องค์หญิงเช่นข้า ท่านองครักษ์ไม่ต้องมารับผิดชอบ

องค์หญิงเช่นข้า ท่านองครักษ์ไม่ต้องมารับผิดชอบ

last updateDernière mise à jour : 2026-06-25
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
21Chapitres
1.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เมื่อองค์หญิงเจ็ด ‘หมิงลี่ถิง’ รวบรวมความกล้าหาญคิดจะเป็นฝ่ายสารภาพรักกับองครักษ์ของตน ‘เสิ่นเฟยโจว’ แต่แล้วนางกลับเห็นเขาบอกคำหวานกับ ‘เมิ่งฟางซิน’ เข้า ความเสียใจทำให้องค์หญิงเจ็ดลิ้มลองสุราเป็นครั้งแรก ทั้งยังบังคับให้คนกรอกสุราแสดงความยินดีกับเสิ่นเฟยโจว จนเป็นเหตุให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์เกินเลยกันโดยไม่ตั้งใจ เสิ่นเฟยโจวต้องการรับผิดชอบแต่องค์หญิงเจ็ดรักใคร่ในศักดิ์ศรี หากเขาไม่ได้รัก นางเองก็ไม่ต้องการ หันไปคว้าบุรุษที่เพิ่งเจออย่าง ‘ตงหย่าถง’ โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำเช่นนี้ไม่ต่างอันใดกับการเพิ่มเชื้อไฟให้ทุกอย่างเลวร้ายลง

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ ถ้อยคำที่เก็บงำ

บทนำ ถ้อยคำที่เก็บงำ

       ภายในห้องนอนกว้างที่ติดตะเกียงให้แสงสลัวเอาไว้ มีชายผู้หนึ่งกำลังพรมจูบดวงหน้าอ่อนหวานของสตรีด้วยความทะนุถนอม ร่างเปลือยเปล่าของฝ่ายสตรีถูกปิดบังไว้ด้วยผ้าห่มผืนบาง ผิดกับบุรุษที่กำลังตักตวงของหวานจากปากอิ่ม เขาเปิดเผยมัดกล้ามเด่นชัดที่กระจายอยู่ทั่วร่างอย่างไม่อายฟ้าดิน

“ออกไปนะ อื้อ เจ้าเป็นผู้ใด” 

“เป็นผู้ใดสำคัญด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงปล่อยตนเองให้เมามายถึงเพียงนี้ ต้องการเช่นนี้มิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”

“มะ..ไม่ใช่นะ”

ก่อนหน้านั้นสิบชั่วยาม…

       ปลายพู่กันตวัดลงบนหน้ากระดาษครั้งแล้วครั้งเล่า ข้อความที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจของสตรีที่เปี่ยมไปด้วยความหวังที่จะได้ใกล้ชิดกับชายในดวงใจมากกว่าสถานะที่เป็นอยู่ในยามนี้ 

       หากไม่ติดว่าต้องการให้จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนด้วยลายมือที่สวยงามเป็นระเบียบ เจ้าของพู่กันคงกรอกสุราเข้าปากเพื่อเพิ่มความกล้าหาญให้บรรยายความรู้สึกที่มีต่อบุรุษที่นางปักใจ

       นับตั้งแต่วันปักปิ่นขององค์หญิงเจ็ดเมื่อสามปีก่อน เสิ่นเฟยโจวก็อยู่เคียงข้างกายหมิงลี่ถิงในฐานะองครักษ์เสมอมา เขาเลือกเช่นนั้นท่ามกลางความสับสนของผู้คน เพราะบุรุษผู้นี้จะเก่งกาจจนสามารถเลือกรับตำแหน่งใดก็ได้ตามใจปรารถนา แต่เขากลับเลือกหน้าที่ปกป้ององค์หญิงผู้หนึ่ง ที่มีโอกาสในการแสดงผลงานน้อยนิด ทั้งชีวิตอาจไม่ได้เลื่อนขั้นเสียด้วยซ้ำ

