LOGINที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง วันนี้จักรชัยกับประชาออกมาตีกอล์ฟด้วยกันก่อนที่จะกลับไปรับแพรวพราวที่บ้าน
“ขอบใจแกอีกครั้งนะที่ยอมช่วยเหลือครอบครัวฉัน” ประชาบอกกับจักรชัยซึ้งในน้ำใจของเพื่อนอย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้
“ไม่เป็นไรหรอกน่าแกช่วยฉันไว้เยอะกว่านี้อีก” สำหรับจักรชัยแล้วเรื่องแค่นี้เล็กน้อยมากสำหรับสิ่งที่เพื่อนเคยช่วยเหลือมา อีกอย่างประชายังยอมให้ลูกสาวมาดูแลเขาอีก
“แล้วแกแน่ใจนะว่ารามิลจะไม่มีปัญหากับหนูพราว” ประชายังคงกังวลเพราะรามิลปฏิเสธที่จะแต่งงานกับลูกสาวตนจึงคิดว่าเขาอาจจะมีอคติกับแพรวพราว
“แน่ใจสิ ขานั้นเขาไม่ได้มาสนใจใครหรอก ขอแค่อย่าเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตเขาก็พอ”
จักรชัยพูดเหมือนรู้จักนิสัยใจคอลูกชายเป็นอย่างดี ชีวิตรามิลก็มีแค่ทำงานหรือบางครั้งก็ดื่มเที่ยวบ้างตามประสาหนุ่มโสด ถึงดื่มเที่ยวอย่างไรก็อยู่ในผับตัวเอง ไม่เคยทำตัวเสียหายอะไรอยู่แล้ว
ตกตอนเย็นรามิลเดินลงมาจากบ้านเพื่อรับประทานอาหารเย็น เรียมจัดชุดจานข้าวแค่ชุดเดียว คิ้วเข้มของคนตัวสูงเลิกขึ้น
“คุณพ่อยังไม่กลับเหรอครับป้าเรียม”
“ยังเลยค่ะ บอกว่าจะทานข้าวเย็นที่บ้านเพื่อนก่อนค่ะ” คงไม่ใช่บ้านใครที่ไหนนอกเสียจากบ้านของประชา
“ฮึ แค่นี้ก็รู้ว่าร้ายแค่ไหน”
“ใครร้ายเหรอคะ” เรียมถามพลางตักข้าวใส่จานให้เขา
“ก็ว่าที่เมียใหม่ของคุณพ่อไงครับ ยังไม่ทันไรก็เอาคุณพ่อซะอยู่หมัด” น้ำเสียงติดประชด
“อ้อ น่าจะใช่ค่ะ เพราะวันนี้คุณท่านหายไปทั้งวันเลยค่ะ” เรียมทั้งพูดทั้งยิ้มอย่างมีความสุข ไม่ได้ดูหน้าของอีกฝ่ายเลยสักนิดว่าเขารู้สึกไม่พอใจแค่ไหน ที่ปล่อยให้เขาต้องมานั่งทานข้าวคนเดียว
ทานข้าวเสร็จรามิลก็เตรียมตัวไปผับต่อ ทั้งที่ความจริงวันนี้เขาต้องพัก
“วันนี้คุณหนูไปผับด้วยเหรอคะ”
“ครับ เซ็ง” พูดจบก็สาวเท้าออกไปแบบไม่สบอารมณ์
“เป็นอะไรของคุณหนูเนี่ย” เรียมบ่นไล่หลัง
จักรชัยกลับมาบ้านพร้อมกับแพรวพราวเกือบห้าทุ่มเพราะมัวแต่คุยกับเพื่อนเพลิน
“รามิลไม่อยู่เหรอป้า”
“ออกไปผับค่ะ บอกว่าเซ็ง”
“เซ็งอะไรของมัน”
“พราวขอเอาของขึ้นไปเก็บก่อนนะคะ”
“ไปสิ ฉันก็จะขึ้นห้องเหมือนกัน”
“ให้ป้าช่วยนะคะคุณพราว”
“ค่ะ” แพรวพราวยิ้มหวานให้แม่บ้าน เรียมจึงยกกระเป๋าขึ้นไปช่วย
จักรชัยรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว เพราะวันนี้ออกรอบนานจึงรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ แพรวพราวจึงเอายาไปให้ ปกตินอกจากเรียมแล้วก็จะมีผู้ช่วยหนุ่มวัยสี่สิบเอ็ดปีอย่างธาราเป็นคนคอยดูแลไม่ห่าง แต่พักหลังมานี้เขาไม่ได้แวะเวียนมาที่บ้านนี้บ่อยนัก
