Share

บทที่9 คัดเลือกพระชายา

last update Tanggal publikasi: 2025-09-22 17:34:54

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอาหารมื้อนี้นั้น จบลงด้วยการที่เสิ่นอวี้เจาจงใจทำลายบรรยากาศ นางโยนตั๋วเงินให้เถ้าแก่เพื่อชดเชยความเสียหาย จากนั้นก็หันหลังออกจากหอสุราอย่างไม่รีรอ

แน่นอนว่าทันทีที่ลุกขึ้นเดิน ไม่ลืมที่จะรักษามาดสง่างาม ด้วยการประสานมือคำนับอำลาฉู่หยุนชิงที่พยายามห้ามนางเอาไว้ เสิ่นอวี้เจาตัดสินใจแน่วแน่ว่าจากนี้ไป หากที่ไหนมีรัชทายาทฉู่มู่ฉือปรากฏตัว นางจะไม่อยู่ที่นั่นเกินครึ่งก้านธูปเด็ดขาด แม้แต่องค์ชายห้าจะอยู่ด้วยก็ตาม!

แต่ความคิดก็คือความคิด ความจริงนั้นกลับห่างไกลออกไปมาก เพราะสุดท้ายนางก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกับไท่จื่อ การนัดหมายล่ม อาหารก็กินไม่อิ่มท้อง พอกลับถึงตำหนัก ยังต้องฟังคำเทศนาจากองค์รัชทายาทที่หาเรื่องมาอบรมอีก

"เจ้าสาบานต่อฮ่องเต้แล้วว่าจะช่วยเรื่องหาพระชายาให้ข้าอย่างเต็มใจ แต่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน เจ้ากลับอยากจับมือร่วมรบกับน้องห้า แล้วถอดใจไปเช่นนั้นหรือ?"

"ฝ่าบาทโปรดแก้ไขให้ถูกต้อง หม่อมฉันบอกเพียงว่าจะลองดูเท่านั้น เพราะไม่มีความมั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาชีวิตคู่ของฝ่าบาทได้สำเร็จ" เสิ่นอวี้เจานั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงลูกแพร์ ปอกส้มด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "ยิ่งไปกว่านั้น หม่อมฉันกับองค์ชายห้าก็เพียงพบกันตามปกติ ไม่ได้ 'ร่วมรบ' และยิ่งไม่ได้ 'กลายเป็นคู่รัก' ส่วนเรื่อง 'ถอดใจ' นั้นตรงกันข้าม ฝ่าบาทต่างหากที่ไปฉิงลั่วหว่านหาความสำราญเอง ขาดความจริงใจเช่นนี้ ท้ายที่สุดฝ่าบาทยังคิดจะตัดสัมพันธ์ที่ดีนี้อีกหรือ?"

ฉู่มู่ฉือที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับนาง ยิ้มพร้อมใช้มือเท้าคาง จ้องมองเสิ่นอวี้เจาด้วยสายตาส่องประกาย "ท่านหญิงเสิ่นปกปิดความคิดชั่วร้ายไว้มาโดยตลอด ไยต้องพยายามปิดบังเล่า? ใครก็ตามที่ไม่โง่เขลา ก็เดาได้ว่าเจ้าคิดเช่นไรกับองค์ชายห้า แต่ก็มิใช่เรื่องน่าอับอาย เจ้าเป็นแม่สื่อมานานจนเปล่าเปลี่ยวแล้ว มันย่อมเป็นเรื่องปกติ"

"หม่อมฉันไม่อาจเปรียบเทียบกับฝ่าบาทได้เลย ฝ่าบาทไม่เคยเปล่าเปลี่ยว เพียงแค่กวักนิ้ว สตรีงามก็วิ่งเข้ามาหา...อ้อ หม่อมฉันเกือบลืมไป นั่นเพราะเงื่อนไขคือ อีกฝ่ายไม่รู้ฐานะของฝ่าบาท มิเช่นนั้นคงวิ่งหนีไปเหมือนเจองูพิษ เพื่อปกป้องชีวิตและวงศ์ตระกูล"

