Share

บทที่ 2

Author: คาเรน ดับเบิลยู
มุมมองของเอวา

หลังจากสูบบุหรี่เสร็จ สเนคก็สั่งให้ลูกน้องเข็นตัวฉันเข้าไปข้างใน

มือหยาบกร้านกระชากฉันออกมาจากเบาะหลังและผลักฉันลงบนรถเข็น เราถูกเข็นผ่านประตูหลายบานตรงไปยังห้องสวีตส่วนตัว

ชายคนหนึ่งโยนฉันลงบนโซฟา—ที่เท้าแขนกระแทกเข้าที่เอวอย่างจังจนจุกเสียดแทบหายใจไม่ออก

“หัวหน้ามาถึงหรือยัง?” สเนคถาม

“เพิ่งมาถึงครับ” ใครบางคนตอบเบาๆ “เขากำลังทักทายแขกอยู่ข้างล่าง”

“งั้นก็รอ”

ไมลส์นั่งลงข้างๆ แล้วโน้มตัวมากระซิบ “ฉันรู้ว่าเธอตื่นอยู่เอวา ได้โปรดอย่าอาละวาดเลย ช่วยฉันแค่ครั้งเดียว พรุ่งนี้ฉันจะมารับเธอ ตกลงไหม?”

“ไปตายซะ” ฉันพึมพำตอบ

“ว่าไงนะ?” เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้น

เป็นครั้งแรกที่เรี่ยวแรงของฉันกลับมามากพอจะเปล่งเสียงได้ชัดเจน “ไปตายซะ ฉันไม่ทำ”

สเนคหันมา ดวงตาหรี่เล็กลง “เกิดอะไรขึ้น?”

ไมลส์รีบเอามือตะปบปากฉันไว้ “ไม่มีอะไรครับ” เขารีบบอก “แค่กำลังสอนให้แฟนผมรู้ซึ้งว่าข้อตกลงนี้มันดีแค่ไหน”

สเนคกวาดตามองฉัน “ดี ถ้าเธอมาทำนิสัยแบบนี้ต่อหน้าหัวหน้าของฉัน พวกเราก็ได้เสียเวลาฟรีกันหมดแน่”

เขาหันหลังกลับไป

ไมลส์ฟิวส์ขาด เขาฟาดมือลงบนใบหน้าของฉันอย่างแรง “ฉันบอกเธอแล้ว—พอถึงคาสิโน ห้ามเล่นตุกติก” เขาขู่ฟ่อ “ทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง ไม่งั้นเรื่องมันจะยิ่งเลวร้ายกว่านี้แน่”

เพียงเสี้ยววินาที ฉันเห็นบางอย่าง—แววตาบ้าคลั่งและขาดสติในดวงตาของไมลส์ ฉันแทบไม่รู้จักเขาอีกต่อไปแล้ว

ปากของฉันขยับพูดออกไปก่อนที่สมองจะทันคิด “เอาเลย ฉันขอท้า”

ฉันรู้ดีว่าไม่ควรท้าทายคนที่จนตรอก—แต่ฉันโกรธมาก ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าแฟนของตัวเองจะเสนอตัวฉันให้ชายอื่นราวกับเป็นขนมหวาน

ถ้าหากหัวหน้าคนนี้ไม่ใช่พี่ชายของฉัน... สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับฉันคืนนี้คงเป็นเรื่องที่เกินจะจินตนาการได้

“อย่าตบหน้าเธอสิ” คุณสเนคพูดอย่างเฉื่อยชาจากด้านข้าง “ถ้านายทำหน้าเธอเสียโฉม แล้วหัวหน้าของฉันจะดูอะไรล่ะ?”

