Share

บทที่ 8 คืนหิมะแรก Nc

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-09-16 11:31:14

ลมหนาวพัดแรงกว่าทุกวันที่ผ่านมา

เมฆสีเทาปกคลุมทั่วท้องฟ้าเหนือเทือกเขาทางเหนือของเมืองหลวง จนแสงอาทิตย์ยามบ่ายแทบส่องลงมาไม่ถึงพื้น

เสียงฝีเท้าม้าดังสม่ำเสมอไปตามทางภูเขาแคบ ๆ

หลินเสี่ยวอวี่นั่งอยู่ในรถม้าของจวนแม่ทัพ มือทั้งสองประคองถ้วยชาร้อนเอาไว้แน่น พลางเปิดม่านออกเล็กน้อยเพื่อมองทิวทัศน์ด้านนอก

"สวยจัง..."

ยอดเขาสูงเรียงตัวสลับซับซ้อน ต้นสนเขียวเข้มทอดยาวสุดสายตา สายหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามไหล่เขา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ออกนอกเมืองหลวง เซียวจิ่นอันซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เงยหน้าขึ้นจากแผนที่ในมือ

"หนาวหรือ"

หลินเสี่ยวอวี่ส่ายหน้า ก่อนยิ้มบาง ๆ

"ไม่เจ้าค่ะ"

"แค่ไม่คิดว่าที่นี่จะสวยขนาดนี้"

เซียวจิ่นอันเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง

"ฤดูหนาวปีนี้มาเร็วกว่าปกติ"

"หากโชคดี..." เขาหยุดไปเล็กน้อย

"...เจ้าคงได้เห็นหิมะแรก"

ดวงตาของหลินเสี่ยวอวี่เป็นประกายทันที

"หิมะหรือ"

แม่ทัพหนุ่มพยักหน้า

"แถวนี้ตกทุกปี"

หญิงสาวยิ้มกว้าง

"ข้ายังไม่เคยเห็นเลย"

เซียวจิ่นอันมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นอย่างแผ่วเบา ตั้งแต่หลินเสี่ยวอวี่เข้ามาในชีวิต เขาเริ่มสังเกตว่าตัวเอง...ยิ้มบ่อยขึ้น

ครั้งนี้ทั้งสองเดินทางมายังค่ายชายแดนชั่วคราว เพื่อตรวจเสบียงและพบแม่ทัพรองประจำพื้นที่ การเดินทางควรใช้เวลาเพียงครึ่งวัน

แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย ท้องฟ้ากลับมืดลงอย่างรวดเร็ว ลมหนาวพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ เฉินเฟิงขี่ม้าเข้ามาข้างรถม้า ก่อนรายงานเสียงดัง

"ท่านแม่ทัพ!"

"ด้านหน้ามีพายุหิมะกำลังเคลื่อนตัว!"

เซียวจิ่นอันเปิดม่านมอง สีหน้าสงบนิ่งของเขาเคร่งเครียดขึ้นทันที

"ทุกคนเร่งความเร็ว"

"หาที่พักก่อนพายุจะมาถึง"

"ขอรับ!"

กองคุ้มกันเร่งฝีเท้าม้าทันที แต่ยังไม่ทันจะพ้นช่องเขา เสียงหวีดแหลมก็ดังขึ้น

ฟิ้ว!

ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งปักลงบนพื้นตรงหน้าม้า

"ระวัง!"

เฉินเฟิงชักดาบออกจากฝัก

"มีมือสังหาร!"

แทบจะพร้อมกันนั้นเอง ลูกธนูอีกนับสิบดอกก็พุ่งลงมาจากหน้าผาทั้งสองด้าน เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น องครักษ์รีบยกโล่ขึ้นป้องกัน ม้าหลายตัวแตกตื่นจนส่งเสียงร้อง

"คุ้มกันท่านแม่ทัพ!"

เซียวจิ่นอันผลักประตูรถม้าออกในทันที เขาคว้าข้อมือหลินเสี่ยวอวี่แน่น

"ลงมา!"

หญิงสาวยังไม่ทันตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็ถูกดึงลงจากรถ เซียวจิ่นอันชักกระบี่ออกจากฝัก ฟันลูกธนูที่พุ่งเข้ามาสองดอกจนหักกลางอากาศ

"เฉินเฟิง!"

"พาพวกเขาถอยไปทางใต้!"

"แล้วท่านเล่าขอรับ"

"ข้าจะล่อพวกมัน"

"ไม่ได้!"

