Mag-log inเล่ห์กลของผู้ใหญ่ในโครงการวิจัย ทำให้เธอหลุดเป้าหมายจากกรุงศรีอยุธยาช่วงสมเด็จพระนารายณ์ ไปโผล่ที่แผ่นดินต้าชิงเสียอย่างนั้น แถมดันหลงมิติมาพร้อมเซ็กซ์ทอยเต็มกระเป๋า หนุงหนิง สาวไทยยุคคริสตศักราช 2199 จู่ๆต้องมากลายเป็นหนิงเอ๋อร์ นางกำนัลต๊อกต๋อยในตำหนักพระสนมเต๋อเฟย หลงเข้าสู่วังวนแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย คนอย่างเธอไม่ได้อยากยุ่งเรื่องชาวบ้านสักนิด แค่กวนครีมขายในวัง หารายได้เข้ากระเป๋าเงียบๆ ก็ดีอยู่แล้ว แต่พวกชาวบ้านมีแต่จะมายุ่งกับเธอ ตอนเป็นสาวยุค 2199 ก็มาดมั่นดีอยู่หรอก พอเจอบรรพบุรุษฝั่งอากงมาขอแต่งงานไปเป็นพระชายา โอ้ นังหนุงหนิงรวดร้าว 555555
view moreสวัสดีนักอ่านทุกๆ ท่านค่ะ นิยายที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้เป็นนิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรกของปุ๋มค่ะ
หลังจากดูละครจีนแนวอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Bu Bu Jing Xin หรือชื่อละครว่าฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ ฉายทางช่องสาม เป็นเรื่องราวในยุครัชกาลคังซี ความคิดก็เริ่มสะสมขึ้น จนได้ดูละครเรื่อง The Legend of Zhen Huan เจินหวน จอมนางคู่บัลลังก์ ซึ่งเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ช่วงรัชกาลยงเจิ้ง เมื่อลองหาข้อมูลลึกๆ พบว่ายงเจิ้งทรงมีฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียว แม้พระนางสิ้นไปแล้ว พระองค์ไม่เคยแต่งตั้งใครขึ้นเป็นฮองเฮาอีกเลยตลอดรัชกาล ข้อมูลนี้น่าสนใจมากจึงสนใจลองวางพล็อตและเขียนงานเรื่องนี้ออกมานั่นเองค่ะ
ขอบคุณแอดมินเพจชมรมผู้สนใจราชวงศ์ชิงซึ่งช่วยตอบข้อสงสัยและเป็นแหล่งข้อมูลให้การเขียนนิยายเล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างดี ช่วยให้การอ้างอิงด้านประวัติศาสตร์แม่นยำขึ้นค่ะ รวมทั้งขอบคุณแหล่งข้อมูลอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
ขอให้ทุกท่านสนุกกับผลงานเรื่องนี้ และติดตามนิยายแนวจีนเรื่องต่อๆ ไปที่กำลังทยอยอัพด้วยนะคะ
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของนักเขียนได้ที่ แฟนเพจมณีริน (@maneerin.novel)
ประเทศไทยปี 2199
เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ศตวรรษที่ยี่สิบสอง เทคโนโลยีรุดหน้าอย่างก้าวกระโดดเมื่อมนุษย์ค้นพบพลังงานที่สามารถใช้ได้ไม่มีวันหมด การพัฒนาวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ เจริญถึงขีดสุด แต่ทว่าทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ที่เคยมีมาแต่ก่อนกลับลดหายไป ผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำสะอาดและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตกำลังหมดไปในอัตราที่เร็วเกินกว่าจะทดแทนได้ทัน