“ฉัน...” ฉันเพิ่งจะเอ่ยคำออกมาได้นิดเดียว ไมลส์ก็เอามืออุดปากฉันไว้อีกครั้ง

“เงียบซะ” เขาคำรามขู่

สเนคชำเลืองมองฉันแวบหนึ่ง “ดี ทำให้เธอเงียบไว้—และคุมให้เธอทำตัวดีๆ ฉันไม่อยากให้มีเสียงที่ไม้พึงประสงค์ดังออกมาจากห้องของเรา”

ไมลส์หันมาตามคำแนะนำนั้น ความอ่อนโยนที่เขาเคยมีเลือนหายไปจนสิ้น สิ่งที่ฉันเห็นตอนนี้คือคนแปลกหน้า—ที่มีแววตาบ้าคลั่ง และกำลังคำนวณว่าจะทำร้ายฉันอย่างไรโดยไม่ให้เกิดรอยแผล

“ฉันจะถามเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะเอวา” เขาพูดเสียงเรียบ “เธอจะช่วยฉันหรือไม่ช่วย?”

เขาโน้มตัวลงมาใกล้ “คิดซะว่าเหมือนนอนกับฉันสิ ก็แค่ผู้ชายอีกคน พวกเราก็เหมือนๆ กันหมดนั่นแหละ จริงไหม? บางทีเธออาจจะชอบก็ได้นะ”

ฉันจ้องหน้าไมลส์โดยไม่ตอบโต้อะไร ฉันพอแล้วกับผู้ชายคนนี้ ถึงเวลาที่ต้องหนีไปจากที่นี่แล้ว

นิ้วของฉันขยับ พยายามควานหากำไลข้อมือ

ไม่มี

หัวใจของฉันหล่นวูบ ฉันคงทำมันหายระหว่างทางมาที่นี่

ฉันกวาดตามองไปทั่วห้อง—ไม่มีวี่แววเลย

“เธอหาเรื่องเองนะเอวา” ไมลส์ตะคอก “อย่ามาโทษฉันล่ะ”

เขาลุกขึ้น คว้าขวดใบหนึ่งแล้วฟาดลงบนข้อเท้าของฉันอย่างแรง

ความเจ็บปวดระเบิดพล่านไปทั่วร่าง ฉันกรีดร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เศษแก้วบาดลึกเข้าไปในเนื้อ เลือดอุ่นๆ เหนียวเหนอะหนะไหลซึมออกมาอย่างรวดเร็ว

คุณสเนคหัวเราะเบาๆ “ดูท่าแม่สาวสวยของเราจะยังพอมีแรงสู้อยู่แฮะ”

ไมลส์ถือว่านั่นคือคำสนับสนุน “ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลยนะ” เขาพูดพลางจ้องตาฉันเขม็ง “แค่ตอบตกลง แล้วเราจะได้จบเรื่องนี้กันเสียที”

ฉันกลืนเสียงกรีดร้องที่แสบอยู่ในคอลงไป “ฉันจะไม่มีวันช่วยแก ไมลส์ ไปลงนรกซะเถอะ”

“นังแพศยา” สายตาของเขาเลื่อนจากข้อเท้ามาที่มือของฉัน ฉันรู้ทันทีว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรก่อนที่เขาจะขยับตัวเสียอีก

“ไม่นะ—”

เขาหยิบมีดจากบนโต๊ะและก้าวเข้ามาหาอย่างช้าๆ และมั่นคง

“ถ้ายังดื้อด้านขนาดนี้” เขาพึมพำ “ลองเสียนิ้วไปสักสองสามนิ้วดีไหม? จะได้รู้จักหัดทำตัวดีๆ ซะบ้าง”

คมมีดสะท้อนแสงวาบ

“ความฝันของเธอคือการเป็นนักเปียโนไม่ใช่เหรอจ๊ะที่รัก?” เขาถามเสียงนุ่ม “บอกฉันหน่อยสิ—ถ้าเสียนิ้วไปสักนิ้วสองนิ้ว... เธอยังจะเล่นได้อยู่อีกไหม?”

“ไม่” ฉันตอบ เสียงสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ “แกไม่กล้าทำหรอก”

การได้เป็นนักเปียโนคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉัน ความฝันนั้นคือเหตุผลที่ฉันทิ้งครอบครัวมา และใช้ชีวิตลำพังในบอสตัน

ไมลส์คงไม่ทำจริงๆ หรอก เขาคงไม่ถึงขั้นเป็นปีศาจขนาดนั้น

แต่ฉันประเมินเขาต่ำไปจริงๆ ไมลส์ยิ้มอย่างคนวิปริตขณะก้าวเข้ามาใกล้ คมมีดจ่ออยู่เหนือผิวหนังของฉันเพียงนิดเดียว

“เอาน่า” สเนคพูดเสียงเนือย “อย่าให้มันเลอะเทอะสิ เรายังต้องพาตัวไปให้หัวหน้าดูนะ แค่หักนิ้วเธอก็พอแล้ว”

“ไม่!” ฉันกรีดร้อง “อย่าแตะต้องมือฉันนะ!”