หลินเสี่ยวอวี่ร้องขึ้นทันที เซียวจิ่นอันหันมามองนาง ดวงตาคมแน่วแน่ไม่เปลี่ยน

"เชื่อข้า" เพียงสองคำ กลับทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว แต่ยังไม่ทันได้ตอบ

เสียงระเบิดก็ดังขึ้นจากด้านบน

ครืน!

ก้อนหินขนาดใหญ่กลิ้งลงมาปิดเส้นทางด้านหลัง กองกำลังทั้งหมดถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง

"ท่านแม่ทัพ!"

เสียงของเฉินเฟิงค่อย ๆ ห่างออกไป ท่ามกลางพายุหิมะที่เริ่มโหมกระหน่ำ การมองเห็นเหลือเพียงไม่กี่ก้าว เซียวจิ่นอันจับมือหลินเสี่ยวอวี่ไว้แน่น

"ตามข้ามา"

ทั้งสองวิ่งฝ่าหิมะที่เริ่มโปรยลงมาหนักขึ้นทุกขณะ เสียงฝีเท้าของมือสังหารยังตามมาไม่ไกล ลมหายใจของหลินเสี่ยวอวี่เริ่มติดขัด บาดแผลเก่าบริเวณหัวไหล่ซ้ายปวดหนึบขึ้นทุกก้าว แต่เธอไม่ยอมปล่อยมือเขาและเขา...ก็ไม่เคยปล่อยมือเธอเช่นกัน

ผ่านไปครู่ใหญ่

ท่ามกลางม่านหิมะสีขาว เซียวจิ่นอันก็เห็นกระท่อมไม้หลังเล็กตั้งอยู่ริมหน้าผา เขารีบพานางเข้าไปด้านใน ก่อนใช้ท่อนไม้เก่าค้ำประตูเอาไว้ เสียงลมหนาวยังคงคำรามอยู่ภายนอก

แต่ภายในกระท่อม...กลับเงียบสงบอย่างประหลาด ทั้งสองหอบเหนื่อยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลินเสี่ยวอวี่จะเริ่มรู้สึกเวียนศีรษะ ภาพตรงหน้าพร่ามัว ร่างกายหนาวสั่นจนควบคุมไม่ได้ เซียวจิ่นอันรีบประคองนาง เพียงแตะหน้าผากเบา ๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

"...ตัวร้อน"

ไข้จากบาดแผลเดิม...กำลังกลับมาอีกครั้ง เขามองห้องไม้เล็ก ๆ รอบตัว ก่อนตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

คืนนี้...พวกเขาคงออกไปจากที่นี่ไม่ได้แล้ว ลมหนาวด้านนอกยังคงพัดกระหน่ำไม่หยุด เสียงหิมะกระทบผนังไม้ดังเป็นระยะ ราวกับกำลังเตือนว่าหากก้าวออกไปในเวลานี้ มีแต่จะหลงอยู่ท่ามกลางพายุสีขาว

ภายในกระท่อมกลับเงียบสนิท

เซียวจิ่นอันค่อย ๆ ประคองหลินเสี่ยวอวี่ให้นั่งลงบนเตียงไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่มุมห้อง

หญิงสาวตัวสั่นไม่หยุด ใบหน้าซีดขาว แต่แก้มกลับแดงจัดเพราะพิษไข้ เขาแตะหน้าผากนางอีกครั้ง ร้อนกว่าเมื่อครู่เสียอีก

"เสี่ยวอวี่" เขาเรียกเสียงเบา

"ได้ยินข้าหรือไม่"

หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้าช้า ๆ

"ข้า...ไม่เป็นไร"

แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เสียงกลับสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เซียวจิ่นอันถอนหายใจเบา ๆ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาเคยดูแลลูกน้องที่บาดเจ็บนับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยรู้สึกกังวลเท่านี้มาก่อน เขารีบก่อไฟในเตาผิงด้วยฟืนที่เหลืออยู่ในกระท่อม ไม่นาน เปลวไฟสีส้มก็ลุกโชนขึ้น ความอบอุ่นค่อย ๆ แผ่กระจายไปทั่วห้อง จากนั้นจึงหยิบหม้อเหล็กใบเล็ก เติมหิมะสะอาดลงไปเพื่อต้มน้ำ ระหว่างรอน้ำเดือด เขาหยิบยาสมุนไพรที่ติดตัวมาออกจากถุงผ้า บดอย่างชำนาญก่อนเทลงในหม้อ

หลินเสี่ยวอวี่มองภาพนั้นเงียบ ๆ แม่ทัพผู้เกรียงไกรที่ผู้คนหวาดเกรง กำลังนั่งต้มยาอยู่ตรงหน้าเธอ ภาพเช่นนี้...ไม่มีอยู่ในนิยายเลย

"มองอะไร" เสียงทุ้มดังขึ้นโดยที่เขาไม่ได้เงยหน้า

หญิงสาวสะดุ้ง

"ท่านรู้ด้วยหรือ"

"อืม" เขาตอบสั้น ๆ

"เจ้าชอบแอบมอง"

หลินเสี่ยวอวี่หัวเราะเบา ๆ แม้จะยังไม่มีแรง

"ก็..."

