مشاركة

บทที่ 9 ขอพร

last update تاريخ النشر: 2026-02-13 13:02:26

ซู่หยางกำลังหวีผมยาวสลวยของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา ผมของเธอพริ้วไหวราวกับน้ำตกยามต้องแสงจันทร์เมื่อกระทบกับหวี ซู่หยางซึ่งกำลังชื่นชมกับความงามตรงหน้า พลันนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องราวอยู่ในใจที่ใคร่อยากจะรู้

“คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดครานี้ คุณหนูจึงเชื่อคำของเติ้งจ้าวล่ะเจ้าคะ?” ซู่หยางเอ่ยถาม

“เพราะข้าไม่เชื่อเขานี่ไง ข้าจึงป่วยหนักถึงเพียงนี้”

“จริงด้วยเจ้าค่ะ” ซู่หยางใคร่ครวญ

“ข้านึกไม่ถึงจริงๆเจ้าค่ะ ว่าเหตุใดท่านหญิงรองจึงต้องกระทำการอุกอาจเช่นนั้น?” ซู่หยางเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย

“เป็นไปได้รึไม่ ที่ท่านพ่อมิยอมมีบุตรสืบสกุลให้กับนาง นางจึงรู้สึกโกรธแค้น แลคิดกำจัดข้า?”

“คุณพระ! เหตุใดใจคอท่านหญิงรองจึงโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!” ซู่หยางตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

“อย่าเอ็ดไปพี่หยาง เรามิรู้ได้ว่า ณ เพลานี้ ผู้ใดไว้ใจได้ ผู้ใดไว้ใจมิได้” ฟางเฟยเตือนสติ

“ข้าขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู”

“แล้วพี่คิดเห็นอย่างไรเล่า กับข้อสันนิษฐานของข้า?” ฟางเฟยเอ่ยถาม

“ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่สุดเจ้าค่ะ เหตุเพราะท่านไจ่เสียง รักและให้เกียรติท่านหญิงใหญ่มาก ท่านมักจะพูดอยู่เสมอว่า ท่านดีใจเหลือเกินที่มีเพียงคุณหนูสืบตระกูลหานเจ้าค่ะ”

“อาจเป็นไปได้ว่า นางทำสิ่งใดกับท่านแม่มิได้ จึงคิดที่จะมาชำระความแค้นกับข้า” ฟางเฟยกล่าวเสริม

“จริงที่สุดเจ้าค่ะ คุณหนูของข้า มีปัญญาแหลมคมยิ่งนักเจ้าค่ะ!” ซู่หยางกล่าว พลางยิ้มหวานด้วยความชื่นชม

“เพราะความจิตใจดีของท่านแท้ๆ จึงได้มาจบชีวิตลงเช่นนี้ คุณหนูฟางเฟย” ฟางเสียงคิดในใจ

“ว่าแต่...ข้าก็ตายเพราะความใจดีเหมือนกันนี่! ข้ามัวแต่สืบหาความจริงให้คุณหนู จนหลงลืมไปว่าตัวข้าเองก็มีเรื่องที่ต้องจัดการเหมือนกัน!” ฟางเสียงคิดในใจ แต่นัยน์ตากลับเบิกโพลงจนซู่หยางเกิดความสงสัย

“คุณหนูกำลังคิดสิ่งใดอยู่รึเจ้าคะ?” ซู่หยางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“พี่หยาง ตั้งแต่ข้าหายป่วย ข้ายังมิได้ไปวัดเลยสักครา พรุ่งนี้พี่ว่า ข้าจักไปขออนุญาตท่านพ่อและท่านแม่ดีไหม และชวนเติ้งจ้าวไปด้วย”

“เป็นความคิดที่ดีเจ้าค่ะ”

