Masukคอนโดระริน
เมื่อระรินเปิดประตูเข้ามาในคอนโดก็เห็นว่าธามไทนั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถง ที่เขาเข้ามาได้เพราะธามไทมีคีย์การ์ดห้องเธอ สายตาคมจดจ้องไปยังแฟนสาวนิ่งอย่างจับผิด จนทำเอาคนที่ทำผิดถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นแววตาคมของแฟนหนุ่มที่จ้องมองมายังตัวเอง ก่อนที่เธอจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่น "คุณมาถึงนานแล้วเหรอ" ถามพร้อมรอยยิ้มแห้ง "ไม่นานเท่าไหร่" "อ๋อ อืม" "คุณไปทำธุระอะไรมาเหรอ ทำไมถึงดูเหนื่อยๆจัง" "เอ่อ...รินไป ทะ ธนาคารมาน่ะ" ตอบแต่ไม่กล้าสบตา "อ๋อ งั้นคุณก็มานั่งสิผมมีอะไรจะบอก" ว่าแล้ว ระรินจึงเดินมาหย่อนก้นนั่งข้างๆธามไทด้วยท่าทีเงอะงะเนื่องจากว่าตัวเองมีชนักติดหลังอยู่ ก่อนจะถามออกไป "คุณมีเรื่องอะไรที่จะบอกรินเหรอ" ใบหน้าหล่อไร้ที่ติหันไปมองแฟนสาว ดวงตาคมมองไปยังต้นคอของเธอจึงเห็นว่ามีรอยจ้ำสีแดงสามสี่จุด เขาจึงรู้ได้ทันทีเลยว่ามันคือรอยดูด ธามไทที่เห็นอย่างนั้นถึงกับชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ "คุณอยากแต่งงานกับผมไหมริน" "อยากแต่งค่ะ อยากแต่งมากๆเลยค่ะ" เธอเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าดีใจไม่น้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น "แต่คุณย่าจะไม่ยกทรัพย์สินอะไรให้ผมเลย" "ฮะ! คุณว่าอะไรนะ!" เธออุทานออกมาอย่างตกใจพร้อมดวงตาเบิกกว้างขึ้น "คุณย่ายอมให้ผมแต่งงานกับคุณ แต่คุณย่าบอกว่าท่านจะไม่ยกทรัพย์สมบัติอะไรให้ผมเลย คุณย่าอยากให้ผมมาสร้างเอาเอง" "ถ้าอย่างนั้นเราก็เลิกกันเถอะ รินไม่ยอมอยู่กับคนไม่มีทรัพย์สินอะไรติดตัวมาหรอก" ธามไทที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย เขาอยากลองใจเธอ และก็ได้รู้ว่าเธอคบเขาเพื่อหวังสมบัติของเขาอย่างที่คุณย่าเคยบอกจริง ในระยะเวลาหลายเดือนมานี้เขามีความรู้สึกว่าพอได้อยู่ใกล้เธอแล้วรู้สึกไม่สบายใจเหมือนกับเมื่อก่อน เพราะเขามีความรู้สึกว่านิสัยใจคอของเธอเริ่มเปลี่ยนไป ดังนั้นเขาจึงทำตัวห่างเหินกับเธอเพื่อรอวันเลิกเท่านั้น จนในที่สุดวันนี้ก็มาถึงอย่างที่เขาตั้งใจ "ตกลง งั้นเราก็เลิกกัน" พูดจบ เขาก็ลุกจากโซฟาแล้วหันมาทางระรินที่นั่งสีหน้าบูดบึ้งอยู่ ก่อนที่เขาจะกดตามองไปยังรอยแดงเป็นจ้ำที่ต้นคอของเธอ พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ที่คอของคุณโดนอะไรกัดมาเหรอ ทำไมถึงได้แดงแบบนั้น" กระตุกยิ้มมุมปาก "เอ่อ...ยุงกัดน่ะ" เธอยกมือขึ้นปิดตรงรอยที่เจษฎ์ดูดพลางสายตาเลิ่กลั่ก ก่อนที่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาจะยกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยออกไป "หึ ยุงคงตัวใหญ่มากเลยนะถึงได้กัดจนเป็นรอยใหญ่ขนาดนั้น" "..." เธอเงียบไม่อยากโต้ตอบอะไร พลางคิดในใจว่าเขาน่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเขาไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้อะไรเลย ธามไทไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะออกจากคอนโดไปขึ้นรถและกลับบ้านไปด้วยความรู้สึกสบายใจที่ได้เลิกกับคนที่ไม่มีความจริงใจให้เขาเลย หนึ่งอาทิตย์ต่อมา วันนี้ธามไทขับรถไปส่งคนเป็นย่าที่สนามบินเพราะคุณย่ากับเพื่อนๆจะไปแสวงบุญกันที่ประเทศอินเดียเป็นเวลาหลายเดือน หลังจากแสวงบุญเสร็จก็เที่ยวด้วยและยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับเมื่อไหร่ บนรถ "ยังไม่ลืมใช่ไหมว่าวันนี้ณินาจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน" พรรณีหันถามหลานชายตัวสูงที่ขับรถอยู่ "ไม่ลืมครับ" "แกไปพูดกับแฟนแกหรือยัง" "เราเลิกกันแล้วครับ" "หึ เหมือนแม่แกไม่มีผิดสินะ" "ขอบคุณนะครับคุณย่าที่เตือนผม" "แกเชื่อย่าเถอะแล้วทุกอย่างจะดีเอง" "ครับ" เวลาต่อมา เมื่อธามไทส่งพรรณีที่สนามบินเรียบร้อยแล้วเขาก็กลับมาบ้านทันที เมื่อเข้ามาภายในบ้านจึงเห็นว่าณินานั่งพับเพียบอยู่บนพื้นในห้องโถงใหญ่ตามประสาเวลาที่เธอเข้ามาในบ้านนี้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกไป "ตามฉันขึ้นมาข้างบน" "ค่ะ" รับคำแล้วลุกตามคนตัวสูงขึ้นข้างบนไป เมื่อเข้ามาในห้องนอนเจ้าของใบหน้าหล่อไร้ที่ติก็หันพูดย้ำกับเจ้าของร่างบอบบางที่ยืนด้วยท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ข้างตัวเอง "เธอเข้าใจคำว่าแม่ของลูกแต่ไม่ใช่เมียใช่ไหม" "เข้าใจค่ะ" "ช่วงนี้เธอนอนบนพื้นไปก่อนก็แล้วกัน เวลาจะทำเรื่องนั้นเธอค่อยขึ้นมานอนบนเตียง" "ได้ค่ะ" "เดี๋ยวฉันจะไปเอาที่นอนสามฟุตมาปูให้เธอนอน" "ให้ณินาช่วยไหมคะ" "ไม่ต้อง" "ขอบคุณค่ะ" จากนั้น ธามไทก็ออกไปเอาที่นอนสามฟุตที่เขาซื้อไว้เมื่อสามวันก่อนเพื่อจะเอามาปูให้เธอนอนบนพื้น เพราะอยู่ๆจะให้เธอขึ้นมานอนบนเตียงกับเขาคงจะยังไม่ได้บ้านธามไท 22.35 น.รถหรูของธามไทแล่นเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหญ่ด้วยความเร็ว ก่อนที่เรียวขายาวจะก้าวลงจากรถแล้วสาวเท้าขึ้นไปชั้นบนอย่างว่องไวพลั่ก!ร่างสูงผลักประตูเข้ามาในห้องนอนด้วยความแรงตามอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยากปลดปล่อยเต็มที ณินาที่นอนไถโทรศัพท์ท่องโลกโซเชียลอยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจที่จู่ๆเขาก็ผลักประตูเข้ามาเสียงดัง เธอหันมองไปยังร่างสูงที่ตอนนี้เขามีท่าทีแปลกๆอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในระยะเวลาสองเดือนที่อยู่กับเขามา เพื่อให้หายสงสัยเธอจึงหยัดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วถามออกไป"คุณเป็นอะไรคะคุณธามไท""ขึ้นไปนอนบนเตียง""ขึ้นไปนอนทำไมคะ" ถามด้วยสีหน้างุนงง"คืนนี้ฉันอยาก ฉันจะเอาเธอ""เอ่อ...คือ" เธออ้ำอึ้งเพราะไม่นึกว่าจะต้องมามีอะไรกับเขาตอนนี้"เร็วๆ!" เขาเปล่งคำพูดออกไปเสียงดังตามอารมณ์เดือดพล่านที่มันพุ่งสูงไปขึ้นเรื่อยๆ"ค่ะๆ" เธอรับคำด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน จากนั้นเธอจึงลุกไปนั่งบนเตียงของเขา ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาหายังร่างบอบบางที่มีสีหน้าตื่นตระหนกอยู่ เขาผลักเธอให้นอนลงไปบนเตียงอย่างไม่เบามือนักเพราะเลือดในกายของเขากำลังสูบฉีดอย่างรุนแรงโดยตอนนี้ส่วนกึ่งกลางกายของเขาได้แข็งท