"ท่านน่ามอง"

เซียวจิ่นอันชะงักมือไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนกลับมาต้มยาต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ปลายหูของเขา...กลับแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลินเสี่ยวอวี่แอบอมยิ้ม

'เขินอีกแล้ว'

หลังจากยาต้มเสร็จ เซียวจิ่นอันยกถ้วยมานั่งข้างเตียง

"ดื่ม"

หญิงสาวรับถ้วยมา เพียงจิบคำแรกก็รีบย่นหน้า

"ขม..."

เขามองสีหน้าของนาง ก่อนหยิบถุงผ้าอีกใบออกมาจากแขนเสื้อ

"นี่"

หลินเสี่ยวอวี่เปิดดู ด้านในเป็นผลไม้เชื่อม ดวงตาของเธอเบิกกว้าง

"ท่านพกของแบบนี้ด้วยหรือ"

"หมอหลวงให้มา" เขาตอบเรียบ ๆ

"บอกว่าสตรีส่วนใหญ่ไม่ชอบยาขม"

หญิงสาวหัวเราะออกมา

"หมอหลวงคงคิดไม่ถึงว่า สุดท้ายท่านแม่ทัพจะเป็นคนป้อนยาข้า"

เซียวจิ่นอันส่ายหน้าอย่างจนใจ

"พูดมาก"

แต่ถึงจะพูดเช่นนั้น เขากลับเลื่อนถ้วยยาเข้ามาใกล้อีกนิด รอจนแน่ใจว่านางดื่มหมดทุกหยด

เมื่อหลินเสี่ยวอวี่กินผลไม้เชื่อมแล้ว สีหน้าก็ดีขึ้นเล็กน้อย ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทั้งสองนั่งฟังเสียงลมอยู่พักใหญ่

ก่อนหญิงสาวจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

"ท่านแม่ทัพ"

"อืม"

"ท่านเคยกลัวอะไรหรือไม่"

คำถามนั้นทำให้เซียวจิ่นอันนิ่งไป เขามองเปลวไฟในเตาผิง ราวกับกำลังค้นหาคำตอบจากความทรงจำ

"เมื่อก่อน..." เขาพูดช้า ๆ

"ข้าคิดว่าตัวเองไม่กลัวอะไร"

"ในสนามรบ"

"ความตายเป็นเรื่องปกติ ลูกน้องตาย...สหายตาย...ศัตรูตาย"

"หากมัวแต่หวาดกลัว คงถือดาบต่อไปไม่ได้"

หลินเสี่ยวอวี่เงียบฟัง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเล่าเรื่องของตัวเองมากขนาดนี้

เซียวจิ่นอันถอนหายใจแผ่วเบา

"แต่ตอนนี้..." เขาหันมาสบตานาง ดวงตาที่เคยเย็นชากลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็น

"...ข้ารู้แล้วว่าความกลัวเป็นเช่นไร"

หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่เต้นแรง

"กลัว...อะไรหรือ" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"กลัวมาช้า"

"เหมือนวันที่เจ้ารับธนูแทนข้า"

"กลัวช่วยเจ้าไว้ไม่ทัน"

หลินเสี่ยวอวี่นิ่งงัน คำพูดธรรมดาเพียงไม่กี่ประโยค กลับทำให้ดวงตาของเธอร้อนผ่าว เธอเคยร้องไห้ให้เซียวจิ่นอันในฐานะตัวละคร

แต่วันนี้...คนตรงหน้ากำลังเป็นห่วงเธอจริง ๆ หญิงสาวยกยิ้มบาง ๆ

"ข้าก็กลัวเหมือนกัน"

"กลัวอะไร"

"กลัว..." เธอหลุบตาลง

"...ว่าสักวันหนึ่ง ข้าจะช่วยท่านไม่ได้อีก"

เซียวจิ่นอันมองนางอยู่นาน ก่อนเอื้อมมือมาจับมือของเธออย่างแผ่วเบา มือของเขาอบอุ่น มั่นคง และทำให้ความหวาดกลัวในใจของหลินเสี่ยวอวี่ค่อย ๆ เบาบางลง เขากระชับมือของเธอเพียงเล็กน้อย