ณ วัดกวนอิม

เติ้งจ้าว ฟางเฟย และซู่หยาง กำลังกราบขอพรพระอย่างสงบ

พระโพธิสัตว์เจ้าขา ข้าน้อยฟางเสียง ขอความเมตตาจากท่านผู้หยั่งรู้ โปรดบันดาลให้ข้า ได้ยินแลได้เห็น เหตุแห่งกรรมที่ต้องตายจากไปในร่างเก่า และมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ผู้นี้

แลอีกข้อ ขอให้ท่านโปรดดลบันดาลให้เกิดแต่ความสุข ความสันติ และความเจริญแก่ฝูแห่งท่านไจ่เสียงด้วยเถิด

อธิษฐานจบ พลันก้มลงกราบ

ทั้งสามมองหน้ากัน ใบหน้าอิ่มบุญเต็มไปด้วยความสงบ

“ข้ามิคิดว่า ท่านไจ่เสียงแลท่านหญิงใหญ่จะอนุญาตให้พวกข้าออกมากับคุณหนูฟางเฟยง่ายถึงเพียงนี้” เติ้งจ้าวกล่าวออกมาด้วยความสงสัย

“อาจเป็นเพราะ พวกท่านทั้งสอง มิอยากให้ข้าใช้ชีวิตอยู่ในความหวาดกลัวกระมัง อีกทั้ง พวกเรามายังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยจิตอันบริสุทธิ์ มิมีสิ่งใดมาทำร้ายพวกเราได้หรอก” ฟางเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“อีกทั้ง ข้ายังมิเคยเห็นท่านหญิงรองมาวัดเลยสักครา!” ซู่หยางกล่าวเสริม

ทั้งสามคนพยายามกลั้นหัวเราะ

“พวกเราไปกันเถิด มาส่งเสียงเอะอะในวัดจะดูมิงาม” ฟางเฟยเอ่ยชวน

“ว่าแต่...พวกท่านอยากไปโรงน้ำชากันไหม?” ฟางเฟยเอ่ยชวน

“อยากไปเจ้าค่ะ” ซู่หยางตอบด้วยความตื่นเต้น

“แล้วแต่คุณหนูขอรับ” เติ้งจ้าวกล่าว

ณ โรงน้ำชา

มิบ่อยนัก ที่หญิงสูงศักดิ์อย่างคุณหนูฟางเฟย จะได้มีโอกาสออกมาเดินเล่นนอกฝู เนื่องจากนางต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย อาทิ การแต่งบทกวี การเล่นเครื่องดนตรี การคัดลายมือ การวาดภาพ การเย็บปักถักร้อย เป็นต้น

แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมาที่ถนนในเมือง ใกล้ๆกันนั้นมีโรงน้ำชาสองชั้นตั้งตระหง่าน ประตูไม้เปิดกว้างปล่อยให้กลิ่นชาอ่อนๆลอยออกมาต้อนรับแขกผู้มาเยือน

“วันนี้ พวกท่านจะต้องดื่มชาเป็นเพื่อนข้า พี่หยางก็ด้วย จงนั่งร่วมโต๊ะกับข้าประดุจพี่สาวร่วมสายโลหิต แลท่านองครักษ์ จงร่วมดื่มชาดอกเหมยกับข้าประหนึ่งพี่ชายร่วมสายเลือด!” ฟางเฟยกล่าวพลางออกคำสั่ง

“เจ้าค่ะ/ขอรับ”

ทั้งสามคนดื่มด่ำกับเสียงพิณอันไพเราะ ชมการร่ายรำของเหล่าสาวงาม พร้อมกับดื่มชาหอมๆ อีกทั้งยังพูดคุยสนทนากันอย่างสนุกสนาน หลังผ้าม่านบางนั้น โดยมิมีผู้ใดสนใจว่าพวกเขาทั้งสามเป็นใคร

