Masukเล่ห์กลของผู้ใหญ่ในโครงการวิจัย ทำให้เธอหลุดเป้าหมายจากกรุงศรีอยุธยาช่วงสมเด็จพระนารายณ์ ไปโผล่ที่แผ่นดินต้าชิงเสียอย่างนั้น แถมดันหลงมิติมาพร้อมเซ็กซ์ทอยเต็มกระเป๋า หนุงหนิง สาวไทยยุคคริสตศักราช 2199 จู่ๆต้องมากลายเป็นหนิงเอ๋อร์ นางกำนัลต๊อกต๋อยในตำหนักพระสนมเต๋อเฟย หลงเข้าสู่วังวนแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย คนอย่างเธอไม่ได้อยากยุ่งเรื่องชาวบ้านสักนิด แค่กวนครีมขายในวัง หารายได้เข้ากระเป๋าเงียบๆ ก็ดีอยู่แล้ว แต่พวกชาวบ้านมีแต่จะมายุ่งกับเธอ ตอนเป็นสาวยุค 2199 ก็มาดมั่นดีอยู่หรอก พอเจอบรรพบุรุษฝั่งอากงมาขอแต่งงานไปเป็นพระชายา โอ้ นังหนุงหนิงรวดร้าว 555555
Lihat lebih banyakสวัสดีนักอ่านทุกๆ ท่านค่ะ นิยายที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้เป็นนิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรกของปุ๋มค่ะ
หลังจากดูละครจีนแนวอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Bu Bu Jing Xin หรือชื่อละครว่าฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ ฉายทางช่องสาม เป็นเรื่องราวในยุครัชกาลคังซี ความคิดก็เริ่มสะสมขึ้น จนได้ดูละครเรื่อง The Legend of Zhen Huan เจินหวน จอมนางคู่บัลลังก์ ซึ่งเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ช่วงรัชกาลยงเจิ้ง เมื่อลองหาข้อมูลลึกๆ พบว่ายงเจิ้งทรงมีฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียว แม้พระนางสิ้นไปแล้ว พระองค์ไม่เคยแต่งตั้งใครขึ้นเป็นฮองเฮาอีกเลยตลอดรัชกาล ข้อมูลนี้น่าสนใจมากจึงสนใจลองวางพล็อตและเขียนงานเรื่องนี้ออกมานั่นเองค่ะ
ขอบคุณแอดมินเพจชมรมผู้สนใจราชวงศ์ชิงซึ่งช่วยตอบข้อสงสัยและเป็นแหล่งข้อมูลให้การเขียนนิยายเล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างดี ช่วยให้การอ้างอิงด้านประวัติศาสตร์แม่นยำขึ้นค่ะ รวมทั้งขอบคุณแหล่งข้อมูลอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
ขอให้ทุกท่านสนุกกับผลงานเรื่องนี้ และติดตามนิยายแนวจีนเรื่องต่อๆ ไปที่กำลังทยอยอัพด้วยนะคะ
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของนักเขียนได้ที่ แฟนเพจมณีริน (@maneerin.novel)
ประเทศไทยปี 2199
เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ศตวรรษที่ยี่สิบสอง เทคโนโลยีรุดหน้าอย่างก้าวกระโดดเมื่อมนุษย์ค้นพบพลังงานที่สามารถใช้ได้ไม่มีวันหมด การพัฒนาวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ เจริญถึงขีดสุด แต่ทว่าทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ที่เคยมีมาแต่ก่อนกลับลดหายไป ผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำสะอาดและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตกำลังหมดไปในอัตราที่เร็วเกินกว่าจะทดแทนได้ทัน
