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-09-16 11:31:34

หิมะแรกที่ตกลงบนหุบเขาเมื่อหลายวันก่อนละลายหายไปแล้ว แต่ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นในกระท่อมไม้กลางพายุ กลับยังคงอยู่ในหัวใจของหลินเสี่ยวอวี่ไม่เสื่อมคลาย

หลังกลับถึงเมืองหลวง

เซียวจิ่นอันไม่ได้ส่งนางกลับจวนสกุลหลินทันทีเหมือนทุกครั้ง หากกลับพาไปยังจวนแม่ทัพก่อน ด้วยเหตุผลเพียงประโยคเดียว

"มีบางเรื่อง...ข้าอยากให้เจ้าช่วย"

เพียงเท่านั้น หลินเสี่ยวอวี่ก็ยอมตามเขามาอย่างไม่ลังเล

...

ห้องหนังสือของจวนแม่ทัพเต็มไปด้วยม้วนเอกสารกองสูง แผนที่เมืองหลวงถูกคลี่กางอยู่กลางโต๊ะ หมุดไม้สีแดงหลายอันถูกปักลงตามจุดต่าง ๆ

เซียวจิ่นอันยืนกอดอกอยู่หน้าแผนที่ ขณะที่เฉินเฟิงกำลังรายงานผลการสืบสวน

"ตรวจสอบคำให้การของมือสังหารแล้วขอรับ"

"เงินที่ใช้จ้างพวกมัน..."

"ผ่านพ่อค้าสามทอด"

"แต่สุดท้าย...ไปจบที่สำนักบัญชีของอัครมหาเสนาบดี"

หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก

ประโยคนี้...เหมือนในนิยายไม่มีผิด ตอนแรกของเรื่อง ทุกหลักฐานต่างชี้ไปยังอัครมหาเสนาบดี ทำให้เซียวจิ่นอันเชื่อว่าอีกฝ่ายคือศัตรู แต่ความจริง...ทั้งหมดเป็นเพียงการจัดฉาก

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น หากครั้งนี้เดินตามเนื้อเรื่องอีก พระเอกจะเสียเวลาไปหลายเดือน และนั่นเอง...จะเป็นจุดเริ่มต้นของกับดักที่ทำให้เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เซียวจิ่นอันหันมามองนาง

"เจ้าคิดอย่างไร"

หลินเสี่ยวอวี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปดูแผนที่ เธอจำทุกเหตุการณ์ได้ แต่หลังจากบทที่หก...เธอไม่กล้ามั่นใจเหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่เปลี่ยนเนื้อเรื่องมักมีบางสิ่งเปลี่ยนตาม

"ข้า..." เธอพูดช้า ๆ

"คิดว่าหลักฐานชุดนี้"

"...ตั้งใจให้ท่านเห็น"

เฉินเฟิงขมวดคิ้ว

"หมายความว่าอย่างไร"

"หากคนร้ายคืออัครมหาเสนาบดีจริง"

"เขาจะทิ้งร่องรอยไว้ชัดเจนเช่นนี้หรือ"

ภายในห้องเงียบลงทันที เซียวจิ่นอันมองหมุดสีแดงบนแผนที่อีกครั้ง ก่อนถามเสียงเรียบ

"เจ้าคิดว่า...มีคนกำลังชี้นำข้า"

หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้าเบา ๆ

"ใช่"

"เหมือนกำลังบอกท่านว่า"

"...ศัตรูคืออัครมหาเสนาบดี"

เฉินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"แต่หากไม่ใช่เขา แล้วจะเป็นผู้ใด"

คำถามนั้นทำให้หลินเสี่ยวอวี่ใจเต้นแรง เธอรู้คำตอบแต่ไม่กล้าพูด เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด...มีฐานะสูงเกินไป หากกล่าวหาโดยไร้หลักฐาน แม้แต่เซียวจิ่นอันก็อาจตกเป็นฝ่ายผิด หญิงสาวจึงเปลี่ยนคำพูด

"ข้าคิดว่า...คนผู้นั้น"

"ต้องเป็นคนที่สามารถแตะต้องทั้งกรมคลัง...กองทัพ...และราชสำนักได้พร้อมกัน"

เซียวจิ่นอันเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมวาววับ นั่นเป็นสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่เช่นกัน คนที่จะจัดฉากได้ถึงเพียงนี้ ย่อมไม่ใช่ขุนนางธรรมดา

...