สองเดือนต่อมาเป็นเวลาสองเดือนแล้วที่ธามไทกับณินาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันและห้องนอนเดียวกัน แต่ทว่าทั้งสองยังคงมีความรู้สึกเหมือนเดิมคือมีความรู้สึกไม่ได้สนิทกัน สองเดือนที่ผ่านมานี้ทั้งคู่พูดกันนับคำได้ เรื่องที่ต้องทำให้ทั้งสองพูดด้วยกันคือเรื่องทานข้าวเวลาที่ณินาทำอาหารเสร็จเธอก็จะไปบอกเขาว่าเสร็จแล้วให้ออกไปทาน หรือถ้าวันไหนที่เขาไม่กลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านเขาจะโทรมาบอกเธอ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกันดีวันนี้ก็เช่นกันในขณะที่ณินานั่งอยู่บนรถไฟฟ้าจู่ๆโทรศัพท์ของเธอที่อยู่ในกระเป๋าสะพายก็มีเสียงแจ้งเตือนเข้ามา เธอหยิบออกมาแล้วเปิดอ่านข้อความ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเขานั่นแหละLineธามไท : วันนี้ไม่ต้องทำอาหารเพราะฉันมีนัดกินข้าวกับเพื่อนณินา : ค่ะจากนั้นเธอก็ปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายตามเดิมด้านธามไทกับมัทนาไนท์คลับแห่งหนึ่งหลังจากที่ทั้งสองทานข้าวกันเสร็จแล้วมัทนาก็ชวนชายหนุ่มมาดื่มกัน โดยธามไทไม่อาจปฏิเสธได้เพราะครั้งก่อนเขาเคยรับปากกับเธอ'ก่อนกลับบ้านเดี๋ยวเราแวะหาอะไรดื่มกันดีกว่าไหมธาม''เอาไว้ครั้งต่อไปดีกว่านะมัท''เอางั้นก็ได้ แต่ครั้งต่อไ
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนกับการที่ณินามาอยู่กับธามไท ทุกอย่างในแต่ละวันดำเนินไปเหมือนเดิมคือเมื่อทั้งสองตื่นเช้ามาก็อาบน้ำแต่งตัวและออกไปทำงาน ธามไทจะไม่ทานอาหารเช้าที่บ้านเพราะเขาจะไปทานที่บริษัทตอนเที่ยงทีเดียว เพราะตอนเช้าเขาไม่อยากกินอะไร ดังนั้นณินาจึงไม่ต้องทำอาหารให้เขาทาน ทว่าตอนเย็นเธอต้องทำอาหารเนื่องจากว่าทุกเย็นเขาจะกลับมาทานที่บ้านทุกวันเมื่อครั้งนั้นที่เธอลืมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปใส่ในห้องน้ำ หลังจากนั้นมาเธอก็ไม่เคยลืมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปใส่ในห้องน้ำอีกเลย เพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนกับวันนั้นอีกตอนเย็นเมื่อณินาออกมาจากที่ทำงานก็รีบกลับบ้านเลยเพราะเธอต้องมาจัดเตรียมอาหารเอาไว้ให้เขารับประทานเวลาเขากลับมาถึงบ้านเมื่อณินาเดินเข้ามาภายในบ้านได้ไม่นานพลันโทรศัพท์ของเธอก็มีเสียงเรียกเข้ามา เธอหยิบออกมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นเขาจึงกดรับสายทันที'ค่ะคุณธามไท''วันนี้ฉันจะไม่ไปกินข้าวเย็นที่บ้านนะ เพราะฉันมีนัดไปกินข้าวกับเพื่อน''ค่ะ' จากนั้นเขาก็กดวางสายทันที ก่อนที่ณินาจะสาวเท้าขึ้นชั้นบนไปร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง 20.45 น.ด้านธามไทกับมัทนาวันนี้มัทนาที่เป็นเพื่อนของธามไทตั้งแ
เมื่อณินาจัดการปูผ้าที่นอนและใส่ปลอกหมอนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเธอก็ออกจากห้องแล้วลงชั้นล่างไปทำอาหารให้เขาทาน ช่วงนี้การทำอาหารเป็นหน้าที่ของเธอเนื่องจากว่าป้าของเธอกลับบ้านที่ต่างจังหวัดตั้งแต่เมื่อวาน และยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาวันไหนณินาเข้าครัวไปจัดการหุงข้าวและทำอาหาร เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็ยกออกมาวางบนโต๊ะอาหารหรูด้านนอก ก่อนที่เธอจะเข้าไปบอกเขาที่อยู่ในห้องหนังสือซึ่งตอนนี้ร่างสูงยืนพิงขอบหน้าต่างก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ โดยมือข้างหนึ่งถือหนังสือ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงณินาที่เห็นว่าเขากำลังอ่านหนังสือด้วยความตั้งใจเธอจึงมีท่าทีลังเลว่าจะเรียกเขาดีไหม ถ้าเกิดเรียกแล้วทำให้เขาเสียสมาธิล่ะแล้วเขาจะไม่ว่าเธอเหรอ เมื่อคิดได้อย่างนั้นร่างเล็กจึงหมุนตัวแล้วทำท่าจะก้าวออกไป แต่ทว่า"ทำอาหารเสร็จแล้วเหรอ" ใบหน้าหล่อละสายตาจากหนังสือแล้วเงยหน้าถามยังเจ้าของร่างเล็กที่กำลังจะเดินไป"เสร็จแล้วค่ะ" เธอหันกลับมาตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและก้าวออกไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะเก็บหนังสือไว้ที่ชั้นแล้วก้าวเดินตามคนตัวเล็กออกไปข้างนอกธามไทหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ ก่อนที่ณินาจะตักข้าวใ