ช่วงต้นศตวรรษอันล้ำหน้ามนุษย์เริ่มส่งคนไปยังอาณานิคมบนดาวอังคารได้สำเร็จและวางเป้าหมายอนาคตไปถึงการโยกย้ายมนุษยชาติไปยังระบบสุริยะแห่งใหม่ ทดแทนดวงอาทิตย์ที่มีกำหนดดับเร็วขึ้นในอีกสามหมื่นปีข้างหน้า
การคิดถึงอนาคตเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่จะเป็นเช่นใดหากมนุษย์สามารถย้อนกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต วิกฤตปัญหาทุกอย่างน่าจะคลี่คลายและถนอมบ้านเกิดของเราไว้แทนที่จะละทิ้งไปร่อนเร่แสวงหาบ้านแห่งใหม่ ดังนั้นองค์กรโลกจึงเริ่มมีแนวคิดย้อนกลับไปศึกษาความเป็นไปในอดีตอย่างลับๆ ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบโปรเจคของประเทศไทยคือพ่อและพี่ชายของนารา
สถานที่วิจัยอยู่ภายในฐานทัพส่วนที่ลึกที่สุด ติดป้าย ‘หวงห้ามเด็ดขาด’ ด้านหน้าประตูจะมีทหารพร้อมอาวุธครบมือยืนเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าตนเองกำลังเฝ้าอะไร เวลานั้นสายฝนตกลงมาอย่างหนักจนกระทั่งซาลงอย่างเชื่องช้า บรรยากาศบนท้องฟ้าทึมทึบ มีประกายแสงฟ้าแลบเป็นระยะในมวลเมฆหนา เหล่าทหารยามในชุดเครื่องแบบเคร่งขรึมต่างถอนหายใจเบื่อหน่าย พวกเขาเป็นนายทหารฝีมือดีซึ่งผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนัก อาวุธคู่กายล้วนเป็นอาวุธระดับสูงแต่พวกเขากลับได้รับเพียงหน้าที่เฝ้าประตู
“พวกผู้ใหญ่แอบทำอะไรอยู่กันนะ เมื่อวานก่อนผมเห็นพวกระดับบิ๊กๆ มากันให้เพียบเลย ผมว่ามูลค่างานวิจัยที่อยู่ข้างในนั่นต้องมหาศาลแน่ๆ”
“อย่าพูดมาก นายสั่งให้เราทำอะไรก็ทำไป”
“ครับๆ” นายทหารหนุ่มตอบเสียงเนือย ก่อนที่ความอึดอัดคับข้องใจทั้งหลายจะหายวับไปเมื่อหญิงสาวร่างบอบบางคนหนึ่งก้าวลงจากรถทหารที่เพิ่งแล่นมาจอด “คุณหนุงหนิงมาแล้ว”
หญิงสาวแต่งกายงดงามแบบสตรีในราชสำนักสยามสมัยอยุธยา มวยผมเกล้าไว้ที่บนกระหม่อมคล้องด้วยมาลัย นุ่งซิ่นปักดิ้นเงินดิ้นทองลวดลายวิจิตรเข้าคู่กับสไบเฉียงสีดอกบัว หลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่สามซึ่งเป็นการเปิดศึกแย่งชิงทรัพยากรน้ำ และเนื่องด้วยนโนบายการรวมเป็นหนึ่งเดียวแบบรวมศูนย์ของสหประชาชาติ ศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติจึงถูกกัดกร่อนทำลายจนแทบจะสูญหายไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งท่ามกลางเทคโนโลยีล้ำสมัยที่อยู่รายล้อม การแต่งกายของนางย่อมแปลกสะดุดตา ชวนให้โหยหาอดีตและเปี่ยมล้นด้วยมนต์ขลังลึกลับ
“ตอนนี้ยังเปลี่ยนใจทันนะหนุงหนิง”
“ไม่ค่ะคุณพ่อ หนิงตัดสินใจแล้ว หนิงจะรับหน้าที่นี้เองค่ะ”