ตกเย็น

หลังจากเฉินเฟิงออกไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมาย

ภายในห้องหนังสือก็เหลือเพียงเซียวจิ่นอันกับหลินเสี่ยวอวี่ ทั้งสองนั่งเงียบ ๆ ท่ามกลางกองเอกสาร เซียวจิ่นอันปิดม้วนรายงานลง ก่อนถามขึ้นโดยไม่มองหน้า

"เสี่ยวอวี่"

"อืม"

"เจ้ากลัวหรือไม่"

นางชะงัก

"กลัวอะไร"

"ยิ่งเจ้าช่วยข้ามากเท่าไร เจ้าก็ยิ่งเข้าใกล้อันตราย"

หลินเสี่ยวอวี่ยิ้มบาง ๆ

"ข้าเคยกลัว"

"แต่ตอนนี้..." นางหันไปสบตาเขา

"ข้าไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว"

คำตอบนั้นทำให้เซียวจิ่นอันยกยิ้มอย่างอ่อนโยน

เพียงเสี้ยววินาที ก่อนสีหน้าจะกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง เขาหยิบตราหยกชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากลิ้นชัก

"นี่คือของที่พบในตัวมือสังหาร"

หลินเสี่ยวอวี่รับมาดู ลวดลายมังกรห้ากรงเล็บถูกสลักไว้อย่างประณีต ด้านหลังมีอักษรตัวเล็ก ๆ หนึ่งตัว

"เฉิง"

เพียงเห็นอักษรนั้น หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่ก็แทบหยุดเต้น

ในนิยาย...นี่คือสัญลักษณ์ของกลุ่มลับที่ขึ้นตรงต่อ...รัชทายาท แต่เรื่องนี้จะถูกเฉลยเกือบตอนจบ เหตุใดหลักฐานจึงมาอยู่ตรงหน้าตั้งแต่ตอนนี้ หรือว่า...เนื้อเรื่องกำลังเปลี่ยนไปอีกแล้ว หญิงสาวกำตราหยกแน่น ก่อนพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

"หรือ...คนร้าย...กำลังเปิดเผยตัวเร็วขึ้น"

เซียวจิ่นอันหันมามองนางทันที

"เจ้าพูดว่าอะไร"

หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้น สีหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเป็นครั้งแรก...ที่เธอรู้สึกว่า ต่อจากนี้ แม้แต่ความทรงจำจากนิยาย ก็อาจเชื่อถือไม่ได้อีกแล้ว

ภายในห้องหนังสือเงียบงัน

สายตาของเซียวจิ่นอันยังคงจับจ้องอยู่บนใบหน้าของหลินเสี่ยวอวี่ เขาเห็นชัดว่า...นางไม่ได้ตกใจเพราะเห็นตราหยก แต่ตกใจเพราะ "รู้จัก" มัน

"เสี่ยวอวี่" น้ำเสียงของเขานุ่มกว่าปกติ

"ตราหยกชิ้นนี้...เจ้าเคยเห็นมาก่อนหรือ"

หลินเสี่ยวอวี่ก้มมองของในมือ ลวดลายมังกรห้ากรงเล็บยังคงชัดเจน ส่วนอักษรคำว่า "เฉิง" ที่สลักไว้ด้านหลัง ทำให้ภาพในนิยายผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว

ในเนื้อเรื่องเดิม...ตราหยกนี้จะปรากฏอีกครั้งหลังจากเซียวจิ่นอันถูกใส่ร้ายว่าคิดก่อกบฏ ตอนนั้นเขาต้องใช้เวลานานกว่าจะค้นพบว่า "เฉิง" ไม่ใช่ชื่อคน แต่เป็นชื่อหน่วยลับของรัชทายาท แล้วเหตุใด...มันจึงมาอยู่ตรงหน้าเร็วกว่ากำหนดหลายเดือน

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก

"ข้า..."

