Masukในที่สุดแฟนของฉัน ไมลส์ ก็ชวนฉันไปงานทานมื้อค่ำวันคริสต์มาสของครอบครัวเขา แต่ฉันกลับสลบไปในระหว่างทาง ในสภาพกึ่งรู้สึกตัว ฉันได้ยินเขากระซิบว่า “ขอโทษนะ เอวา พวกนักเลงนั่นบอกว่าเธอเป็นสเปกของเจ้านายพวกเขาพอดี สวยเกินไปก็เป็นภัยกับตัวนะที่รัก โทษความสวยนั่นเถอะ—อย่าโทษฉันเลย” “อย่ากลัวไปเลยนะ ถ้าเธอช่วยฉันใช้หนี้... บางทีพวกมันอาจจะยอมคืนเธอให้ฉัน แล้วฉันจะชดเชยให้เธอไปชั่วชีวิตเลย ฉันสาบาน” เขาเข็นฉันผ่านทางด้านหลังของคาสิโนแห่งหนึ่ง คาสิโนของครอบครัวฉันเอง เจ้านายที่เขากำลังจะขายฉันให้... คือพี่ชายของฉัน นับตั้งแต่พ่อแม่ของเราเสียชีวิตจากการถูกลูกหลงในการปะทะกัน พี่ชายของฉันก็รับผิดชอบดูแลฉันมาโดยตลอด ยิ่งกว่าพี่ชาย เขาเป็นทั้งตัวแทนของพ่อ และเป็นผู้ปกป้อง แฟนโง่ๆ ของฉันควรจะกลัวได้แล้ว—เขาไม่รู้เลยว่าพี่ชายของฉันปกป้องฉันรุนแรงแค่ไหน หรือเขาจะโหดเหี้ยมเพียงใดกับใครก็ตามที่บังอาจทำร้ายฉัน
Lihat lebih banyakมุมมองของเอวา“ก็หลังจากที่พี่ชายของเธอกับฉันนั่นแหละ” ไมลส์รีบพูดต่ออย่างลนลาน “ว่าจริง ๆ แล้วสเนคจงใจทำให้คนเสียเงิน แล้วก็เก็บดอกเบี้ยโหด ๆ ฉันไม่เคยรู้เรื่องพวกนั้นมาก่อนเลย ฉันสาบาน—”ฉันหัวเราะเบา ๆ แล้วขัดจังหวะเขา “เลิกโกหกเถอะ ไมลส์ ฉันไม่ได้หมดสติในรถของนาย ฉันได้ยินทุกอย่าง”ใบหน้าของเขาซีดเผือด “นายจะโทษสเนคเรื่องหนี้ก็ได้” ฉันพูดต่ออย่างสงบ “นายไม่ได้เป็นคนพาฉันไปคาสิโน เขาไม่ได้เป็นคนส่งฉันให้ใคร นายต่างหากที่ทำ นายไม่ใช่เหยื่อ—นายคือผู้สมรู้ร่วมคิด”ไมลส์แทบพังทลาย “ไม่… มันไม่ใช่อย่างนั้น…”“แล้วคำพูดพวกนั้นของนายล่ะ” ฉันพูดต่อ “เรื่องที่บอกว่าการคบกับฉันทำให้นายดูดี แล้วก็เรื่องที่นายไม่เคยชอบฉันจริง ๆ เลย”“นั่นก็แค่คำพูดลอย ๆ!” เขาร้องไห้ “ฉันรักเธอ เอวา ฉันวางแผนไว้ด้วยซ้ำว่าจะดูแลเธอหลังจาก—หลังจากทุกอย่างจบลง ฉันอยากแต่งงานกับเธอ”“ใช่ นายรักฉัน” ฉันพูด “ความรักแบบที่ทิ้งรอยช้ำไว้ แล้วก็หักกระดูกคนอื่น แบบนั้นสินะ น่าสนใจดีนะ นายไม่คิดเหรอ”ฉันส่ายหน้า “นายคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ”“ไม่ ฉันไม่ได้หมายความว่า—”“ตอนนี้นายก็รู้แล้วว่าครอบครัวฉันเป็นใ
มุมมองของเอวาเขาผละออก ดวงตาคล้ายมีหมอกบาง ๆ เคลือบอยู่“พี่อยากบอกเรื่องนี้กับเธอมานานแล้ว” เขาพูด “บางครั้ง การอ่อนโยนกับคนอื่นมากเกินไป ก็หมายความว่าเราต้องสูญเสียชิ้นส่วนบางอย่างของตัวเองไป”“ตอนนี้ฉันรู้แล้ว” ฉันตอบเบา ๆ “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่เป็นไรแล้ว”หลังจากนั้น บทสนทนาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นเรื่องเบาลง ธีโอเริ่มพูดถึงสิ่งที่ฉันอาจอยากทำ เมื่อฉันหายดีเต็มที่แล้วฉันดูออกว่าเขายังคงกังวลที่ฉันจะกลับไปบอสตันคนเดียว แต่ฉันก็ยังไม่พร้อมจะปล่อยความฝันของตัวเองเช่นกัน การเป็นนักเปียโนคือส่วนหนึ่งของชีวิตฉันมาโดยตลอด และมันก็เป็นความฝันของป่ะป๊าด้วย เขาเป็นคนที่วางมือฉันลงบนคีย์เปียโนเป็นครั้งแรก ตอนที่ฉันยังเด็ก“ธีโอ” ฉันพูดอย่างอ่อนโยน “ฉันรู้ว่าพี่เป็นห่วง แต่ฉันต้องไป ฉันยอมแพ้กับเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ”“พี่รู้” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “เพราะงั้นพี่เลยโทรติดต่อไว้บ้างแล้ว มีโรงเรียนดนตรีแห่งหนึ่งในเยอรมนี เป็นหนึ่งในสถาบันที่ดีที่สุด”เขาหยุดเล็กน้อย “ไปที่นั่นดีไหม”ฉันกะพริบตาอย่างตกใจ ฉันเคยคิดเรื่องไปเรียนต่างประเทศ เคยฝันถึงมันด้วยซ้ำ—แต่ลึก ๆ แล้ว ฉันไม่เคยคิดเลย
มุมมองของเอวาสายตาของธีโอไม่สั่นไหว เขามองตรงเข้ามาในดวงตาฉัน ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งแล้วหันไปหยิบแก้วน้ำส่งให้ “เธออยากจัดการไอ้พวกสารเลวนั่นยังไง” เขาถาม “พี่ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย คิดว่าเธออาจอยากมีส่วนตัดสินใจด้วย”แค่ได้ยินชื่อพวกนั้นอีกครั้ง—ไมลส์ สเนค—เลือดในกายฉันก็เดือดพล่าน ฉันก้มมองข้อเท้าที่พันผ้าไว้ และรอยช้ำที่กระจายอยู่บนฝ่ามือ“ไมลส์ติดเงินคาสิโนเหรอ” ฉันถามธีโอพยักหน้า “ใช่”“แค่สองหมื่น…” ฉันหัวเราะอย่างขมขื่น พลางขยับนิ้วที่ยังปวดอยู่ “ถ้าดูจากสิ่งที่เขาทำกับฉัน งั้นก็คิดเป็นหนึ่งล้านแล้วกัน”“แค่หนึ่งล้านเหรอ” ธีโอเลิกคิ้ว “พี่คิดว่าจะประมาณร้อยล้านซะอีก”“หนึ่งล้านยังถือว่าใจดีแล้ว” ฉันพูดเสียงเรียบ “แล้วด้วยงานแบบที่เขาทำ ต่อให้เป็นดอกเบี้ย เขาก็ไม่มีทางจ่ายไหว”ฉันยิ้มบาง ๆ “โรงงานของเราที่เม็กซิโกยังต้องการแรงงานอยู่ไม่ใช่เหรอ ส่งเขาไปที่นั่นสิ”ธีโอยิ้มกว้าง “เขาจะเน่าอยู่ที่นั่นไปตลอด ไม่มีทางใช้หนี้ได้สักแดง”“ส่วนคุณสเนค…” รอยยิ้มของฉันจางหายไปเขาไม่ได้แค่ข่มขู่ฉัน เขาพยายามปิดปากฉัน เหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉัน และทำทั้งหมดนั้นภายใต้ชื่อของพี่ชา
มุมมองของเอวาสเนครู้ดีว่าอะไรก็ตามที่รอเขาอยู่ มันต้องเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นแทนที่จะอ้อนวอนธีโอ เขากลับคลานมาหาฉันธีโอคว้าแขนเขาแล้วเหวี่ยงกลับไป “อย่าคิดแม้แต่จะเข้าใกล้น้องสาวของฉัน”สเนคหน้าซีดราวกับคนตาย เขามองฉันเหมือนเห็นผี “ด–ได้โปรด หัวหน้า… คุณไม่เคยบอกว่าคุณมีน้องสาว และเธอก็เพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ เอง—”ธีโอเตะเข้าที่ท้องเขาอย่างแรง “ตอนนี้ฉันต้องมานั่งอธิบายเรื่องครอบครัวให้แกฟังด้วยหรือไง”“ไม่—ไม่ แน่นอนว่าไม่ครับ—”ธีโอหันมาหาฉัน “มันทำอะไรเธอบ้าง เอวา”“ไม่ใช่แค่วิสกี้กับการตบ—เขายังใช้เข็มขัดฟาดฉันด้วย”มือของธีโอกระชากคอเสื้อสเนคแน่น “แค่มีใครแตะต้องน้องสาวฉันฉันยังทนไม่ได้—แต่นี่แกถึงกับตีเธอ?”“หัวหน้าครับ ผมไม่รู้จริง ๆ!” สเนคร้องไห้ “ผมแค่ทำตามกฎ ผมกำลังปกป้องท่าน—”ธีโอยิ้มเย็นชา เขารับเข็มขัดจากลูกน้องแล้วถามอย่างสงบ “แกฟาดเอวากี่ครั้ง”“ผม—ผมไม่ได้นับ”“งั้นก็เริ่มที่หนึ่งพัน”เข็มขัดฟาดลงอย่างแรง สเนคร้องลั่นธีโอยื่นเข็มขัดให้ชายร่างใหญ่สองคน “พวกแก” เขาชี้ “คนหนึ่งฟาด คนหนึ่งนับ ใช้แรงให้เต็มที่ หนึ่งพันครั้ง อยากเพิ่มก็เพิ่มได้—แต่ห้ามขาดแม้





