เข้าสู่ระบบ"ดิฉันคุยกับณินาแล้วค่ะคุณท่าน ณินาบอกว่าตกลงค่ะ" เมื่อชบาเข้ามาในบ้านก็ทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นแล้วบอกพรรณีที่นั่งอยู่บนโซฟาราคาแพงทันที
"อืม งั้นเดี๋ยวฉันจะจัดการเคลียร์ปัญหาให้เธอพรุ่งนี้ก็แล้วกัน" "ดิฉันขอบพระคุณมากค่ะคุณท่าน" ชบาเอ่ยพลางยกมือไหว้แล้วก้มหัวอย่างนอบน้อม ธามไทที่เพิ่งกลับจากทำงานเดินเข้ามาในบ้านแล้วหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาหรูข้างคนเป็นย่า ชบาที่เห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยบอกกับเจ้านายทั้งสองที่นั่งอยู่ตรงหน้า "ดิฉันขอกลับห้องพักก่อนนะคะคุณท่าน คุณธามไท" จากนั้น ชบาก็ออกจากบ้านหลังใหญ่ไป ก่อนที่พรรณีจะหันถามหลานชายที่นั่งอยู่ข้างตัวเอง "แกอยากแต่งงานใช่ไหม" ถามพร้อมรอยยิ้มอ่อนแบบมีเลศนัย "เอ่อ..." เขามีความรู้สึกประหลาดใจเมื่ออยู่ๆคุณย่าก็เอ่ยถามเรื่องแต่งงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณย่าไม่เคยถาม "ย่าจะให้แกแต่งงานก็ได้ แต่แกต้องมีลูกกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้ก่อน" "คุณย่าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ" เรียวปากหนาถาม พลางคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง "ย่าเลือกผู้หญิงที่เหมาะจะมาเป็นแม่ของลูกของแกแล้วละ" "แม่ของลูก? ใครครับ" "ณินา" "ฮะ! คุณย่าพูดอะไรออกมาครับ คุณย่าจะให้ผมมีลูกกับยัยนั่นที่เป็นหลานแม่บ้านเหรอครับ" ธามไทอุทานด้วยความตกใจ พลางเสียงทุ้มเปล่งออกมาอย่างลืมตัว "ถึงณินาจะเป็นแค่หลานแม่บ้านแต่เขาก็นิสัยดีนะลูก เขาอยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีจนย่าดูออกว่าเขาเป็นผู้หญิงที่เหมาะจะมาเป็นแม่ของลูกแกและเหลนของย่า" "ผมมีแฟนแล้วนะครับ คุณย่าจะให้ผมไปมีอะไรกับคนอื่นได้ไง" เขาหาข้ออ้าง "ก็แค่แฟน แต่ยังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย" "ถึงจะยังไม่แต่งงานก็ไม่ได้หรอกครับ" "แกทำเพื่อย่าไม่ได้เหรอ ย่าแก่แล้วนะ อีกไม่กี่ปีย่าก็ต้องจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่อยู่ขอร้องแกหลายปีหรอก" "คุณย่า..." เมื่อได้ยินคนเป็นย่าพูดออกมาแบบนั้น ใจเขาก็อ่อนยวบลงทันที "ถ้าณินาท้องย่าจะให้แกแต่งงานกับแฟนของแกแล้วออกเรือนไปอยู่ด้วยกัน ส่วนลูกของแกย่าจะเลี้ยงเองโดยไม่ให้แฟนแกต้องมาเลี้ยง" "..." ตอนนี้เขามีความรู้สึกลำบากใจไม่น้อย เพราะคิดไม่ถึงว่าคุณย่าจะให้เขาทำแบบนั้น "ณินาจะเป็นได้แค่แม่ของลูกแกเท่านั้น แต่ไม่ใช่เมียของแก" "ตกลงครับ" เขารีบตกลงทันทีเพราะคิดว่าถ้าให้เป็นแค่แม่ของลูกเขาพอจะรับได้ แต่ถ้าจะให้มาเป็นเมียเขารับไม่ได้ "งั้นแกก็ส่งข่าวไปบอกแฟนของแกสิว่าอีกไม่นานก็จะได้แต่งงานกับแกแล้ว และบอกแฟนแกด้วยนะว่าหลังจากแต่งงานย่าจะยกทรัพย์สมบัติให้แก ถ้าแฟนแกรู้แฟนแกต้องดีใจไม่น้อยเลยแหละ" ยิ้มเยาะ "ผมไม่ได้อยากได้สมบัติของคุณย่าหรอกครับ" "ย่ารู้ว่าแกไม่ใช่คนอยากได้ แต่ย่าคิดว่าแฟนแกนั่นแหละอยากได้" "คงไม่ถึงขนาดนั้นมั้งครับคุณย่า" เสียงทุ้มเอ่ยออกไป พลางในใจมีความลังเลเพราะช่วงหลังๆมานี้ระรินจะรบเร้าเรื่องแต่งงานบ่อยขึ้นจนเขาหงุดหงิดไม่อยากเข้าใกล้และไม่อยากคุยด้วย "งั้นเอาอย่างนี้ไหม แกลองไปบอกแฟนของแกดูสิว่าย่าจะไม่ยกสมบัติให้แก แล้วสังเกตดูว่าแฟนของแกจะมีสีหน้ายังไง" ก่อนที่ธามไทจะพูดขึ้น "งั้นผมขึ้นข้างบนก่อนนะครับ" ว่าจบ ธามไทก็ลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วสาวเท้าขึ้นบันไดไป ก่อนที่พรรณีจะตะโกนบอกหลานชายที่กำลังจะก้าวขึ้นบันได "อาทิตย์หน้าย่าจะให้ณินาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ และเข้าไปนอนกับแก" เรียวขายาวชะงักแล้วตอบกลับไป "ครับ" รับคำเสร็จเขาจึงรีบสาวเท้าแล้วขึ้นชั้นบนไป เมื่อเข้ามาในห้องนอนธามไทก็จัดการโทรหาระรินทันที ตู๊ด~ 'ว่าไงคะธามไท' 'คุณอยู่คอนโดใช่ไหม' 'เอ่อ...คือ รินออกมาทำธุระข้างนอกค่ะ คุณโทรมาทำไม' 'เดี๋ยวผมจะไปหาคุณที่คอนโดนะ" 'อ อ๋อ ได้สิ' 'คุณทำอะไรอยู่ ทำไมเสียงหายใจของคุณเหมือนเหนื่อยๆ' 'อ เอ่อ รินกำลังเดินไปขึ้นรถค่ะก็เลยหอบและหายใจแรงไปหน่อย' 'งั้นแค่นี้นะริน เดี๋ยวผมไปหา' 'ได้ๆ งั้นเดี๋ยวรินจะกลับเลย' ว่าแล้ว นิ้วหนาจึงกดวางสายแล้วออกจากบ้านไปขึ้นรถหรูและขับมุ่งหน้าไปยังคอนโดของระริน ด้านระริน "คุณจะให้ผมทำต่อไหม" เมื่อระรินกดวางสายไปแล้ว ร่างหนาที่คร่อมอยู่บนร่างของเธออีกทั้งยังมีแท่งร้อนเสียบคารูสวาทของเธอเอ่ยถามขึ้น "ทำต่อสิ คุณจะให้ฉันอารมณ์ค้างอยู่แบบนี้เหรอ" ว่าจบ เอวสอบของชายที่เธอเคยมีอะไรด้วยมาหลายครั้งก็ขยับเข้าออกอย่างรัวเร็วจนทั้งคู่ได้ไปถึงปลายทางแห่งความสุขพร้อมกัน โดยน้ำกามของชายหนุ่มได้พวยพุ่งเข้าไปอยู่ในร่องสวาทของเธอทุกหยาดหยด ซึ่งมันทำให้ระรินมีความสุขทุกครั้งที่ได้ร่วมรักกับเขา เนื่องจากว่าเขาไม่เคยสวมถุงยางอนามัยตอนมีอะไรกับเธอ ซึ่งผิดกับธามไทที่เขาจะสวมถุงยางทุกครั้งที่มีอะไรกับเธอ และอีกอย่างธามไทไม่เคยใช้ลิ้นกับส่วนตรงนั้นของเธอสักครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะนอนอ้าขาขอร้องเขายังไงแต่เขาก็ไม่ทำ ผิดกับชายหนุ่มคนนี้ที่เขาจะเลียให้เธอทุกครั้งจนทำเอาเธอติดใจเขาไปเสียแล้ว ชายหนุ่มที่ร่วมรักกับเธออยู่ตอนนี้เขาชื่อว่าเจษฎ์อายุสามสิบปี มีธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ เธอรู้จักกับเขาผ่านทางไอจี เมื่อห้าเดือนก่อนเจษฎ์ส่งข้อความมาทักเธอ และเธอจึงทักทายเขากลับไป เธอกับเจษฎ์คุยกันทางไอจีราวสองอาทิตย์ก็นัดเจอกัน ด้วยความที่ทั้งคู่มีความชอบพอกันจึงมีอะไรกันตั้งแต่วันแรกที่เจอ หลังจากนั้นทั้งสองจึงนัดออกมานอนกันบ่อยๆ เป็นเวลาหกเดือนแล้วที่ธามไทกับเธอไม่ได้มีอะไรกัน แต่ก่อนเขาจะมานอนกับเธออาทิตย์ละครั้ง แต่ในระยะเวลาครึ่งปีมานี้เขากับเธอเริ่มห่างเหินกัน หลายอาทิตย์ถึงจะนัดทานข้าวกันครั้งนึง แต่เธอรับรู้ได้ว่าความรู้สึกของธามไทที่เคยมีต่อเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ในระยะเวลาหกเดือนที่เธอไม่ได้มีอะไรกับธามไท เธอรู้สึกมีความต้องการเรื่องนั้นมาก พอได้เจอกับเจษฎ์เธอก็เลยเปิดเผยความต้องการอยากมีเซ็กส์กับเขา ดังนั้นเจษฎ์จึงตอบสนองเธออย่างสาสมหลังจากที่เธอต้องอดอยากปากแห้งมานานบ้านธามไท 22.35 น.