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 26 สารภาพ

    ศาลาริมสวนในฝูของท่านไจ่เสียงวันนี้คึกคัก ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านหญิง แลท่านแม่ทัพซงเฟิงได้มาร่วมดื่มน้ำชาแลพูดคุยธุระสำคัญระหว่างสองตระกูลใหญ่"ตกลงตามนั้น!" ท่านไจ่เสียงเอ่ยออกมาพลางลูบเคราอย่างพอใจ"ข้าพเจ้ายินดียิ่งนักที่พวกเราสองตระกูลจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน" ท่านแม่ทัพใหญ่กล่าวด้วยความปิติ "หม่อมฉันก็ปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้คุณหนูฟางเฟยมาเป็นลูกสะใภ้" เฉินซืออวิ๋น แม่ของท่านแม่ทัพซงเฟิงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม"ข้าพเจ้าว่า พวกเราปล่อยให้หนุ่มสาวได้พูดคุยกันตามลำพังเถิดเพคะ" ท่านหญิงใหญ่เอ่ยขึ้น"ดี...งั้นพวกเราเข้าไปที่เรือนรับรองด้านในกันเถิด ข้าพเจ้าได้ให้คนครัวจัดสำรับเรียกน้ำย่อยไว้แล้ว"ณ เพลานี้ เหลือเพียงท่านแม่ทัพซงเฟิงและคุณหนูฟางเฟยที่มองตากันไปมาด้วยความเขินอาย"ข้าเก่งแต่รบ แต่มิเก่งเรื่องรักนัก ข้ามิรู้จะสนทนาสิ่งใดกับคุณหนูขอรับ" คุณหนูฟางเฟยยิ้มออกมาอย่างพอใจ พลางเอ่ยขึ้นว่า"งั้นเราสองคนมาสนทนาภาษากวีกันไหมเจ้าคะ?" "ข้าได้ยินมาว่า คุณหนูฟางเฟยมีพรสวรรค์ด้านกวีนิพนธ์อย่างลึกซึ้ง ข้าคงต้องให้คุณหนูช่วยแนะนำแล้วขอรับ"คุณหนูฟางเฟยยิ้มหวาน ก่อนจะเริ่มบทกลอน"

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 25 ถึงเวลาพิสูจน์

    ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ และเติ้งจ้าว เดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของท่านหญิงรองอย่างรีบร้อน ท่านไจ่เสียงโบกมือไล่ให้คนรับใช้บริเวณนั้นออกไป เพื่อที่ทั้งสามคนจะได้แอบฟังบทสนทนาของท่านหญิงรองและไท่โป๋อย่างใกล้ชิด“อะไรนะ นังคุณหนูฟางเฟยดีขึ้นแล้วงั้นรึ?!”“เจ้าค่ะ ซู่หยางบอกข้าเช่นนั้น”“ไอ้เหอเฟิงนะ ไอ้เหอเฟิง ทำไมมันต้องบอกยาถอนพิษกับท่านพี่ด้วย แล้วครานี้ ข้าจะหาหนทางใดกำจัดนางได้อีกเล่า...”ยังมิทันที่ท่านหญิงรองจะพูดจบ ประตูเรือนก็ถูกเปิดออกกว้าง พร้อมกับท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่ที่เดินเข้ามาด้วยความโกรธ“เจ้าจะมิมีหนทางใดที่จะกำจัดลูกของข้าได้อีก เฉิงเต๋อเสียน!” ท่านไจ่เสียงกล่าวเสียงดัง“ทะ...ท่านพี่!” ท่านหญิงรองเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ“จะมาหาน้อง เหตุใดจึงมิบอกล่วงหน้าล่ะเพคะ หม่อมฉันจะได้ให้ไท่โป๋เตรียมชารับรอง”“ถ้าข้าบอกเจ้าล่วงหน้า ข้าจะล่วงรู้ได้รึ ว่าเจ้าเป็นคนบงการฆ่าฟางเฟย”“ท่านพี่เข้าใจหม่อมฉันผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่...”“หุบปาก!” “เติ้งจ้าว!”“ขอรับ”“ค้นห้องนาง!” “ขอรับ”“ท่านพี่!” ท่านหญิงรองร้องเสียงหลง“ท่านพี่ใจเย็นๆก่อนนะเพคะ ท่านหญิงใหญ่เชิญนั่งลงก่อนเถิด