       ทว่าหน้าที่การปกป้ององค์หญิงเจ็ดของเสิ่นเฟยโจวนั้นเริ่มต้นมาก่อนที่เขาจะมารับหน้าที่เป็นองครักษ์ข้างกายขององค์หญิงเสียอีก เพราะนับตั้งแต่ซูเฟยสิ้นไปองค์หญิงเจ็ดก็กลายเป็นเป้านิ่งของผู้คนในวังด้วยวัยเพียงหกหนาวครึ่ง หากว่าผู้ใดคิดค้นวิธีการกำจัดคนออกมาได้ก็จะนำมาใช้ทดสอบกับหมิงลี่ถิงดูเสียก่อน หรือบ้างก็เพียงแค่ใช้นางเป็นที่ระบายอารมณ์เพราะแผนของตนพังไม่เป็นท่า

       เสิ่นเฟยโจวที่ได้มาร่ำเรียนในวัง จึงกลายเป็นผู้ปกป้องเด็กหญิงน้อยไปโดยปริยาย “ต่อจากนี้ไป หากมีผู้ใดทำร้ายพระองค์ กระหม่อมจะช่วยเหลือเอง นางกำนัลเล่านี้ล้วนรับเงินจากผู้อื่นกันทั้งสิ้น ไว้ใจไม่ได้!” เสียงดุดันของเฟยโจวในวัยเกือบสิบสองหนาวยังชัดเจนในความทรงจำของหมิงลี่ถิง

       เกือบสิบปีที่นางไม่ได้เล่นสนุก ไม่ได้นอนหลับสนิท และไม่ได้กินอิ่มทั้งที่เป็นถึงองค์หญิงของแคว้น องค์หญิงเจ็ดไม่กินสิ่งใดมากกว่าสองคำเพราะต้องคอยระแวงว่าวันใดสำรับอาหารจะปนเปื้อนมาด้วยยาพิษ นางได้แต่รอวันที่ ‘พี่เฟยโจว’ มาร่ำเรียน จึงจะได้กินของที่เขาหอบหิ้วมาจากสกุลเสิ่น คนในแคว้นที่รับรู้ว่าองค์หญิงเจ็ดโปรดหรือไม่โปรดอาหารแบบใด คงมีเพียงบุตรชายของเสนาบดีเสิ่นและมารดาของเขาเท่านั้น

“ชอบมากหรือพ่ะย่ะค่ะ สามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยวเช่นนี้”

“ชอบมากเจ้าค่ะ แต่ที่จริงท่านแม่ของพี่เฟยโจวทำสิ่งใดมาก็อร่อยกว่าพ่อครัวหลวงทั้งสิ้น”

“เช่นนั้นก็กินให้มากหน่อย พรุ่งนี้เป็นวันหยุด กระหม่อมไม่ได้เข้าวัง คงมีแต่เสี่ยวหลงเปาเหล่านี้ถวายให้องค์หญิงเอาไว้”

       ถึงแม้จะตัดความกังวลเรื่องอาหารไปได้บ้าง แต่สุดท้ายหากตกเป็นเป้าหมายเพราะไร้พระมารดาคุ้มกันแล้ว คนในวังหลังก็ยังมีวิธีอีกร้อยแปดอย่างเพื่อลงมือได้อยู่ดี หากแต่ข้อดีก็คงมีเพราะเรื่องนี้ทำให้เฟยโจวหาญกล้าแอบสอนองค์หญิงเจ็ดว่ายน้ำหลังถูกผลักลงสระเป็นครั้งที่สาม 

       เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นปกติจนชาชิน องค์หญิงเจ็ดถูกกลั่นแกล้ง เสิ่นเฟยโจวเป็นผู้ช่วยเหลือ เมื่อถึงวันที่องค์หญิงเจ็ดต้องเข้าพิธีปักปิ่น สิ่งเดียวที่หมิงลี่ถิงร้องขอจากพระบิดาคือการออกไปอยู่นอกวังกับพี่ชายที่เป็นโอรสของซูเฟยเช่นเดียวกัน

       องค์ชายรองหมิงหลงอันที่รับรู้มาตลอดว่าในวังแห่งนี้ น้องสาวมีความเป็นอยู่ที่ไม่ดีนักรับปากกับบิดาว่าจะดูแลเป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นเสิ่นเฟยโจวที่สอบได้เป็นจอหงวนฝ่ายบู๊ก็อาสาเป็นองครักษ์ประจำตัวองค์หญิงเจ็ดเช่นกัน ฮ่องเต้จึงยินยอมในท้ายที่สุด

       นับจากวันนั้นก็เป็นเวลาสามปีแล้วที่นางมีองครักษ์เสิ่นเคียงข้างกาย และแน่นอนว่าองค์หญิงเจ็ดที่ผัดผ่อนเรื่องคู่ครองมานานถึงเพียงนี้แล้ว ย่อมถูกกดดันมาจากคนรอบข้าง เมื่อประวิงเวลาต่อไปไม่ได้อีก หมิงลี่ถิงจึงคิดจะใช้งานมงคลของน้องชายเสนาบดีเสิ่น เพื่อสารภาพรักในช่วงเวลาที่ได้พบเจอเขาด้วยฐานะ ‘พี่เฟยโจว’ หาใช่องครักษ์เสิ่นเช่นในวันปกติ

       ในจวนเสิ่นคึกคักไปด้วยขุนนางชั้นสูง และคนจากสกุลใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะยืนข้างเดียวกันหรือไม่ก็ล้วนแล้วแต่ได้รับเทียบเชิญทั้งสิ้น และผู้คนเองก็มากันมิได้ตกหล่นเพราะยังไม่แน่ว่าเสิ่นผู้นี้อาจได้ขึ้นเป็นผู้นำสกุลต่อจากพี่ชาย แทนเสิ่นเฟยโจวที่แม้จะเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวแต่ชาติกำเนิดมีปัญหา

       หมิงลี่ถิงลูบจดหมายที่สอดเก็บไว้ในเสื้อให้แน่ใจว่ามิได้ลืมหยิบมาจากวังรอง นางสวมชุดที่องครักษ์ข้างกายเคยกล่าวชื่นชมว่างดงาม ผมถูกจัดแต่งอย่างงดงามในทรงที่เฟยโจวมักจะวาดเล่นออกมาในยามเหม่อลอย พร้อมด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มเพียงบางเบาแต่มันกลับขับให้ภาพลักษณ์ขององค์หญิงเจ็ดในยามนี้ดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง

       ดวงใจของลี่ถิงเต้นไม่เป็นส่ำ อีกไม่กี่อึดใจถ้อยคำที่อยากเอ่ยมาแสนนานจะได้กล่าวให้เขาได้รับฟัง สองเท้าก้าวแผ่วเบา สติไม่รับรู้ว่ามีผู้ใดเข้ามาทักทายบ้าง นางขอปลีกตัวไปที่ครัวทันทีที่วางของขวัญให้บ่าวสาวเสร็จสิ้น 

“ท่านน้ากู้…องค์หญิงน้อยมาแล้วเจ้าค่ะ”

“องค์หญิงน้อย” หญิงวัยกลางคนยกยิ้ม “มาถึงที่นี่องค์หญิงอยากรับสิ่งใดหรือไม่เพคะ”

“ไม่มีเจ้าค่ะ” แต่ถึงปากจะกล่าวเช่นนั้นมือของหมิงลี่ถิงก็ยังหยิบอาหารที่อยู่ในถาดรอจัดจานขึ้นมาชิมอยู่ดี