“หนูพราวไปพักผ่อนเถอะ ฉันไม่เป็นไรมากแล้วล่ะ” จักรชัยบอกแพรวพราว
“งั้นพราวไปนอนก่อนนะคะ” เธอห่มผ้าให้จักรชัยแล้วก็เดินออกมา
รามิลที่กลับจากผับเห็นเข้าพอดี เธอจึงรีบเดินเพื่อเข้าห้อง แต่คนร่างใหญ่กลับสาวเท้าแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอ แล้วยืนคร่อมตัวเธอให้ชิดกับผนัง
“ช่วยหลีกทางด้วยค่ะ ฉันจะเข้าห้อง” แพรวพราวกัดฟันพูดเสียงเบาเพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน
“จะรีบไปไหน เรายังไม่ได้คุยกันเลย” พ่อหนุ่มกลิ่นกายหอมไม่สะทกสะท้าน แถมเบียดกายเข้าใกล้เธอมากขึ้น
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ คุณถอยไปหน่อยได้ไหมคะ ฉันอึดอัด” มือเล็กดันอกกว้างไว้ แล้วเบือนหน้าหนี เธอไม่ชอบเอาเสียเลยที่เขาเข้ามาใกล้เธอเช่นนี้ ใจมันสั่นจนเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
“นี่เข้าไปรับใช้คุณพ่อผมถึงในห้องนอนเลยเหรอ” ทำหน้าทะเล้นและไม่ยอมผละกายออก กลิ่นกายเธอมันทำให้เขาไม่อยากปล่อยเธอไป
“ก็คนกำลังจะแต่งงานเขาก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอคะ” พูดจาท้าท้าย แม้อกจะสั่นแค่ไหนก็ตาม
“เหรอ แล้วคนที่ไม่ได้แต่งงานกันเขาทำได้ไหม” แพรวพราวจ้องหน้าเขาเขม็ง ใบหน้าคมเข้มมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“คุณหมายถึงอะ…”
กลีบปากร้อนประกบลงบนเรียวปากระเรื่อที่กำลังจะเผยอประท้วง ดวงตาคนตัวเล็กเบิกกว้างที่โดนเขาขโมยจูบอีกครั้ง มือเล็กที่กำลังผลักไสคนตัวใหญ่ออกถูกมือใหญ่ของเขารวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวแล้วดันร่างบางจนชิดผนัง กลีบปากร้อนดูดดึงริมฝีปากบนล่างของเธออย่างเอาแต่ใจ ดุนดันให้เธอเผยอปากขึ้นสอดแทรกปลายลิ้นซุกซนเข้าไปชอนไชในโพรงปากนุ่มโดยเร็ว
คนตัวใหญ่รับรู้ถึงความอ่อนระทวยของเธอ มือเล็กที่ถูกเขาปล่อยจนเป็นอิสระ กอดรัดคอเขาไว้ ลิ้นเล็ก ๆ ของเธอเกี่ยวรัดเรียวลิ้นสากของเขาตอบ ผลัดกันดูดดึงเรียวลิ้นจนแทบสำลักความหวาน
“อือ” เขาครางเสียงต่ำ ความหอมหวานของริมฝีปากกับลิ้นนุ่มของเธอมันทำให้เขาไม่อยากหยุด
ด้วยสัญชาตญาณดิบมือใหญ่ข้างหนึ่งสอดเข้าใต้ชายเสื้อเพื่อควานหาเนินอกนุ่ม แล้วกอบกุมอยู่ภายนอกบราเซียร์ลูกไม้ ร่างบางรู้สึกเสียววาบไปถึงท้องน้อย
“อ๊ะ คุณรามิล!” ร่างเล็กสะดุ้งโหยงแล้วผลักร่างเขาที่กำลังเคลิบเคลิ้มออกแรง มองเขาด้วยสายตาตำหนิ