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 24 หาตัวคนบงการ

    ในที่สุด ขบวนของท่านแม่ทัพซงเฟิงก็เดินทางมาถึง ณ ฝูของท่านไจ่เสียง ทุกคนต่างเปล่งเสียงโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุด ภาระกิจก็เสร็จสิ้นลงเสียทีท่านไจ่เสียงแลท่านหญิงใหญ่ได้ยินดังนั้น ก็ออกมาต้อนรับทุกคนอย่างกระวีกระวาด“คารวะท่านไจ่เสียง” ท่านแม่ทัพพูด แลทหารทุกคนคำนับตามท่านไจ่เสียงพยักหน้า แลมองไปที่ถุงในมือของเว่ยหลง พลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ข้าน้อยแลทหารทุกคน ได้ขุดพบโสมป่าสภาพสมบูรณ์มาหกหัวขอรับ หวังว่าจะเพียงพอ”“ข้าพเจ้าขอขอบคุณน้ำใจท่านแม่ทัพ แลขอขอบใจทหารทุกคนเป็นอย่างมาก คืนวันพรุ่ง ข้าจักให้คนครัวจัดสำรับมื้อใหญ่ไว้ขอบคุณทุกคน แลท่านแม่ทัพและผู้ติดตาม จะพำนักที่ฝูของข้าเพื่ออยู่ฉลองร่วมกันได้รึไม่?”“ข้าน้อยขอลากลับก่อนดีกว่าขอรับ ข้าน้อยจากมานานมิได้แจ้งท่านแม่ทัพใหญ่ เดี๋ยวท่านจะเป็นกังวล ขอบพระคุณขอรับ”“ถ้าเป็นดังนั้น ก็ตามความปรารถนาของท่านแม่ทัพเถิด เดินทางปลอดภัย”“ขอบพระคุณขอรับ” พูดจบ ท่านแม่ทัพและเว่ยหลงก็เดินจากไปณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ไหนขอข้าดูโสมป่าหน่อยซิ” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเติ้งจ้าว“นี่ขอรับ”“อืม...งดงามประดุจเรือนร่างของหญิงสาว ข้าขอบใจเจ้ามากจริงๆ เต

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 23 หนทางพิสูจน์รัก

    แม่ทัพซงเฟิงได้อ่านสาส์นของท่านไจ่เสียงอย่างละเอียด พลันนึกไปถึงวันประลองศาสตราวุธ ที่เขาดึงคุณหนูฟางเฟยมาไว้ในอ้อมแขน ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอีกครั้ง“นี่ข้าตกหลุมรักคุณหนูฟางเฟยแล้วหรือนี่?”สองวันต่อมาขบวนทหารพร้อมเสบียงตั้งแถวที่หน้าประตูของฝูท่านไจ่เสียงแต่เช้าตรู่ พร้อมกับการมาถึงของท่านแม่ทัพซงเฟิงและทหารคู่ใจอย่างเว่ยหลงท่านไจ่เสียงที่กำลังควบคุมการจัดขบวนด้วยตนเอง เมื่อเห็นการมาถึงของแม่ทัพซงเฟิง เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย“คารวะท่านไจ่เสียงขอรับ” แม่ทัพซงเฟิงกล่าว เว่ยหลงคำนับตาม“ข้าพเจ้าขอบน้ำใจท่านแม่ทัพซงเฟิงยิ่งนัก ที่ให้เกียรติมาร่วมขบวนในวันนี้ หากมียอดฝีมืออย่างท่านร่วมทางด้วยแล้ว ข้าพเจ้ามั่นใจยิ่งนัก ว่าการออกตามหาโสมป่าครั้งนี้ จะต้องสำเร็จลุล่วง” ท่านไจ่เสียงกล่าว“ขอบพระคุณในความกรุณาขอรับ ข้าน้อยและทหารคู่ใจ จะร่วมทำภารกิจครั้งนี้อย่างเต็มที่ขอรับ”เติ้งจ้าวได้ยินดังนั้น ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างอดมิได้“ข้าขอแต่งตั้งท่านแม่ทัพซงเฟิง เป็นผู้นำขบวน แลขอให้ทุกท่านโชคดี” ท่านไจ่เสียงกล่าวหน้าแถว“ขอบพระคุณขอรับ” ทุกคนขานตอบในระหว่างทางไปยังเทือกเขาฉางไป๋ซาน เนื่องด้วยขณ

