Beranda / รักโบราณ / แรงรักลมหวน / บทที่ 7 พร้อมหน้าพร้อมตา

Share

บทที่ 7 พร้อมหน้าพร้อมตา

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-11 13:43:11

เช้านี้ ท่านไจ่เสียงมิได้ออกไปว่าราชการ จึงได้ชวนท่านหญิงจางมาเยี่ยมลูกสาวถึงเรือนนอน

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก “พ่อเข้าไปได้รึไม่?” เต๋อหมิงเอ่ยถามลูกสาวอย่างอ่อนโยน

“ท่านไจ่เสียงมาเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูก่อนนะเจ้าคะ” ซู่หยางกล่าว

“เชิญเจ้าค่ะ” พูดจบพลางโค้งคำนับ

“ข้าน้อยขอคารวะท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่เจ้าค่ะ”

ทั้งสองยิ้มให้ซู่หยางอย่างเป็นมิตร ก่อนที่จะเดินตรงไปหาลูกสาวที่เตียงนอน

“ลูกเป็นอย่างไรบ้าง อาเฟย?” เต๋อหมิงเอ่ยถามพลางลูบหัวลูกสาวอย่างแผ่วเบา

“ลูกดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ เมื่อวาน ลูกขอให้พี่หยางพาไปชมสวนด้านนอกด้วยเจ้าค่ะ ขออภัยท่านพ่อที่มิได้แจ้งล่วงหน้า”

“มิเป็นไรหรอกลูก สวนแห่งนี้พ่อกับแม่ได้สร้างไว้เพื่อให้ลูกได้ออกไปชื่นชมเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ใจปรารถนา แต่...ซู่หยาง ลูกข้าดีขึ้นถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงมิไปแจ้งต่อข้า?” เต๋อหมิงถามเสียงเข้ม

“ข้าน้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” ซู่หยางก้มโค้ง

“ช่างเถอะ ที่อาเฟยดีขึ้นมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะการดูแลของเจ้า ข้ามิโกรธเคืองเจ้าแต่อย่างใด”

คุณหญิงใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างใจดี

ฟางเฟยค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง พลางยกมือทั้งสองข้างประสานกันแนบอก แล้วโค้งศีรษะเล็กน้อย

“ลูกขอคำนับท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าค่ะ”

คุณหญิงใหญ่เดินเข้าไปกอดฟางเฟยเบาๆ พร้อมเอ่ยว่า “รู้ไหมลูกรัก ยามที่ลูกนอนมิได้สติอยู่บนเตียง หัวใจของแม่แทบจะแหลกสลาย!”

“หัวใจของพ่อก็เช่นกัน!” เต๋อหมิงกล่าวเสริม

“พ่อมีลูกเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลหานของเรา มิได้ปรารถนาจะมีบุตรกับผู้ใดอีก หากเจ้ามิฟื้นคืนมา ตระกูลหานของเรา คงจบสิ้นเพียงเท่านี้” พูดจบพลางทำหน้าเศร้า

“หรือนี่จะเป็นเหตุให้ท่านสนมเอกคิดไม่ดีกับคุณหนูฟางเฟย?” ฟางเสียงครุ่นคิด

“ลูกหายแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ ต่อไปลูกจะทำหน้าที่ลูกสาวคนเดียวของท่านไจ่เสียงให้ดีที่สุด มิทำให้ท่านพ่อ ท่านแม่ แลตระกูลต้องเสื่อมเสียเจ้าค่ะ” ฟางเฟยกล่าวปฏิญาณ

“ดีมาก...ว่าแต่...นานมากแล้วนะ ที่พวกเรามิได้รับประทานอาหารร่วมกันฉันท์ครอบครัวใหญ่ พรุ่งนี้ สำรับเที่ยง ซู่หยาง! เจ้าจงไปบอกคนในครัว ให้ทำสำรับมื้อใหญ่ต้อนรับคุณหนูฟางเฟย เลือกทำอาหารที่ลูกข้าชอบ อีกทั้งอาหารจานโปรดของทุกๆคนมาด้วย!” เต๋อหมิงออกคำสั่ง

“รับทราบเจ้าค่ะท่านไจ่เสียง” ซู่หยางรับคำ

“ดีเลยค่ะท่านพี่ พรุ่งนี้ หม่อมฉันจักได้รับประทานอาหารกับอาเฟยแล้ว” คุณหญิงใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ

“พ่อคงต้องขอตัวก่อนนะอาเฟย ไปเถอะท่านหญิงจาง ปล่อยให้อาเฟยพักผ่อนเถิด”

“เพคะ” ท่านหญิงจางขานรับพร้อมเดินออกไป

“ดีเลย...พรุ่งนี้ ข้าจะได้ถามท่านสนมเอกถึงเหตุการณ์ขี่ม้าวันนั้น” ฟางเสียงพึมพำพลางอมยิ้มอย่างมีเลศน์นัย

ณ เรือนรับประทานอาหาร

สำรับคาวหวานมากมายถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบดูน่ารับประทานยิ่งนัก มีทั้งเนื้อแพะย่าง ของโปรดท่านไจ่เสียง ไก่ตุ๋นไวน์ ของโปรดท่านหญิงใหญ่ บะหมี่เนื้อแกะ ของโปรดท่านสนมเอก และหงส์อบน้ำผึ้ง ของโปรดคุณหนูฟางเฟย

เจ้านายทั้งสี่รับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อและแม่ที่เห็นลูกสาวรับประทานสำรับโปรดปรานได้อย่างเอร็ดอร่อย

เมื่อการรับประทานของหวานเสร็จสิ้นลง ก็ถึงเวลาแห่งการสนทนาตามประสาคนในครอบครัว

“คุณหนูฟางเฟยกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว หม่อมฉันดีใจยิ่งนัก” เฉิงเต๋อเสียนกล่าวพลางยิ้มหวานให้ฟางเฟย

“เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นประหลาด?” ฟางเสียงคิดในใจ

“ขอบคุณท่านหญิงรองเจ้าค่ะ” ฟางเฟยตอบสั้นๆ พลางยิ้มหวานให้

“นังเด็กนี่มันโง่จริงๆ” เฉิงเต๋อเสียนคิดเยาะเย้ยฟางเฟยในใจ

“ท่านหญิงรองเจ้าคะ พี่หยางเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า ท่านได้นำกายของท่าน พยายามจะปกป้องข้าพเจ้าจากธนูอาบยาพิษ เมื่อครั้งพวกเราไปขี่ม้าที่ทุ่งราบฝูผิงเมื่อหลายเดือนก่อน ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านหญิงรองเจ้าค่ะ” ฟางเฟย กล่าวพร้อมโค้งให้เล็กน้อย

“มิเป็นอะไรเลยเจ้าค่ะคุณหนูฟางเฟย หม่อมฉันสามารถสละแม้แต่ชีวิตของตนเอง เพื่อปกป้องบุตรสาวคนเดียวของตระกูลหานได้เจ้าค่ะ” เฉิงเต๋อเสียนกล่าวพลางหันหน้าไปมองท่านไจ่เสียง

“หม่อมฉันผิดเองที่ชวนคุณหนูฟางเฟยจูงม้าเดินเลียบไปตามทุ่งหญ้า เหตุเพราะหม่อมฉันขี่ม้าไม่เก่ง แลอยากสนทนาตามประสาผู้หญิงกับคุณหนู มิได้คิดเลยว่าจะเกิดเหตุร้ายเช่นนี้” เฉิงเต๋อเสียนพูดพลางร้องไห้ออกมาเล็กน้อย

“ช่างเถอะ ท่านหญิงรอง มิมีผู้ใดต้องการให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้น อีกทั้งตอนนี้ข้าก็กำลังติดตามผู้ร้ายคนนั้นอยู่ โชคดีที่เติ้งจ้าว ได้จดจำใบหน้าของมันได้ อีกไม่นาน ข้ามั่นใจว่า ข้าจะต้องจับตัวมันมาลงโทษให้สาสมได้อย่างแน่นอน” เต๋อหมิงกล่าวเสียงเข้ม

“ว่าอย่างไรนะเพคะท่านพี่...เติ้งจ้าวเห็นหน้าโจรด้วยรึเจ้าคะ?” เฉิงเต๋อเสียนหลุดโพล่งถามด้วยความตกใจ

“ใช่ ในระหว่างการต่อสู้ เติ้งจ้าวใช้กระบี่เปิดผ้าคลุมหน้าของมันได้” เต๋อหมิงกล่าวด้วยความภาคภูมิใจในฝีมือขององครักษ์