“พราว!” น้ำเสียงแหบเครือมองเธอตาฉ่ำวาว เขาลืมตัวจนเกือบทำอะไรเลยเถิด สิ้นเสียงแพรวพราวก็หมุนร่างเปิดประตูเข้าห้องตัวเอง ไปยืนตัวสั่นเทาพิงประตูห้อง มือขาวแตะที่ริมฝีปากตัวเองที่มันบวมแดงขึ้นมา คนตัวโตได้แต่เดินเข้าห้องตัวเองไปด้วยความสับสนวุ่นวายใจ
คนบนร่างยิ้มพรายเธอพร้อมจะปรนเปรอให้เขา ริมฝีปากบางกดจูบลงบนเรียวปากเขาและเป็นฝ่ายดูดดึงริมฝีปากเขาอย่างหื่นกระหายผละจากปากก็เลื่อนกายลงต่ำ ใช้อกอวบอิ่มและปลายลิ้นลากไล้ตามแผงอกเรื่อยลงมาตามหน้าท้องและแก่นกายแข็งขึงของเขา “อา” ความนุ่มหยุ่นสัมผัสกับความแข็งของความเป็นชายทำให้คนตัวโตต้องส่งเสียงครางออกมา ปากเล็ก ๆ งับแก่นกายเข้าไปจนลึกสุดเม้มปากแน่นแล้วรูดปากขึ้นจนสุด จนเกิดเสียงน่าอาย บ๊อก! “อา พราว” เธอปล่อยให้มันตั้งโด่อยู่แบบนั้น อกเนียนนุ่มเลื่อนไล้ไปตามต้นขาแกร่งทั้งสองข้าง ปัดป่ายผ่านตัวตนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เธอกำลังปลุกปั่นไฟราคะของเขา จากนั้นใช้อกอวบทั้งสองข้างเข้าครอบครองท่อนเอ็นร้อนให้อยู่กลางทั้งสองเต้า มือเล็กทั้งสองดันอกให้แนบชิดความเป็นชายแล้วนวดคลึงแท่งเอ็นร้อนขึ้นลงช้า ๆ บางจังหวะใช้ปากดูดดึงหัวปลายบานช่วย “ซี้ดดดด อา” คนตัวใหญ่สูดปาก เขากำลังโดนเธอทรมาน แต่เป็นการทรมานที่เขาเต็มใจ เธอเปลี่ยนจากเนินอกนุ่มเป็นปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดมังกรยักษ์ของเขา ปาดเลียลากไล้ลงมา
สามเดือนต่อมา หลังจากทั้งสองแต่งงานกันรามิลเข้าไปบริหารงานช่วยพ่อตาอย่างจริงจัง โดยมีแพรวพราวเป็นผู้ช่วยของเขา ธุรกิจครอบครัวเธอกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ วันหยุดรามิลพาภรรยาไปบ้านชานนท์ พักหลังเขาไม่ค่อยได้เข้าไปผับ เพราะปารียาใกล้จะคลอด รามิลแนะนำให้แพรวพราวรู้จักกับภรรยาของเพื่อนสนิท เขาปล่อยให้สองสาวอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ส่วนตัวรามิลก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมาก มือบางลูบคลำท้องปารียาเบา ๆ “โอ๊ะ คุณแบมคะ” แพรวพราวตกใจถึงกับชักมือกลับเมื่อเห็นท้องของปารียาบิดเบี้ยวไปข้างหนึ่งเพราะเด็กในท้องกำลังดิ้น “หึ หึ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปารียาขำท่าทางตกใจของแพรวพราวด้วยความเอ็นดู “เจ็บไหมคะ” เธอถามอย่างเป็นห่วง “ถ้าโดนถีบแรงหน่อยก็มีแปลบ ๆ เหมือนกันค่ะ” ปารียาบอกพร้อมลูบท้องตัวเองเบา ๆ เธอชินแล้วกับการที่ต้องอุ้มลูกคนที่สอง แพรวพราวยิ้มแหยรู้สึกหวั่น ๆ กับการที่ต้องอุ้มท้อง “เหมือนพราวจะอยากมีลูกนะ” ชานนท์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสองสาวนั่งคุยกันอย่างถูกคอ “กูทำทุกวัน” “เอาให้ทันกูนะ”