นารากล่าวอย่างสงบขณะเดินไปบนผืนน้ำเจิ่งนองบนพื้น ฝีเท้าเบาและสง่างามดุจเทพธิดาเดินบนผิวน้ำ นายทหารหนุ่มต่างจ้องมองหญิงงามอ่อนช้อยเดินเยื้องย่างด้วยหัวใจเต้นแรง นางสวมสร้อยพลอยเส้นเล็กๆ ที่ข้อมือเพียงเส้นเดียวแต่ก็ดูงดงามสูงส่งอย่างน่าประหลาด ใบหน้าสวยซึ้งแฝงความเศร้าหมองของนาราชวนให้รู้สึกรักใคร่ทะนุถนอมและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน
ดวงตากลมโตเงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นด้วยมลพิษอยู่อึดใจก่อนจะตัดสินใจก้าวตามหลังผู้เป็นพ่อ
“ขอตรวจบัตรและสแกนม่านตาด้วยครับ” ทหารหนึ่งในสามคนว่า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาจึงวันยาหัตถ์ทำความเคารพ “เชิญครับศาสตราจารย์ทรงกลด สวัสดีครับคุณหนุงหนิง”
“สวัสดีค่ะ จากนี้หนิงฝากพวกคุณดูแลคุณพ่อด้วยนะคะ”
แค่นารายิ้มมุมปากให้ นายทหารทั้งสามก็รู้สึกว่าโลกมอมๆ ใบนี้น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ แต่หลังจากก้าวผ่านประตูเข้าสู่ทางเดินใต้ดินแล้ว รอยยิ้มนุ่มนวลก็หายวับไป มือไม้เกายุกยิกเหมือนลิงเพราะไม่คุ้นกับซิ่นดิ้นเงินดิ้นทอง
“โอย คันฉิบ! ซี้ดดด โอย พี่แทนเกาหลังให้หน่อย”
“ถนอมของด้วยสิยัยหนิง กรรมวิธีการทอผ้าสูญหายไปนานมากแล้ว เราเพิ่งจะรื้อฟื้นการผลิตผ้าแบบดั้งเดิมเมื่อไม่กี่ปีก่อน ลายซิ่นเลียนแบบลายทอจากผ้าโบราณในพิพิธภัณฑสถาน นับว่าเป็นของล้ำค่าประเมินค่ามิได้”
“ค่าพี่แทน”
แทนคุณ พี่ชายแท้ๆ ของนารายืนรออยู่แล้วที่ด้านหน้าประตูทางเข้าชั้นที่สอง นาราเห็นพี่ก็รีบเปลี่ยนกลับไปเป็นหญิงสาวแสนสวยนุ่มนวลตามเดิม เดินเยื้องย่างอกเอวอรชรทั้งๆ ที่เมื่อครู่แทบจะถลกซิ่นเดิน นาราเดินๆ หยุดๆ เพราะแวะส่องฟันตรงผนังกระจก แยกเขี้ยวแยกฟันจนวุ่นวาย
“ย้อมฟันดำแบบนี้มันแปลกๆ อ่ะพี่ เวลาพูดไม่มั่นใจเลยอ่ะ”
“หญิงชาววังสมัยนั้นต้องผัดหน้า ย้อมฟันเป็นสีดำ ไว้เล็บยาว ทาปากแดง ค่านิยมความสวยของเขาเป็นแบบนั้น หน้าแกขาวปากแกแดงอยู่แล้วไม่ต้องทา เล็บก็ยาวเฟื้อย แต่ฟันน่ะต้องย้อมให้ดำด้วย”
“จะล้างฟันออกมั้ยเนี่ยพี่”
“ไม่ต้องโวยวายไปหรอก แค่ใช้แปรงถูๆ ก็ออกแล้ว”
“หา? แปลว่าหนิงต้องอมขี้ฟันเป็นอาทิตย์เลยเหรอ” นาราโวยวาย ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ทันทีก็เลยถูกพี่ดีดมะเหงกเข้าให้
“อยากจะแปรงฟันก็แปรงไปสิ แกแค่ย้อมฟันให้ดำเหมือนเดิมก็ใช้ได้ ของทุกอย่างที่ต้องการใส่อยู่ในกระเป๋าสี่มิติแล้ว” แทนคุณชี้ทางสว่างให้ นาราจึงสะบัดแขนทั้งสองข้างขึ้นฟ้าก่อนจะกรีดกรายลงมา ทำนิ้วโอเคพลางฉีกยิ้มฟันดำปี๋
“อ่ะเคร”
“จะรอดมั้ยเนี่ย แกจะต้องไปในฐานะบุตรีขุนนางชั้นผู้ใหญ่นะ ไม่ใช่แม่ลิง”
“รู้แล้วๆ พูดย้ำบ่อยๆ แบบนี้เดี๋ยวหนิงก็เป็นลิงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย นับจากนี้ไปหนิงคือบุตรีของขุนนางฝ่ายปกครองชื่อเจ้าพระยาวิชิต กำลังจะถวายตัวเข้าไปเป็นนางกำนัลของพระสนม”