ไมลส์ชะงัก “ฉันจะไม่ทำ” เขาพูด “ถ้าเธอสัญญาว่าจะช่วยฉัน ทำให้หัวหน้าของคุณสเนคพอใจ”

คราวนี้ฉันไม่ขัดขืน แต่กลับถามเบาๆ แทนว่า “นายแน่ใจเหรอว่าหัวหน้าของเขาจะต้องการฉัน?”

“ในสภาพแบบนี้ก็คงไม่แน่ๆ ละนะ” สเนคพูดพลางเอียงคอ เขาโบกมือเรียกพวกลูกน้อง “พาเธอไปเปลี่ยนชุดเสีย และ—” เขากวาดสายตามองฉัน “—หาอะไรที่มันสวยกว่านี้มาใส่ให้เธอที นี่เธอใส่ชุดอะไรอยู่ ชุดพิเศษวันคริสต์มาสของคุณยายเหรอไง?”

ชายร่างกำยำกระชากตัวฉันขึ้นและลากไปยังห้องน้ำ ไมลส์เดินตามมา จ้องมองฉันไม่วางตาด้วยความระแวงที่จู่ๆ ฉันก็ยอมทำตามง่ายๆ

“ฉันเดินเองได้” ฉันบอกพลางสะบัดตัวให้หลุดแล้วเดินเซไปข้างหน้า

ไมลส์หมดความอดทน เขาคว้าแขนฉันแล้วเหวี่ยงไปกระแทกกับประตูห้องน้ำ “อย่าคิดเล่นตุกติก” เขาขู่ “เล่นไปตามน้ำ แล้วเราจะได้ออกไปจากที่นี่กันหมด ไม่งั้นล่ะก็—”

เขาลากนิ้วผ่านลำคอเพื่อส่งสัญญาณเชือดคอ

ฉันเปิดประตูแล้วกะเผลกเข้าไปข้างใน ทุกย่างก้าวทำให้ข้อเจ็บเจ็บเจียนตาย

ภาพในกระจกทำให้ฉันชะงักงัน

เครื่องสำอางที่ฉันตั้งใจแต่งอย่างพิถีพิถัน—เพื่อไมลส์ เพื่อครอบครัวของเขา—พังยับเยิน คราบน้ำตาไหลเป็นทาง และรอยฝ่ามือสีแดงหลายรอยเด่นชัดอยู่บนใบหน้า

เมื่อฉันนิ่งเฉย ไมลส์ก็ผลักฉันไปข้างหน้าและกดหัวฉันลงในอ่างล้างหน้า เขาเปิดก๊อกน้ำเย็นจัดให้รดใส่หน้าฉัน ฉันดิ้นรนและสำลัก แตเขาแรงเยอะกว่า เมื่อเขาปล่อยมือในที่สุด ฉันก็ได้แต่หอบหายใจตัวสั่นเทา

ใบหน้าของฉันปราศจากเครื่องสำอางแล้ว แต่รอยตบยังคงเด่นชัด

ไมลส์หยิบชุดออกจากกระเป๋าแล้วโยนใส่ฉัน

“ใส่ซะ” เขาพูด “คุณสเนคบอกว่าหัวหน้าของเขาชอบแนวนี้”

ฉันยกมันขึ้นดู มันไม่ใช่ชุดกระโปรงด้วยซ้ำ—มันคือเศษผ้าที่ทำทีว่าเป็นชุด ปิดด้านหน้าได้เพียงนิดเดียวและไม่มีอะไรปิดด้านหลังเลย ฉันไม่มีวันใส่อะไรแบบนี้ มันน่าอัปยศเกินไป

แต่ไมลส์ไม่รอช้า

เขาพุ่งเข้ามาคว้าชุดที่ฉันใส่อยู่แล้วเริ่มฉีกมันออก

“นายทำอะไรน่ะ?!”