"ต่อไป...ไม่ใช่เจ้าที่ต้องช่วยข้าเพียงผู้เดียว"

"ข้าจะช่วยเจ้าเช่นกัน"

หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้น แววตาของทั้งคู่สบกันท่ามกลางแสงไฟอุ่นในคืนหิมะแรก ไม่มีใครพูดอะไรอีก แต่ความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้มานาน กำลังค่อย ๆ ถูกเปิดเผยผ่านความเงียบนั้น

เปลวไฟในเตาผิงแตกดังเปรี๊ยะเป็นระยะ

แสงสีส้มอ่อนทอดเงาของทั้งสองคนลงบนผนังไม้เก่า ภายนอกกระท่อม พายุหิมะยังคงโหมกระหน่ำไม่มีทีท่าว่าจะสงบ หลินเสี่ยวอวี่ไม่รู้ว่าตั้งแต่มือของเซียวจิ่นอันกุมมือของเธอไว้ ความหนาวที่กัดกินร่างกายค่อย ๆ จางหายไปเมื่อใด

บางที...ความอบอุ่นที่แท้จริงอาจไม่ใช่เปลวไฟ แต่เป็นคนตรงหน้า

เซียวจิ่นอันปล่อยมือของนางช้า ๆ ก่อนดึงผ้าคลุมที่พาดอยู่บนเก้าอี้มาห่มให้

"นอนพักเถิด"

"คืนนี้คงออกไปไม่ได้"

หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้า แต่กลับไม่ได้เอนตัวลงนอนทันที นางมองเขาที่กำลังเดินไปตรวจประตู ตรวจหน้าต่าง และเติมฟืนเข้าเตาผิงอีกครั้ง ทุกการกระทำเป็นระเบียบ สุขุม และละเอียดรอบคอบ สมกับเป็นแม่ทัพที่ดูแลผู้คนมาทั้งชีวิต

"ท่าน..." นางเรียกเบา ๆ

เซียวจิ่นอันหันกลับมา

"มีอะไร"

หลินเสี่ยวอวี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ

"ขอบคุณ"

แม่ทัพหนุ่มเลิกคิ้วน้อย ๆ

"เรื่องใด"

"ทุกเรื่อง" นางตอบจากใจ

"ตั้งแต่วันที่ท่านช่วยข้าขึ้นรถม้า"

"วันที่ท่านเฝ้าข้าตอนบาดเจ็บ"

"วันที่ท่านเชื่อคำเตือนของข้า"

"จนถึงวันนี้...ที่ท่านยังอยู่ข้างข้า"

เซียวจิ่นอันมองนางนิ่ง แววตาที่เคยสงบนิ่งเสมอมีคลื่นความรู้สึกบางอย่างไหวผ่าน

"เสี่ยวอวี่"

เป็นครั้งแรก...ที่เขาเรียกนางเพียงชื่อ ไม่มีคำว่า "คุณหนู"

หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงพายุด้านนอก

"ข้าควรเป็นฝ่ายกล่าวขอบคุณ" เขาพูดช้า ๆ

"หากวันนั้น...เจ้าไม่ผลักข้า"

"คนที่นอนอยู่ตรงนี้คงเป็นข้า"

หลินเสี่ยวอวี่รีบส่ายหน้า

"ถึงไม่มีข้า...ท่านก็ต้องรอด"

เซียวจิ่นอันยิ้มบาง ๆ

"เจ้ากำลังปลอบข้า"

"เปล่านะ"

"เจ้าปลอบ"

น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็น

"แต่ข้ารู้ความจริง"

เขาเดินกลับมานั่งข้างเตียงอีกครั้ง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงช่วงแขน

"หลายปีมานี้ ข้าใช้ชีวิตโดยคิดว่าตนเองอยู่คนเดียวก็ได้"

"สนามรบสอนให้ข้าไม่ยึดติดกับผู้ใด"

"เพราะเมื่อยึดติด...วันที่สูญเสียจะเจ็บปวด"

หลินเสี่ยวอวี่เงียบฟัง นางไม่เคยได้ยินเซียวจิ่นอันพูดถึงหัวใจของตัวเองมากขนาดนี้ เขาหลุบตามองมือของตนเอง

"แต่เจ้าทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป"

"ข้าเริ่มรอว่าจะได้พบเจ้าเมื่อไร"

"เริ่มกังวลเวลาเจ้าเงียบ"

"เริ่มสังเกตว่าเจ้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร"

"และเริ่ม..." เขาหยุดไปชั่วครู่

"...ไม่อยากเห็นเจ้าร้องไห้"

หลินเสี่ยวอวี่รู้สึกเหมือนดวงตาร้อนผ่าว น้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง

"ท่านแม่ทัพ..."

