Beranda / รักโบราณ / แรงรักลมหวน / บทที่ 8 จากปากเติ้งจ้าว

Share

บทที่ 8 จากปากเติ้งจ้าว

last update Tanggal publikasi: 2026-02-12 13:08:50

หลังสำรับกลางวัน ขุนนางทั้งสี่ก็ได้กลับเข้าเรือนของตนเป็นที่เรียบร้อย แต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่ออกมาจากเรือนรับประทานอาหารด้วยอารมณ์ที่แสนจะขุ่นมัว

“ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูสองครั้งเช่นนี้ มักจะเป็นเติ้งจ้าว

“มีอะไรนะท่านองครักษ์” ซู่หยางบ่นพึมพำ

“คุณหนูเจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูให้ท่านองครักษ์ก่อนนะเจ้าคะ” พูดจบนางก็เดินออกไป

“แม่นมซู่หยาง ข้าขอเข้าพบคุณหนูสักครู่ได้รึไม่?” เติ้งจ้าวเอ่ยถาม

“ได้สิเจ้าคะ เชิญเจ้าค่ะ” ซู่หยางหลีกทาง

“ข้าขอคำนับคุณหนูฟางเฟย” พูดจบพลางยืนตรงและก้มศรีษะให้

“มีเหตุอันใดรึท่านองครักษ์” ฟางเฟยเอ่ยถาม

“เมื่อสักครู่ ข้าได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นอกเรือนรับประทานอาหาร พลันได้ยินท่านสนมเอกเอ่ยถึงเหตุการณ์วันขี่ม้าที่ทุ่งราบฝูผิง ข้าจึงอยากกล่าวชี้แจงเพิ่มเติมขอรับ”

“ว่ามาเถิด” ฟางเฟยเอ่ยขึ้น

“ในวันนั้น ข้าได้เดินผ่านไปสังเกตการณ์ความเรียบร้อยอยู่บริเวณหน้ากระโจมอุ่นสำรับ แม่นมซู่หยางและแม่นมไท่โป๋กำลังอุ่นสำรับสำหรับทุกคนด้วยอารมณ์เบิกบาน แต่กลับมิเห็นคุณหนูอยู่บริเวณนั้นด้วย จึงได้ออกตามหา

ห่างออกไปประมาณหนึ่งลี้ ข้าเห็นคุณหนูกับท่านสนมเอกกำลังยืนคุยกันด้วยท่าทีสนุกสนาน แต่แล้ว ก็มีเงามืดที่แอบอยู่ในแนวพุ่มไม้ ยิงธนูตรงมาที่คุณหนู!” พูดจบเติ้งจ้าวก็หยุดชะงัก

“เหตุใดจึงมิเล่าต่อไปล่ะท่านองครักษ์” ซู่หยางถามด้วยท่าทีร้อนรน

“ข้าตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า ข้ารู้สึกว่า...ท่านสนมเอกมิได้ตั้งใจจะบังคุณหนู แต่...กลับเข้าไปเพื่อกอดรัดคุณหนูมิให้ขยับหนี และธนูนั่นก็แล่นตรงมาที่ไหล่ซ้ายของคุณหนูในทันที”

ฟางเฟยและซู่หยางมองหน้ากันราวกับแทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยินไปเมื่อครู่

“ข้ารู้ว่าถ้าข้าพูดออกไป อาจจะมิมีผู้ใดอยากจะเชื่อข้า โดยเฉพาะท่านไจ่เสียง เพราะท่านสนมเอก มักมีกิริยาและวาจานอบน้อมอ่อนหวานอยู่เสมอต่อหน้าทุกคนในฝู” เติ้งจ้าวกล่าวเสริม

“ท่านหญิงรองจะทำสิ่งนั้นไปเพื่ออะไร?” ซู่หยางเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ข้าก็มิอาจจะให้คำตอบได้ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า มันบอกข้าเช่นนั้น”

“จากนั้น ข้าก็พุ่งตัวออกจากพุ่มไม้ฝั่งตรงข้าม เพื่อไปต่อสู้กับโจรในทันที แลข้าสัมผัสได้ว่าโจรนั่น มิใช่โจรกระจอก หากแต่เป็นโจรรับจ้างมาจากที่ใดที่หนึ่ง ด้วยฝีมือทางการรบของมันนั่นเอง

