Se connecterตอนเย็น
เมื่อตอนเที่ยงชบาโทรไปบอกณินาที่ทำงานอยู่ในบริษัทผลิตอาหารแปรรูปชื่อดังว่าวันนี้หลังเลิกงานแล้วให้รีบกลับ เพราะมีธุระสำคัญอยากจะคุยด้วย เมื่อณินาได้ยินแบบนั้นเธอจึงเกิดอาการร้อนใจ ดังนั้นวันนี้เธอจึงขอผู้จัดการออกจากบริษัทก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง เธอได้บอกกับผู้จัดการว่ามีธุระด่วนที่จะต้องไปทำ ณินาเข้ามาในห้องพักของคนใช้ที่เธออาศัยอยู่มาสิบสามปีแล้ว เมื่อชบาเห็นร่างเล็กของหลานสาวที่เข้ามาจึงพูดขึ้นทันที "อ้าวณินามาแล้วเหรอ" "ป้ามีเรื่องอะไรก็รีบบอกณินามาเถอะค่ะ" เธอถามด้วยท่าทีร้อนใจ "เมื่อเช้าพี่ชายเราโทรมาบอกป้าว่าทางฝั่งคนเจ็บเรียกค่าเสียหายมาหนึ่งล้านบาท" "หนึ่งล้าน!" หญิงสาวเปล่งเสียงออกมาด้วยความตกใจพลางมือไม้ก็สั่นไปหมด เมื่อวานพอรู้ว่าพี่ชายเธอขับรถชนคนเธอก็ใจสั่นตัวสั่นจนทำอะไรไม่ถูก พอรู้ว่ายอดเงินที่จะต้องจ่ายเธอก็ยิ่งตัวสั่นเข้าไปอีก "ใช่ และถ้าเราไม่จ่ายให้เขา พี่ชายเราก็จะต้องติดคุก" "แล้วเราจะไปหาเงินมาจากที่ไหนกันดีคะป้าตั้งหนึ่งล้าน" เมื่อได้ยินอย่างนั้นณินาก็รู้สึกเครียดทันทีเพราะเธอไม่อยากให้พี่ชายของเธอต้องติดคุก "เมื่อเช้าป้าไปบอกคุณท่านแล้ว และคุณท่านก็ยินดีจะช่วย" "จริงเหรอป้า" เมื่อได้ยินอย่างนั้นดวงตากลมสวยก็แสดงออกถึงความดีใจเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่ามีทางออกแล้ว "คุณท่านจะช่วยเราก็ต่อเมื่อ..." ชบาหยุดไว้แค่นั้นเพราะรู้สึกลำบากใจที่จะพูด "คุณท่านว่ายังไงเหรอคะป้า" "คุณท่านจะช่วยก็ต่อเมื่อ...ณินาตกลงไปเป็นแม่ของลูกให้คุณธามไท" "แม่ของลูกคุณธามไท!?" ตอนนี้ณินาทั้งตกใจและงงจนสมองเบลอไปหมดแล้ว "ใช่แม่ของลูก แต่ไม่ใช่เมีย" "..." แม่ของลูกแต่ไม่ใช่เมียอย่างนั้นเหรอ ณินาคิดในใจ "ณินาพอจะช่วยป้าได้ไหมลูก" ชบาถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น พลางแววตามีความเห็นใจไม่น้อย "..." เธอเม้มปากชั่งใจพลางมีสีหน้าเคร่งเครียด เมื่ออยู่ๆต้องไปเป็นแม่ของลูกให้เจ้านาย "ป้ารู้ว่าณินาลำบากใจ และป้าก็ไม่ได้อยากจะบังคับณินาหรอกนะ ถ้าณินาไม่ตกลงงั้นเดี๋ยวป้าจะไปบอกกับคุณท่านว่าจะไม่ขอรับความช่วยเหลือจากท่าน" ชบารู้สึกสงสารณินาจึงไม่อยากฝืนใจ "..." ณินายังนิ่งอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คล้ายกับสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ "ถ้าอย่างนั้นป้าจะไปบอกคุณท่านเดี๋ยวนี้เลยว่าจะไม่ขอรับความช่วยเหลือจากท่าน" ว่าจบ ชบาก็ออกจากห้องไป ก่อนที่ณินาจะเรียกสติกลับคืนมาได้แล้วเอ่ยออกไป "ป้าเดี๋ยวก่อน" ก่อนที่ชบาจะหันกลับมาถาม "ทำไมเหรอ" "ณินายอมเป็นแม่ของลูกให้คุณธามไทค่ะ" เธอคิดว่าป้าชบามีพระคุณต่อเธอมาก ดังนั้นเธออยากจะตอบแทนบุญคุณของป้า ณินาอยู่กับแม่มาตั้งแต่เกิดและเธอก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อของเธอ เพราะแม่ไม่เคยเล่าเรื่องของพ่อให้เธอฟังเลย จนกระทั่งเธออายุสิบปีแม่ของเธอก็มาด่วนจากไปด้วยโรคหอบหืดอย่างรุนแรง ดังนั้นภาระหน้าที่การเลี้ยงดูเธอจึงต้องตกมาอยู่ที่ป้า