Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-08-31 08:00:11

ร่างบอบบางเดินเรื่อยเปื่อยไปรอบๆ เรือนอิ๋งชุนเพื่อสำรวจเรือนพัก ลั่วเฟยเซียนอยู่ที่มิติคู่ขนานแห่งนี้มาได้ครึ่งเดือนแล้ว แต่ว่าไม่เคยได้ออกไปไหนเลย นางเริ่มคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในต่างภพบ้างแล้ว ซ้ำยังสามารถทำตัวกลมกลืนกับคนที่นี่ได้อย่างแนบเนียน

นางเดินนวยนาดไปอย่างแช่มช้า มือบางระกับบุปผาที่ออกดอกบานสะพรั่งอยู่ในสวน ใบหน้าหวานเผยยิ้มออกมาเมื่อได้กลิ่นหอมของไป๋ฉานฮวา(ดอกพุดซ้อน) ลั่วเฟยเซียนโน้มใบหน้าลงไปสูดดมกลิ่นหอมจากบุปผาสีขาวดอกนั้น เด็ดมันขึ้นมาก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อไว้

“คุณหนูจะเก็บไป๋ฉานฮวาไปทำไมหรือเจ้าคะ” เสี่ยวฝานถามด้วยความสงสัย นางเห็นนายหญิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวยามได้เห็นเจ้าดอกไม้นี่

“ข้าจะเก็บไปใช้แทนกำยานหอมน่ะสิ เจ้ามาช่วยข้าหน่อยเถิด” ตอบพลางหันไปยิ้มให้สาวใช้

“มันใช้แทนกันได้ด้วยหรือเจ้าคะ บ่าวไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวฝานแสดงสีหน้างุนงงหนักกว่าเดิม

“ได้สิ ก็ตัดตรงฐานดอกของมัน จากนั้นก็นำไปลอยในอ่างน้ำ ไป๋ฉานฮวาก็จะส่งกลิ่นหอมรัญจวนชื่นใจ ทำให้นอนหลับสบายด้วยนะ” หญิงสาวอมยิ้มบาง นางรู้เรื่องนี้มาจากมารดาในภพชาติที่แล้ว ยามใดที่นอนไม่หลับ มารดาก็จะใช้วิธีนี้และได้ผลดีเสียด้วย

“จริงหรือเจ้าคะ แล้วคุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าคะ”

“ข้าฝันน่ะ เลยว่าจะลองทำดู ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับที่ข้าฝันเห็นหรือไม่” ลั่วเฟยเซียนโป้ปดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เช่นนั้นประเดี๋ยวบ่าวช่วยเก็บนะเจ้าคะ” เสี่ยวฝานกุลีกุจอไปหาตะกร้ามาให้ผู้เป็นนายทันใด

“คิกคิก” ร่างบอบบางขบขันออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายเร่งรีบเข้าไปในเรือน ราวกับกลัวว่านางจะไม่ให้ช่วยอย่างนั้นแหละ

เพียงไม่นาน เสี่ยวฝานก็กลับมาพร้อมมีดสั้นและตะกร้า “มาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”

“ตัดแบบนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ” ถามพลางยื่นไป๋ฉานฮวาไปให้นายหญิงดู

“ใช่แล้ว แบบนี้แหละ ไม่ต้องเก็บไปเยอะนักหรอก หากหมดกลิ่นวันหลังเราค่อยมาเก็บใหม่ก็ได้”

“เจ้าค่ะ แต่ว่าไป๋ฉานฮวาหอมขนาดนี้ นำมาลอยในอ่างอาบน้ำแทนเหมยกุ้ยฮวา(ดอกกุหลาบ)จะได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ข้าว่าน่าจะได้นะ เรามาลองดูกันดีกว่า” แววตาของหญิงสาวเปล่งประกายขึ้นมาโดยพลัน

สองนายบ่าวต่างช่วยกันเก็บไป๋ฉานฮวาอย่างสนุกสนานเสียงหัวเราะหวานใสดังไปทั่วบริเวณนั้น ลั่วเฟยเซียนยังคงสนใจอยู่กับบุปผางาม โดยไม่ได้รับรู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องตนอยู่

ร่างสูงในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม มองผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาเอกแค่ในนามด้วยแววตาสับสน

‘หวังเหยียนเหว่ย’ เหม่อมองรอยยิ้มนั้นอย่างโง่งม เขาถูกมารดาไล่ให้มาเยี่ยมลั่วเฟยเซียน หลังจากที่หาเรื่องบ่ายเบี่ยงมาแล้วหลายครั้ง วันนี้จึงมิอาจหลบเลี่ยงได้อีก เขาจำต้องมายังเรือนอิ๋งชุนอย่างขัดมารดาไม่ได้