“ก็ช่วยเธอแต่งตัวไง” เขาพูดเสียงเรียบขณะที่มือฉีกตะเข็บผ้าจนขาด “เธอชักช้าเกินไปแล้วเอวา”

“ไม่นะ! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” ฉันดิ้นรนขัดขืน แต่ไมลส์กลับตบหน้าฉันซ้ำอีกครั้งอย่างแรง

“โถ่ เอวา อย่ามาทำตัวสูงส่งตอนนี้เลย ใครๆ ก็รู้ว่าเธอมันก็อีตัวดีๆ นี่เอง—แค่หยิ่งเกินกว่าจะยอมรับมัน” เขายื่นมือมาทัดปอยผมที่หลุดรุ่ยไปไว้หลังหูฉัน “ไม่งั้นฉันจะตามจีบเธอทำไมล่ะ? เพราะความฝันเพ้อเจ้อของเธอเหรอ? หรือเพราะการเล่นเปียโนสวยๆ นั่น?”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • แฟนฉันดันขายฉันให้ผู้ชายผิดคน   บทที่ 9

    มุมมองของเอวา“ก็หลังจากที่พี่ชายของเธอกับฉันนั่นแหละ” ไมลส์รีบพูดต่ออย่างลนลาน “ว่าจริง ๆ แล้วสเนคจงใจทำให้คนเสียเงิน แล้วก็เก็บดอกเบี้ยโหด ๆ ฉันไม่เคยรู้เรื่องพวกนั้นมาก่อนเลย ฉันสาบาน—”ฉันหัวเราะเบา ๆ แล้วขัดจังหวะเขา “เลิกโกหกเถอะ ไมลส์ ฉันไม่ได้หมดสติในรถของนาย ฉันได้ยินทุกอย่าง”ใบหน้าของเขาซีดเผือด “นายจะโทษสเนคเรื่องหนี้ก็ได้” ฉันพูดต่ออย่างสงบ “นายไม่ได้เป็นคนพาฉันไปคาสิโน เขาไม่ได้เป็นคนส่งฉันให้ใคร นายต่างหากที่ทำ นายไม่ใช่เหยื่อ—นายคือผู้สมรู้ร่วมคิด”ไมลส์แทบพังทลาย “ไม่… มันไม่ใช่อย่างนั้น…”“แล้วคำพูดพวกนั้นของนายล่ะ” ฉันพูดต่อ “เรื่องที่บอกว่าการคบกับฉันทำให้นายดูดี แล้วก็เรื่องที่นายไม่เคยชอบฉันจริง ๆ เลย”“นั่นก็แค่คำพูดลอย ๆ!” เขาร้องไห้ “ฉันรักเธอ เอวา ฉันวางแผนไว้ด้วยซ้ำว่าจะดูแลเธอหลังจาก—หลังจากทุกอย่างจบลง ฉันอยากแต่งงานกับเธอ”“ใช่ นายรักฉัน” ฉันพูด “ความรักแบบที่ทิ้งรอยช้ำไว้ แล้วก็หักกระดูกคนอื่น แบบนั้นสินะ น่าสนใจดีนะ นายไม่คิดเหรอ”ฉันส่ายหน้า “นายคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ”“ไม่ ฉันไม่ได้หมายความว่า—”“ตอนนี้นายก็รู้แล้วว่าครอบครัวฉันเป็นใ