ฟ้าดินยังเข้าข้างข้า ข้าได้นำปลายกระบี่ปัดไปที่ผ้าคลุมหน้า เผยให้เห็นใบหน้าของโจรอย่างชัดเจน ข้าจดจำมันได้อย่างดี และกำลังติดตามมันอยู่ขอรับ” เติ้งจ้าวกล่าวด้วยท่าทีฮึกเหิม

“เป็นอย่างที่ข้าคิดจริงๆด้วย ท่านสนมเอกผู้นี้มิธรรมดาจริงๆ” ฟางเสียงพึมพำในใจ

“หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ คุณหนูของข้าก็มิปลอดภัยน่ะสิท่านองครักษ์” ซู่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล

“หากพวกท่านอยู่แต่ในฝู ข้ารับรองว่า มิมีผู้ใดสามารถทำร้ายพวกท่านได้อย่างแน่นอน เพราะในฝูแห่งนี้ ล้วนเต็มไปด้วยยอดฝีมือเดินวนเวียนตรวจตราอยู่มิขาดสาย แม่นมซู่หยางอย่าห่วงไปเลย” เติ้งจ้าวยืนกราน

“ได้ฟังเช่นนั้นแล้ว ข้าค่อยสบายใจหน่อยเจ้าค่ะ ข้าห่วงก็แต่คุณหนูของข้า” ซู่หยางพูดพลางเอื้อมมือมาจับมือคุณหนูฟางเฟย

“คุณหนูฟางเฟย ท่านเชื่อที่ข้าพูดรึไม่ขอรับ?” เติ้งจ้าวเอ่ยถาม

หากย้อนไปถึงความสัมพันธ์ฉันเพื่อนรักระหว่างคุณหนูฟางเฟยผู้สูงศักดิ์กับองครักษ์เอกแห่งฝูท่านไจ่เสียงตามที่ซู่หยางเล่าให้ฟางเสียงฟังแล้ว เติ้งจ้าวมิน่าจะให้การเท็จแต่อย่างใด เพราะเขาเป็นคนกล้าหาญ เข้มแข็ง พูดตรง เด็ดขาด แต่ก็นอบน้อมถ่อมตนอยู่ไม่น้อย เขามักจะปกป้องคุณหนูของเขาอยู่เสมอตั้งแต่เมื่อครั้งเยาว์วัย ทั้งจากลูกๆของขุนนางท่านอื่นๆที่พยายามจะมารังแก ทั้งจากสัตว์มีพิษต่างๆ อีกทั้งยังเป็นเพื่อนเล่นและเพื่อนเรียนของคุณหนูฟางเฟยอีกด้วย ก่อนที่สถานะทางสังคม จะทำให้ทั้งสองคนต่างต้องพูดจาและปฏิบัติต่อกันด้วยท่าทีห่างเหิน

“ข้าเชื่อท่านองครักษ์โดยมิมีข้อกังขาใดๆ” ฟางเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ท่านปกป้องข้ามาตั้งแต่ยังเด็ก เราสองคนเปรียบเสมือนเพื่อนแลพี่ชายและน้องสาว อีกทั้ง ข้าได้สังเกตท่าทีของท่านหญิงรองตั้งแต่ในเรือนรับประทานอาหารแล้ว นางมีท่าทีประหลาดอยู่หลายครา ทั้งตอนที่กล่าวถึงการนำกายของนางมาบังข้าจากธนู รวมถึงดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อท่านพ่อกล่าวว่า ท่านองครักษ์เห็นหน้าโจรนั่น” ฟางเฟยกล่าวเสริม

“ในที่สุด คุณหนูก็เชื่อข้าเสียที!” เติ้งจ้าวกล่าวขึ้นมาด้วยความดีใจ

ซู่หยางเล่าว่า เติ้งจ้าวมักจะมาเตือนคุณหนูฟางเฟยอยู่หลายคราถึงท่าทีประหลาดของท่านสนมเอก แต่ด้วยความจิตใจดีของนาง จึงมักมองข้ามคำเตือนของเขา