หวังเหยียนเหว่ยทราบมาว่าหญิงสาวจมน้ำตายตอนที่ตนออกไปตรวจกิจการของตระกูล และเป็นตัวเขาเองที่สั่งให้พ่อบ้านจัดเตรียมพิธีศพให้นาง แต่ไม่คิดเลยว่าลั่วเฟยเซียนจะสามารถฟื้นขึ้นมาจากความตายได้ ในเมื่อหมอยืนยันว่านางสิ้นลมไปแล้วจริงๆ เรื่องนี้สร้างความหวาดกลัวให้แก่บ่าวไพร่ในจวนไม่น้อย

เมื่อรู้ว่านางรอดตายมาได้ เขาก็ไม่ได้สนใจสิ่งใดอีก เพราะอย่างไรก็ไม่คิดจะไยดีต่อสตรีที่เกลียดชังอยู่แล้ว แต่แล้วเหตุใดนางจึงได้ดูเปลี่ยนไปเยี่ยงนี้ หากเป็นลั่วเฟยเซียนคนเก่าไม่มีทางที่จะออกมาเก็บดอกไม้แล้วหัวเราะอยู่เช่นนี้แน่นอน แม้ได้ยินมาบ้างว่านางความจำเลอะเลือน ทว่าคนเราจะเปลี่ยนนิสัยกันได้ง่ายดายปานนั้นเชียวหรือ

แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้คิดสิ่งใดไปมากกว่านี้ กลับได้ยินเสียงหวีดร้องดังมาจากหน้าเรือนอิ๋งชุน เขาก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่เจ้าตัวก็คิดไม่ถึงเช่นกัน มือหนาคว้าเอวบางไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะล้มหน้าทิ่มพื้น

ลั่วเฟยเซียนยังมึนงงไม่หาย เมื่อครู่นางเดินเล่นอยู่ดีๆ กลับลื่นล้มเสียอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ก็ดูแล้วว่าพื้นตรงนี้ไม่ได้เฉอะแฉะอันใด ทันทีที่ตั้งสติได้กลับตระหนกกว่าเดิม ยามรู้ว่าตนเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของผู้ใดก็มิรู้

“เป็นอันใดหรือไม่” หวังเหยียนเหว่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่ามือหนากลับไม่ยอมปล่อยออกจากเอวคอดกิ่วนั้น

เมื่อยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว ลั่วเฟยเซียนก็แกะมือของเขาออกจากเอว นางถอยไปยืนห่างจากชายหนุ่มถึงห้าก้าว แววตาที่มองตอบกลับไปมีเพียงความเฉยชา

“คุณหนู เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ เจ็บที่ใดหรือไม่” เสี่ยวฝานกระวีกระวาดเข้ามาหา นางเห็นนายหญิงกำลังจะล้ม แต่ด้วยความที่ตนอยู่ไกลจึงเข้าไปช่วยไม่ทัน เพราะเพิ่งกลับมาจากนำตะกร้าไปเก็บในเรือน

ลั่วเฟยเซียนตบบ่าสาวใช้เบาๆ พร้อมกับยกยิ้มบางเบา “ข้าไม่เป็นไร เพียงแค่ตกใจเท่านั้น”

หวังเหยียนเหว่ยมองกิริยาท่าทางของร่างอรชรตาไม่กะพริบ พลางพินิจดวงหน้าที่ไร้เครื่องประทินโฉมของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ‘นางเปลี่ยนไปมากเสียจริง ไม่ได้ผัดแป้งจนหน้าวอกเช่นเมื่อก่อน ซ้ำยังไม่ส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้ข้าอีกแล้ว นางดูเหมือนจะไม่ร้ายกาจดังเดิมแล้ว’

“คารวะนายท่านหวังเจ้าค่ะ” เสี่ยวฝานยอบกายทำความเคารพชายหนุ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางไม่ได้ชอบขี้หน้าคนผู้นี้เลยสักนิด แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นเจ้าของจวน และตนเป็นเพียงบ่าวไพร่ จึงจำต้องทักทายถึงแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม

คิ้วสวยเลิกขึ้นเล็กน้อยยามได้ยินวาจาของเสี่ยวฝาน นางกวาดสายตามองบุรุษเบื้องหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ‘อ๋อ รูปงามเช่นนี้นี่เองลั่วเฟยเซียนคนเก่าจึงได้หลงใหลคนผู้นี้นัก แต่ว่า... รูปร่างดูผอมบางไปหน่อย คล้ายพวกบัณฑิตขี้โรคอย่างไรก็ไม่รู้’

หวังเหยียนเหว่ยรู้สึกคันยุบยิบในใจ ยามเห็นลั่วเฟยเซียนมองตนด้วยสายตาเช่นนั้น สายตาที่มองมาราวกับเขาเป็นธาตุอากาศ “ท่านแม่ให้ข้ามาเยี่ยมเจ้า แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เป็นไรแล้ว เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวไปตรวจกิจการของตระกูลต่อก่อน”

“เชิญเจ้าค่ะ ไม่ส่งนะเจ้าคะ” กล่าวจบก็หันหลังให้แล้วเดินกลับเข้าเรือนทันที

“นี่เสี่ยวฝาน เมื่อก่อนตอนที่อยู่ใกล้คนผู้นั้นข้ามีท่าทีเช่นใดรึ เหตุใดเขาจึงมองข้าด้วยสายตาแปลกๆ ” ครั้นเดินมาไกลพอสมควร ลั่วเฟยเซียนจึงกระซิบถามสาวใช้

“คุณหนูจะให้พูดจริงๆ หรือเจ้าคะ บ่าวว่าท่านจำไม่ได้เช่นนี้ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”

“เล่ามาเถอะน่า ข้าอยากฟัง”

เสี่ยวฝานยิ้มแหย “ก็เมื่อก่อนคุณหนูชอบวิ่งไล่ตามนายท่านหวังน่ะสิเจ้าคะ พอรู้ว่านายท่านหวังเป็นคู่หมั้น ท่านก็แสดงออกชัดเจนว่ารู้สึกเช่นไรกับคนผู้นั้น แต่ว่า... ”

“แต่ว่าอันใด เล่าต่อสิ”

“หากบ่าวเล่าไป คุณหนูจะไม่โกรธบ่าวนะเจ้าคะ”

ลั่วเฟยเซียนพยักหน้าหงึกหงักอย่างต้องการบอกว่านางไม่โกรธ “อืม เล่ามาเถอะน่า”

“แต่ว่าคนผู้นั้นหาได้สนใจคุณหนูไม่ เพราะเห็นท่านร้ายกาจใส่คุณหนูรองบ่อยๆ เจ้าค่ะ”

“ฮะ! ข้าเนี่ยนะร้ายกาจ ยังไง” ลั่วเฟยเซียนหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดินทันควัน หันกลับไปมองข้างหลังอีกครั้ง พบว่า เขายังยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้จากไปไหน แล้วเมื่อครู่ผู้ใดกันบอกว่ารีบไปดูแลกิจการ แต่เหตุใดยังยืนบื้ออยู่ตรงนั้นอีก

ร่างอรชรละความสนใจจากเขา แล้วลากเสี่ยวฝานเข้าไปในเรือนอย่างรวดเร็ว เพราะต้องการฟังเรื่องราวทั้งหมด

หวังเหยียนเหว่ยเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินเข้าเรือนไปแล้ว จึงละสายตาจากนาง เขาเดินออกไปจากบริเวณเรือนอิ๋งชุนด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ก่อเกิดขึ้นมาในใจ

คล้อยหลังผู้เป็นเจ้าของจวน ผู้ที่แอบซ่อนอยู่บริเวณนั้นก็เผยตัวออกมา ดวงตาเรียวเล็กตวัดมองสาวใช้ข้างกายอย่างไม่พอใจ

“ไหนเจ้าว่ามันจะล้มหัวฟาดพื้นไปอีกทีไง แต่ดูสิ มันยังหน้าระรื่นใส่ท่านพี่ได้เช่นนั้นอยู่อีก” ลั่วเจียวเหม่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“หากนายท่านไม่รับนางไว้ ป่านนี้แผนของฮูหยินรองก็สำเร็จไปแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้วัยสิบหกหนาวรีบหาทางรอดให้แก่ตนเอง

“อย่ามาเรียกเช่นนั้น ข้าไม่ชอบ! ข้าต้องได้เป็นฮูหยินใหญ่ของที่นี่เท่านั้น” ลั่วเจียวเหม่ยเอ่ยอย่างมาดหมาย

“แล้วคุณหนูจะทำเช่นไรต่อไปเจ้าคะ ใต้เท้าลั่วก็ไม่ยอมขับนางออกจากตระกูลเสียด้วย”