"ท่านหญิงเสิ่นนี่ช่างแทงใจดำข้าจริงๆ นิสัยไม่อ่อนโยน และไม่ชวนให้หลงรักเลย" น้ำเสียงของเขาฟังเหมือนต่อว่า แต่ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์ แถมยังมีเวลาหยอกเย้าอีก "ข้าคิดว่าท่านหญิงเสิ่นอยู่ในตำหนักข้าได้ดีทีเดียว ไม่เสียแขนเสียขา บางทีชะตาของเราอาจเข้ากันได้ดี ในอนาคตหากหาพระชายาที่เหมาะสมไม่ได้จริงๆ ก็ให้ท่านหญิงเสิ่นมาเติมเต็มก็แล้วกัน!"

เบื้องหน้าชายรูปงามประดุจภาพวาด หากเป็นหญิงสาวทั่วไปคงไม่อาจต้านทานได้ แต่โชคร้ายที่เป้าหมายของเขาคือเสิ่นอวี้เจา นางรู้จักเขามาสิบปีแล้ว และชินชากับใบหน้านี้มานาน มีแต่จะยิ่งรำคาญเมื่อมองนานขึ้น และไม่มีอานุภาพใดๆ ให้รู้สึกใจอ่อนเลย

"ฝ่าบาท ไม่ควรตรัสคำหยาบเช่นนี้ เรื่อง 'ชะตา' เป็นเรื่องเหลวไหล ฝ่าบาทควรรู้ว่าหม่อมฉันมีชะตาที่จะได้เสวยสุขความมั่งคั่ง มิเช่นนั้นไยหม่อมฉันจึงเป็นแม่สื่อได้?" เสิ่นอวี้เจาโยนเปลือกส้มที่ปอกเป็นกลีบวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะยัดทั้งลูกใส่ปากของเขา แล้วลุกขึ้นยืนเดินออกไปโดยไม่แยแส ทิ้งไว้เพียงประโยคเรียบๆ ว่า "ฝ่าบาทมิต้องทรงกังวล พรุ่งนี้หม่อมฉันจะเริ่มพิจารณาเลือกพระชายาให้ฝ่าบาทเอง โปรดทรงรออย่างสงบเถิด"

ฉู่มู่ฉือจ้องมองร่างบอบบางที่หายลับไปหลังประตู รอยยิ้มบนใบหน้างามยังคงไม่จาง เขาลูบคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำเบาๆ

"ไม่ว่ามองอย่างไร ก็เห็นชัดว่ามีเพียงท่านหญิงเสิ่นเท่านั้นที่ถูกใจข้า"

เสิ่นอวี้เจาที่เดินเล่นอยู่ในตำหนัก เผลอคิดในใจขึ้นมา "หรือจะเป็นเพราะแกล้งข้ามานานจนรู้สึกว่า 'แต่งงานกับข้าก็คงไม่แย่' หรอกหรือ?"

ในเช้าวันรุ่งขึ้น

เสิ่นอวี้เจาก็รักษาสัญญา เริ่มปฏิบัติการคัดเลือกพระชายาให้รัชทายาทอย่างจริงจัง ด้วยท่าทีที่ดูจริงใจเหมือนแม่สื่อที่ตั้งใจทำงาน แต่ในฐานะองครักษ์ผู้ภักดี และช่างสังเกตอย่างยิ่งเจียงเฉิน กลับพบประเด็นที่ชวนให้สงสัย

หากดูจากรายชื่อที่คัดเลือกไว้ล่วงหน้า สาวงามเหล่านี้ล้วนมาจากตระกูลขุนนางชั้นสูงที่ยังไม่เคยแต่งงาน ซึ่งดูสมเหตุสมผลดี เพียงแต่...บุคคลที่อยู่ในรายชื่อนั้น กลับเป็นสตรีที่แทบไม่มีความน่าเอ็นดูให้กล่าวถึง พวกนางล้วนมีลักษณะภายนอกแปลกประหลาด จนไม่มีใครกล้าหันไปมองซ้ำ

เจียงเฉินขมวดคิ้วพลางคิดในใจว่า เจ้านายแน่ใจแล้วหรือว่านี่ไม่ใช่ความตั้งใจ จะบีบคอรัชทายาทให้ขาดใจตาย?