“ไว้หม่อมฉันจะทำสามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยวให้องค์หญิงนำกลับวังไปด้วยนะเพคะ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่เฟยโจวเล่าเจ้าคะ งานมงคลของท่านอาแต่กลับไม่เห็นเลย” หมิงลี่ถิงได้จังหวะก็ถามหาตัวคนที่ตามหาในทันที

“พบหน้ากันมากเช่นนี้ก็ยังไม่เบื่อหรือเพคะ สนิทสนมยิ่งกว่าพี่น้องในจวนนี้เสียอีก”

“พี่เฟยโจวอาจจะเบื่อก็ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าไม่เบื่อ” กล่าวจบลี่ถิงยกมือปิดปากหัวเราะน้อยๆ แม้จะเข้าข้างตนเองว่าเสิ่นเฟยโจวอย่างไรก็คงคิดอ่านเช่นเดียวกัน แต่หากต้องพบกันทั้งวันทั้งคืน ทั้งยังได้ทำแต่เรื่องที่นางชอบ เขาเองก็อาจจะเบื่อหน่ายได้เช่นกัน

“หม่อมฉันเห็นว่าจะไปที่สวนไผ่ทางตะวันออก องค์หญิงลองไปหาดูเถิดเพคะ”

“ขอบคุณท่านน้ากู้มากเจ้าค่ะ” ผู้เป็นองค์หญิงหันหลังเตรียมจะไปทางฝั่งตะวันออกของจวน แต่แล้วก็หยุดฝ่าเท้ากะทันหัน “พวกเจ้าอยู่ช่วยที่โรงครัว ไม่ต้องตามไป”

“แต่องค์หญิงเพคะ” นางกำนัลแย้งขึ้น

“จวนสกุลเสิ่นจะไปมีอันใด จิ้งหนิงเจ้าก็ไม่ต้องตามมา” องค์หญิงเจ็ดหันไปสั่งงานองครักษ์หญิงที่ทำหน้าที่สลับกับเฟยโจว

       หมิงลี่ถิงไม่ต้องการให้ผู้ใดติดตามไป หากว่ามีคนรายล้อมมากมายเช่นนั้น นางอาจไม่กล้ากล่าวความในใจออกไปให้ชัดเจน

       แต่ทว่าทันทีที่เท้าก้าวเข้ามาในสวนไผ่ ถ้อยคำที่เก็บงำกลับเป็นเสิ่นเฟยโจวที่กล่าวมันให้แม่นางน้อยผู้อื่นฟัง

“ข้าชมชอบคุณหนูจากใจจริง หากชอบไปมากกว่านี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นความรักเสียด้วยซ้ำ”

“ท่านองครักษ์…”

“ตัวข้าเฝ้ามองคุณหนูมาเกือบสามปีแล้ว หากว่าไม่รังเกียจข้าขอส่งปิ่นไปให้เลือกในพิธีปักปิ่นได้หรือไม่ขอรับ”

“หากท่านองครักษ์เสิ่นส่งมา ฟางซินผู้นี้ย่อมยินดีรับปิ่นของท่าน”

“พะ..” องค์หญิงเจ็ดรีบยกมือปิดปากตนเองไว้ ร่างทั้งร่างชาหนึบเขาไม่ได้คิดเช่นเดียวกับนาง เสิ่นเฟยโจวมีสตรีอื่นในดวงใจ