“ข้าขอบใจท่านองครักษ์เป็นอย่างมาก ที่มิย่อท้อต่อการคอยตักเตือนข้า” ฟางเฟยกล่าวพร้อมส่งยิ้มหวานให้

“เป็นหน้าที่ขององครักษ์อย่างข้าขอรับ” เติ้งจ้าวกล่าวด้วยความภูมิใจ

“มัวแต่ฝึกรบอยู่นั่นล่ะหนาท่านองครักษ์ เมื่อไหร่ท่านจะฝึกรักบ้าง?” ซู่หยางกล่าวพลางยิ้มอย่างมีเลศน์นัย

เติ้งจ้าวได้ยินดังนั้น ก็พลันฉุกคิดถึงการครองเรือนขึ้นมาในทันที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 26 สารภาพ

    ศาลาริมสวนในฝูของท่านไจ่เสียงวันนี้คึกคัก ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านหญิง แลท่านแม่ทัพซงเฟิงได้มาร่วมดื่มน้ำชาแลพูดคุยธุระสำคัญระหว่างสองตระกูลใหญ่"ตกลงตามนั้น!" ท่านไจ่เสียงเอ่ยออกมาพลางลูบเคราอย่างพอใจ"ข้าพเจ้ายินดียิ่งนักที่พวกเราสองตระกูลจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน" ท่านแม่ทัพใหญ่กล่าวด้วยความปิติ "หม่อมฉันก็ปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้คุณหนูฟางเฟยมาเป็นลูกสะใภ้" เฉินซืออวิ๋น แม่ของท่านแม่ทัพซงเฟิงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม"ข้าพเจ้าว่า พวกเราปล่อยให้หนุ่มสาวได้พูดคุยกันตามลำพังเถิดเพคะ" ท่านหญิงใหญ่เอ่ยขึ้น"ดี...งั้นพวกเราเข้าไปที่เรือนรับรองด้านในกันเถิด ข้าพเจ้าได้ให้คนครัวจัดสำรับเรียกน้ำย่อยไว้แล้ว"ณ เพลานี้ เหลือเพียงท่านแม่ทัพซงเฟิงและคุณหนูฟางเฟยที่มองตากันไปมาด้วยความเขินอาย"ข้าเก่งแต่รบ แต่มิเก่งเรื่องรักนัก ข้ามิรู้จะสนทนาสิ่งใดกับคุณหนูขอรับ" คุณหนูฟางเฟยยิ้มออกมาอย่างพอใจ พลางเอ่ยขึ้นว่า"งั้นเราสองคนมาสนทนาภาษากวีกันไหมเจ้าคะ?" "ข้าได้ยินมาว่า คุณหนูฟางเฟยมีพรสวรรค์ด้านกวีนิพนธ์อย่างลึกซึ้ง ข้าคงต้องให้คุณหนูช่วยแนะนำแล้วขอรับ"คุณหนูฟางเฟยยิ้มหวาน ก่อนจะเริ่มบทกลอน"

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 25 ถึงเวลาพิสูจน์

    ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ และเติ้งจ้าว เดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของท่านหญิงรองอย่างรีบร้อน ท่านไจ่เสียงโบกมือไล่ให้คนรับใช้บริเวณนั้นออกไป เพื่อที่ทั้งสามคนจะได้แอบฟังบทสนทนาของท่านหญิงรองและไท่โป๋อย่างใกล้ชิด“อะไรนะ นังคุณหนูฟางเฟยดีขึ้นแล้วงั้นรึ?!”“เจ้าค่ะ ซู่หยางบอกข้าเช่นนั้น”“ไอ้เหอเฟิงนะ ไอ้เหอเฟิง ทำไมมันต้องบอกยาถอนพิษกับท่านพี่ด้วย แล้วครานี้ ข้าจะหาหนทางใดกำจัดนางได้อีกเล่า...”ยังมิทันที่ท่านหญิงรองจะพูดจบ ประตูเรือนก็ถูกเปิดออกกว้าง พร้อมกับท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่ที่เดินเข้ามาด้วยความโกรธ“เจ้าจะมิมีหนทางใดที่จะกำจัดลูกของข้าได้อีก เฉิงเต๋อเสียน!” ท่านไจ่เสียงกล่าวเสียงดัง“ทะ...ท่านพี่!” ท่านหญิงรองเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ“จะมาหาน้อง เหตุใดจึงมิบอกล่วงหน้าล่ะเพคะ หม่อมฉันจะได้ให้ไท่โป๋เตรียมชารับรอง”“ถ้าข้าบอกเจ้าล่วงหน้า ข้าจะล่วงรู้ได้รึ ว่าเจ้าเป็นคนบงการฆ่าฟางเฟย”“ท่านพี่เข้าใจหม่อมฉันผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่...”“หุบปาก!” “เติ้งจ้าว!”“ขอรับ”“ค้นห้องนาง!” “ขอรับ”“ท่านพี่!” ท่านหญิงรองร้องเสียงหลง“ท่านพี่ใจเย็นๆก่อนนะเพคะ ท่านหญิงใหญ่เชิญนั่งลงก่อนเถิด