"ท่านหญิง การเลือกสตรีจากตระกูลเหล่านี้ ดูเหมือนท่านมิได้ตั้งใจเลยสักนิด"

"ตรงไหนที่ว่าข้าเลือกส่งๆ ข้าตัดสินใจหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วต่างหาก" เสิ่นอวี้เจาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "สาวงามเหล่านี้ล้วนเป็นยอดพธูที่เลิศล้ำ เจ้ารู้ไหมว่าทำไมพวกนางถึงยังไม่แต่งงาน? เพราะพวกนางรอคอยช่วงเวลาประวัติศาสตร์นี้ต่างหาก พวกนางเกิดมาเพื่อองค์รัชทายาทโดยแท้"

อย่าพูดจาจริงจังอย่างเหลวไหลแบบนี้ได้หรือไม่?!

เจียงเฉินแทบจะล้มทั้งยืน ต้องสูดหายใจลึกอยู่หลายครั้งเพื่อสงบสติ "ท่านหญิง ข้าว่าองค์รัชทายาทคงไม่เห็นด้วยแน่ๆ เพราะว่า..."

เพราะว่าผู้ชายปกติคนไหนก็คงไม่เห็นด้วย!

น้ำชาหมิงเยว่

เสิ่นอวี้เจายืนอยู่หน้าประตูโรงน้ำชาหมิงเยว่ สถานที่นัดพบกับสาวงามจากตระกูลขุนนาง แม่สื่อเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาว

"เฉินเฉิน เจ้าไม่เข้าใจความหวังดีของข้าเลย ข้าไม่อาจปล่อยให้สตรีที่งดงามเหล่านี้ ต้องตกอยู่ในทะเลแห่งทุกข์ได้หรอก"

"...เช่นนั้นท่านหญิงจึงเลือกแต่สตรีที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำว่า 'งดงาม' มาอย่างนั้นหรือ?"

"จริงๆ แล้ว ข้าคิดว่าการมีคนยอมเข้าตำหนักรัชทายาทสักคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องตาบอดแค่ไหนถึงจะยอมรับได้? ฝ่าบาทควรพอใจนะ" นางพูดด้วยน้ำเสียงธรรมชาติ เหมือนคุยเรื่องกินข้าวดื่มน้ำ "ตั้งแต่แรกข้ากำหนดมาตรฐานไว้แค่สองข้อ หนึ่งคือเป็นสตรี สองคือต้องยังมีชีวิตอยู่"

เจียงเฉินน้ำตาแทบไหล องค์รัชทายาทที่ได้รับการยกย่อง ว่าเป็นบุคคลสูงส่งและยอดเยี่ยม ไยต้องถูกปฏิบัติเหมือนคนข้างถนนที่ไม่มีใครสนใจเช่นนี้? นายหญิงของเขา ช่างเป็นคนที่เอาเรื่องส่วนตัว มาปะปนกับงานได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ!

เมื่อเจ้าของโรงน้ำชานำทาง ทั้งสองเดินตามกันเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัว และทันทีที่เข้าประตูมา ก็รู้สึกได้ถึงแสงจ้าประหลาดที่ส่องมากระทบจนแทบลืมตาไม่ขึ้น เจียงเฉินรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นเขาไม่ได้หมดสติไป และยังสามารถยืนอยู่กับที่ได้อย่างมั่นคง เขาช่างเป็นชายที่มีจิตใจแข็งแกร่งจริงๆ!

ใครอธิบายได้บ้างว่าสตรีเหล่านี้มาจากไหน?

คนที่นั่งอยู่ด้านซ้ายคนแรก ใบหน้าอ้วนกลมจนไม่เห็นดวงตา ไขมันหน้าท้องส่วนเกินพับซ้อนกันสามชั้น คนที่สองทางด้านซ้าย มีใบหน้าหยาบกร้านประหนึ่งซาลาเปาไส้งา เมื่อยิ้มยังเผยให้เห็นฟันเหลืองไม่เป็นระเบียบ คนที่หนึ่งด้านขวาแต่งหน้าหนาประหนึ่งสวมหน้ากาก แม้เครื่องประทินผิวจะเยอะ ก็ปกปิดโครงหน้าที่บิดเบี้ยวโดยกำเนิดไม่ได้ ส่วนคนที่นั่งตรงกลางมีดวงตาเรียวเล็กเป็นสามเหลี่ยม และหน้าผากที่เหมือนผมถูกจับรวมกันเป็นกระจุก...

นี่สินะที่เขาบอก สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น!

เจียงเฉินอดคิดไม่ได้ว่า ท่านหญิงของเขารวมปีศาจจากทั้งใต้หล้ามาได้จริงๆ

ในทางกลับกัน เสิ่นอวี้เจากลับดูสงบนิ่งมาก นางกวัดแกว่งพัดไหมในมือ ด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะยกมือขึ้นดึงความสนใจ และกล่าวคำชมที่ทำให้คนฟังตะลึงเหมือนฟ้าผ่า

"ไม่ได้พบกันเสียนาน คุณหนูทุกท่านช่างดูงดงาม และมีเสน่ห์ขึ้นมากนัก หากข้าเป็นองค์ไท่จื่อ คงตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นพวกท่าน สวยจนดวงดาวและพระจันทร์ต้องหมองเลยทีเดียว"

หลังจากนั้น เหล่าคุณหนูทั้งหลายก็เป็นกันเองและร่าเริงขึ้นมาทันที ต่างพากันรายล้อมเสิ่นอวี้เจา พร้อมพูดคุยอย่างเป็นมิตร บรรยากาศดูสนุกสนานจนเรียกได้ว่า "แม่ทัพมา ทหารสู้ น้ำมา ดินสกัด" ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก นางสามารถทำให้เหล่าสตรีใจเต้นแรง ราวกับกำลังอยู่ในงานเทศกาล

ความสามารถในฐานะแม่สื่อ ของนางเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจน จนใครๆ ก็อดชื่นชมไม่ได้

แอบสงสารองค์รัชทายาทอยู่นะ 5555555555 คู่นี้เขาเกิดมาเพื่อฟาดฟันกันจริงๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่สื่อผู้นี้ไม่ขอมีสามีเป็นองค์รัชทายาท   บทที่65 ตอนจบ

    ฮ่องเต้ถอนหายใจด้วยความท้อ"ยี่สิบปี...ข้าก็รอคอยมาถึงยี่สิบปี ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยความยากลำบากถึงเพียงนี้ แถมยังโง่เขลาอ่อนข้อให้เจ้า จนเกือบทำลายความสุขของคนรุ่นหลัง"เล่อเฟยหัวเราะลั่นราวกับคนเสียสติ นางหัวเราะไม่หยุดจนใบหน้าแดงระเรื่อ น้ำตาไหลพราก "ใช่เพคะ ฝ่าบาททรงโง่เขลาอย่างที่สุด! แล้วตอนนี้ทรงเสียพระทัยแล้วหรือ? หม่อมฉันไม่เสียใจ ไม่เคยเสียใจเลย แต่...หม่อมฉันก็ไม่อาจยกโทษให้ฝ่าบาทได้"เล่อเฟยจ้องมองฮ่องเต้เงียบๆ ชายที่นอนเคียงข้างนางมานาน ชายผู้ที่รักและโปรดปรานนางมาตลอด รู้ว่านางยังนึกถึงคนในอดีต แต่ไม่เคยโกรธเคืองแม้แต่น้อย ชายที่เคยละเลยนางสนมคนอื่นเพื่อเอาใจนาง ปฏิเสธการเลือกนางสนมใหม่เพื่อเห็นแก่นาง เดินทางไปยังเจียงหนานเพื่อสนองความต้องการของนาง และยอมรับความผิดพลาดของนางชายคนนี้คือฮ่องเต้ผู้โง่เขลาที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เพราะความโง่เขลานี้เอง นางจึงไม่อยากให้เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เขาต้องอับอายต่อคำถามของบุตรธิดา นางรู้ดีว่าฮ่องเต้ไม่มีทางลงโทษนางอย่างเด็ดขาดถ้าเช่นนั้น นางก็จะไม่เป็นหนี้บุญคุณของเขาอีกต่อไป เพราะสิ่งที่ผิดก็ได้ทำลงไปแล้ว เล่อเฟยได้ปลดปล่อยความ