ช่วงต้นศตวรรษอันล้ำหน้ามนุษย์เริ่มส่งคนไปยังอาณานิคมบนดาวอังคารได้สำเร็จและวางเป้าหมายอนาคตไปถึงการโยกย้ายมนุษยชาติไปยังระบบสุริยะแห่งใหม่ ทดแทนดวงอาทิตย์ที่มีกำหนดดับเร็วขึ้นในอีกสามหมื่นปีข้างหน้า
การคิดถึงอนาคตเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่จะเป็นเช่นใดหากมนุษย์สามารถย้อนกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต วิกฤตปัญหาทุกอย่างน่าจะคลี่คลายและถนอมบ้านเกิดของเราไว้แทนที่จะละทิ้งไปร่อนเร่แสวงหาบ้านแห่งใหม่ ดังนั้นองค์กรโลกจึงเริ่มมีแนวคิดย้อนกลับไปศึกษาความเป็นไปในอดีตอย่างลับๆ ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบโปรเจคของประเทศไทยคือพ่อและพี่ชายของนารา
สถานที่วิจัยอยู่ภายในฐานทัพส่วนที่ลึกที่สุด ติดป้าย ‘หวงห้ามเด็ดขาด’ ด้านหน้าประตูจะมีทหารพร้อมอาวุธครบมือยืนเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าตนเองกำลังเฝ้าอะไร เวลานั้นสายฝนตกลงมาอย่างหนักจนกระทั่งซาลงอย่างเชื่องช้า บรรยากาศบนท้องฟ้าทึมทึบ มีประกายแสงฟ้าแลบเป็นระยะในมวลเมฆหนา เหล่าทหารยามในชุดเครื่องแบบเคร่งขรึมต่างถอนหายใจเบื่อหน่าย พวกเขาเป็นนายทหารฝีมือดีซึ่งผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนัก อาวุธคู่กายล้วนเป็นอาวุธระดับสูงแต่พวกเขากลับได้รับเพียงหน้าที่เฝ้าประตู
“พวกผู้ใหญ่แอบทำอะไรอยู่กันนะ เมื่อวานก่อนผมเห็นพวกระดับบิ๊กๆ มากันให้เพียบเลย ผมว่ามูลค่างานวิจัยที่อยู่ข้างในนั่นต้องมหาศาลแน่ๆ”
“อย่าพูดมาก นายสั่งให้เราทำอะไรก็ทำไป”
“ครับๆ” นายทหารหนุ่มตอบเสียงเนือย ก่อนที่ความอึดอัดคับข้องใจทั้งหลายจะหายวับไปเมื่อหญิงสาวร่างบอบบางคนหนึ่งก้าวลงจากรถทหารที่เพิ่งแล่นมาจอด “คุณหนุงหนิงมาแล้ว”
หญิงสาวแต่งกายงดงามแบบสตรีในราชสำนักสยามสมัยอยุธยา มวยผมเกล้าไว้ที่บนกระหม่อมคล้องด้วยมาลัย นุ่งซิ่นปักดิ้นเงินดิ้นทองลวดลายวิจิตรเข้าคู่กับสไบเฉียงสีดอกบัว หลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่สามซึ่งเป็นการเปิดศึกแย่งชิงทรัพยากรน้ำ และเนื่องด้วยนโนบายการรวมเป็นหนึ่งเดียวแบบรวมศูนย์ของสหประชาชาติ ศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติจึงถูกกัดกร่อนทำลายจนแทบจะสูญหายไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งท่ามกลางเทคโนโลยีล้ำสมัยที่อยู่รายล้อม การแต่งกายของนางย่อมแปลกสะดุดตา ชวนให้โหยหาอดีตและเปี่ยมล้นด้วยมนต์ขลังลึกลับ
“ตอนนี้ยังเปลี่ยนใจทันนะหนุงหนิง”
“ไม่ค่ะคุณพ่อ หนิงตัดสินใจแล้ว หนิงจะรับหน้าที่นี้เองค่ะ”