“ข้าคงต้องไปปรึกษาเรื่องนี้กับท่านแม่” สิ้นคำก็เดินจากไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่นาง! มาเป็นฮูหยินข้าเถิด   บทที่ 39

    หญิงสาวนึกเอะใจว่าเหตุใดคนเข้ามาแล้วจึงไม่ยอมมายกของออกไปเสียที จึงหันกลับไปหมายจะเอ่ยถาม ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อผู้ที่นางเข้าใจว่าเป็นเสี่ยวฝานและช่างไม้ กลับกลายเป็นแม่ทัพหนุ่มร่างยักษ์เสียอย่างนั้น“ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ” ฉิงเฟยเซียนถามทันควัน วันนี้ยังไม่ถึงกำหนดที่เขาจะต้องมาตรวจเรือนเสียห

  • แม่นาง! มาเป็นฮูหยินข้าเถิด   บทที่ 38

    เสียงเจื้อยแจ้วแว่วออกมาจากโรงครัวหลังน้อย สตรีสองนางต่างกำลังช่วยกันทำอาหาร วันนี้ช่างไม้ที่แม่ทัพหนุ่มจัดหามาให้เริ่มทำการต่อเติมจวน ฉิงเฟยเซียนตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารเลี้ยงคนงาน ผ่านมาแล้วสามวันหลังจากที่เสี่ยวฝานกลับมาอยู่ด้วยกันดังเดิม ทุกวันสองนายบ่าวต่างวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวเปิดร

  • แม่นาง! มาเป็นฮูหยินข้าเถิด   บทที่ 37

    แสงสีส้มแดงสาดส่องไปทั่วท้องนภา บ่งบอกว่ารัตติกาลได้จากลาทิวาได้มาเยือน แม่ทัพเหมาให้ทุกคนออกเดินทางกลับเข้าเมืองทันที โดยที่ตัวเขาเองจะล่วงหน้าไปก่อนเพื่อหารือบางอย่างกับเฉินหวาง อาชาศึกสีนิลตัวใหญ่ห้อตะบึงไปด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า เหมาหย่งเยวี๋ยนใช้เวลาราวหนึ่งชั่วยามก็กลับมาถึงเมืองจี้เการ่างสูงค

  • แม่นาง! มาเป็นฮูหยินข้าเถิด   บทที่ 36

    “พวกเจ้าปลอดภัยแล้วไม่ต้องกลัว เดี๋ยวข้าจะให้ทหารเหล่านั้นพาพวกเจ้าไปส่งบ้าน” ชายหนุ่มบอกคนเสียงเรียบ แล้วเดินกลับไปสั่งความกับทหารของตน“เก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย เผาทำลายสถานที่แห่งนี้ทิ้งเสีย ทรัพย์สมบัติที่พวกมันปล้นมาก็ขนออกมาให้หมด ข้าจะได้นำไปคืนเจ้าทุกข์เหล่านั้น” สั่งความคนเสร็จก็หยิบพลุสั

  • แม่นาง! มาเป็นฮูหยินข้าเถิด   บทที่ 35

    เมื่อหาทางเข้าพบแล้ว แม่ทัพหนุ่มก็ไม่รอช้า รีบนำกำลังบุกเข้าไปด้านในรังของโจรชั่วทันที เส้นทางด้านหลังกำแพงผาสูงก็เป็นป่ารกชัฏไม่ต่างจากเส้นทางภายนอกเลยสักนิด เขาก้าวย่างไปอย่างระมัดระวัง เพราะไม่รู้ว่าในที่แห่งนี้มีกับดักซ่อนอยู่หรือไม่ จากข่าวที่ได้รับมา ทราบว่าวันนี้พวกมันมีงานมงคล จึงทำให้กำลังเ

  • แม่นาง! มาเป็นฮูหยินข้าเถิด   บทที่ 34

    สายลมในคิมหันตฤดูโบกโบยพัดมา หอบเอาความร้อนจากแสงแดดแผดเผาไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ร่างสูงบนหลังอาชาศึกตัวใหญ่ทอดสายตามองไปยังหุบเขาแห่งหนึ่ง หลังจากแวะไปหาหญิงสาวเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เหมาหย่งเยวี๋ยนก็ได้รับแจ้งว่าพบร่องรอยของโจรชั่วซึ่งตามจับมาช้านาน จึงเร่งรุดมายังจุดนัดหมายดวงตาคมดุดุจพยัคฆ์ร้ายมีประ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status