รถหรูของธามไทแล่นเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหญ่ด้วยความเร็ว ก่อนที่เรียวขายาวจะก้าวลงจากรถแล้วสาวเท้าขึ้นไปชั้นบนอย่างว่องไวพลั่ก!ร่างสูงผลักประตูเข้ามาในห้องนอนด้วยความแรงตามอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยากปลดปล่อยเต็มที ณินาที่นอนไถโทรศัพท์ท่องโลกโซเชียลอยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจที่จู่ๆเขาก็ผลักประตูเข้ามาเสียงดัง เธอหันมองไปยังร่างสูงที่ตอนนี้เขามีท่าทีแปลกๆอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในระยะเวลาสองเดือนที่อยู่กับเขามา เพื่อให้หายสงสัยเธอจึงหยัดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วถามออกไป"คุณเป็นอะไรคะคุณธามไท""ขึ้นไปนอนบนเตียง""ขึ้นไปนอนทำไมคะ" ถามด้วยสีหน้างุนงง"คืนนี้ฉันอยาก ฉันจะเอาเธอ""เอ่อ...คือ" เธออ้ำอึ้งเพราะไม่นึกว่าจะต้องมามีอะไรกับเขาตอนนี้"เร็วๆ!" เขาเปล่งคำพูดออกไปเสียงดังตามอารมณ์เดือดพล่านที่มันพุ่งสูงไปขึ้นเรื่อยๆ"ค่ะๆ" เธอรับคำด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน จากนั้นเธอจึงลุกไปนั่งบนเตียงของเขา ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาหายังร่างบอบบางที่มีสีหน้าตื่นตระหนกอยู่ เขาผลักเธอให้นอนลงไปบนเตียงอย่างไม่เบามือนักเพราะเลือดในกายของเขากำลังสูบฉีดอย่างรุนแรงโดยตอนนี้ส่วนกึ่งกลางกายของเขาได้แข็งท
สองเดือนต่อมาเป็นเวลาสองเดือนแล้วที่ธามไทกับณินาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันและห้องนอนเดียวกัน แต่ทว่าทั้งสองยังคงมีความรู้สึกเหมือนเดิมคือมีความรู้สึกไม่ได้สนิทกัน สองเดือนที่ผ่านมานี้ทั้งคู่พูดกันนับคำได้ เรื่องที่ต้องทำให้ทั้งสองพูดด้วยกันคือเรื่องทานข้าวเวลาที่ณินาทำอาหารเสร็จเธอก็จะไปบอกเขาว่าเสร็จแล้วให้ออกไปทาน หรือถ้าวันไหนที่เขาไม่กลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านเขาจะโทรมาบอกเธอ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกันดีวันนี้ก็เช่นกันในขณะที่ณินานั่งอยู่บนรถไฟฟ้าจู่ๆโทรศัพท์ของเธอที่อยู่ในกระเป๋าสะพายก็มีเสียงแจ้งเตือนเข้ามา เธอหยิบออกมาแล้วเปิดอ่านข้อความ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเขานั่นแหละLineธามไท : วันนี้ไม่ต้องทำอาหารเพราะฉันมีนัดกินข้าวกับเพื่อนณินา : ค่ะจากนั้นเธอก็ปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายตามเดิมด้านธามไทกับมัทนาไนท์คลับแห่งหนึ่งหลังจากที่ทั้งสองทานข้าวกันเสร็จแล้วมัทนาก็ชวนชายหนุ่มมาดื่มกัน โดยธามไทไม่อาจปฏิเสธได้เพราะครั้งก่อนเขาเคยรับปากกับเธอ'ก่อนกลับบ้านเดี๋ยวเราแวะหาอะไรดื่มกันดีกว่าไหมธาม''เอาไว้ครั้งต่อไปดีกว่านะมัท''เอางั้นก็ได้ แต่ครั้งต่อไ