"เรียกชื่อข้า" เขาพูดแทรกเบา ๆ

"ตอนนี้...ไม่มีแม่ทัพ"

"มีเพียงเซียวจิ่นอัน"

หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ก่อนรวบรวมความกล้า

"...จิ่นอัน"

เพียงได้ยินชื่อตัวเองจากปากของนาง หัวใจของเซียวจิ่นอันก็อ่อนยวบอย่างประหลาด เขายกมือขึ้นอย่างลังเล ก่อนใช้นิ้วปัดปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มของนางไปทัดไว้หลังใบหูอย่างอ่อนโยน

"เสี่ยวอวี่"

"อืม"

"ไม่ว่าเจ้าจะมีความลับอะไร...ไม่ว่าเจ้าจะมาจากที่ใด"

"ข้าจะไม่บังคับให้เจ้าพูด"

หลินเสี่ยวอวี่เบิกตากว้าง

เขา...กำลังบอกว่าเชื่อเธออย่างนั้นหรือ

"แต่..."

เขากระชับมือของนางอีกครั้ง

"หากวันใดเจ้ารู้สึกว่าการแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวหนักเกินไป"

"จงจำไว้"

"เจ้ามีข้า"

น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงบนแก้มของหลินเสี่ยวอวี่

คราวนี้ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้า แต่เป็นความรู้สึกอบอุ่นที่เอ่อล้นจนเก็บไว้ไม่อยู่

"ข้าก็สัญญา" นางพูดทั้งน้ำตา

"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่ทิ้งท่าน"

เซียวจิ่นอันพยักหน้า

จากนั้นริมฝีปากร้อนผ่าวของเซียวจิ่นอันประกบลงบนริมฝีปากซีดเผือดของนางอย่างอ่อนโยน จูบแรกนั้นเบาและอบอุ่น ราวกับกลัวว่าจะทำร้ายนาง เขาจูบซ้ำ ๆ ช้า ๆ ดูดกลืนความอบอุ่นจากกันและกัน

“อืม…” หลินเสี่ยวอวี่ครางแผ่วในลำคอ

มือใหญ่ของเขาลูบไล้แก้มนาง จากนั้นเลื่อนลงไปที่คอ บ่า และลงไปยังเอวบางอย่างแผ่วเบา

“ตัวเจ้ายังร้อนอยู่… แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้สึกดีขึ้น” เขากระซิบที่ริมฝีปาก

นางพยักหน้าเบา ๆ เป็นการอนุญาต

เซียวจิ่นอันเลื่อนมือลงไปใต้ผ้าห่ม ค่อย ๆ เลื่อนชายกระโปรงของนางขึ้นช้า ๆ มืออุ่นร้อนสัมผัสกับต้นขานุ่มนวล เขาจูบลึกขึ้น ขณะที่นิ้วโป้งลูบวนตรงเนินเนื้อนุ่มที่ยังถูกปกคลุมด้วยผ้าบาง

“เสี่ยวอวี่…” เขาเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความปรารถนา

นิ้วกลางและนิ้วชี้ของเขาค่อย ๆ แยกเนื้ออ่อนนุ่มออก แล้วสอดเข้าไปช้า ๆ อย่างทะนุถนอม

“อ๊า… ท่าน…” หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้งเบา ๆ ร่างกายที่อ่อนแอจากไข้กลับสั่นไหวด้วยความเสียวซ่านที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เซียวจิ่นอันจูบปิดปากนางอีกครั้ง จูบลึกซึ้งและอ่อนหวาน ขณะที่นิ้วในร่างกายนางค่อย ๆ เคลื่อนไหวเป็นจังหวะช้า ๆ ลึกบ้าง ตื้นบ้าง วนวนตรงจุดกระสันที่ทำให้หญิงสาวครางไม่หยุด

“สบายไหม” เขาถามเสียงหายใจหอบระหว่างจูบ

“สบาย…อ๊ะ…ท่านจิ่นอัน…” นางตอบเสียงแผ่ว มือเล็กจิกไหล่กว้างของเขาไว้แน่น

เขายังคงจูบปากนางไม่ยอมปล่อย มืออีกข้างลูบผมดำขลับของนางอย่างทะนุถนอม ขณะที่นิ้วในกายนางเร่งจังหวะขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงอ่อนโยน ไม่เร่งรีบ