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
21
บทนำ ถ้อยคำที่เก็บงำ
บทนำ ถ้อยคำที่เก็บงำ ภายในห้องนอนกว้างที่ติดตะเกียงให้แสงสลัวเอาไว้ มีชายผู้หนึ่งกำลังพรมจูบดวงหน้าอ่อนหวานของสตรีด้วยความทะนุถนอม ร่างเปลือยเปล่าของฝ่ายสตรีถูกปิดบังไว้ด้วยผ้าห่มผืนบาง ผิดกับบุรุษที่กำลังตักตวงของหวานจากปากอิ่ม เขาเปิดเผยมัดกล้ามเด่นชัดที่กระจายอยู่ทั่วร่างอย่างไม่อายฟ้าดิน“ออกไปนะ อื้อ เจ้าเป็นผู้ใด” “เป็นผู้ใดสำคัญด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงปล่อยตนเองให้เมามายถึงเพียงนี้ ต้องการเช่นนี้มิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”“มะ..ไม่ใช่นะ”ก่อนหน้านั้นสิบชั่วยาม… ปลายพู่กันตวัดลงบนหน้ากระดาษครั้งแล้วครั้งเล่า ข้อความที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจของสตรีที่เปี่ยมไปด้วยความหวังที่จะได้ใกล้ชิดกับชายในดวงใจมากกว่าสถานะที่เป็นอยู่ในยามนี้ หากไม่ติดว่าต้องการให้จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนด้วยลายมือที่สวยงามเป็นระเบียบ เจ้าของพู่กันคงกรอกสุราเข้าปากเพื่อเพิ่มความกล้าหาญให้บรรยายความรู้สึกที่มีต่อบุรุษที่นางปักใจ นับตั้งแต่วันปักปิ่นขององค์หญิงเจ็ดเมื่อสามปีก่อน เสิ่นเฟยโจวก็อยู่เคียงข้างกายหมิงลี่ถิงในฐานะองครักษ์เสมอมา เขาเลือกเช่นนั้นท่ามกลางความสับสนของผู้คน เพราะบุรุษผู
Read More
บทที่ 1 กรอกสุราให้ลืมบุรุษ
บทที่ 1 กรอกสุราให้ลืมบุรุษ หมิงลี่ถิงถอยออกมาอย่างเงียบงัน เสียงดนตรีครื้นเครงยังดังมาจากบริเวณจัดงานอย่างต่อเนื่อง ผู้เป็นองค์หญิงไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวเสียด้วยซ้ำ การเติบโตในราชวงศ์บีบให้การแสดงความรู้สึกเป็นเรื่องต้องห้าม มีเพียงยามที่ได้อยู่กับเสิ่นเฟยโจวที่กำแพงของนางจะถูกทลายลง แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมหมายถึงว่าไม่มีพื้นที่ให้นางอ่อนแอได้อีกต่อไป“ที่แท้ทั้งหมดก็เป็นเพียงหน้าที่ หาใช่ความพิเศษใดไม่” หมิงลี่ถิงกล่าวกับตนเอง ก่อนจะนำจดหมายรักที่ตั้งใจเขียนมาตั้งแต่เช้าออกมาฉีกให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นางโปรยมันลงในบ่อปลาโดยไม่เห็นคุณค่าใด“คุณหนูผู้นี้มาทำอันใดในที่มืดอยู่ผู้เดียว” “อยู่ริมบ่อปลาจะให้ทำอันใด” ลี่ถิงตอบบุรุษแปลกหน้าอย่างไม่รักษามารยาท เพราะนอกจากจะมาทักทายผิดเวลาแล้ว สถานะของเขาไม่ว่าจะเป็นใหญ่มาจากไหนก็คงมิได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าตัวนาง“คุณหนูผู้นี้กินสิ่งใดผิดสำแดงมาหรือไม่ เหตุใดจึงได้ยั่วยุขึ้นง่ายนัก” ชายที่ส่งเสียงมากับความมืดเริ่มเดินเข้ามาใกล้“ไม่มีบ่าวติดตามเสียด้วย แม้จะเป็นจวนขุนนางก็ใช่ว่าไร้อันตราย”“เห็นจะจริงอย่างที่คุณชายกล่าว คุณหนูผู้อ่อนแอเช่