ซึ่งตอนนั้นพี่ภูมิลูกชายคนเดียวของป้าที่อายุยี่สิบสองปีก็ได้แต่งงานมีครอบครัวพอดี พอเสร็จงานแต่งของพี่ภูมิ ป้าก็พาเธอเข้ามาหางานในกรุงเทพมหานคร และได้เข้ามาทำงานเป็นคนใช้อยู่ที่นี่ เธอได้เรียนหนังสือจนจบปริญญาตรีก็เพราะเงินเดือนของป้า ซึ่งถ้านับเวลาก็สิบสามปีแล้วที่เธอกับป้าอาศัยอยู่ที่นี่ "จริงเหรอณินา หนูคิดดีแล้วใช่ไหม" ชบาถามย้ำอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นดีใจแล้วเดินเข้ามาสวมกอดลูกของน้องสาวที่ตัวเองเลี้ยงดูมาสิบสามปีแล้ว "ณินาคิดดีแล้วค่ะ ณินาอยากตอบแทนบุญคุณของป้าที่เลี้ยงณินามาเป็นอย่างดีค่ะ" "ป้าขอให้ณินาอยู่เย็นเป็นสุขนะลูกนะ ป้าขอให้ชีวิตของหนูมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป" ชบาพูดพร้อมกับลูบหัวของหลานสาวเบาๆ "ค่ะป้า" ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะผละออกจากร่างบอบบางของหลานสาวแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้มปริ่มใจ "งั้นเดี๋ยวป้าจะไปบอกคุณท่านนะว่าณินาตกลงเป็นแม่ของลูกให้คุณธามไท" "ค่ะ" ว่าแล้ว ชบาก็รีบเดินไปยังบ้านของเจ้านายเพื่อบอกเรื่องราวบริษัทธามไททันทีที่รถหรูของธามไทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในลานจอดส่วนตัว มัทนาที่มารอเขาอยู่นานแล้วก็สาวเท้าเข้ามาหายังร่างสูงของคนที่ตัวเองรักอย่างว่องไว เมื่อธามไทลงจากรถมัทนาก็เอ่ยถามทันที"ที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเป็นความจริงหรือเปล่าธาม" ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเจือไว้ด้วยความฉุนเฉียว"ณินาเป็นแม่ของลูกผมจริง" ตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง"ธามไปได้กับเขาตอนไหน""เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่มัทจะต้องรู้ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับณินา""หรือว่าผู้หญิงคนนั้นให้ท่าธามจนธามต้องมีอะไรกับเขา" เมื่อได้ยินที่มัทนาพูดไปถึงคนตัวเล็กให้เสียหายเขาจึงหัวร้อนในทันที ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ"หยุดพูดถึงณินาแบบนั้นเด็ดขาด เพราะณินาไม่มีนิสัยแบบนั้น ณินาไม่เคยคิดจะจับผมโดยใช้ร่างกายเข้าแลก ณินาไม่เหมือนผู้หญิงบางคนที่แอบใส่ยาปลุกเซ็กส์ในแก้วเหล้าของผู้ชายที่ตัวเองรักเพื่อให้มีอะไรกับตัวเอง" ธามไทพูดปกป้องคนตัวเล็กพลางจ้องหน้าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง"..." มัทนาถึงกับชะงักงันไม่กล้าพูดต่อ พลางคิดว่าเขาคงรู้แล้วสินะว่าเธอแอบใส่ยาปลุกเซ็กส์ในแก้วเหล้าของเขา"หึ คนที่ทำแบบนั้นมันโง่มากเลยนะ คง
เพ้นท์เฮ้าส์ วันต่อมาตอนนี้ธามไทกับณินาก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในเพ้นท์เฮาส์ขนาดใหญ่และกว้างขวางที่อยู่ชั้นบนสุดของคอนโดหลังนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากที่ธามไทนำเสื้อผ้าของตัวเองและของณินาเข้าตู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาจึงมาหย่อนตัวนั่งบนโซฟาหนังราคาแพงที่คนตัวเล็กนั่งอยู่แล้วเอ่ยถามออกไป"เธอชอบห้องนี้ไหม""ชอบค่ะ สำหรับณินาไม่ว่าที่ไหนณินาก็ชอบทั้งนั้นแหละค่ะ" ระบายยิ้มอ่อน"ฉันชอบที่เธอเป็นคนแบบนี้แหละ""..." เขาชอบที่เธอเป็นแบบนี้ แบบไหนเหรอ ณินาคิดในใจ"เธอไม่เคยเรียกร้องอะไรจากฉันเลย ทั้งที่ฉันพร้อมจะให้เธอ""ณินาไม่เคยรู้สึกว่าอยากได้ของคนอื่น ณินาพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีค่ะ" ยิ้มบางๆ ก่อนที่เรียวปากหยักได้รูปจะเอ่ยขึ้น"เธอยังจำได้ใช่ไหมที่ฉันเคยบอกว่าเธอจะเป็นได้แค่แม่ของลูกเท่านั้น" เขาแกล้งถามพร้อมรอยยิ้มอ่อน"ณินายังไม่ลืมค่ะ เรื่องนั้นณินายังจำได้อยู่เสมอ""แล้วไม่อยากเป็นมากกว่าแม่ของลูกเหรอ" ยิ้มล้อ"มากกว่าแม่ของลูกคือภรรยาของคุณน่ะเหรอคะ""อืม""ไม่ค่ะ""ทำไม""เพราะคุณเคยบอกว่าถึงคุณจะมีลูกกับณินา แต่ต่อไปคุณก็ต้องแต่งงานกับคนที่คุณรัก และหลังจากนั้นคุณกับคนรักจะช่
เมื่อธามไทป้อนผลไม้ให้เธอเสร็จแล้ว จากนั้นเขาก็เอาของกินที่ซื้อมาใส่ในจาน ณินาที่ได้กลิ่นอาหารก็ถึงกับออกอาการพะอืดพะอม ใบหน้าหล่อที่กำลังจะทานอาหารเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กมีอาการเหมือนจะอาเจียนก็ลุกขึ้นมาหย่อนตัวนั่งลงข้างเธอแล้วเอ่ยถามด้วยความใส่ใจ"คลื่นไส้เหรอ""ค่ะ" ตอบพลางมือเรียวโบกกลิ่นอาหารที่โชยเข้ามาในจมูกที่ตอนนี้ไม่ถูกกับกลิ่นของกินเอาเสียเลย"คลื่นไส้เพราะได้กลิ่นอาหารใช่ไหม""อื้อ" พยักหน้าแล้วยกมือขึ้นปิดจมูกเพราะไม่อยากได้กลิ่นอาหารที่เธอรู้สึกว่ามันเหม็นมาก"เดี๋ยวฉันจะเอาไปทิ้งเดี๋ยวนี้แหละ""ไม่ต้องเอาไปทิ้ง คุณกินเถอะ ณินาจะอดทนค่ะ" เอามือที่ปิดจมูกออกแล้วบอกออกไป จากนั้นจึงปิดจมูกต่อธามไทที่เห็นอาการของเธอจึงลุกไปหยิบของกินแล้วเอาออกไปทิ้งในถังขยะที่อยู่นอกห้องและกลับเข้ามา"หายเหม็นหรือยัง""หายแล้วค่ะ" ตอบด้วยสีหน้าแช่มชื่นขึ้นเมื่อไม่ได้กลิ่นอาหารที่เธอไม่ชอบเอาเสียเลยเมื่อได้กลิ่น"พรุ่งนี้ฉันจะให้เธอย้ายขึ้นไปอยู่เพ้นท์เฮ้าส์""เพ้นท์เฮ้าส์คืออะไรคะ" ถามด้วยสีหน้าสงสัยอยากรู้"เพ้นท์เฮ้าส์คือห้องที่อยู่ชั้นบนสุดของคอนโด มันจะมีขนาดห้องใหญ่และกว้าง แค่ห้องเดียว
หลายวันต่อมาเป็นเวลาห้าวันแล้วที่ณินามีอาการแพ้ท้องซึ่งอาการค่อนข้างหนักพอสมควร ในแต่ละวันเธอจะอาเจียนราวสี่ถึงห้ารอบจนไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นจากที่นอน แม้แต่น้ำเธอก็ยังกลืนไม่ลง กินอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกมาหมด ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือต้องนอนอย่างเดียว เพราะถ้านอนอาการคลื่นไส้จะไม่รุนแรงมากนัก แต่เมื่อไหร่ที่เธอลุกออกจากที่นอนก็รู้สึกคลื่นไส้ในทันที ซึ่งมันรู้สึกทรมานมากห้าวันมานี้ธามไทไม่ได้โทรหาณินาเลย แต่เธอก็พอจะเข้าใจได้ว่าเขาต้องอยู่เฝ้าเพื่อนสาวเพราะเพื่อนของเขาไม่มีญาติที่ไหนเลย แต่เธอก็อดน้อยใจเขาไม่ได้อยู่ดี และคิดว่าในระยะเวลาห้าวันเขาไม่คิดจะโทรมาหาเธอบ้างเลยเหรอ หรือส่งข้อความมาบอกก็ยังดี แต่ก็ช่างเถอะ เพราะเธอไม่ได้มีความสำคัญอะไรขนาดนั้นที่เขาต้องมาสนใจ เมื่อคิดได้อย่างนั้นเธอจึงรู้สึกปลงไปกับสิ่งที่เป็น พลางคิดในใจว่าตนเป็นที่พึ่งที่แห่งตนจะดีที่สุด ด้านธามไทกับมัทนาหลังจากที่มัทนานอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาห้าวัน วันนี้หมอก็อนุญาตให้มัทนาออกจากโรงพยาบาลได้ และธามไทก็ไปส่งมัทนาที่คอนโด จากนั้นเขาก็กลับมาหาณินาที่คอนโดทันทีในระยะเวลาห้าวันที่ธามไทต้องอยู่