คอนโดระรินเมื่อระรินเปิดประตูเข้ามาในคอนโดก็เห็นว่าธามไทนั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถง ที่เขาเข้ามาได้เพราะธามไทมีคีย์การ์ดห้องเธอสายตาคมจดจ้องไปยังแฟนสาวนิ่งอย่างจับผิด จนทำเอาคนที่ทำผิดถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นแววตาคมของแฟนหนุ่มที่จ้องมองมายังตัวเอง ก่อนที่เธอจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่น"คุณมาถึงนานแล้วเหรอ" ถามพร้อมรอยยิ้มแห้ง"ไม่นานเท่าไหร่""อ๋อ อืม""คุณไปทำธุระอะไรมาเหรอ ทำไมถึงดูเหนื่อยๆจัง""เอ่อ...รินไป ทะ ธนาคารมาน่ะ" ตอบแต่ไม่กล้าสบตา"อ๋อ งั้นคุณก็มานั่งสิผมมีอะไรจะบอก" ว่าแล้ว ระรินจึงเดินมาหย่อนก้นนั่งข้างๆธามไทด้วยท่าทีเงอะงะเนื่องจากว่าตัวเองมีชนักติดหลังอยู่ ก่อนจะถามออกไป"คุณมีเรื่องอะไรที่จะบอกรินเหรอ"ใบหน้าหล่อไร้ที่ติหันไปมองแฟนสาว ดวงตาคมมองไปยังต้นคอของเธอจึงเห็นว่ามีรอยจ้ำสีแดงสามสี่จุด เขาจึงรู้ได้ทันทีเลยว่ามันคือรอยดูด ธามไทที่เห็นอย่างนั้นถึงกับชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ"คุณอยากแต่งงานกับผมไหมริน""อยากแต่งค่ะ อยากแต่งมากๆเลยค่ะ" เธอเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าดีใจไม่น้อยเมื่อได้ยินอย
"ดิฉันคุยกับณินาแล้วค่ะคุณท่าน ณินาบอกว่าตกลงค่ะ" เมื่อชบาเข้ามาในบ้านก็ทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นแล้วบอกพรรณีที่นั่งอยู่บนโซฟาราคาแพงทันที"อืม งั้นเดี๋ยวฉันจะจัดการเคลียร์ปัญหาให้เธอพรุ่งนี้ก็แล้วกัน""ดิฉันขอบพระคุณมากค่ะคุณท่าน" ชบาเอ่ยพลางยกมือไหว้แล้วก้มหัวอย่างนอบน้อมธามไทที่เพิ่งกลับจากทำงานเดินเข้ามาในบ้านแล้วหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาหรูข้างคนเป็นย่า ชบาที่เห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยบอกกับเจ้านายทั้งสองที่นั่งอยู่ตรงหน้า"ดิฉันขอกลับห้องพักก่อนนะคะคุณท่าน คุณธามไท" จากนั้น ชบาก็ออกจากบ้านหลังใหญ่ไป ก่อนที่พรรณีจะหันถามหลานชายที่นั่งอยู่ข้างตัวเอง"แกอยากแต่งงานใช่ไหม" ถามพร้อมรอยยิ้มอ่อนแบบมีเลศนัย"เอ่อ..." เขามีความรู้สึกประหลาดใจเมื่ออยู่ๆคุณย่าก็เอ่ยถามเรื่องแต่งงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณย่าไม่เคยถาม"ย่าจะให้แกแต่งงานก็ได้ แต่แกต้องมีลูกกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้ก่อน""คุณย่าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ" เรียวปากหนาถาม พลางคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง"ย่าเลือกผู้หญิงที่เหมาะจะมาเป็นแม่ของลูกของแกแล้วละ" "แม่ของลูก? ใครครับ""ณินา""ฮะ! คุณย่าพูดอะไรออกมาครับ คุณย่าจะให้ผ






![ชีวิตนี้ฉันขอชดใช้ ด้วยลมหายใจสุดท้าย [SM] NC25++](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