นารากล่าวอย่างสงบขณะเดินไปบนผืนน้ำเจิ่งนองบนพื้น ฝีเท้าเบาและสง่างามดุจเทพธิดาเดินบนผิวน้ำ นายทหารหนุ่มต่างจ้องมองหญิงงามอ่อนช้อยเดินเยื้องย่างด้วยหัวใจเต้นแรง นางสวมสร้อยพลอยเส้นเล็กๆ ที่ข้อมือเพียงเส้นเดียวแต่ก็ดูงดงามสูงส่งอย่างน่าประหลาด ใบหน้าสวยซึ้งแฝงความเศร้าหมองของนาราชวนให้รู้สึกรักใคร่ทะนุถนอมและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน
ดวงตากลมโตเงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นด้วยมลพิษอยู่อึดใจก่อนจะตัดสินใจก้าวตามหลังผู้เป็นพ่อ
“ขอตรวจบัตรและสแกนม่านตาด้วยครับ” ทหารหนึ่งในสามคนว่า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาจึงวันยาหัตถ์ทำความเคารพ “เชิญครับศาสตราจารย์ทรงกลด สวัสดีครับคุณหนุงหนิง”
“สวัสดีค่ะ จากนี้หนิงฝากพวกคุณดูแลคุณพ่อด้วยนะคะ”
แค่นารายิ้มมุมปากให้ นายทหารทั้งสามก็รู้สึกว่าโลกมอมๆ ใบนี้น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ แต่หลังจากก้าวผ่านประตูเข้าสู่ทางเดินใต้ดินแล้ว รอยยิ้มนุ่มนวลก็หายวับไป มือไม้เกายุกยิกเหมือนลิงเพราะไม่คุ้นกับซิ่นดิ้นเงินดิ้นทอง
“โอย คันฉิบ! ซี้ดดด โอย พี่แทนเกาหลังให้หน่อย”
“ถนอมของด้วยสิยัยหนิง กรรมวิธีการทอผ้าสูญหายไปนานมากแล้ว เราเพิ่งจะรื้อฟื้นการผลิตผ้าแบบดั้งเดิมเมื่อไม่กี่ปีก่อน ลายซิ่นเลียนแบบลายทอจากผ้าโบราณในพิพิธภัณฑสถาน นับว่าเป็นของล้ำค่าประเมินค่ามิได้”
“ค่าพี่แทน”
แทนคุณ พี่ชายแท้ๆ ของนารายืนรออยู่แล้วที่ด้านหน้าประตูทางเข้าชั้นที่สอง นาราเห็นพี่ก็รีบเปลี่ยนกลับไปเป็นหญิงสาวแสนสวยนุ่มนวลตามเดิม เดินเยื้องย่างอกเอวอรชรทั้งๆ ที่เมื่อครู่แทบจะถลกซิ่นเดิน นาราเดินๆ หยุดๆ เพราะแวะส่องฟันตรงผนังกระจก แยกเขี้ยวแยกฟันจนวุ่นวาย
“ย้อมฟันดำแบบนี้มันแปลกๆ อ่ะพี่ เวลาพูดไม่มั่นใจเลยอ่ะ”
“หญิงชาววังสมัยนั้นต้องผัดหน้า ย้อมฟันเป็นสีดำ ไว้เล็บยาว ทาปากแดง ค่านิยมความสวยของเขาเป็นแบบนั้น หน้าแกขาวปากแกแดงอยู่แล้วไม่ต้องทา เล็บก็ยาวเฟื้อย แต่ฟันน่ะต้องย้อมให้ดำด้วย”
“จะล้างฟันออกมั้ยเนี่ยพี่”
“ไม่ต้องโวยวายไปหรอก แค่ใช้แปรงถูๆ ก็ออกแล้ว”
“หา? แปลว่าหนิงต้องอมขี้ฟันเป็นอาทิตย์เลยเหรอ” นาราโวยวาย ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ทันทีก็เลยถูกพี่ดีดมะเหงกเข้าให้
“อยากจะแปรงฟันก็แปรงไปสิ แกแค่ย้อมฟันให้ดำเหมือนเดิมก็ใช้ได้ ของทุกอย่างที่ต้องการใส่อยู่ในกระเป๋าสี่มิติแล้ว” แทนคุณชี้ทางสว่างให้ นาราจึงสะบัดแขนทั้งสองข้างขึ้นฟ้าก่อนจะกรีดกรายลงมา ทำนิ้วโอเคพลางฉีกยิ้มฟันดำปี๋
“อ่ะเคร”
“จะรอดมั้ยเนี่ย แกจะต้องไปในฐานะบุตรีขุนนางชั้นผู้ใหญ่นะ ไม่ใช่แม่ลิง”
“รู้แล้วๆ พูดย้ำบ่อยๆ แบบนี้เดี๋ยวหนิงก็เป็นลิงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย นับจากนี้ไปหนิงคือบุตรีของขุนนางฝ่ายปกครองชื่อเจ้าพระยาวิชิต กำลังจะถวายตัวเข้าไปเป็นนางกำนัลของพระสนม”
แทนคุณชี้ไปที่เม็ดพลอยสีแดงเลือดนกบนข้อมือนาง “เมื่อไปถึงที่นั่น ให้รีบแฝงตัวโดยเร็วที่สุด”