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนกับการที่ณินามาอยู่กับธามไท ทุกอย่างในแต่ละวันดำเนินไปเหมือนเดิมคือเมื่อทั้งสองตื่นเช้ามาก็อาบน้ำแต่งตัวและออกไปทำงาน ธามไทจะไม่ทานอาหารเช้าที่บ้านเพราะเขาจะไปทานที่บริษัทตอนเที่ยงทีเดียว เพราะตอนเช้าเขาไม่อยากกินอะไร ดังนั้นณินาจึงไม่ต้องทำอาหารให้เขาทาน ทว่าตอนเย็นเธอต้องทำอาหารเนื่องจากว่าทุกเย็นเขาจะกลับมาทานที่บ้านทุกวันเมื่อครั้งนั้นที่เธอลืมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปใส่ในห้องน้ำ หลังจากนั้นมาเธอก็ไม่เคยลืมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปใส่ในห้องน้ำอีกเลย เพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนกับวันนั้นอีกตอนเย็นเมื่อณินาออกมาจากที่ทำงานก็รีบกลับบ้านเลยเพราะเธอต้องมาจัดเตรียมอาหารเอาไว้ให้เขารับประทานเวลาเขากลับมาถึงบ้านเมื่อณินาเดินเข้ามาภายในบ้านได้ไม่นานพลันโทรศัพท์ของเธอก็มีเสียงเรียกเข้ามา เธอหยิบออกมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นเขาจึงกดรับสายทันที'ค่ะคุณธามไท''วันนี้ฉันจะไม่ไปกินข้าวเย็นที่บ้านนะ เพราะฉันมีนัดไปกินข้าวกับเพื่อน''ค่ะ' จากนั้นเขาก็กดวางสายทันที ก่อนที่ณินาจะสาวเท้าขึ้นชั้นบนไปร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง 20.45 น.ด้านธามไทกับมัทนาวันนี้มัทนาที่เป็นเพื่อนของธามไทตั้งแ
เมื่อณินาจัดการปูผ้าที่นอนและใส่ปลอกหมอนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเธอก็ออกจากห้องแล้วลงชั้นล่างไปทำอาหารให้เขาทาน ช่วงนี้การทำอาหารเป็นหน้าที่ของเธอเนื่องจากว่าป้าของเธอกลับบ้านที่ต่างจังหวัดตั้งแต่เมื่อวาน และยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาวันไหนณินาเข้าครัวไปจัดการหุงข้าวและทำอาหาร เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็ยกออกมาวางบนโต๊ะอาหารหรูด้านนอก ก่อนที่เธอจะเข้าไปบอกเขาที่อยู่ในห้องหนังสือซึ่งตอนนี้ร่างสูงยืนพิงขอบหน้าต่างก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ โดยมือข้างหนึ่งถือหนังสือ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงณินาที่เห็นว่าเขากำลังอ่านหนังสือด้วยความตั้งใจเธอจึงมีท่าทีลังเลว่าจะเรียกเขาดีไหม ถ้าเกิดเรียกแล้วทำให้เขาเสียสมาธิล่ะแล้วเขาจะไม่ว่าเธอเหรอ เมื่อคิดได้อย่างนั้นร่างเล็กจึงหมุนตัวแล้วทำท่าจะก้าวออกไป แต่ทว่า"ทำอาหารเสร็จแล้วเหรอ" ใบหน้าหล่อละสายตาจากหนังสือแล้วเงยหน้าถามยังเจ้าของร่างเล็กที่กำลังจะเดินไป"เสร็จแล้วค่ะ" เธอหันกลับมาตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและก้าวออกไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะเก็บหนังสือไว้ที่ชั้นแล้วก้าวเดินตามคนตัวเล็กออกไปข้างนอกธามไทหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ ก่อนที่ณินาจะตักข้าวใ