"ไม่เคยเห็น" เธอเลือกตอบเพียงครึ่งเดียว

"แต่รู้สึก...เหมือนเคยเห็นในความฝัน"

เซียวจิ่นอันไม่ได้ซักต่อ แม้เขาจะรู้ว่านางยังปิดบังบางอย่าง แต่เขาเคยให้สัญญาไว้แล้ว หากนางยังไม่พร้อมพูด เขาจะไม่บังคับ เขารับตราหยกคืน ก่อนหมุนมันไปมาในมือ

"เฉินเฟิง"

"เคยตรวจสอบแล้ว"

"ไม่มีขุนนางคนใดใช้ตราเช่นนี้"

หลินเสี่ยวอวี่นิ่งคิด ในเมื่อเนื้อเรื่องเริ่มเปลี่ยน บางที...เธออาจไม่ควรยึดติดกับสิ่งที่เคยอ่านทั้งหมด แต่ควรช่วยสืบจากหลักฐานจริงตรงหน้า

"ท่านแม่ทัพ" เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะ

"ข้าขอดูบัญชีที่ยึดมาจากคลังเสบียงได้หรือไม่"

เซียวจิ่นอันพยักหน้า เขาหยิบสมุดบัญชีเล่มหนาส่งให้นาง หลินเสี่ยวอวี่เปิดทีละหน้าอย่างตั้งใจ ตัวเลขมากมายเรียงเต็มหน้ากระดาษ หากเป็นคนทั่วไปคงดูไม่ออกว่าผิดปกติตรงไหน แต่เพราะเคยอ่านนิยาย...เธอจำรายละเอียดเล็ก ๆ ได้ หญิงสาวขมวดคิ้ว

"...แปลก"

เซียวจิ่นอันเดินเข้ามายืนข้างนาง

"พบอะไร"

หลินเสี่ยวอวี่ชี้ไปยังตัวเลขหลายบรรทัด

"เสบียงที่ส่งไปชายแดนเหนือ จำนวนไม่ตรงกัน ตรงนี้ระบุว่าข้าวหนึ่งหมื่นหาบ"

"แต่ตราประทับรับของ กลับเป็นเพียงเจ็ดพันหาบ"

เซียวจิ่นอันหรี่ตา ก่อนหยิบบัญชีอีกเล่มมาเทียบ ไม่นาน สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้น

"จริงด้วย"

เฉินเฟิงที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาได้ยินพอดี

"เป็นไปได้หรือ ผู้ใดจะกล้าปลอมบัญชีเสบียงกองทัพ"

หลินเสี่ยวอวี่พลิกไปอีกหลายหน้า ยิ่งดู...ความผิดปกติก็ยิ่งมาก เงิน อาวุธ ม้าและเสบียง ล้วนมีตัวเลขคลาดเคลื่อน

แต่ทุกครั้ง...เอกสารจะได้รับตราอนุมัติจากคนคนเดียว หญิงสาวใช้นิ้วแตะตราประทับสีแดง ก่อนเงียบไป เซียวจิ่นอันสังเกตเห็น

"รู้จักหรือ"

หลินเสี่ยวอวี่ส่ายหน้า

"ไม่"

"แต่คนผู้นี้...ต้องมีอำนาจสูงมาก"

"หากไม่มีอำนาจ ไม่มีทางทำให้ทุกหน่วยลงตรารับรองได้"

เซียวจิ่นอันพยักหน้าช้า ๆ ความคิดของทั้งสองเริ่มตรงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่ขุนนางผู้หนึ่ง แต่เป็นผู้ที่สามารถสั่งการทั้งราชสำนักได้ ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

ก๊อก... ก๊อก...