“ไม่ต้องห่วงค่ะพี่ หนิงมีพี่แทนผู้เก่งกาจเป็นผู้ฝึกอบรมเองกับมือ พี่แทนรักหนิงยังไงก็ไม่มีทางยอมให้หนิงมีอันตรายอยู่แล้ว ตอนนี้หนิงผ่านทดสอบการฝึกทั้งสามขั้นมาแล้วด้วย ไม่พลาดแน่นอน”
นาราเกาะแขนอ้อนพี่ชาย วิธีการแฝงตัวที่ว่านั่นคือใช้พลอยสีแดงนั้นล้างสมองเครือญาติของเจ้าพระยาผู้นั้น ทำการแฝงกายเป็นบุตรสาว เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็จัดการลบความทรงจำทิ้งให้หมด งานนี้มีจุดเสี่ยงนั้นคือต้องจัดการล้างสมองอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด ถ้าหากล้มเหลวทุกอย่างก็เกมโอเวอร์
บทที่ 38 สิ้นสุดยามใกล้ค่ำ ตะวันเริ่มคล้อยลงต่ำ สาดแสงสนธยาอ่อนหวานลาลับขอบฟ้า นาราเสร็จจากการช่วยพระสวามีดูแลบัญชีค่าใช้จ่ายในจวน ก็ใช้เวลาว่างมาขลุกอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ ที่เรือนสาลี่ ส่วนอิ้นเจินทำงานอยู่ที่เรือนหนิงฮวาตามปกติ แน่นอนว่าระหว่างที่เขียนบันทึกรายงาน เขาก็ซัดแปะก๊วยกับลูกบัวหมดเป็นชามๆ อีกตามเคย“แมวของฉันนั้นร้องเสียงดัง... เหมียว เหมียว ง่าว วัวของฉันนั้นร้องเสียงดัง... มอ มอ มอ กบของฉันนั้นร้องเสียงดัง... อบ อ๊บ อบ อ๊บ ไก่ของฉันนั้นร้องเสียงดัง… เอ๊ก อี้ เอ๊ก เอ๊ก เอ๊ะ... นั้นใครร้องเพลงให้เราฟัง... อ๋อ! ท่านแม่หนิงเซียนนี่เอง แม่ของฉันนั้นร้องเสียงดัง... อะ โอว โอว เอ้า หมุนตัว ร้องซ้ำอีกรอบนึง”สามแม่ลูกตั้งแถวเรียงหน้ากระดานแดนซ์ให้จือเอ่อร์ดู เรียกเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากใสๆ ของทารกน้อยจนแก้มยุ้ยๆ แดงระเรื่อดุจลูกท้อ แม้จะมีแม่นมคอยดูแลอยู่ใกล้ชิด แต่ส่วนใหญ่แล้วนาราจะดูแลเวลาจือเอ่อร์โยเยด้วย จือเอ่อร์กำมือกำไม้ขยับตามเสียงเพลงของพี
แต่ศึกของนารายังไม่จบ “หากทรงเกรงว่าเกียรติของหลิวหลานจะถูกลดค่าลงเพราะแต่งกับนายกองไร้ฐานันดร... ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะทูลขอให้เชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์สักพระองค์รับหลิวหลานเป็นพระธิดาบุญธรรม ดีมั้ยเพคะ” “อืม... ก็ดีนะ ต่อให้ตบแต่งไปแล้ว แต่ฐานันดรศักดิ์ก็จะยังติดตัวอยู่ ในอนาคตหากมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับสามี นางก็จะได้มีเงินตำแหน่งไว้ดูแลครอบครัว รับนางเป็นพระธิดาบุญธรรมให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียเลยก็ดี”“เสด็จแม่ทรงคิดว่าผู้ใดเหมาะสมเพคะ” นารารับลูกเต๋อเฟยเป็นปี่เป็นขลุ่ย“คนที่เหมาะสมที่สุดตอนนี้ก็คงจะมีแต่กู้หลุนตวนหมินกงจวู่[1] ทรงอายุมากแล้วและไม่มีผู้ใดคอยดูแล หากมีหลิวหลานคอยอยู่ปรนนิบัติจนกว่าจะออกเรือน ยามสิ้นชีวิตก็จะได้มีคนธูปกราบไหว้ พี่ตวนหมินก็คงจะยินดี... หรงเอ๋อร์เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”“ข้า...”