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 22 ดวงใจแตกสลาย

    ทุกคนในฝูของท่านไจ่เสียงเพลานี้ล้วนแล้วแต่มีภาระกิจที่ต้องทำ เริ่มที่ท่านไจ่เสียงกับไท่ซงที่กำลังจัดการศพของเหอเฟิง ท่านหญิงใหญ่รีบมาดูแลคุณหนูฟางเฟย เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้แม่ทัพซงเฟิงที่ฝู เว้นเพียงแต่ท่านหญิงรองที่เป็นลมล้มพับไปหลังจากเห็นฉากอัตวินิบาตกรรมของเหอเฟิงในเรือนสืบสวนณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ซู่หยาง เดิมที ข้าคิดว่าจะคุยกับไท่โป๋หลังจากการไต่สวนคนร้ายของท่านไจ่เสียง แต่ข้าคิดว่าเพลานี้คงจะมิเหมาะนัก นางคงต้องอยู่ดูแลนายหญิงของนาง” ท่านหญิงใหญ่กล่าว“ไว้คราหน้านะเจ้าคะท่านหญิงใหญ่ ข้าจะหาโอกาสไปเรียกนางมาอีกครั้ง” ซู่หยางแนะนำ“อืม...”เสียงประตูเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ“ลูกเป็นอย่างไรบ้างท่านหญิงใหญ่?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงอ่อน“ลูกนอนกระสับกระส่ายเพคะ ซู่หยางเพิ่งจะเช็ดตัวให้ แลลูกเพิ่งจะผลอยหลับไปเมื่อครู่”ท่านไจ่เสียงนำมือมาลูบหัวของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา พลางกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดวงใจของพ่อ”“ท่านหญิงใหญ่ ข้าให้เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้ท่านแม่ทัพซงเฟิงที่ฝู แจ้งข่าวอาการป่วยของฟางเฟย แลชักชวนให้เขาร่วมขบวนไปเก็บโสมป่าที่เทือกเขาฉางไป๋ซานทางตอนเหนือ หากเขาตอบรับ แสดงว่าเขา