เฉินเฟิงเปิดประตูออก

ทหารลาดตระเวนรีบคุกเข่าลง

"รายงาน!"

"พบศพชายผู้หนึ่งนอกเมือง คาดว่าเป็นคนส่งสาร"

"แต่...ในตัวไม่มีจดหมาย"

เซียวจิ่นอันถามทันที

"มีสิ่งใดเหลืออยู่"

ทหารผู้นั้นยื่นเศษผ้าไหมผืนเล็กออกมา

"พบเพียงสิ่งนี้ขอรับ"

หลินเสี่ยวอวี่มองเพียงแวบเดียว หัวใจกลับเต้นแรง บนผ้าไหมสีดำ...ปักด้ายสีทองเป็นรูปมังกรห้ากรงเล็บ เหมือนกับลวดลายบนตราหยกไม่มีผิด หญิงสาวเผลอพึมพำออกมา

"มังกรห้ากรงเล็บ..."

เฉินเฟิงขมวดคิ้ว

"มังกรห้ากรงเล็บใช้ได้เฉพาะเชื้อพระวงศ์"

"หรือว่า..."

เขาเงียบลงทันที เพราะสิ่งที่กำลังคิด เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะเอ่ยออกมา

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน

เซียวจิ่นอันค่อย ๆ กำเศษผ้าไหมไว้แน่น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ตั้งแต่วันนี้ การสืบคดีนี้"

"ห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้"

"แม้แต่ขุนนางในราชสำนัก"

"ผู้ใดถาม...ให้ตอบว่าเรายังสงสัยอัครมหาเสนาบดีเช่นเดิม"

เฉินเฟิงเบิกตา ก่อนเข้าใจความหมายทันที หากคนร้ายตัวจริงอยู่สูงกว่านั้น การแหวกหญ้าให้งูตื่นตอนนี้ เท่ากับส่งทุกคนไปตาย หลินเสี่ยวอวี่สบตากับเซียวจิ่นอัน ทั้งสองต่างรับรู้ตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยออกมา เกมนี้...เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

เสียงฝนโปรยลงบนชายคาจวนแม่ทัพเบา ๆ

หลังจากทหารลาดตระเวนออกจากห้องหนังสือ บรรยากาศภายในกลับยิ่งเงียบงันกว่าเดิม ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำว่า "รัชทายาท" แต่ทุกคนต่างรู้ดี...ผู้ที่สามารถใช้ตรามังกรห้ากรงเล็บได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา เฉินเฟิงเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ

"ท่านแม่ทัพ"

"หากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์จริง...พวกเราจะทำอย่างไร"

เซียวจิ่นอันวางเศษผ้าไหมลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง แต่ดวงตากลับเฉียบคมกว่าเดิม

"หลักฐานยังไม่พอ"

"ต่อให้ข้าสงสัยผู้ใด"

"ก็ไม่มีสิทธิ์กล่าวหา"

เฉินเฟิงพยักหน้า เขาติดตามเซียวจิ่นอันมาหลายปี รู้ดีว่าแม่ทัพผู้นี้ไม่เคยตัดสินผู้ใดจากความรู้สึก ทุกอย่างต้องมีหลักฐานเสมอ

"ดังนั้น..." เซียวจิ่นอันเงยหน้าขึ้น

"พวกเราจะทำเหมือนไม่รู้อะไร"

"ปล่อยให้อีกฝ่ายคิดว่า"

"ข้ายังหลงเชื่อหลักฐานที่ชี้ไปยังอัครมหาเสนาบดี"

เฉินเฟิงยิ้มบาง ๆ

"ล่อเสือให้ออกจากถ้ำ"

"ใช่" แม่ทัพหนุ่มตอบสั้น ๆ

"เมื่อศัตรูคิดว่าตนเองชนะ"

"ย่อมเปิดช่องโหว่"

หลินเสี่ยวอวี่มองชายตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ นี่คือเซียวจิ่นอันที่เธอหลงรักจากในนิยาย สุขุม รอบคอบ ไม่ผลีผลาม แต่ครั้งนี้...เขาไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพังอีกแล้ว

...