ความเสียวซ่านค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในท้องน้อยของหลินเสี่ยวอวี่ ร่างกายที่นางคิดว่าอ่อนแรงกลับสั่นเทิ้มด้วยความสุขที่พรั่งพรู

“ข้า…ข้าจะ…” นางครางเสียงสั่น

“ปล่อยตัวเองเถอะ” เซียวจิ่นอันกระซิบ

“ข้าอยู่ตรงนี้”

ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและนิ้วที่เคลื่อนไหวอย่างชำนาญ หลินเสี่ยวอวี่ก็ถึงจุดสุดยอดในที่สุด ร่างกายเกร็งกระตุก น้ำตาคลอด้วยความเสียวสุขที่ผสมปนเปกับความอ่อนแรงจากบาดแผล

เซียวจิ่นอันค่อย ๆ ชะลอการเคลื่อนไหว แล้วดึงนิ้วออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกอดนางไว้ในอ้อมอกแน่น

ทั้งคู่หอบหายใจเข้าด้วยกันอยู่นาน

“ข้ารักเจ้า” เขาพูดอีกครั้ง

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะอยู่ข้างเจ้าเสมอ”

หลินเสี่ยวอวี่ซุกหน้าลงกับอกกว้างของเขา น้ำตาไหลเงียบ ๆ

“ข้าก็รักท่าน…เราจะเผชิญทุกอย่างไปด้วยกัน”

หิมะยังคงตกไม่หยุด แต่ภายในกระท่อมเล็ก ๆ แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่เพิ่งเบ่งบาน

เซียวจิ่นอันจูบหน้าผากนางเบา ๆ

“พักเถอะ… พรุ่งนี้เราจะกลับไปจัดการกับเงามืดพวกนั้น”

หลินเสี่ยวอวี่ยิ้มอ่อน ๆ แล้วหลับตาลงในอ้อมกอดที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

จากวันนี้เป็นต้นไป

ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยการลอบสังหาร การทรยศ หรือชะตากรรมที่เปลี่ยนแปลงเพียงใด พวกเขาจะไม่ต้องเผชิญมันเพียงลำพังอีกแล้ว

รุ่งเช้า...เมื่อประตูไม้ถูกเปิดออก หิมะสีขาวปกคลุมทั่วหุบเขา เซียวจิ่นอันก้าวออกไปก่อน ก่อนหันกลับมายื่นมือให้หญิงสาว

หลินเสี่ยวอวี่มองมือที่คุ้นเคยนั้น แล้วยิ้มออกมา นางวางมือลงบนฝ่ามือของเขาโดยไม่ลังเล ทั้งสองก้าวเดินออกจากกระท่อม ทิ้งรอยเท้าสองคู่ทอดยาวบนผืนหิมะ มุ่งหน้ากลับสู่โลกภายนอกและสู่ชะตากรรมบทต่อไป...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 15 หน้าสุดท้ายของนิยาย

    หนึ่งปีต่อมาฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง สายลมอ่อนพัดผ่านต้นเหมยที่กำลังผลิดอกสีขาวสะพรั่งตลอดสองฟากถนนเมืองหลวงในวันนี้แตกต่างจากเมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างสิ้นเชิงกำแพงเมืองที่เคยเต็มไปด้วยประกาศจับกุม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยประกาศลดภาษีและการฟื้นฟูบ้านเมืองหอประวัติศาสตร์หลวงซึ่งเคยถูกไฟไหม้ ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ตามพระราชโองการ พร้อมเปิดห้องเก็บต้นฉบับประวัติศาสตร์ให้ตรวจสอบได้โดยเหล่าขุนนางผู้รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เรื่องราวของผู้ชนะเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นความจริงของคนทั้งแผ่นดินอีกราชพงศาวดารฉบับใหม่ถูกเรียบเรียงขึ้น ในนั้นไม่มีชื่อของ "กบฏเซียวจิ่นอัน" มีเพียงชื่อของแม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดินด้วยชีวิตหลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่หน้าระเบียงเรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพ นางทอดสายตามองทหารหนุ่มจำนวนหนึ่งที่กำลังฝึกฝนอยู่ในลานกว้าง เสียงหัวเราะของเหล่าทหารดังเป็นระยะภาพเช่นนี้หาได้ยากในอดีตครั้งหนึ่งจวนแห่งนี้เต็มไปด้วยความกดดัน ความหวาดระแวง และเงาของการเมืองแต่บัดนี้...ที่นี่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา"ฮูหยิน" เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านหลัง"ได้เวลาแต่งตัวแล้วเจ้าค่ะ"หลินเสี่ยวอวี่หันกลับมา ยิ้