'ว่าไงมัท' ก่อนที่เสียงของมัทนาจะพูดเข้ามาในสายด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ"ธามมารับมัทหน่อยสิ มัทขับรถชนท้ายรถคนอื่น รถคันหน้าเกิดเบรคกะทันหัน แล้วทีนี้มัทจึงเบรคไม่ทัน""ตอนนี้มัทอยู่ไหน""ตอนนี้มัทอยู่ถนนxxx""งั้นผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ""ธามรีบมาเร็วๆนะ มัทกลัว""ได้ๆ" รับคำเสร็จนิ้วหนาก็กดวางสายแล้วลุกไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำและออกมาสวมใส่เสื้อผ้าที่เขาโทรไปบอกลูกน้องที่บ้านให้เอามาให้เมื่อตอนกลางวัน จากนั้นจึงหันบอกกับณินาที่นั่งอยู่บนเตียง"เสร็จธุระเรื่องของมัทแแล้ว ฉันจะรีบกลับมา""ค่ะ" จากนั้น ร่างสูงก็ออกจากคอนโดไปขึ้นรถหรูแล้วขับมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุทันทีที่ธามไทลงจากรถมามัทนาก็โผเข้าสวมกอดร่างสูงทันทีด้วยความตื่นกลัวกับเหตุการณ์ที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน จากนั้นธามไทก็จัดการเคลียร์ปัญหาให้มัทนาจนแล้วเสร็จ ก่อนที่เขาจะพาหญิงสาวไปส่งที่คอนโดคอนโดมัทนา"มัทขอบใจธามมากนะที่ช่วยเหลือมัท" เมื่อรถหรูของธามไทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดของมัทนา เธอก็หันบอกกับร่างสูงที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย"ไม่เป็นไรหรอกมัท เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ไม่ว่ามัทจะเดือดร้อนเรื่องอะไรผมก็ยินดีช่วยอยู่แล้ว"
ใบหน้าหล่อมุดเข้าไปยังกลางใจสาวพลางแลบลิ้นออกมาเลียปุ่มกระสันจนทำเอาร่างบอบบางถึงกับห่อไหล่และแขม่วหน้าท้องด้วยความรู้สึกเสียวสยิวมากๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ที่เขาเคยทำมามันก็เสียวมากอยู่แล้ว แต่พอเขาทำแบบนี้มันเสียวมากจนไม่สามารถเปรียบกับอะไรได้"อ๊า ซี้ด"ลิ้นร้อนที่ไม่เคยได้สัมผัสกับกลีบกุหลาบของใครมาก่อนดูดเลียกลีบอวบอิ่มอย่างนุ่มนวลจนทำเอาร่างบอบบางแอ่นเนินสาวเข้าหาปากหนาที่กำลังมอบความสุขให้เธอ ลิ้นหนากระหวัดเลียไปทั่วร่องกลีบสีหวานอย่างช่ำชองเหมือนกับว่าตัวเองเคยทำมาแล้วหลายครั้งอย่างนั้นแหละทั้งที่เพิ่งได้ทำวันนี้นี่เอง ปลายลิ้นร้อนตวัดขึ้นลงซ้ำๆอยู่อย่างนั้นจนทำให้ร่างเล็กจำต้องอ้าขาออกไปให้กว้างอีกเพราะความเสียวซ่านนั้นมันมากเหลือเกิน"อื้อ อ๊า" เสียงหวานส่งเสียงร้องครางออกมาอย่างมีความสุข ตอนนี้ในสมองของเธอขาวโพลนไปหมด อีกทั้งในท้องของเธอเหมือนกับว่ามีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในนั้นลิ้นนุ่มของธามไทยังคงเลียต่อไปอย่างขยันขันแข็งจนตอนนี้มีน้ำสีใสไหลออกมาจากร่องสีสวยในจำนวนมากมายจนทำให้มีเสียงความฉ่ำแฉะที่กระทบกับปลายลิ้นดังออกมาอย่างชัดเจนแผล่บ! แจ๊ะ! แจ๊ะ!"อ๊า เร็วหน่อ