แทนคุณชี้ไปที่เม็ดพลอยสีแดงเลือดนกบนข้อมือนาง “เมื่อไปถึงที่นั่น ให้รีบแฝงตัวโดยเร็วที่สุด”
“ไม่ต้องห่วงค่ะพี่ หนิงมีพี่แทนผู้เก่งกาจเป็นผู้ฝึกอบรมเองกับมือ พี่แทนรักหนิงยังไงก็ไม่มีทางยอมให้หนิงมีอันตรายอยู่แล้ว ตอนนี้หนิงผ่านทดสอบการฝึกทั้งสามขั้นมาแล้วด้วย ไม่พลาดแน่นอน”
นาราเกาะแขนอ้อนพี่ชาย วิธีการแฝงตัวที่ว่านั่นคือใช้พลอยสีแดงนั้นล้างสมองเครือญาติของเจ้าพระยาผู้นั้น ทำการแฝงกายเป็นบุตรสาว เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็จัดการลบความทรงจำทิ้งให้หมด งานนี้มีจุดเสี่ยงนั้นคือต้องจัดการล้างสมองอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด ถ้าหากล้มเหลวทุกอย่างก็เกมโอเวอร์
นารากะพริบตาปริบๆ คือไม่ใช้เองก็ได้ แต่มันเอาไปขายได้ว้อย นาราบ่นอุบอิบๆ และก่อนที่อะไรๆ จะเกินเลยไปมากกว่านี้ อิ้นเจินชิงพลิกกายลุกขึ้นแต่งตัว จงใจอวดเรือนกายเปี่ยมมัดกล้ามตึงแน่น และหยิบกางเกงขึ้นมาสวมช้าๆร่างกายของเขาดูบึกบึนแข็งแรงยิ่งกว่าชายใด มัดกล้ามกำยำและมีบางส่วนนูนแน่นเหมือนปมเชือกขนาดเขื่องนาราจ้องตาไม่กะพริบ ริมฝีปากแห้งผากและสองแก้มแดงฉ่า อิ้นเจินเองก็จ้องมองนางด้วยสายตาอันเข้มข้นทรงอำนาจปานจะแผดเผา พร้อมรักษาสัญญาอย่างเคร่งครัดด้วยการหยิบเอี๊ยมแดงที่กระเด้งตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมา“มาสิ ข้าจะใส่ให้”“มะ...ไม่ต้อง หม่อมฉันใส่เองได้เพคะ” นาราหน้าแดงจนตาโปนและกอดผ้าห่มแน่นขึ้น เมื่อคืนนัวเนียกันไปกี่ยกหนอ... นารานับนิ้วจนวุ่นอีรุงตุงนัง ทั้งสองรักกันครั้งแล้วครั้งเล่า เรียนรู้วิถีลี้ลับที่เพิ่งค้นพบในชีวิต จูงมือกันจุมพิตถ้วนทุกอณูเรือนกาย ตอบสนองกันและกันอย่างดื่มด่ำ นางไม่เคยรู้สึกวิเศษและเปี่ยมล้นขนาดนี้มาก่อนเลย แต่พอตื่นขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมว่านางยิ่งสะท้านอายหนักกว่าเดิมเสียอีกเขินว้อย! นารายกชายผ้าห่มขึ
บทที่ 27 เก๋อเก๋อแห่งยงหวังฝู นาราหลับไปแล้ว...ซุกกายหลับใหลในอ้อมกอดของเขา อิ้นเจินจุมพิตเรือนผม พวงแก้มและปล่อยให้นาราใช้เขาต่างฟูกเนื้อ ยามนี้ใกล้จะสว่างแล้ว วันใหม่นี้คู่แต่งงานต้องเข้าวังเพื่อคารวะผู้ใหญ่ตั้งแต่เช้า แต่เขาก็ดันทำให้นางตื่นเกือบทั้งคืน เขาตื่นตัวและครอบครองกายสาวทุกครั้งที่มีโอกาส เรียนรู้กันและกันโดยที่เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในทุกๆ ครั้ง สำรวจตรวจค้น ฟังเสียงหัวเราะคิกคักและจับมือกันไว้ขณะเต้นรำในเปลวเพลิงปรารถนา ลอยละลิ่วขึ้นสู่ปุยเมฆบนฟากฟ้าอิ้นเจินก้มลงจูบ พอใจที่จะอยู่เงียบๆ นอนฟังเสียงลมหายใจแผ่วหวานรินรดแผงอกกำยำร้อนจัด นาราช่างพอเหมาะพอเจาะ ราวกับเหล่าปวงเทพสรรค์สร้างผู้หญิงคนนี้มาเพื่อเป็นของเขาโดยแท้เขาจะไม่มีวันยอมเสียนางไปมือแกร่งเอื้อมหยิบผ้าห่มขนสัตว์มาคลุมร่างทั้งสองเพื่อความอบอุ่น เขาจะไม่มีวันลืมห้วงเวลาอันแสนดื่มด่ำแสนหวานคืนนี้เลย อิ้นเจินหัวเราะแผ่วเบาเมื่อเหลือบมองถุงยางที่หล่นอยู่