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 14 เปลี่ยนประวัติศาสตร์

    รุ่งอรุณวันถัดมาเหนือกำแพงเมืองหลวง กลุ่มควันสีดำค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่บนไหล่เขา มองไปยังปลายทางด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง"หอประวัติศาสตร์..." นางพึมพำเบา ๆแม้จะอยู่ห่างออกมาหลายลี้ แต่ยังมองเห็นควันไฟได้อย่างชัดเจน พวกเขามาช้าไปหรือเซียวจิ่นอันยืนเคียงข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ"ไม่" เขาตอบสั้น ๆ"หากพวกมันเผาหลักฐาน...แปลว่าหลักฐานนั้นมีอยู่จริง"หลินเสี่ยวอวี่หันมองเขา แม้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด ชายคนนี้ก็ยังมองเห็นโอกาสจากวิกฤตเสมอในเวลานั้นเองเสียงม้าควบก็ดังขึ้นจากเชิงเขา เฉินเฟิงนำทหารกลุ่มหนึ่งมาหยุดตรงหน้า ทุกคนสวมเสื้อคลุมธรรมดาเพื่ออำพรางตัว แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความเร่งรีบ"ท่านแม่ทัพ!" เฉินเฟิงรีบลงจากหลังม้า"คนของเรากลับมาแล้ว""เป็นอย่างไร"เฉินเฟิงสูดหายใจลึก"เมื่อคืนมีคนบุกเข้าไปในหอประวัติศาสตร์จริง""เกิดเพลิงไหม้หลายจุด""แต่..." เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากถุงผ้า"ก่อนไฟจะลาม""บรรณารักษ์ชราคนหนึ่งแอบส่งสิ่งนี้ให้คนของเรา"เซียวจิ่นอันรับกล่องไม้มาถือไว้ ตัวกล่องทำจากไม้จันทน์เก่า แกะสลักตราหอประวัต

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 13 หนังสือโกหก

    รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนอย่างเงียบงันหมอกสีขาวลอยปกคลุมหุบเขา บ้านไม้ร้างที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงขวานกระทบฟืน นางลืมตาขึ้นก็พบว่าเซียวจิ่นอันกำลังผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน แม้เพิ่งหลบหนีจากคุกหลวงได้เพียงคืนเดียว แต่เขากลับสงบนิ่งราวกับเป็นเพียงเช้าวันธรรมดาเมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็วางขวานลงทันที"ตื่นแล้วหรือ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้าเบา ๆ เมื่อคืนหลังเปิดเผยความจริงทั้งหมด นางกลับหลับสนิทที่สุดนับตั้งแต่ย้อนเวลามา เพราะไม่มีความลับให้ต้องแบกอีกต่อไปเซียวจิ่นอันยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้นาง"อากาศเย็น ดื่มเสียหน่อย"หญิงสาวรับมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ยังไม่ทันเอ่ยอะไร เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากท้ายป่าเฉินเฟิง เขาวิ่งมาจนเสื้อผ้าเปียกโชก หายใจหอบหนัก ก่อนหยุดลงตรงหน้าทั้งสอง"ท่านแม่ทัพ!""มีข่าวหรือ"เฉินเฟิงพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียดผิดปกติ"เมื่อคืนหลังพาท่านออกมา คนของเราลอบเข้าไปที่จวนแม่ทัพ""ข้ากลัวว่าทางวังจะค้นเอกสารสำคัญ จึงให้พวกเขาเก็บของทุกอย่างที่เหลืออยู่"เขาหยิบห่อผ้าสีหม่นออกมาวางบนโต๊ะไม้"ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงบ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 12 ความจริงของหนังสือ