  • แฟนฉันดันขายฉันให้ผู้ชายผิดคน   บทที่ 8

    มุมมองของเอวาเขาผละออก ดวงตาคล้ายมีหมอกบาง ๆ เคลือบอยู่“พี่อยากบอกเรื่องนี้กับเธอมานานแล้ว” เขาพูด “บางครั้ง การอ่อนโยนกับคนอื่นมากเกินไป ก็หมายความว่าเราต้องสูญเสียชิ้นส่วนบางอย่างของตัวเองไป”“ตอนนี้ฉันรู้แล้ว” ฉันตอบเบา ๆ “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่เป็นไรแล้ว”หลังจากนั้น บทสนทนาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นเรื่องเบาลง ธีโอเริ่มพูดถึงสิ่งที่ฉันอาจอยากทำ เมื่อฉันหายดีเต็มที่แล้วฉันดูออกว่าเขายังคงกังวลที่ฉันจะกลับไปบอสตันคนเดียว แต่ฉันก็ยังไม่พร้อมจะปล่อยความฝันของตัวเองเช่นกัน การเป็นนักเปียโนคือส่วนหนึ่งของชีวิตฉันมาโดยตลอด และมันก็เป็นความฝันของป่ะป๊าด้วย เขาเป็นคนที่วางมือฉันลงบนคีย์เปียโนเป็นครั้งแรก ตอนที่ฉันยังเด็ก“ธีโอ” ฉันพูดอย่างอ่อนโยน “ฉันรู้ว่าพี่เป็นห่วง แต่ฉันต้องไป ฉันยอมแพ้กับเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ”“พี่รู้” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “เพราะงั้นพี่เลยโทรติดต่อไว้บ้างแล้ว มีโรงเรียนดนตรีแห่งหนึ่งในเยอรมนี เป็นหนึ่งในสถาบันที่ดีที่สุด”เขาหยุดเล็กน้อย “ไปที่นั่นดีไหม”ฉันกะพริบตาอย่างตกใจ ฉันเคยคิดเรื่องไปเรียนต่างประเทศ เคยฝันถึงมันด้วยซ้ำ—แต่ลึก ๆ แล้ว ฉันไม่เคยคิดเลย

  • แฟนฉันดันขายฉันให้ผู้ชายผิดคน   บทที่ 7

    มุมมองของเอวาสายตาของธีโอไม่สั่นไหว เขามองตรงเข้ามาในดวงตาฉัน ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งแล้วหันไปหยิบแก้วน้ำส่งให้ “เธออยากจัดการไอ้พวกสารเลวนั่นยังไง” เขาถาม “พี่ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย คิดว่าเธออาจอยากมีส่วนตัดสินใจด้วย”แค่ได้ยินชื่อพวกนั้นอีกครั้ง—ไมลส์ สเนค—เลือดในกายฉันก็เดือดพล่าน ฉันก้มมองข้อเท้าที่พันผ้าไว้ และรอยช้ำที่กระจายอยู่บนฝ่ามือ“ไมลส์ติดเงินคาสิโนเหรอ” ฉันถามธีโอพยักหน้า “ใช่”“แค่สองหมื่น…” ฉันหัวเราะอย่างขมขื่น พลางขยับนิ้วที่ยังปวดอยู่ “ถ้าดูจากสิ่งที่เขาทำกับฉัน งั้นก็คิดเป็นหนึ่งล้านแล้วกัน”“แค่หนึ่งล้านเหรอ” ธีโอเลิกคิ้ว “พี่คิดว่าจะประมาณร้อยล้านซะอีก”“หนึ่งล้านยังถือว่าใจดีแล้ว” ฉันพูดเสียงเรียบ “แล้วด้วยงานแบบที่เขาทำ ต่อให้เป็นดอกเบี้ย เขาก็ไม่มีทางจ่ายไหว”ฉันยิ้มบาง ๆ “โรงงานของเราที่เม็กซิโกยังต้องการแรงงานอยู่ไม่ใช่เหรอ ส่งเขาไปที่นั่นสิ”ธีโอยิ้มกว้าง “เขาจะเน่าอยู่ที่นั่นไปตลอด ไม่มีทางใช้หนี้ได้สักแดง”“ส่วนคุณสเนค…” รอยยิ้มของฉันจางหายไปเขาไม่ได้แค่ข่มขู่ฉัน เขาพยายามปิดปากฉัน เหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉัน และทำทั้งหมดนั้นภายใต้ชื่อของพี่ชา