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 21 สอบสวน

    บ่ายวันนี้ ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงรอง ไท่ซง เติ้งจ้าว และทหารบางส่วนมารวมตัวกันที่เรือนสืบสวนชั่วคราวข้างเรือนคุมขังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“เบิกตัวคนร้าย” เสียงของผู้คุมคนหนึ่งดังขึ้นเหอเฟิงถูกคุมตัวเข้ามาในเรือนสืบสวนในสภาพอิดโรย และมือก็ถูกตรึงไว้ด้วยห่วงเหล็ก“คุกเข่าแลคารวะท่านไจ่เสียง” เสียงของผู้คุมดังขึ้นอีกครั้งเหอเฟิงค่อยๆโค้งคำนับและนั่งคุกเข่าลงอย่างช้าๆ เนื่องด้วยบาดแผลทางด้านหลังจากคมดาบของเติ้งจ้าวในคราก่อน อีกทั้งขาดน้ำแลสำรับมาหลายวัน ทำให้เขาทรงตัวแทบไม่อยู่“เจ้าเป็นใคร?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงเข้ม“ข้าน้อยมีนามว่าเหอเฟิง เป็นชาวหัวโจว ขายของหาบเร่ไปทั่วขอรับ”“เหตุใดเจ้าจึงคิดปองร้ายลูกสาวของข้า?”“วันหนึ่ง ข้าน้อยได้ไปพบกับสตรีรูปงามนางหนึ่ง นางได้ว่าจ้างข้าน้อยให้ทำชั่วด้วยอัฐจำนวนมากพอที่จะมารักษาแม่ที่ป่วยของข้าน้อยได้ขอรับ”“เจ้าบอกข้าว่า เจ้าเป็นเพียงชายหาบเร่ แล้วเจ้าไปฝึกยิงธนู แลหายาพิษมาจากที่ใด?” ท่านไจ่เสียงไต่ถามเสียงเข้ม“สตรีนางนั้นพาข้าไปฝึกฝนยิงธนูขอรับ แลจัดหายาพิษมาให้ข้า รอเพียงข้าเก่งกล้ามากพอท

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 17 ณ ลานประลอง

    ลานศาตราวุธที่ถูกใช้ในงานประลองครานี้ เป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดมหึมาปูด้วยอิฐ ตั้งอยู่หลังเรือนหลักของท่านไจ่เสียง ห้อมล้อมไปด้วยกำแพงสูงเพื่อความปลอดภัย มีคลังอาวุธที่ทำจากไม้และปิดด้วยหลังคาสีน้ำตาลเข้มอยู่ติดกับขอบลาน ภายในเก็บอาวุธหลากชนิดอย่างเป็นระบบ ด้านหนึ่งของลานถูกจัดเป็นลานซ้อมรบย่อมๆ มีท

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 16 อีกนิดเดียว!

    อากาศในฝูของท่านไจ่เสียงช่างแจ่มใสเหลือเกินในเช้าวันนี้ หมู่มวลนกกระจอกพากันขับร้องเสียงก้อง แสงแดดอ่อนๆส่องลงมาที่ลานกว้าง สายลมพริ้วไหวชวนให้ได้กลิ่นหอมละมุนของดอกเหมย บรรยากาศเช่นนี้ เหมาะที่จะออกมาเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจยิ่งนักเติ้งจ้าวผู้เฝ้าติดตามท่านสนมเอก ก็ยังคงแอบมาดูความเคลื่อนไหวของนางอ

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 15 แผนร้ายของหญิงเจ้าเล่ห์

    งานเลี้ยงฉลองสุขภาพดีของคุณหนูฟางเฟยใกล้จะจบลงแล้ว เหล่าขุนนางทั้งหลายได้กล่าวคำอำลาแลนัดพบกันอีกครั้งในวันประลองศาสตราวุธ เฉิงเต๋อเสียนผู้สังเกตเห็นเหตุการณ์ในห้องโถงรับประทานอาหาร ก็มิพลาดที่จะเห็นสายตาอันมิเป็นมิตรของคุณหนูชิงเยียนที่มองไปทางคุณหนูฟางเฟย“ข้าคงจะได้ใช้ประโยชน์จากนังเด็กนี่ไม่มาก

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 14 บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร

    ท่านไจ่เสียงนั่งลงตรงกึ่งกลางของโต๊ะอาหารอย่างสง่างามด้วยชุดเซินอีผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มตัดขอบด้วยลายคลื่นทองบางๆ แลดูน่าเกรงขาม ด้านซ้ายประกอบไปด้วยคุณหนูฟางเฟย ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงรอง และขุนนางชั้นกลาง ส่วนด้านขวา ประกอบไปด้วยท่านไท่ฉางชิง ท่านแม่ทัพใหญ่ แลข้าราชการชั้นสูงท่านอื่นๆ เมื่อแขกทุกท่าน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status