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 24 หาตัวคนบงการ

    ในที่สุด ขบวนของท่านแม่ทัพซงเฟิงก็เดินทางมาถึง ณ ฝูของท่านไจ่เสียง ทุกคนต่างเปล่งเสียงโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุด ภาระกิจก็เสร็จสิ้นลงเสียทีท่านไจ่เสียงแลท่านหญิงใหญ่ได้ยินดังนั้น ก็ออกมาต้อนรับทุกคนอย่างกระวีกระวาด“คารวะท่านไจ่เสียง” ท่านแม่ทัพพูด แลทหารทุกคนคำนับตามท่านไจ่เสียงพยักหน้า แลมองไปที่ถุงในมือของเว่ยหลง พลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ข้าน้อยแลทหารทุกคน ได้ขุดพบโสมป่าสภาพสมบูรณ์มาหกหัวขอรับ หวังว่าจะเพียงพอ”“ข้าพเจ้าขอขอบคุณน้ำใจท่านแม่ทัพ แลขอขอบใจทหารทุกคนเป็นอย่างมาก คืนวันพรุ่ง ข้าจักให้คนครัวจัดสำรับมื้อใหญ่ไว้ขอบคุณทุกคน แลท่านแม่ทัพและผู้ติดตาม จะพำนักที่ฝูของข้าเพื่ออยู่ฉลองร่วมกันได้รึไม่?”“ข้าน้อยขอลากลับก่อนดีกว่าขอรับ ข้าน้อยจากมานานมิได้แจ้งท่านแม่ทัพใหญ่ เดี๋ยวท่านจะเป็นกังวล ขอบพระคุณขอรับ”“ถ้าเป็นดังนั้น ก็ตามความปรารถนาของท่านแม่ทัพเถิด เดินทางปลอดภัย”“ขอบพระคุณขอรับ” พูดจบ ท่านแม่ทัพและเว่ยหลงก็เดินจากไปณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ไหนขอข้าดูโสมป่าหน่อยซิ” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเติ้งจ้าว“นี่ขอรับ”“อืม...งดงามประดุจเรือนร่างของหญิงสาว ข้าขอบใจเจ้ามากจริงๆ เต