  • แฟนฉันดันขายฉันให้ผู้ชายผิดคน   บทที่ 6

    มุมมองของเอวาสเนครู้ดีว่าอะไรก็ตามที่รอเขาอยู่ มันต้องเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นแทนที่จะอ้อนวอนธีโอ เขากลับคลานมาหาฉันธีโอคว้าแขนเขาแล้วเหวี่ยงกลับไป “อย่าคิดแม้แต่จะเข้าใกล้น้องสาวของฉัน”สเนคหน้าซีดราวกับคนตาย เขามองฉันเหมือนเห็นผี “ด–ได้โปรด หัวหน้า… คุณไม่เคยบอกว่าคุณมีน้องสาว และเธอก็เพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ เอง—”ธีโอเตะเข้าที่ท้องเขาอย่างแรง “ตอนนี้ฉันต้องมานั่งอธิบายเรื่องครอบครัวให้แกฟังด้วยหรือไง”“ไม่—ไม่ แน่นอนว่าไม่ครับ—”ธีโอหันมาหาฉัน “มันทำอะไรเธอบ้าง เอวา”“ไม่ใช่แค่วิสกี้กับการตบ—เขายังใช้เข็มขัดฟาดฉันด้วย”มือของธีโอกระชากคอเสื้อสเนคแน่น “แค่มีใครแตะต้องน้องสาวฉันฉันยังทนไม่ได้—แต่นี่แกถึงกับตีเธอ?”“หัวหน้าครับ ผมไม่รู้จริง ๆ!” สเนคร้องไห้ “ผมแค่ทำตามกฎ ผมกำลังปกป้องท่าน—”ธีโอยิ้มเย็นชา เขารับเข็มขัดจากลูกน้องแล้วถามอย่างสงบ “แกฟาดเอวากี่ครั้ง”“ผม—ผมไม่ได้นับ”“งั้นก็เริ่มที่หนึ่งพัน”เข็มขัดฟาดลงอย่างแรง สเนคร้องลั่นธีโอยื่นเข็มขัดให้ชายร่างใหญ่สองคน “พวกแก” เขาชี้ “คนหนึ่งฟาด คนหนึ่งนับ ใช้แรงให้เต็มที่ หนึ่งพันครั้ง อยากเพิ่มก็เพิ่มได้—แต่ห้ามขาดแม้

  • แฟนฉันดันขายฉันให้ผู้ชายผิดคน   บทที่ 5

    มุมมองของเอวาฉันพยักหน้า ยังแทบพูดไม่ออก แต่ก็ฝืนเค้นออกมาได้หนึ่งคำ “ธีโอ…”ใบหน้าของธีโอซีดเผือดราวกับคนเห็นผี ฉันคงดูสภาพเละเทะมากสเนค ไอ้โง่นั่น กลับตีความสถานการณ์ผิดไปหมด “หัวหน้าครับ นี่แหละผู้หญิงที่ผมพูดถึง ไม่ใช่ว่าเธอเด็ดเหรอ? ผมไม่รู้เลยว่าพวกคุณสองคนรู้จักกันมาก่อน…”ธีโอไม่ได้ตอบ เขายังจับมือฉันอยู่ และฉันรู้สึกได้ว่ามือเขากำลังสั่นเมื่อธีโอเงยหน้าขึ้นในที่สุด—ฉันเห็นมันในแววตา สเนคกับไมลส์กำลังจะได้รู้ว่าความหวาดกลัวที่แท้จริงเป็นยังไงธีโอบีบมือฉันเบา ๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปเผชิญหน้ากับทั้งห้องสเนคยังคงยิ้มอยู่โดยไม่รู้อะไรเลย “หัวหน้า อย่าโกรธเลยครับ เธอโกหกผม บอกว่าเป็นน้องสาวคุณ ผมหมายถึง—น้องสาวคุณเหรอ?ผมไม่เคยได้ยินว่าคุณมีสักคน ก็เลยคิดว่าเธอกำลังหลอกพวกเรา ผมก็แค่สั่งสอนเธอนิดหน่อย เพื่อคุณ”เสียงของธีโอต่ำลง เย็นเยียบราวน้ำแข็ง “แกทำอะไรเธอ”“ก็แค่วิสกี้นิดหน่อย” สเนคพูดพลางยักไหล่ “ตบเธอสองสามที ไม่ได้หนักอะไร คนโกหกแบบเธอต้องถูกจัดการหน่อย ถูกไหม? ถ้าเธอเอาเรื่องคาสิโนของเราไปพูดโกหก—”“คุกเข่า” เสียงของธีโอฟาดผ่านห้องเหมือนสายฟ