ตกค่ำ

หลังจัดการงานทั้งหมดเสร็จ เซียวจิ่นอันเดินออกมาส่งหลินเสี่ยวอวี่ที่หน้าจวน รถม้าของสกุลหลินจอดรออยู่แล้ว แต่หญิงสาวกลับยังไม่รีบขึ้นรถ

"ท่านแม่ทัพ"

"อืม"

"ท่านเชื่อข้าหรือ"

คำถามนั้นทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหันมาสบตาเธอ

"เรื่องใด"

"ทุกเรื่อง"

หลินเสี่ยวอวี่ยิ้มเจื่อน ๆ

"เรื่องความฝัน...เรื่องลางร้าย...เรื่องที่ข้าพูด..."

"...ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน"

เซียวจิ่นอันมองใบหน้าของนางอยู่นาน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ตอนแรก...ข้าไม่เชื่อ"

"ตอนนี้เล่า"

เขายกยิ้มบาง ๆ

"ข้ายังไม่เข้าใจ แต่ข้าเชื่อ"

หลินเสี่ยวอวี่รู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ คำว่า "เชื่อ" จากปากของคนผู้นี้ มีค่ามากกว่าคำหวานใด ๆ

"แต่..." เซียวจิ่นอันพูดต่อ

"ต่อให้เจ้าจะมองเห็นอนาคต เจ้าก็อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว"

"จำคำที่ข้าพูดในคืนหิมะได้หรือไม่"

หญิงสาวพยักหน้าเบา ๆ

"จำได้"

"เช่นนั้นก็ดี"

เขามองนางด้วยแววตาอบอุ่น

"เพราะต่อจากนี้"

"ศัตรูของพวกเรา...อันตรายกว่าที่ผ่านมา"

หลินเสี่ยวอวี่กำชายแขนเสื้อแน่น เธอรู้ดีกว่าใคร หากเป็นเนื้อเรื่องเดิม หลังจากจุดนี้...คนที่อยู่เบื้องหลังจะเริ่มลงมือด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือ เมื่อเนื้อเรื่องเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ แผนการของอีกฝ่ายจะเปลี่ยนตามหรือไม่

"ข้าจะระวัง" นางตอบเบา ๆ

เซียวจิ่นอันพยักหน้า ก่อนยื่นมือออกมา

"ขึ้นรถเถิด"

หลินเสี่ยวอวี่วางมือบนฝ่ามือของเขา เขาช่วยประคองนางขึ้นรถอย่างอ่อนโยน ก่อนม่านรถจะปิดลง หญิงสาวยังคงมองเขาผ่านช่องม่านเล็ก ๆ จนรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนออกจากจวน

...

คืนนั้น

ภายในตำหนักบูรพา

บุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังฉากผ้าไหมสีทอง แสงเทียนส่องให้เห็นเพียงปลายคางและรอยยิ้มบาง ๆ ชายชุดดำคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

"กราบทูล...แม่ทัพเซียวเริ่มเปลี่ยนทิศทางการสืบแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ก่อนเสียงทุ้มเย็นเยียบจะดังขึ้น

"เร็วกว่าที่คิด"

นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะ

"ผู้หญิงคนนั้น...ยังอยู่ข้างกายแม่ทัพหรือ"

"พ่ะย่ะค่ะ"

"นางติดตามแม่ทัพแทบทุกครั้ง"

เจ้าของเสียงหัวเราะเบา ๆ แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก

"น่าสนใจ"

"เดิมที...หมากตัวนี้ไม่ควรมีอยู่บนกระดาน"

เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เงาร่างสูงทอดยาวไปตามพื้นหิน แม้ใบหน้าจะยังถูกซ่อนอยู่ในความมืด แต่บนโต๊ะตรงหน้า กลับวางตราหยกมังกรห้ากรงเล็บอีกชิ้นหนึ่ง เหมือนกับที่เซียวจิ่นอันค้นพบทุกประการ

"หากนางทำให้เกมของข้าเปลี่ยน"

"ก็จงลบนางออกจากกระดานเสีย"

ชายชุดดำก้มศีรษะทันที

"รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ"

เมื่อประตูตำหนักปิดลง บุรุษปริศนาค่อย ๆ หันไปมองพระจันทร์นอกหน้าต่าง ก่อนมุมปากจะยกเป็นรอยยิ้มเย็นชา

"เซียวจิ่นอัน..."