“ให้ตายเถอะ...ทำไมเจ้าถึงโง่ขนาดนี้...ไอ้เหอเฟิง ถ้าเจ้าถูกจับได้ ข้ามิต้องรับโทษไปด้วยรึ?” เฉิงเต๋อเสียนคิดในใจด้วยความกลัว

ฟางเสียงสังเกตท่าทางของท่านสนมเอก พลางคิดในใจว่า “นางต้องมีส่วนรู้เห็นกับการตายของคุณหนูฟางเฟยเป็นแน่!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 11 คิดทบทวน

    ฟางเสียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน เหงื่อออกทั่วร่าง หัวใจเต้นแรงดั่งกลองเพลิง“คุณหนูเจ้าคะ ฝันร้ายรึเจ้าคะ?” ซู่หยางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ใช่...ข้าฝันว่าข้าจมน้ำตาย” ฟางเฟยตอบ“จริงรึเจ้าคะ!...วันก่อน พวกเราเพิ่งจะไปไหว้พระมาที่วัด เหตุใด คุณหนูจึงฝันร้าย?” ซู่หยางเอ่ยถามด้วยความสงสัย“พระท่านคงเมตตามาเตือนให้ข้าระวังตัวกระมัง” ฟางเฟยตอบ พลันหายใจแรงด้วยความเหนื่อยหอบ“นั่งก่อนนะเจ้าคะคุณหนู เดี๋ยวข้าไปชงชาให้” ซู่หยางพูดจบ ก็รีบเดินจากไปฟางเสียงพนมมือกล่าวขอบคุณที่พระท่านได้เปิดนิมิตให้นางได้รับรู้ถึงสาเหตุแห่งการตาย“นี่คุณหนูชิงเยียนฆ่าข้าเพราะความอิจฉางั้นรึ? ถึงว่า...พักหลัง...นางมิยอมให้ข้าเข้าไปปรนนิบัติ”ฟางเสียงกล่าวพึมพำแล้วพ่อแม่ของข้าล่ะ จะเป็นเช่นไรบ้างเพลานี้ อีกทั้งท่านแม่ทัพ...“ดี...ถ้านางอยากได้ท่านแม่ทัพซงเฟิงมาเป็นคู่ล่ะก็ ข้านี่ล่ะ...จะขัดขวางนางทุกทาง มิให้นางได้สมหวัง ด้วยฐานะของข้า ณ เพลานี้ นางมิอาจจะต่อกรกับข้าได้เป็นแน่!” ฟางเสียงกล่าวด้วยความโกรธคุณหนูชิงเยียนกับท่านแม่ทัพซงเฟิง มีโอกาสจะได้เป็นคู่ร่วมหอลงโลง เหตุเพราะพ่อของทั้งสอง เป็นเพื่อนรักกันมาต

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 10 นิมิตของฟางเสียง

    ฟางเสียงหมดเรี่ยวแรงจะว่ายน้ำต่อไป พลันปล่อยดอกบัวออกจากอ้อมแขนทีละดอกๆ นางยอมรับชะตากรรม ปล่อยตัวเองจมดิ่งสู่ก้นบึง ร่างกายอันผอมบางชักกระตุกอยู่หลายครา พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากทั้งทางปากและทางจมูก ส่งสัญญาณว่าจบสิ้นแล้ว…ฟางเสียง“คุณหนูเจ้าคะ!” ซู่หยางเรียกคุณหนูของเธอด้วยความตกใจ หลังจากเห็นฟางเฟยชักกระตุกฟางเสียงยังคงมิตื่นจากความฝัน ภาพการตายของนางถูกตัดไปที่ภาพของชาย-หญิงคู่หนึ่งกำลังมองตากันอย่างหวานซึ้งณ จวนของท่านฉีซื่อ“ชาเขียวต้นฤดูของเจ้าชั่งหอมแลรสชาติดียิ่งนัก” แม่ทัพซงเฟิงกล่าวชมฟางเสียง ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดดอกไม้ให้คุณหนูชิงเยียนของเธอ โดยมิทันได้สนใจต้นเสียงนั้น“ขอบพระคุณท่านฉีซื่อเจ้าค่ะ ข้าคิดว่า ข้าจะชงไปให้คุณหนูชิงเยียนด้วยเจ้าค่ะ หากคุณหนูได้ลิ้มลองชาเขียวต้นฤดูอ่อนๆ คุณหนูคง...” พูดยังมิทันจบ นางก็เหลือบไปเห็นปลายรองเท้าหนังสัตว์สีดำ พลันตกใจ“นี่มิใช่ท่านฉีซื่อนี่!” ฟางเสียงคิดในใจนางค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ดวงตากลมโตสดใสประสานกับดวงตาเรียวยาวคมกริบ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน คิ้วดกดำพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากสีชมพูบางได้รูป เส้นผมดำขลับถูกรวบม