  • แม่สื่อผู้นี้ไม่ขอมีสามีเป็นองค์รัชทายาท   บทที่64 แผนการถูกเปิดโปง

    "หม่อม...หม่อมฉันไม่รู้จักคนผู้นี้"คนแซ่จูถึงกับถอนหายใจ "เจ้าจะไม่อยากเกี่ยวข้องกับข้า ก็ถือเป็นเรื่องที่ฝืนใจไม่ได้ แต่ข้าไม่คิดเลย ว่าตอนแรกข้าคิดว่าที่เจ้าทิ้งข้าไป เพราะข้าดูแลเจ้าไม่ดีพอ แต่มาตอนนี้กลับเข้าใจได้ว่า เป็นเพราะเจ้าเห็นแก่ลาภยศสมบัติ...ความรักที่ข้ามีให้เจ้ามาหลายปี กลับกลายเป็นข้าทุ่มเทผิดคน"ฮ่องเต้แทบประทับไม่ติด พระองค์ทอดพระเนตรสองคน ที่คุกเข่าอยู่ไม่ไกลด้วยความตกตะลึง แล้วหันถามฉู่มู่ฉือหลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง "เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?""เรื่องนี้อธิบายยาวพ่ะย่ะค่ะ" ฉู่มู่ฉือตอบอย่างสงบนิ่ง "ลูกได้ยินข่าวมาว่า สหายสนิทของราชครูซูซึ่งก็คือเจ้าของโรงสุราจุ้ยเซียนเป็นชาวเจียงหนาน ในอดีตนางเคยท่องยุทธภพ ลูกจึงขอให้ราชครูซูช่วยฝากฝังให้นางเดินทางไปเจียงหนานพร้อมกับเจียงเฉิน เพื่อช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด"เจียงเฉินก้มตัวคารวะด้วยความเคารพและกล่าว "ข้าน้อยสามารถยืนยันได้ว่าทุกคำที่องค์รัชทายาทกล่าวเป็นความจริง อีกทั้งยังได้ตรวจสอบพบว่า ท่านหญิงอวี้หนี่ว์ก่อนที่จะรู้จักองค์รัชทายาท นางหาใช่หญิงบริสุทธิ์ ซึ่งเรื่องนี้เถ้าแก่จูเจ้าของร้านสามารถเป็นพยานได้"เยว่