    กลางดึกคืนนั้น สายฝนโปรยปรายลงเหนือเมืองหลวงไม่ขาดสาย ทั่วทั้งคุกหลวงถูกปกคลุมด้วยความมืด มีเพียงแสงคบเพลิงที่สั่นไหวไปตามกำแพงหินเย็นเยียบหลินเสี่ยวอวี่ดึงผ้าคลุมสีดำให้ปิดใบหน้าแน่นขึ้น ข้างกายนางคือเฉินเฟิงและทหารคนสนิทอีกสามนาย ทุกคนล้วนสวมชุดชาวบ้านธรรมดา ไม่มีผู้ใดพูดแม้แต่คำเดียว เพราะต่างรู้ดีว่า...หากพลาดเพียงก้าวเดียว ความผิดฐานช่วยนักโทษหลบหนี มีโทษถึงประหารชีวิตเฉินเฟิงหยุดอยู่ใต้กำแพงด้านทิศตะวันตก"คุณหนู" เขาพูดเสียงเบาที่สุด"คนของเราซื้อเวรยามไว้เพียงครึ่งก้านธูป""หลังจากนั้น จะมีทหารผลัดใหม่เข้ามา""พวกเราต้องรีบ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ในนิยาย แต่เป็นเส้นทางที่นางเลือกเอง เฉินเฟิงเคาะกำแพงหินเบา ๆ สามครั้งครืด...อิฐก้อนหนึ่งค่อย ๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นช่องลับแคบ ๆ ที่ถูกซ่อนไว้"เมื่อครั้งสร้างคุกหลวง" เฉินเฟิงกล่าว"ท่านแม่ทัพเป็นผู้ค้นพบทางนี้""ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง...""...จะต้องใช้มันช่วยตัวเอง"ทุกคนเงียบลง ก่อนทยอยก้มตัวเดินเข้าไปในอุโมงค์...กลิ่นอับชื้นของดินและหินโชยเข้ามา หยดน้ำตกลงจากเพดานเป็นระยะ หลินเสี่ยวอ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 11 จุดจบยังมา

    ประตูตำหนักใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ เสียงบานประตูไม้หนักเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโถงอันโอ่อ่าเซียวจิ่นอันก้าวเข้าไปก่อน หลินเสี่ยวอวี่เดินตามอยู่ครึ่งก้าว ทันทีที่ทั้งสองเข้าสู่ท้องพระโรง ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ยืนเรียงแถวอยู่สองฝั่ง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำ แต่สายตาหลายคู่กลับจับจ้องมายังแม่ทัพหนุ่มไม่วางหลินเสี่ยวอวี่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศผิดปกติ มันไม่ใช่การเรียกเข้าเฝ้าตามปกติ หากเป็นการรอคอยบางสิ่ง...บางสิ่งที่เตรียมไว้แล้ว"ถวายบังคมฝ่าบาท"เซียวจิ่นอันคุกเข่าลงอย่างสงบนิ่ง หลินเสี่ยวอวี่รีบคุกเข่าตาม ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมา พระพักตร์เคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง"เซียวจิ่นอัน""เจ้ารู้หรือไม่...เหตุใดจึงถูกเรียกตัว"แม่ทัพหนุ่มก้มศีรษะ"กระหม่อมไม่ทราบ"ฮ่องเต้ยังไม่ทันตรัสตอบ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากแถวขุนนาง"กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล"หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ บุรุษหนุ่มในฉลองพระองค์สีทองก้าวออกมา ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มอ่อนโยน หากแต่ดวงตากลับเย็นเยียบจนทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตา รัชทายาท เพียงเห็นใบหน้านั้น หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่ก็เต้นแรง คนตรงหน

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 10 ทุกอย่างผิดจากนิยาย

    รุ่งเช้าหลังคืนอันเงียบสงบเมืองหลวงกลับไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็น เสียงกลองประกาศจากหอคอยกลางเมืองดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างตึง! ตึง! ตึง!ผู้คนต่างเปิดประตูบ้านออกมามองถนนด้วยความสงสัย ขุนนางหลายคนรีบขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าวังหลวง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองราวกับไฟลามทุ่ง"ฮ่องเต้ทรงกริ้วอย่างหนัก""กรมพระคลังถูกตรวจค้นตั้งแต่รุ่งเช้า""มีขุนนางถูกจับหลายสิบคน"ภายในจวนสกุลหลินหลินเสี่ยวอวี่กำลังอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง เมื่อได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก นางก็รีบเดินออกไป"เกิดอะไรขึ้น"ชิงเอ๋อร์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา"คุณหนู!...ในวังเกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ""ได้ยินว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้จับกุมขุนนางกรมพระคลังหลายคน"หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก"ตอนนี้เลยหรือ""เจ้าค่ะ"หัวใจของนางเต้นแรง เป็นไปไม่ได้ในนิยาย...เหตุการณ์นี้ต้องเกิดอีกหลายเดือน ไม่ใช่ตอนนี้หญิงสาวรีบย้อนคิดถึงเนื้อเรื่องทั้งหมด หลังจากรัชทายาทเริ่มเคลื่อนไหว ควรมีงานล่าสัตว์หลวงก่อน จากนั้นจึงเกิดคดีโกงเสบียง แล้วถึงจะมีการกวาดล้างกรมพระคลังแต่ตอนนี้...ทุกอย่างกลับสลับลำดับกันหมด"หรือว่า..." นางพึมพำกับตัวเอง"...เพราะเรา"ทุก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status