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 9 ขอพร

    ซู่หยางกำลังหวีผมยาวสลวยของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา ผมของเธอพริ้วไหวราวกับน้ำตกยามต้องแสงจันทร์เมื่อกระทบกับหวี ซู่หยางซึ่งกำลังชื่นชมกับความงามตรงหน้า พลันนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องราวอยู่ในใจที่ใคร่อยากจะรู้“คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดครานี้ คุณหนูจึงเชื่อคำของเติ้งจ้าวล่ะเจ้าคะ?” ซู่หยางเอ่ยถาม“เพราะข้าไม่เชื่อเขานี่ไง ข้าจึงป่วยหนักถึงเพียงนี้”“จริงด้วยเจ้าค่ะ” ซู่หยางใคร่ครวญ“ข้านึกไม่ถึงจริงๆเจ้าค่ะ ว่าเหตุใดท่านหญิงรองจึงต้องกระทำการอุกอาจเช่นนั้น?” ซู่หยางเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย“เป็นไปได้รึไม่ ที่ท่านพ่อมิยอมมีบุตรสืบสกุลให้กับนาง นางจึงรู้สึกโกรธแค้น แลคิดกำจัดข้า?”“คุณพระ! เหตุใดใจคอท่านหญิงรองจึงโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!” ซู่หยางตะโกนออกมาด้วยความตกใจ“อย่าเอ็ดไปพี่หยาง เรามิรู้ได้ว่า ณ เพลานี้ ผู้ใดไว้ใจได้ ผู้ใดไว้ใจมิได้” ฟางเฟยเตือนสติ“ข้าขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู”“แล้วพี่คิดเห็นอย่างไรเล่า กับข้อสันนิษฐานของข้า?” ฟางเฟยเอ่ยถาม“ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่สุดเจ้าค่ะ เหตุเพราะท่านไจ่เสียง รักและให้เกียรติท่านหญิงใหญ่มาก ท่านมักจะพูดอยู่เสมอว่า ท่านดีใจเหลือเกินที่มีเพียงคุณหนูสืบตระกูลหานเจ้าค่

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 8 จากปากเติ้งจ้าว

    หลังสำรับกลางวัน ขุนนางทั้งสี่ก็ได้กลับเข้าเรือนของตนเป็นที่เรียบร้อย แต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่ออกมาจากเรือนรับประทานอาหารด้วยอารมณ์ที่แสนจะขุ่นมัว“ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูสองครั้งเช่นนี้ มักจะเป็นเติ้งจ้าว“มีอะไรนะท่านองครักษ์” ซู่หยางบ่นพึมพำ“คุณหนูเจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูให้ท่านองครักษ์ก่อนนะเจ้าคะ” พูดจบนางก็เดินออกไป“แม่นมซู่หยาง ข้าขอเข้าพบคุณหนูสักครู่ได้รึไม่?” เติ้งจ้าวเอ่ยถาม“ได้สิเจ้าคะ เชิญเจ้าค่ะ” ซู่หยางหลีกทาง“ข้าขอคำนับคุณหนูฟางเฟย” พูดจบพลางยืนตรงและก้มศรีษะให้“มีเหตุอันใดรึท่านองครักษ์” ฟางเฟยเอ่ยถาม“เมื่อสักครู่ ข้าได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นอกเรือนรับประทานอาหาร พลันได้ยินท่านสนมเอกเอ่ยถึงเหตุการณ์วันขี่ม้าที่ทุ่งราบฝูผิง ข้าจึงอยากกล่าวชี้แจงเพิ่มเติมขอรับ”“ว่ามาเถิด” ฟางเฟยเอ่ยขึ้น“ในวันนั้น ข้าได้เดินผ่านไปสังเกตการณ์ความเรียบร้อยอยู่บริเวณหน้ากระโจมอุ่นสำรับ แม่นมซู่หยางและแม่นมไท่โป๋กำลังอุ่นสำรับสำหรับทุกคนด้วยอารมณ์เบิกบาน แต่กลับมิเห็นคุณหนูอยู่บริเวณนั้นด้วย จึงได้ออกตามหาห่างออกไปประมาณหนึ่งลี้ ข้าเห็นคุณหนูกับท่านสนมเอกกำลังยืนคุยกันด้วยท่าทีสนุกส