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 23 หนทางพิสูจน์รัก

    แม่ทัพซงเฟิงได้อ่านสาส์นของท่านไจ่เสียงอย่างละเอียด พลันนึกไปถึงวันประลองศาสตราวุธ ที่เขาดึงคุณหนูฟางเฟยมาไว้ในอ้อมแขน ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอีกครั้ง“นี่ข้าตกหลุมรักคุณหนูฟางเฟยแล้วหรือนี่?”สองวันต่อมาขบวนทหารพร้อมเสบียงตั้งแถวที่หน้าประตูของฝูท่านไจ่เสียงแต่เช้าตรู่ พร้อมกับการมาถึงของท่านแม่ทัพซงเฟิงและทหารคู่ใจอย่างเว่ยหลงท่านไจ่เสียงที่กำลังควบคุมการจัดขบวนด้วยตนเอง เมื่อเห็นการมาถึงของแม่ทัพซงเฟิง เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย“คารวะท่านไจ่เสียงขอรับ” แม่ทัพซงเฟิงกล่าว เว่ยหลงคำนับตาม“ข้าพเจ้าขอบน้ำใจท่านแม่ทัพซงเฟิงยิ่งนัก ที่ให้เกียรติมาร่วมขบวนในวันนี้ หากมียอดฝีมืออย่างท่านร่วมทางด้วยแล้ว ข้าพเจ้ามั่นใจยิ่งนัก ว่าการออกตามหาโสมป่าครั้งนี้ จะต้องสำเร็จลุล่วง” ท่านไจ่เสียงกล่าว“ขอบพระคุณในความกรุณาขอรับ ข้าน้อยและทหารคู่ใจ จะร่วมทำภารกิจครั้งนี้อย่างเต็มที่ขอรับ”เติ้งจ้าวได้ยินดังนั้น ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างอดมิได้“ข้าขอแต่งตั้งท่านแม่ทัพซงเฟิง เป็นผู้นำขบวน แลขอให้ทุกท่านโชคดี” ท่านไจ่เสียงกล่าวหน้าแถว“ขอบพระคุณขอรับ” ทุกคนขานตอบในระหว่างทางไปยังเทือกเขาฉางไป๋ซาน เนื่องด้วยขณ

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 22 ดวงใจแตกสลาย

    ทุกคนในฝูของท่านไจ่เสียงเพลานี้ล้วนแล้วแต่มีภาระกิจที่ต้องทำ เริ่มที่ท่านไจ่เสียงกับไท่ซงที่กำลังจัดการศพของเหอเฟิง ท่านหญิงใหญ่รีบมาดูแลคุณหนูฟางเฟย เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้แม่ทัพซงเฟิงที่ฝู เว้นเพียงแต่ท่านหญิงรองที่เป็นลมล้มพับไปหลังจากเห็นฉากอัตวินิบาตกรรมของเหอเฟิงในเรือนสืบสวนณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ซู่หยาง เดิมที ข้าคิดว่าจะคุยกับไท่โป๋หลังจากการไต่สวนคนร้ายของท่านไจ่เสียง แต่ข้าคิดว่าเพลานี้คงจะมิเหมาะนัก นางคงต้องอยู่ดูแลนายหญิงของนาง” ท่านหญิงใหญ่กล่าว“ไว้คราหน้านะเจ้าคะท่านหญิงใหญ่ ข้าจะหาโอกาสไปเรียกนางมาอีกครั้ง” ซู่หยางแนะนำ“อืม...”เสียงประตูเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ“ลูกเป็นอย่างไรบ้างท่านหญิงใหญ่?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงอ่อน“ลูกนอนกระสับกระส่ายเพคะ ซู่หยางเพิ่งจะเช็ดตัวให้ แลลูกเพิ่งจะผลอยหลับไปเมื่อครู่”ท่านไจ่เสียงนำมือมาลูบหัวของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา พลางกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดวงใจของพ่อ”“ท่านหญิงใหญ่ ข้าให้เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้ท่านแม่ทัพซงเฟิงที่ฝู แจ้งข่าวอาการป่วยของฟางเฟย แลชักชวนให้เขาร่วมขบวนไปเก็บโสมป่าที่เทือกเขาฉางไป๋ซานทางตอนเหนือ หากเขาตอบรับ แสดงว่าเขา