Read More
บทที่ 2 ไม่ต้องมารับผิดชอบ
บทที่ 2 ไม่ต้องมารับผิดชอบ เสิ่นเฟยโจวยอมยกไหเหล้านั้นขึ้นดื่มจนหมด แล้วส่งกลับไปให้หมิงลี่ถิงตรวจสอบ องค์หญิงเจ็ดปาลงกับพื้น ก่อนจะประกาศว่า “ผู้ใดทำให้เขาเมาได้ก็ไปรับเงินที่วังรองกับเปิ่นกงพันตำลึงทองแล้วกัน” เช่นนั้นแล้วความวุ่นวายก็บังเกิด เสิ่นเฟยโจวถูกมอมเหล้ามากมายพอๆ กับท่านอาของตนเอง และไม่แน่ว่าอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ส่วนลี่ถิงที่ดื่มสุราของขุนนางขั้นหกจนหมดสิ้นก็เริ่มลามไปดื่มน้ำเมาจากจอกของผู้อื่น ตามองดูเขาถูกผู้อื่นรุมราวกับว่าเป็นชัยชนะเล็กๆ ผู้คนในงานบริเวณนั้นตกลงกันว่าจะแบ่งเงินกันอย่างเท่าเทียม จึงไม่ได้มีผู้ใดหันมามองว่าองค์หญิงเจ็ดนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างสุราไหใหญ่เสียแล้ว เสียงเอะอะดังขึ้นต่อเนื่อง แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ช่วยเรียกสติของหมิงลี่ถิงเลยสักนิด องครักษ์เสิ่นที่แม้จะเป็นวรยุทธ์ แต่เมื่อเจอคนเมาจับกดกับพื้นแล้วกรอกเหล้าให้ดื่มไม่เว้นช่องเช่นนี้ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ เพราะหากออกกระบวนท่ารุนแรงเกินไปจะกลายเป็นว่าเขาทำร้ายแขกในงานเลี้ยงของท่านอา เรื่องราวความวุ่นวายเหล่านี้ในที่สุดก็ไปเข้าหูองค์ชายรองที่คุยงานกับขุนนางชั้นผู้ให
Read More
บทที่ 3 ผลักไส
บทที่ 3 ผลักไส        สามวันสามคืนเต็มที่ประตูตำหนักขององค์หญิงเจ็ดปิดเงียบ ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าออกนอกจากนางกำนัลใกล้ชิดสองคนที่คอยยกสำรับอาหารและน้ำแกงบำรุงเข้าไปถวาย        ข่าวเรื่ององค์หญิงเมามายจนเสียกิริยาในงานมงคลแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง แม้ผู้คนจะไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ แต่คำซุบซิบก็ไม่เคยหายไปจากวงสุราและโรงน้ำชา ยิ่งในห้องปิดของโรงเตี๊ยมยิ่งกล่าวกันสนุกปาก ด้วยต่างก็เป็นคนจากสกุลใหญ่โต ต่อให้อีกฝ่ายเป็นองค์หญิงก็ไม่ใช่ว่าจะน่าหวาดหวั่นถึงเพียงนั้น        ในฝั่งคนวังรอง หมิงหลงอันเองก็คิดว่าน้องสาวเพียงอับอายที่ก่อเรื่อง จึงปล่อยให้นางเก็บตัวเงียบๆ ไปก่อน มิได้บังคับให้ออกมา และมิได้ส่งผู้ใดเข้าไปปลอบโยน 
Read More
บทที่ 4 ชมจันทร์