  • แม่สื่อผู้นี้ไม่ขอมีสามีเป็นองค์รัชทายาท   บทที่63 ความจริง

    "บังอาจ!" ฮ่องเต้ที่เหมือนโดนแทงจุดเจ็บ ทรงโยนถ้วยชาใบที่สองลงพื้น จนแตกกระจายใต้เท้าของฉู่หยุนชิง เสียงแตกดังก้องสะท้อนทั่วห้อง "ข้าไม่อนุญาต! เจ้าจงเลิกล้มความคิดนี้เสียตั้งแต่ตอนนี้!"พระสนมเล่อเฟยเห็นฮ่องเต้แสดงท่าทีแน่วแน่ ก็เหมือนจะโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้สติกลับคืน นางรีบไล่ทั้งสองคนออกไปจากตำหนักทันที"อย่าให้ความวู่วามชั่วครู่ ทำให้เจ้าตัดสินใจผิดพลาด อย่าทำให้เสด็จพ่อของเจ้าขุ่นเคืองไปมากกว่านี้ รีบพาท่านหญิงเสิ่นกลับไป...โอ้ข้าเกือบลืมไป เสิ่นอวี้เจามิใช่ข้าราชบริพารฝ่ายในแล้ว" แม้ในสถานการณ์เช่นนี้ นางยังไม่ลืมที่จะพูดเสียดสีเสิ่นอวี้เจาแม่สื่อเสิ่นได้ยินดังนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดแม้แต่จะตอบโต้"อวี้เจา รอข้าก่อน ข้ามีบางสิ่งที่ต้องบอกกับเจ้า""หวู่อ๋องพูดมาเถิด""มีความจริงบางอย่าง ที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่เก็บงำเอาไว้ไม่เคยบอกเรา แต่เมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว การปิดบังต่อไปคงไม่ยุติธรรมกับเจ้าอีก"เสิ่นอวี้เจาหันกลับมาอย่างตื่นตะลึง และแทบจะพร้อมกันนั้น สีหน้าของพระสนมเล่อเฟยก็ซีดเผือดลงทันที ฉู่หยุนชิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่ปลายชายเสื้อออกอย่างสงบ จาก

  • แม่สื่อผู้นี้ไม่ขอมีสามีเป็นองค์รัชทายาท   บทที่62 โปรดพระราชทานสมรส

    "เสิ่นอวี้เจา เจ้าอยู่กับฉู่หยุนชิงได้อย่างไร...เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"เสิ่นอวี้เจาทำหน้าเรียบเฉย ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจ"ทูลเสด็จพ่อ ลูกพาตัวเสิ่นอวี้เจากลับมาเอง ความจริงแล้วช่วงนี้ เราสองคนอยู่ด้วยกันตลอด""..." ความรู้สึกไม่ดีแล่นเข้ามาในใจอย่างรุนแรง นางชำเลืองมองฉู่หยุนชิงด้วยความกังวล รู้สึกว่าคำพูดต่อจากนี้คงยิ่งน่าตกใจและเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่นี่ใช่ชายผู้สูงส่งที่นางรู้จักจริงหรือ?ดูเหมือนว่าฮ่องเต้เองก็เริ่มจะงุนงงไม่น้อย พระองค์ทรงคิดไม่ออกเลยว่าทำไมสองคนนี้ถึงได้ "อยู่ด้วยกัน" อย่างไม่น่าเชื่อ และเหตุใดถึงพากันมาที่ตำหนักกวนซือ เพื่อรายงานสถานการณ์"เรื่องนี้...เจ้าหมายถึงอยู่ด้วยกัน ในความหมายเดียวกับที่เราคิดหรือไม่?"ฉู่หยุนชิงเหลือบมองไปทางเล่อเฟย โดยไม่เผยอารมณ์ใดๆ พระมารดาก็จ้องตอบเขาอย่างแน่วแน่ ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความโกรธที่ซ่อนอยู่ คล้ายจะส่งคำเตือนทั้งสองแม่ลูกดูเหมือนจะใช้สายตาเป็นอาวุธ แข่งกันสร้างแนวป้องกันทางจิตใจ ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียวบรรยากาศที่เงียบงันและอึดอัดนั้น ทำให้ทุกคนแทบลืมหายใจ เ