  • แฟนฉันดันขายฉันให้ผู้ชายผิดคน   บทที่ 4

    มุมมองของเอวาสเนคยื่นมือออกไป ใครบางคนส่งเข็มขัดมาให้ เขาลากมันช้า ๆ ไปตามแขนของฉัน ความเจ็บปวดระเบิดขึ้นหลังดวงตาแทบจะในทันที“รู้ไหมว่าในแต่ละวันมีผู้หญิงกี่คนเดินเข้ามาที่นี่” เขาพูดอย่างใจเย็น “ทุกคนอ้างว่าตัวเองมีความเกี่ยวข้องกับหัวหน้าของฉัน”เข็มขัดฟาดลงมาอีกครั้ง“แล้วรู้ไหมว่าฉันโยนพวกหล่อนออกจากคาสิโนนี้ไปกี่คนแล้ว” เขายิ้ม “ความตาย”อีกหนึ่งครั้ง… แล้วก็อีกครั้งในที่สุดเมื่อสเนคพอใจแล้ว เขาโยนเข็มขัดทิ้งและหยิบขวดวิสกี้ขึ้นมา “ฉันไม่อยากทำให้เธอพังเกินไปก่อนที่หัวหน้าของฉันจะได้เห็นหน้า” เขาพูดอย่างสบาย ๆ “งั้นมาดื่มกันหน่อย เผื่อจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น”“ไม่—”เขาบังคับขวดเข้ามาที่ริมฝีปากของฉัน วิสกี้ไหลลงคออย่างแผดเผา ทำให้ฉันสำลัก“ถ้าเธอกล้าเล่นตลกแบบนั้นต่อหน้าหัวหน้าของฉันอีก” เขาพูดเสียงต่ำ “ฉันจะทำให้เธอเสียใจที่เกิดมา เข้าใจไหม เธอจะไม่มีวันเดินออกจากคาสิโนของฉันแบบครบสามสิบสอง”จากนั้นเขาก็ปล่อยฉันลำคอของฉันแสบร้อน ฉันพยายามจะพูด แต่ไม่มีเสียงหลุดออกมากำไลข้อมือ ฉันต้องหามันให้เจอ ฉันไม่อาจรอให้พี่ชายมาที่นี่เองได้ฉันหอบหายใจ พลางกวาดตามองไปรอบห้อ

  • แฟนฉันดันขายฉันให้ผู้ชายผิดคน   บทที่ 3

    มุมมองของเอวาเขาโน้มตัวเข้ามา ลมหายใจอุ่นร้อนแตะอยู่ที่แก้มฉัน “ตั้งแต่วันแรก ฉันก็วางแผนจะใช้หน้าสวยๆ ของเธอหาอะไรเข้าตัวอยู่แล้ว”“ตอนแรกก็เพราะหน้าตาไง สายตาที่ผู้ชายคนอื่นมองเธอ แล้วก็สงสัยว่าผู้ชายอย่างฉันไปคว้าผู้หญิงอย่างเธอมาได้ยังไง”“แล้วตอนนี้ล่ะ? เธอก็ได้ช่วยใช้หนี้แทนฉันไง” ไมลส์ยิ้

  • แฟนฉันดันขายฉันให้ผู้ชายผิดคน   บทที่ 1

    มุมมองของเอวาแฟนของฉันพยายามขายฉันเพื่อใช้หนี้—ยกเว้นแต่ว่าหัวหน้ามาเฟียที่เขาเลือกดันเป็นพี่ชายของฉัน และไอ้คนโง่นั่นก็ไม่รู้เลยว่าพี่ชายของฉันหวงน้องแค่ไหน... หรือเขาจะป่าเถื่อนได้เพียงใดกับใครก็ตามที่กล้าทำร้ายครอบครัวของเขาอะไรบางอย่างในรถทำให้ฉันสลบทันทีที่ก้าวขึ้นไป เวลาผ่านไป—ฉันรู้สึกได้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status