"เจ้าคิดว่ากำลังไล่ตามความจริง"

"แต่ความจริง..."

"ข้าต่างหากที่กำลังล่อให้เจ้าเดินเข้ามา"

เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังก้องอยู่ในตำหนักอันเงียบงัน โดยไม่มีผู้ใดรู้ว่าศัตรูที่แท้จริง...ได้เริ่มจับตามองหลินเสี่ยวอวี่แล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 15 หน้าสุดท้ายของนิยาย

    หนึ่งปีต่อมาฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง สายลมอ่อนพัดผ่านต้นเหมยที่กำลังผลิดอกสีขาวสะพรั่งตลอดสองฟากถนนเมืองหลวงในวันนี้แตกต่างจากเมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างสิ้นเชิงกำแพงเมืองที่เคยเต็มไปด้วยประกาศจับกุม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยประกาศลดภาษีและการฟื้นฟูบ้านเมืองหอประวัติศาสตร์หลวงซึ่งเคยถูกไฟไหม้ ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ตามพระราชโองการ พร้อมเปิดห้องเก็บต้นฉบับประวัติศาสตร์ให้ตรวจสอบได้โดยเหล่าขุนนางผู้รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เรื่องราวของผู้ชนะเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นความจริงของคนทั้งแผ่นดินอีกราชพงศาวดารฉบับใหม่ถูกเรียบเรียงขึ้น ในนั้นไม่มีชื่อของ "กบฏเซียวจิ่นอัน" มีเพียงชื่อของแม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดินด้วยชีวิตหลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่หน้าระเบียงเรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพ นางทอดสายตามองทหารหนุ่มจำนวนหนึ่งที่กำลังฝึกฝนอยู่ในลานกว้าง เสียงหัวเราะของเหล่าทหารดังเป็นระยะภาพเช่นนี้หาได้ยากในอดีตครั้งหนึ่งจวนแห่งนี้เต็มไปด้วยความกดดัน ความหวาดระแวง และเงาของการเมืองแต่บัดนี้...ที่นี่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา"ฮูหยิน" เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านหลัง"ได้เวลาแต่งตัวแล้วเจ้าค่ะ"หลินเสี่ยวอวี่หันกลับมา ยิ้

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 14 เปลี่ยนประวัติศาสตร์

    รุ่งอรุณวันถัดมาเหนือกำแพงเมืองหลวง กลุ่มควันสีดำค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่บนไหล่เขา มองไปยังปลายทางด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง"หอประวัติศาสตร์..." นางพึมพำเบา ๆแม้จะอยู่ห่างออกมาหลายลี้ แต่ยังมองเห็นควันไฟได้อย่างชัดเจน พวกเขามาช้าไปหรือเซียวจิ่นอันยืนเคียงข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ"ไม่" เขาตอบสั้น ๆ"หากพวกมันเผาหลักฐาน...แปลว่าหลักฐานนั้นมีอยู่จริง"หลินเสี่ยวอวี่หันมองเขา แม้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด ชายคนนี้ก็ยังมองเห็นโอกาสจากวิกฤตเสมอในเวลานั้นเองเสียงม้าควบก็ดังขึ้นจากเชิงเขา เฉินเฟิงนำทหารกลุ่มหนึ่งมาหยุดตรงหน้า ทุกคนสวมเสื้อคลุมธรรมดาเพื่ออำพรางตัว แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความเร่งรีบ"ท่านแม่ทัพ!" เฉินเฟิงรีบลงจากหลังม้า"คนของเรากลับมาแล้ว""เป็นอย่างไร"เฉินเฟิงสูดหายใจลึก"เมื่อคืนมีคนบุกเข้าไปในหอประวัติศาสตร์จริง""เกิดเพลิงไหม้หลายจุด""แต่..." เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากถุงผ้า"ก่อนไฟจะลาม""บรรณารักษ์ชราคนหนึ่งแอบส่งสิ่งนี้ให้คนของเรา"เซียวจิ่นอันรับกล่องไม้มาถือไว้ ตัวกล่องทำจากไม้จันทน์เก่า แกะสลักตราหอประวัต