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 7 พร้อมหน้าพร้อมตา

    เช้านี้ ท่านไจ่เสียงมิได้ออกไปว่าราชการ จึงได้ชวนท่านหญิงจางมาเยี่ยมลูกสาวถึงเรือนนอน“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก “พ่อเข้าไปได้รึไม่?” เต๋อหมิงเอ่ยถามลูกสาวอย่างอ่อนโยน“ท่านไจ่เสียงมาเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูก่อนนะเจ้าคะ” ซู่หยางกล่าว“เชิญเจ้าค่ะ” พูดจบพลางโค้งคำนับ“ข้าน้อยขอคารวะท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่เจ้าค่ะ”ทั้งสองยิ้มให้ซู่หยางอย่างเป็นมิตร ก่อนที่จะเดินตรงไปหาลูกสาวที่เตียงนอน“ลูกเป็นอย่างไรบ้าง อาเฟย?” เต๋อหมิงเอ่ยถามพลางลูบหัวลูกสาวอย่างแผ่วเบา“ลูกดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ เมื่อวาน ลูกขอให้พี่หยางพาไปชมสวนด้านนอกด้วยเจ้าค่ะ ขออภัยท่านพ่อที่มิได้แจ้งล่วงหน้า”“มิเป็นไรหรอกลูก สวนแห่งนี้พ่อกับแม่ได้สร้างไว้เพื่อให้ลูกได้ออกไปชื่นชมเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ใจปรารถนา แต่...ซู่หยาง ลูกข้าดีขึ้นถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงมิไปแจ้งต่อข้า?” เต๋อหมิงถามเสียงเข้ม“ข้าน้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” ซู่หยางก้มโค้ง“ช่างเถอะ ที่อาเฟยดีขึ้นมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะการดูแลของเจ้า ข้ามิโกรธเคืองเจ้าแต่อย่างใด”คุณหญิงใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างใจดีฟางเฟยค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง พลางยกมือทั้งสองข้างป

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 6 สืบหาความจริง

    แสงแรกของวันค่อยๆ ลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสีงาช้าง ทำให้ห้องนอนสว่างขึ้นอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ลมเย็นยามรุ่งอรุณจะพัดกลิ่นไม้จันทน์จากแท่นธูปลอยลอดเข้ามา เสียงนกกระจิบ ที่เกาะอยู่บนกิ่งท้อหน้าลานเริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เป็นจังหวะแผ่วเบาราวกับจะปลุกให้ผู้คนทั้งฝูตื่นจากนิทราหลายวันมานี้ ฟางเสียงรู้สึกได้ว่าซู่หยาง ปรนนิบัติเธอในร่างของฟางเฟยเป็นอย่างดี ทั้งจัดสำรับอาหาร เสื้อผ้าอาภรณ์ จัดหายาสมุนไพรบำรุงกำลัง เช็ดเนื้อเช็ดตัว บีบนวดทั่งร่าง อีกทั้งยังคอยเล่าเรื่องมากมายในฝูให้เธอฟัง ฟางเสียงเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ในใจก็พลันคิดไปว่า “ข้าจะไว้ใจซู่หยางผู้นี้ได้มากน้อยเพียงไหน? ”ในขณะที่ซู่หยางกำลังจัดห้อง ฟางเสียงก็ลองใจเอ่ยถามขึ้นว่า“พี่หยาง พี่จะบอกทุกสิ่งที่ข้าอยากรู้ได้หรือไม่?”“ได้สิเจ้าคะ ทุกเรื่องที่คุณหนูอยากรู้ และถ้าข้าไม่รู้ ข้าจะไปหาข่าวมาให้เจ้าค่ะ” ซู่หยางยืนกรานเสียงเข้ม“ต่อไปนี้ เรื่องในฝู ข้าคงจะได้รู้ทุกอย่างจากซู่หยาง แต่ข้าจะสืบหาความจริงเพื่อคุณหนูฟางเฟย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง เพราะเหตุใดนางถึงเป็นไข้ จนต้องจบชีวิตลงเช่นนี้ ฝูแห่งนี้ แท้จริงแล้วคงจะมิได้สงบสุขนักสินะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status