“โอ้ย ผมเจ็บนะ” ทำเป็นร้องเสียงหลงแล้วดึงร่างนุ่มเข้ามากอด“อ๊ะ โยคะมันเกี่ยวกับกล้ามที่ไหนละคะ” มองเขาแววตาหวานเยิ้ม“อ้าวเหรอ ก็นึกว่าเกี่ยวนี่นา”“ทะเล้นจริง ๆ ปล่อยได้แล้วค่ะพราวจะไปเปลี่ยนชุด”“เปลี่ยนด้วย”“ไม่ได้ค่ะ อาย”“อาย?”“อือฮึ”“ฮ่า ฮ่า ผู้หญิงอะไรน่ารักเป็นบ้า” ทั้งพูดทั้งจูบหน้าผากเธอหนัก ๆ พร้อมเม้มริมฝีปากทำท่าทางมันเขี้ยว แทงแตกไปไม่รู้กี่น้ำยังจะมีหน้ามาบอกว่าอาย คิดแล้วก็ขำคนรัก เขารู้สึกทั้งรักทั้งเอ็นดูคนตัวเล็กรามิลเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาพร้อมแพรวพราว เตรียมที่จะฝึกโยคะแบบจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิตแพรวพราวเรียงลำดับการฝึกจากท่านั่งก่อน ตามด้วยนอนราบ นอนคว่ำ ท่ายืน ปิดท้ายด้วยท่าไหว้พระอาทิตย์ตามเดิม ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่ง รามิลอยากจะบอกคุณครูว่าเขาจำได้แค่ท่าศพกับท่าต้นไม้แค่นั้น กระนั้นตอนทำท่าต้นไม้ก็ยังยืนโอนเอียงเพราะยังใช้ขาข้างเดียวรับน้ำหนักไม่ได้“ไม่คิดว่าจะได้เหงื่อเยอะขนาดนี้” เขาเดินออกมาจากสตูดิโอโยคะแล้วพูดกับเธอ เมื่อเช้าใช้เอวกระแทกไปเยอะด้วยสิ ตกเย็นมาก็เล่นโยคะแบบจัดเต็มอีก“ให้พราวขับรถให้นะคะ” วันนี้เขาไม่ได้ให้คนขับรถมาด้วย“ไม่เป็นไ
“แค่เนี้ย?”“ค่ะ” ยลรดีกำลังจะเดินออกไปรามิลจึงเอ่ย “คุณรดีครับ”“คะ”“ออกไปฝากล็อกห้องให้ด้วยนะครับ และอย่าเพิ่งให้ใครเข้ามารบกวนผม” เขาบอกเธอเสียงเรียบแววตาเป็นประกายจ้องใบหน้าเนียนตรงหน้า“ค่ะ”ว่าแล้วก็พาเธอเดินไปตรงระเบียงห้อง ยืนกอดเธอจากด้านหลัง สายตาทอดมองวิวด้านนอก รู้สึกวันนี้มันสวยเป็นพิเศษ“พราวยังไม่บอกผมเลยว่าคุณกินยาคุมทำไม” ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้าง ๆ ติ่งหูอ่อนนุ่ม“อือ ก็คุณมักง่ายนี่คะ ไม่เคยจะป้องกันอะ” ขนอ่อนกำลังเริ่มตื่นตัวเมื่อโดนจมูกซุกซนก่อกวน“ก็ป้องกันแล้วไง ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยหลั่งข้างในน้า”“แหมมมม! แล้วเจ้ารามิลน้อยมันมองเห็นด้วยตาเปล่าไหมละคะ มีเป็นล้าน ๆ แต่ละคืนก็ใช่ว่าจะแทงครั้งเดียวซะเมื่อไหร่” เจ้ามังกรก็ใช้แล้วใช้อีกแล้วใครจะไปมองเห็นล่ะจริงไหม“ทะลึ่ง” เขาพูดเสียงงุ้งงิ้งอยู่ข้างซอกคอ ดอมดมผิวเนียนไม่หยุด“หรือไม่จริง?”“ก็ผมอยากมีลูกกับคุณนี่นา”“หือ จริงอะ”“จริงดิ ถ้าพราวท้องกับผม ผมก็จะได้เนียน ๆ บอกกับคุณพ่อไปเลยไงว่าพราวเป็นเมียผม”“แล้วไม่พูดให้มันดี ๆ ละคะ ง่ายกว่าไหม”“ก็คนมันอายอะ ยกพราวให้คุณพ่อไปแล้วด้วย จะกลับคำก็ไม่ได้” ทำเสียง