“ฝ่าบาท ตอนนี้ดึกมากแล้ว ทรงพักผ่อนเถิดเพคะ”เต๋อเฟยเสด็จมาเฉียนชิงกงเพื่อถวายของว่างและอยู่ช่วยฝนหมึกถวายข้างโต๊ะทรงงาน แม้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนแต่งงานของพระโอรส แต่ทว่าพระองค์ก็มิอาจหยุดทำงาน ทรงตวัดพู่กันลงคำสั่งรับทราบฎีกาเป็นร้อยๆ ฉบับ ทรงโปรดการจดบันทึก แม้กระทั่งวางแผนงานวิเคราะห์ต่างๆ มากมายและแต่งหนังสือ แต่ช่วงหลายปีมานี้เผ่ามองโกลที่ยังไม่ยอมสวามิภักดิ์รุกรานทางตอนเหนืออยู่เนืองๆ เป็นเหตุให้ราชวงศ์และเผ่ามองโกลที่เป็นกันชนสูญเสียไพร่พลไปมาก พระองค์จึงเคร่งเครียดมาหลายวัน “ดื่มชาลิ้นจี่สักหน่อยนะเพคะ ปกติหม่อมฉันใช้ชาแดงคั่วอบกับลิ้นจี่ แต่คราวนี้ลองใช้ชาอู่หลงดู รสจะเข้มข้นและแตกต่างออกไปจากชาแดง น้ำชามีกลิ่นลิ้นจี่หอมหวานเด่นชัด เนื้อชาจะหนาข้นแต่ไม่เหนียวคอ ทานแล้วชุ่มคอนาน ลองเสวยดูนะเพคะ”“อืม กลิ่นหอมดี” รับสั่งแต่ไม่หยิบดื่มเพราะยังติดพันงาน เต๋อเฟยจึงทูลเตือน“ฝ่าบาททรงงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำมืดดึกดื่นมาหลายเดือนติดต่อก
“เพียงผู้เดียวที่เป็นเจ้าของกายและใจของข้าคือเจ้า”นาราสะอื้น หยาดน้ำตาแพรวพราวไหลรินอาบแก้ม นึกขอบคุณโชตชะตาที่ชักนำให้นางได้มาพบความรักของคนผู้นี้ อิ้นเจินจุมพิตซับน้ำตานั้นทีละหยดและนึกพิศวงถึงอานุภาพของความรัก คำคำนี้เป็นเรื่องไกลตัวเสียจนเขาไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน แต่ตอนนี้เขาไม่อาจอยู่ได้โดยขาดความรักและแล้วอิ้นเจินก็ขยับเข้ามา ร่างของเขาสัมผัสถูกผิวอ่อนบางก็คล้ายว่ามีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบ นาราเจ็บและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนเติมเต็มเขากำลังจะฝังกายอันตึงแน่นเข้าไปลึกขึ้นอีก อย่างเชื่องช้าระมัดระวัง และมันเพิ่งจะเริ่มต้นเมื่อเขาเริ่มขยับ นาราอ้าปากหอบหายใจแรงขึ้น ความร้อนที่พร่างพรูเข้ามากำลังทวีความดุดันดิบเถื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ นาราจึงซุกแก้มแนบไหล่กว้างกำยำ เนื้อตัวสะท้านด้วยความซาบซ่านรัญจวน ปรารถนาที่จะให้ความต้องการอันแสนทรมานนี้สิ้นสุดลง และแล้วนาราก็นึกถึงเรื่องที่สมควรต้องทำที่สุดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้“ดะ...เดี๋ยวก่อนเพคะ ใจเย็นๆๆ”นาราชูมือขอเวลานอก หอบหายใจถี่เร็วเมื่อ
บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา
นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...
“อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ
บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพร