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 21 สอบสวน

    บ่ายวันนี้ ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงรอง ไท่ซง เติ้งจ้าว และทหารบางส่วนมารวมตัวกันที่เรือนสืบสวนชั่วคราวข้างเรือนคุมขังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“เบิกตัวคนร้าย” เสียงของผู้คุมคนหนึ่งดังขึ้นเหอเฟิงถูกคุมตัวเข้ามาในเรือนสืบสวนในสภาพอิดโรย และมือก็ถูกตรึงไว้ด้วยห่วงเหล็ก“คุกเข่าแลคารวะท่านไจ่เสียง” เสียงของผู้คุมดังขึ้นอีกครั้งเหอเฟิงค่อยๆโค้งคำนับและนั่งคุกเข่าลงอย่างช้าๆ เนื่องด้วยบาดแผลทางด้านหลังจากคมดาบของเติ้งจ้าวในคราก่อน อีกทั้งขาดน้ำแลสำรับมาหลายวัน ทำให้เขาทรงตัวแทบไม่อยู่“เจ้าเป็นใคร?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงเข้ม“ข้าน้อยมีนามว่าเหอเฟิง เป็นชาวหัวโจว ขายของหาบเร่ไปทั่วขอรับ”“เหตุใดเจ้าจึงคิดปองร้ายลูกสาวของข้า?”“วันหนึ่ง ข้าน้อยได้ไปพบกับสตรีรูปงามนางหนึ่ง นางได้ว่าจ้างข้าน้อยให้ทำชั่วด้วยอัฐจำนวนมากพอที่จะมารักษาแม่ที่ป่วยของข้าน้อยได้ขอรับ”“เจ้าบอกข้าว่า เจ้าเป็นเพียงชายหาบเร่ แล้วเจ้าไปฝึกยิงธนู แลหายาพิษมาจากที่ใด?” ท่านไจ่เสียงไต่ถามเสียงเข้ม“สตรีนางนั้นพาข้าไปฝึกฝนยิงธนูขอรับ แลจัดหายาพิษมาให้ข้า รอเพียงข้าเก่งกล้ามากพอท

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 17 ณ ลานประลอง

    ลานศาตราวุธที่ถูกใช้ในงานประลองครานี้ เป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดมหึมาปูด้วยอิฐ ตั้งอยู่หลังเรือนหลักของท่านไจ่เสียง ห้อมล้อมไปด้วยกำแพงสูงเพื่อความปลอดภัย มีคลังอาวุธที่ทำจากไม้และปิดด้วยหลังคาสีน้ำตาลเข้มอยู่ติดกับขอบลาน ภายในเก็บอาวุธหลากชนิดอย่างเป็นระบบ ด้านหนึ่งของลานถูกจัดเป็นลานซ้อมรบย่อมๆ มีท

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 15 แผนร้ายของหญิงเจ้าเล่ห์

    งานเลี้ยงฉลองสุขภาพดีของคุณหนูฟางเฟยใกล้จะจบลงแล้ว เหล่าขุนนางทั้งหลายได้กล่าวคำอำลาแลนัดพบกันอีกครั้งในวันประลองศาสตราวุธ เฉิงเต๋อเสียนผู้สังเกตเห็นเหตุการณ์ในห้องโถงรับประทานอาหาร ก็มิพลาดที่จะเห็นสายตาอันมิเป็นมิตรของคุณหนูชิงเยียนที่มองไปทางคุณหนูฟางเฟย“ข้าคงจะได้ใช้ประโยชน์จากนังเด็กนี่ไม่มาก

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 14 บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร

    ท่านไจ่เสียงนั่งลงตรงกึ่งกลางของโต๊ะอาหารอย่างสง่างามด้วยชุดเซินอีผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มตัดขอบด้วยลายคลื่นทองบางๆ แลดูน่าเกรงขาม ด้านซ้ายประกอบไปด้วยคุณหนูฟางเฟย ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงรอง และขุนนางชั้นกลาง ส่วนด้านขวา ประกอบไปด้วยท่านไท่ฉางชิง ท่านแม่ทัพใหญ่ แลข้าราชการชั้นสูงท่านอื่นๆ เมื่อแขกทุกท่าน

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 10 นิมิตของฟางเสียง

    ฟางเสียงหมดเรี่ยวแรงจะว่ายน้ำต่อไป พลันปล่อยดอกบัวออกจากอ้อมแขนทีละดอกๆ นางยอมรับชะตากรรม ปล่อยตัวเองจมดิ่งสู่ก้นบึง ร่างกายอันผอมบางชักกระตุกอยู่หลายครา พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากทั้งทางปากและทางจมูก ส่งสัญญาณว่าจบสิ้นแล้ว…ฟางเสียง“คุณหนูเจ้าคะ!” ซู่หยางเรียกคุณหนูของเธอด้วยความตกใจ หลังจากเห็นฟ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status