  • แม่สื่อผู้นี้ไม่ขอมีสามีเป็นองค์รัชทายาท   บทที่61 พรไม่อาจเป็นจริง

    แม้เสิ่นอวี้เจาไม่มีคำอธิษฐานขอพร แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของฉู่หยุนชิง นางจึงพยักหน้าเบาๆ และก้าวไปยังต้นไม้ใหญ่แห่งวาสนา เลียนแบบท่าทางของคนอื่นๆ ยกมือประนมไหว้ใต้แสงจันทร์ ก่อนจะก้มลงกราบสามครั้งใต้ต้นไม้มีชายชราผู้ดูสง่างามในอาภรณ์นักพรต ส่งเครื่องรางคู่หนึ่งที่ร้อยด้วยด้ายทองให้ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น“จากรูปโฉมของคุณหนู ข้ามั่นใจว่าท่านมีคนในใจอยู่แล้ว”“ท่านนักพรตน่าเลื่อมใสยิ่งนัก แต่ข้าคงต้องบอกว่าเครื่องรางนี้คงไม่มีความหมายสำหรับข้าอีกแล้ว”นักพรตชราเพียงหัวเราะเบาๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเมตตา “เก็บมันไว้เถิด อะไรที่เป็นของท่าน ท้ายที่สุดก็จะกลับมา”คำพูดนี้ทำให้เสิ่นอวี้เจายิ้มออกมาเล็กน้อย แม้เป็นรอยยิ้มขมขื่น แต่ลึกๆ ในใจ นางรู้สึกขอบคุณต่อความหวังเล็กๆ นั้น เมื่อกลับมา ฉู่หยุนชิงยังรออยู่ที่เดิม ในมือของเขามีถุงขนมสนอบน้ำตาล องค์ชายห้ายิ้มพร้อมยื่นขนมชิ้นหนึ่งส่งให้ “รู้ว่าเจ้าชอบกินที่สุด”“องค์ชายห้ารู้ใจข้าเสียจริง” รสหวานล้ำละลายในปาก แต่ใจของนางยังคงลังเล “ข้าขอถามได้หรือไม่ ทำไมท่านพาข้ามาที่นี่?”“ไม่มีเหตุผล เพียงแค่อยากอยู่กับเจ้าในคืนฉงเฉียวเท่านั้น” ฉู่หยุนชิงตอ

  • แม่สื่อผู้นี้ไม่ขอมีสามีเป็นองค์รัชทายาท   บทที่60 ปรารถนาดีกับเจ้าตลอดไป

    เวลาผ่านไปพักใหญ่ จึงมีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่มั่นคงดังมาจากด้านใน คนที่มีประสบการณ์ย่อมทราบได้ทันทีว่าคนผู้นี้มีวรยุทธ์ ประตูเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าของสตรีที่คิ้วคมตาดูสง่างามสายตาสองคู่ประสานกัน คนหนึ่งแปลกใจ อีกคนหนึ่งสงบนิ่ง"ไม่ได้พบกันนานเลยนะ ท่านหญิงเสิ่น"เสิ่นอวี้เจาแสดงท่าทางสะท้านเล็กน้อย ก่อนจะก้มสายตาลง พลางผายมือเชื้อเชิญอย่างสุภาพ "เชิญองค์ชายห้าเข้ามาก่อน ข้าได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว จึงไม่เหมาะกับคำเรียก 'ท่านหญิง' อีกต่อไป หากไม่รังเกียจ โปรดเรียกข้าว่าเสิ่นอวี้เจาก็พอ"จากนั้นทั้งสองเดินเคียงข้างกันอย่างเงียบๆ ทางเดินที่ปูด้วยหินเย็นเฉียบ ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังสวนหลังเรือน ข้างทางมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ยังไม่ออกดอก แต่กิ่งใบเขียวชอุ่มชวนให้ชื่นชมฉู่หยุนชิงถอนหายใจเบาๆ "ทุกสิ่งที่นี่ได้รับการรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม"เสิ่นอวี้เจาตอบอย่างธรรมชาติ "ทุกปีข้าจะกลับมาทำความสะอาดเอง หากไม่มีเวลาก็จะมอบหมายให้เฉินเฉินกลับมาดูแลให้ ไม่อาจปล่อยให้จวนแม่ทัพรกร้างได้""เจ้าตั้งใจจะอยู่ที่นี่ถาวรงั้นหรือ?""ที่นี่เหมาะสมที่สุดสำหรับข้า บางทีอาจเปิดร้านบนถนนใหญ่ เพื่อช่วยจัดหาคู่ให้ประ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status