คอนโดระรินเมื่อระรินเปิดประตูเข้ามาในคอนโดก็เห็นว่าธามไทนั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถง ที่เขาเข้ามาได้เพราะธามไทมีคีย์การ์ดห้องเธอสายตาคมจดจ้องไปยังแฟนสาวนิ่งอย่างจับผิด จนทำเอาคนที่ทำผิดถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นแววตาคมของแฟนหนุ่มที่จ้องมองมายังตัวเอง ก่อนที่เธอจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่น"คุณมาถึงนานแล้วเหรอ" ถามพร้อมรอยยิ้มแห้ง"ไม่นานเท่าไหร่""อ๋อ อืม""คุณไปทำธุระอะไรมาเหรอ ทำไมถึงดูเหนื่อยๆจัง""เอ่อ...รินไป ทะ ธนาคารมาน่ะ" ตอบแต่ไม่กล้าสบตา"อ๋อ งั้นคุณก็มานั่งสิผมมีอะไรจะบอก" ว่าแล้ว ระรินจึงเดินมาหย่อนก้นนั่งข้างๆธามไทด้วยท่าทีเงอะงะเนื่องจากว่าตัวเองมีชนักติดหลังอยู่ ก่อนจะถามออกไป"คุณมีเรื่องอะไรที่จะบอกรินเหรอ"ใบหน้าหล่อไร้ที่ติหันไปมองแฟนสาว ดวงตาคมมองไปยังต้นคอของเธอจึงเห็นว่ามีรอยจ้ำสีแดงสามสี่จุด เขาจึงรู้ได้ทันทีเลยว่ามันคือรอยดูด ธามไทที่เห็นอย่างนั้นถึงกับชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ"คุณอยากแต่งงานกับผมไหมริน""อยากแต่งค่ะ อยากแต่งมากๆเลยค่ะ" เธอเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าดีใจไม่น้อยเมื่อได้ยินอย
"ดิฉันคุยกับณินาแล้วค่ะคุณท่าน ณินาบอกว่าตกลงค่ะ" เมื่อชบาเข้ามาในบ้านก็ทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นแล้วบอกพรรณีที่นั่งอยู่บนโซฟาราคาแพงทันที"อืม งั้นเดี๋ยวฉันจะจัดการเคลียร์ปัญหาให้เธอพรุ่งนี้ก็แล้วกัน""ดิฉันขอบพระคุณมากค่ะคุณท่าน" ชบาเอ่ยพลางยกมือไหว้แล้วก้มหัวอย่างนอบน้อมธามไทที่เพิ่งกลับจากทำงานเดินเข้ามาในบ้านแล้วหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาหรูข้างคนเป็นย่า ชบาที่เห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยบอกกับเจ้านายทั้งสองที่นั่งอยู่ตรงหน้า"ดิฉันขอกลับห้องพักก่อนนะคะคุณท่าน คุณธามไท" จากนั้น ชบาก็ออกจากบ้านหลังใหญ่ไป ก่อนที่พรรณีจะหันถามหลานชายที่นั่งอยู่ข้างตัวเอง"แกอยากแต่งงานใช่ไหม" ถามพร้อมรอยยิ้มอ่อนแบบมีเลศนัย"เอ่อ..." เขามีความรู้สึกประหลาดใจเมื่ออยู่ๆคุณย่าก็เอ่ยถามเรื่องแต่งงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณย่าไม่เคยถาม"ย่าจะให้แกแต่งงานก็ได้ แต่แกต้องมีลูกกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้ก่อน""คุณย่าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ" เรียวปากหนาถาม พลางคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง"ย่าเลือกผู้หญิงที่เหมาะจะมาเป็นแม่ของลูกของแกแล้วละ" "แม่ของลูก? ใครครับ""ณินา""ฮะ! คุณย่าพูดอะไรออกมาครับ คุณย่าจะให้ผ