บทที่ 4 ชมจันทร์        ยามอาทิตย์คล้อยต่ำ แสงสีส้มแดงทอดยาวผ่านหน้าต่างตำหนักองค์หญิงเจ็ด หมิงลี่ถิงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปล่อยให้นางกำนัลแต้มแป้งบางเบาลงบนผิวหน้าอย่างระมัดระวัง “เบามือกว่านี้อีกหน่อย” นางเอ่ยเสียงเรียบ “รอยตรงหางตายังเห็นชัดอยู่แต่ใต้ตาไม่ต้องเพิ่มแล้ว”        นางกำนัลรีบก้มหน้ารับคำ หากองค์หญิงถึงขั้นต้องเอ่ยแปลว่าวันนี้ฝีมือของนางไม่เป็นที่พอพระทัยอย่างร้ายแรง “เพคะ”         คนรับหน้าที่แต่งโฉมให้องค์หญิงเจ็ดสูดหายใจรวบรวมสติตน วันนี้หน้าที่ที่ได้รับยากเย็นนัก เพราะแม้จะใช้ผงไข่มุกบดและชาดแดงช่วยแต่งแต้ม แต่ดวงตาขององค์หญิงก
Read More
บทที่ 5 พบคนที่อาจเหมาะสม
บทที่ 5 พบคนที่อาจเหมาะสม        เมิ่งฟางซินและเสิ่นเฟยโจวแยกออกไปยังริมสระลอยโคมท่ามกลางแสงจันทร์สุกสกาว โคมกระดาษหลากสีลอยเอื่อยอยู่เหนือผืนน้ำ สะท้อนเงาระยิบระยับงดงามราวภาพวาด        หมิงลี่ถิงมองตามแผ่นหลังของคนทั้งสองอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะเบือนสายตากลับมาหาชาวบ้านที่ต่อแถวรับข้าวต้มแทน รอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้า นางก้มลงตักข้าวต้มด้วยตนเองอย่างไม่ถือพระองค์ ทำให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มคลายความเกร็งลง “องค์หญิงเจ็ดเพคะ รีบไปทางกระโจมสกุลตงก่อนเถิด ได้ยินว่าแจกถ่านกับเทียนอยู่ หากช้ากว่านี้เกรงว่าจะหมดเสียก่อน” หญิงชราผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความหวังดี         หมิงลี่ถิงชะงั
Read More
บทที่ 6 อย่าได้ล้ำเส้น
บทที่ 6 อย่าได้ล้ำเส้น       หลังผ่านไปเพียงไม่กี่วัน หนังสือเชิญจากวังรองก็ถูกส่งไปยังจวนสกุลตง ตงหย่าถงจึงได้ก้าวเข้าสู่วังรองในฐานะ “ผู้ถูกพิจารณาดูตัว” อย่างเป็นทางการท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน       องค์ชายรองหมิงหลงอันเป็นผู้เรียกพบด้วยตนเอง ทั้งสอบถามเรื่องหน้าที่ราชการ ความเห็นต่อการคลังของแผ่นดิน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างสกุลตงกับขุนนางฝ่ายต่างๆ        ตงหย่าถงตอบได้สุขุม ไม่โอ้อวดเกินควร ท่าทางมั่นคงสมฐานะบุตรชายคนโตของเสนาบดีคลัง        หมิงลี่ถิงนั่งอยู่ด้านข้างตลอดเวลา นางแทบไม่ปิดบังความสนใจที่มีต่อเขาเลยแม้แต่น้อย 
Read More
บทที่ 7 เป็นเรื่องของกระหม่อม
บทที่ 7 เป็นเรื่องของกระหม่อม       เมิ่งฟางซินชะงักไปเล็กน้อย คิดไม่ออกว่าจะให้เรื่องนี้วกกลับมาเกี่ยวข้องกับเมิ่งฟางมิ่งได้อย่างไร       ทว่าเสิ่นเฟยโจวกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเย็นชาเสียก่อน “เช่นนั้นกระหม่อมเองก็มีสตรีประเภทหนึ่งที่ไม่ชอบเช่นกัน” เขามองตรงมายังหมิงลี่ถิง “สตรีที่แอบมีความสัมพันธ์กับบุรุษมาก่อน แต่กลับทำตนราวกับบริสุทธิ์สะอาด ล้างน้ำชุบตัวหาสามีที่ดีกว่า คุณชายตงว่าอย่างไรขอรับ หากต้องมีฮูหยินที่เป็นเช่นนี้จะรับได้หรือไม่” เฟยโจวหันไปมองหย่าถงรอฟังคำตอบ เขาจงใจไม่หันมองหมิงลี่ถิงที่สีหน้าโกรธจัด ทั้งยังสบฟันแน่นจนน่ากลัวว่าจะแตกออก &ldq