“น้องหลิวหลานเป็นหญิงงามหาตัวจับได้ยากนัก มีฝีมือติดตัวเลิศล้ำในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่าเป็นยอดสตรีที่ชายทั่วหล้าเฝ้าฝันหา นับว่าหรงเฟยทรงมีพระทัยโอบอ้อมอารี คิดตรงกับหวังเย๋อย่างน่าอัศจรรย์ หม่อมฉันได้รับคำขอร้องจากหวังเย๋ ทรงพระทัยร้อนยิ่งนักจนหม่อมฉันต้องหาทางช่วย หม่อมฉันจึงขออนุญาตกราบทูลขอร้องเหนียงเหนียงอีกแรงเพคะ” “รีบพูดเร็วเข้า” หรงเฟยเบิกบานอย่างยิ่ง “นั่งก่อนแล้วค่อยพูดเถิด” “ขอบพระทัยเพคะ” นารานอบน้อมและยิ้มให้หลิวหลาน “ตอนนี้ชายแดนทางเหนือกำลังมีศึกหนัก แม้จะยากลำบากแสนสาหัสแต่เหล่าทหารกล้าล้วนทุ่มเทพร้อมพลีชีพ เรื่องนี้หวังเย๋ทรงติดตามการศึกโดยตลอดเพคะ เมื่อเช้าตรู่เพิ่งจะมีม้าเร็วแจ้งข่าวชนะศึก หวังเย๋ทรงดีพระทัยยิ่งนักเพคะ นับว่าเป็นข่าวเสริมมงคลยิ่งๆ ขึ้นไป” หลิวหลานเริ่มเงยหน้าขึ้นมองนารา ห
บทที่ 37 ดัดหลังหรงเฟย มวลเมฆเหนือตำหนักเหยียนชีกงตอนนี้กำลังอึมครึมทั้งๆ ที่ตะวันฉายแสงแรงกล้า อากาศร้อนเร่งให้น้ำแข็งก้อนโตที่ใส่ในอ่างกระเบื้องเคลือบละลาย น้ำซึมหยดเป็นจังหวะดังติ๋งๆ ซื่อจื่อค้อมศีรษะรอรับใช้เต๋อเฟยอยู่ไม่ไกล แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเข้าไปด้านในโถงตำหนักอย่างขัดเคือง นึกร้อนใจที่ตู้หมิงไม่กลับมาเสียทีหรงเฟยจิบชารสหวานเผื่อนแก้กระหาย ก่อนจะขยับพัดกลมในมืออย่างสุขสำราญ ใบหน้าอิ่มเอิบยิ้มแย้มโดยที่มีหลิวหลานนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า “เงยหน้าขึ้นให้เต๋อเฟยมองเจ้าชัดๆ สิจ๊ะหลิวหลาน” หลิวหลานแต่งกายชุดนางกำนัลเรียบร้อย แม้ว่าชุดจะดูธรรมดาๆ แต่ความงดงามนั้นเปล่งปลั่งต้องตา ใบหน้าขาวสวยของหลิวหลานสะอาดหมดจด คิ้วโก่งเรียว ดวงตากลมโต จมูกไม่โด่งไม่แบนเกินไปและ
บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา
นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...
“อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ
บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพร

