ตอนเช้าที่โต๊ะอาหาร เมื่อคืนรามิลกับแพรวพราวกลับมาดึก จึงไม่ได้เจอกับพ่อ รามิลเดินลงมาทานอาหารเช้าเหมือนเช่นทุกวัน เมื่อคืนกลับมาจากผับก็จัดเต็มกับคนรักอีกหลายยก ที่เขาขู่เธอไว้ไม่เกินจริง จักรชัยมองลูกชายที่เดินลงมาหน้าตาเรียบเฉย แววตาไม่ได้สื่อว่ารู้สึกเช่นไร แค่ลูกกลับมานอนบ้านเขาก็ดีใจมากแล้ว “คุณธาราไม่ได้มาค้างด้วยเหรอครับพ่อ” รามิลเอ่ยถามผู้เป็นพ่อแล้วนั่งลงเก้าอี้ตัวเดิม เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือบมองดวงหน้าหวานละมุนของสาวตรงข้ามแววตากรุ้มกริ่ม เมื่อคืนเธอทำให้เขาอิ่มเอมมาก อิ่มจนล้นออกมาทางสายตาจักรชัยอึ้งกับคำถาม ตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้นธารายังไม่กล้ามาที่บ้านหรรษรักษ์อีก เพราะเขาโทษตัวเองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้รามิลต้องเสียใจ “รามิล!” “ครับพ่อ” “แกไม่โกรธพ่อเหรอ” “โกรธเรื่องอะไรครับ” เขาทำหน้าเฉไฉ “ก็เรื่องที่พ่อ…” พูดแค่นั้นแล้วปรายตามองหน้าแพรวพราว รามิลไม่ตอบแต่กลับลุกจากเก้าอี้ตัวเองแล้วเดินไปหาพ่อ จักรชัยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ลูกชายโอบกอดพ่ออย่
“อื้อ ซี้ดดด” แพรวพราวส่งเสียงครางเสียวไม่ขาดปาก มันเสียวและทรมานในคราเดียวกัน ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่น สะโพกกลมกลึงส่ายวนไปมา มือหนาก็ยิ่งกดและละเลงลิ้นเร็วรัว สอดเข้าไปเสียดสีกับปุ่มกระสันในโพรงรักร้อนอย่างไม่ปรานีเธอ “อื๊อ เสียว ซี้ดดด อา” แพรวพราวครางเสียงแหบพร่า มือทั้งสองข้างเปลี่ยนไปขยุ้มบนที่นอนแน่น ลิ้นซุกซนของเขาก็รัวไม่หยุด “พราวไม่ไหวแล้วค่ะ ซี้ด” สิ้นเสียงร่างเล็กก็กระตุก ร่องรักคับแคบตอดรัดเรียวลิ้นสากแน่น “พราว ผมอยากแตกข้างในตัวพราว นะ…ได้ไหม?”เขาจับร่างเล็กนอนตะแคงซ้ายแล้วยกขาข้างขวาขึ้นสูงแทรกกายเข้าไปคุกเข่าคร่อมตรงหว่างขา จับขาขวาเธอขึ้นพาดบ่า จับแก่นกายถูไถกับกลีบสาวก่อนจะสอดแทรกเข้าไปอยู่ในตัวเธอ “ได้ค่ะ อื๊อ” ตอบเขาโดยไม่ต้องคิด “ผมอยากมีลูกกับพราว” “พราวกินยาคุมค่ะ” คำบอกกล่าวเหมือนดับฝันของเขาลง แต่ถึงอย่างไรก็ขอกระแทกก่อนก็แล้วกัน “หื้อ พราวอะ อ้า” เข้าไปได้สุดก็ขยับบั้นท้ายเนิบช้า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงกับเธอ โน้มกายลงมาบีบค






![ห้าผัวแซ่บเกินต้าน [6P] + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