Read More
บทที่ 8 ปั่นหัว
บทที่ 8 ปั่นหัว เสิ่นเฟยโจวจับข้อมือนางไว้ ครานี้จุมพิตกลับรุนแรงกว่าเดิม ราวกับจงใจลงโทษ“อื้อ!”“หากองค์หญิงยังตบหน้ากระหม่อมอีก” เขากระซิบชิดริมฝีปากนาง “กระหม่อมก็จะมอบรสจูบที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เช่นนั้นก็มาดูกันว่าผู้ใดจะหมดเรี่ยวแรงก่อน” ดวงตาของหมิงลี่ถิงแดงก่ำ น้ำตาเอ่อคลอ แต่คราวนี้นางกลับไม่ยอมตบเขาอีก พอดีกับที่รถม้าหยุดลงหน้าวังรอง องค์หญิงเจ็ดรีบผลักประตูลงจากรถม้า ก่อนจะวิ่งกลับตำหนักทันที นางทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ คำว่า “เป็นเรื่องของกระหม่อม” ของเสิ่นเฟยโจว ไม่ต่างอันใดกับการยอมรับตรงๆ ว่าเขาชอบเมิ่งฟางซินจากใจจริง แล้วตัวนางเล่า…ก็เป็นเพียงสตรีไร้ค่าที่ครั้งหนึ่งเคยเมามายทอดกายให้เขาเท่านั้น ทว่าเสิ่นเฟยโจวยังไม่ทันได้ตามไป องค์ชายรองหมิงหลงอันก็เรียกเขาไว้เสียก่อนองครักษ์หนุ่มจึงจำต้องตามอีกฝ่ายเข้าไปในห้องหนังสือ“วันนี้ไปกับคุณหนูเมิ่ง ได้ความอันใดมาบ้าง”“ยังมิได้อันใดชัดเจนพ่ะย่ะค่ะ แต่ก็มิใช่ว่าสูญเปล่า” เสิ่นเฟยโจวตอบเสียงเรียบ “คุณชายตงกับผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าผู้หนึ่งไปพบบิดาของคุณหนูเมิ่ง กระหม่อมจะลองตรวจสอบความเชื่อมโยงดูก่
Read More
บทที่ 9 กดข่ม
บทที่ 9 กดข่ม        ก่อนไปงานเลี้ยงน้ำชา เสิ่นเฟยโจวแวะไปพบสายข่าวที่นัดหมายกันไว้ เขาจงใจเลือกวันที่มีงานในวัง เพราะทุกฝ่ายต่างวุ่นวายกับเรื่องของตนเอง ไม่ว่าเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง หรือองครักษ์ล้วนจับตาอยู่ที่งานเลี้ยงน้ำชาของฮองเฮา ยามนี้จึงเหมาะแก่การเคลื่อนไหวที่สุด มิใช่อย่างที่องค์หญิงเจ็ดเข้าใจว่าองครักษ์เสิ่นขอสลับเวรเพียงเพื่อไปงานร่วมกับคุณหนูเมิ่ง        โรงน้ำชาเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในตรอกเงียบ ชายผู้เป็นสายข่าวรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นเสิ่นเฟยโจวเข้ามาก็รีบลุกขึ้นปิดประตูห้องส่วนตัวลง “สกุลเมิ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าเกลือเถื่อนแน่นอนแล้วขอรับ” เขากล่าวเสียงเบาแม้ว่าจะไม่มีผู้อื่น  “เส้นทางเงินชัดเจนมาก
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status