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 13 หนังสือโกหก

    รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนอย่างเงียบงันหมอกสีขาวลอยปกคลุมหุบเขา บ้านไม้ร้างที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงขวานกระทบฟืน นางลืมตาขึ้นก็พบว่าเซียวจิ่นอันกำลังผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน แม้เพิ่งหลบหนีจากคุกหลวงได้เพียงคืนเดียว แต่เขากลับสงบนิ่งราวกับเป็นเพียงเช้าวันธรรมดาเมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็วางขวานลงทันที"ตื่นแล้วหรือ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้าเบา ๆ เมื่อคืนหลังเปิดเผยความจริงทั้งหมด นางกลับหลับสนิทที่สุดนับตั้งแต่ย้อนเวลามา เพราะไม่มีความลับให้ต้องแบกอีกต่อไปเซียวจิ่นอันยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้นาง"อากาศเย็น ดื่มเสียหน่อย"หญิงสาวรับมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ยังไม่ทันเอ่ยอะไร เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากท้ายป่าเฉินเฟิง เขาวิ่งมาจนเสื้อผ้าเปียกโชก หายใจหอบหนัก ก่อนหยุดลงตรงหน้าทั้งสอง"ท่านแม่ทัพ!""มีข่าวหรือ"เฉินเฟิงพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียดผิดปกติ"เมื่อคืนหลังพาท่านออกมา คนของเราลอบเข้าไปที่จวนแม่ทัพ""ข้ากลัวว่าทางวังจะค้นเอกสารสำคัญ จึงให้พวกเขาเก็บของทุกอย่างที่เหลืออยู่"เขาหยิบห่อผ้าสีหม่นออกมาวางบนโต๊ะไม้"ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงบ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 12 ความจริงของหนังสือ

    กลางดึกคืนนั้น สายฝนโปรยปรายลงเหนือเมืองหลวงไม่ขาดสาย ทั่วทั้งคุกหลวงถูกปกคลุมด้วยความมืด มีเพียงแสงคบเพลิงที่สั่นไหวไปตามกำแพงหินเย็นเยียบหลินเสี่ยวอวี่ดึงผ้าคลุมสีดำให้ปิดใบหน้าแน่นขึ้น ข้างกายนางคือเฉินเฟิงและทหารคนสนิทอีกสามนาย ทุกคนล้วนสวมชุดชาวบ้านธรรมดา ไม่มีผู้ใดพูดแม้แต่คำเดียว เพราะต่างรู้ดีว่า...หากพลาดเพียงก้าวเดียว ความผิดฐานช่วยนักโทษหลบหนี มีโทษถึงประหารชีวิตเฉินเฟิงหยุดอยู่ใต้กำแพงด้านทิศตะวันตก"คุณหนู" เขาพูดเสียงเบาที่สุด"คนของเราซื้อเวรยามไว้เพียงครึ่งก้านธูป""หลังจากนั้น จะมีทหารผลัดใหม่เข้ามา""พวกเราต้องรีบ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ในนิยาย แต่เป็นเส้นทางที่นางเลือกเอง เฉินเฟิงเคาะกำแพงหินเบา ๆ สามครั้งครืด...อิฐก้อนหนึ่งค่อย ๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นช่องลับแคบ ๆ ที่ถูกซ่อนไว้"เมื่อครั้งสร้างคุกหลวง" เฉินเฟิงกล่าว"ท่านแม่ทัพเป็นผู้ค้นพบทางนี้""ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง...""...จะต้องใช้มันช่วยตัวเอง"ทุกคนเงียบลง ก่อนทยอยก้มตัวเดินเข้าไปในอุโมงค์...กลิ่นอับชื้นของดินและหินโชยเข้ามา หยดน้ำตกลงจากเพดานเป็นระยะ หลินเสี่ยวอ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 11 จุดจบยังมา

    ประตูตำหนักใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ เสียงบานประตูไม้หนักเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโถงอันโอ่อ่าเซียวจิ่นอันก้าวเข้าไปก่อน หลินเสี่ยวอวี่เดินตามอยู่ครึ่งก้าว ทันทีที่ทั้งสองเข้าสู่ท้องพระโรง ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ยืนเรียงแถวอยู่สองฝั่ง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำ แต่สายตาหลายคู่กลับจับจ้องมายังแม่ทัพหนุ่มไม่วางหลินเสี่ยวอวี่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศผิดปกติ มันไม่ใช่การเรียกเข้าเฝ้าตามปกติ หากเป็นการรอคอยบางสิ่ง...บางสิ่งที่เตรียมไว้แล้ว"ถวายบังคมฝ่าบาท"เซียวจิ่นอันคุกเข่าลงอย่างสงบนิ่ง หลินเสี่ยวอวี่รีบคุกเข่าตาม ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมา พระพักตร์เคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง"เซียวจิ่นอัน""เจ้ารู้หรือไม่...เหตุใดจึงถูกเรียกตัว"แม่ทัพหนุ่มก้มศีรษะ"กระหม่อมไม่ทราบ"ฮ่องเต้ยังไม่ทันตรัสตอบ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากแถวขุนนาง"กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล"หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ บุรุษหนุ่มในฉลองพระองค์สีทองก้าวออกมา ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มอ่อนโยน หากแต่ดวงตากลับเย็นเยียบจนทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตา รัชทายาท เพียงเห็นใบหน้านั้น หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่ก็เต้นแรง คนตรงหน

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 10 ทุกอย่างผิดจากนิยาย

    รุ่งเช้าหลังคืนอันเงียบสงบเมืองหลวงกลับไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็น เสียงกลองประกาศจากหอคอยกลางเมืองดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างตึง! ตึง! ตึง!ผู้คนต่างเปิดประตูบ้านออกมามองถนนด้วยความสงสัย ขุนนางหลายคนรีบขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าวังหลวง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองราวกับไฟลามทุ่ง"ฮ่องเต้ทรงกริ้วอย่างหนัก""กรมพระคลังถูกตรวจค้นตั้งแต่รุ่งเช้า""มีขุนนางถูกจับหลายสิบคน"ภายในจวนสกุลหลินหลินเสี่ยวอวี่กำลังอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง เมื่อได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก นางก็รีบเดินออกไป"เกิดอะไรขึ้น"ชิงเอ๋อร์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา"คุณหนู!...ในวังเกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ""ได้ยินว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้จับกุมขุนนางกรมพระคลังหลายคน"หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก"ตอนนี้เลยหรือ""เจ้าค่ะ"หัวใจของนางเต้นแรง เป็นไปไม่ได้ในนิยาย...เหตุการณ์นี้ต้องเกิดอีกหลายเดือน ไม่ใช่ตอนนี้หญิงสาวรีบย้อนคิดถึงเนื้อเรื่องทั้งหมด หลังจากรัชทายาทเริ่มเคลื่อนไหว ควรมีงานล่าสัตว์หลวงก่อน จากนั้นจึงเกิดคดีโกงเสบียง แล้วถึงจะมีการกวาดล้างกรมพระคลังแต่ตอนนี้...ทุกอย่างกลับสลับลำดับกันหมด"หรือว่า..." นางพึมพำกับตัวเอง"...เพราะเรา"ทุก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status