LOGINเสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในเวลาแปดโมงเช้าตรงเป๊ะ ทำให้รินรดาที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จต้องรีบคว้าขึ้นมาดู ข้อความสั้นๆ จากภวินท์ส่งมาบอกว่าเขายืนรออยู่หน้าประตูห้องพักแล้ว
“...”
รินรดายักคิ้วให้กระจก พลางจัดแต่งเสื้อช็อปตัวสั้นพอดีตัวและเรือนผมสีบรอนด์สว่างให้เข้าทรง เธอไม่คิดเลยว่าหนุ่มหน้านิ่งคนนั้นจะบ้าดีเดือดมารับเธอถึงหน้าห้องจริงๆ แต่เอาเข้าจริงๆ เธอก็ไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจอะไรขนาดนั้น
รินรดาเพียงแค่ปล่อยเลยตามเลย เพราะคิดว่าอย่างน้อยถ้า ภวินท์มาอยู่ใกล้ๆ ตัวเธอบ่อยๆ เพื่อนของเธอก็น่าจะชอบใจและได้ฟินตามไปด้วยก็เท่านั้น ในหัวใจของดาวคณะวิศวะฯ ตอนนี้…เธอยังไม่ได้ชอบเขาจริงๆ เสียหน่อย
ทว่า…จังหวะนรกก็เกิดขึ้นจนได้!
กึก!
รินรดาเปิดประตูห้องพักออกไปพร้อมๆ กับประตูห้องตรงข้ามที่เปิดออกพอดี กษิดิษในชุดเสื้อยืดกางเกงนอนย้วยๆ กับภัทรพลที่สะพายกระเป๋าเตรียมลงไปข้างล่าง เดินก้าวออกมาชนจังหวะกันพอดีเป๊ะ ทั้งสองคนชะงักกึก สายตาทั้งคู่ตวัดไปมองร่างสูงใหญ่ 185 เซนติเมตรของภวินท์ที่ยืนพิงผนังห้องรอรินรดาอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง
“...!!!”
“ว้ายยยยย!”
กษิดิษเบิกตากว้าง สองมือยกขึ้นตะปบปากตัวเองไว้แน่น ใบหน้าเนียนตกใจจนแทบวิญญาณออกจากร่าง
“เฮ้ย!”
ภัทรพลอ้าปากค้าง มองหน้าภวินท์สลับกับรินรดาด้วยสายตาเหลือเชื่อ ก่อนจะปรบมือเข้าหากันดังลั่น แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
“โฮ้โห! ไอ้เสือซุ่ม!”ภัทรพลยักคิ้วกวนประสาท พลางเดินเข้าไปตบไหล่ภวินท์เบาๆ
“มึงมารับโอปอถึงหน้าห้องเลยเหรอวะพีช? สุดยอดว่ะมึง กูยอมใจในความไวแสงเลย!”
“กษิดิษ…มึงดูเพื่อนมึงสิ”
กษิดิษทำท่าจะดิ้นตายอยู่ตรงนั้น สองตาจ้องมองภวินท์ด้วยความคลั่งไคล้
“พีช! มึงหล่อมากมึง! ตื่นเช้ามาเจอหน้าคุณภวินท์สุดหล่อของกูในชุดช็อปพร้อมกลิ่นน้ำหอมเบาๆ กูพร้อมตายแล้วมึง!”
“พวกมึงสองคนเลิกแซวได้แล้ว!”
รินรดาหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที เธอรีบก้าวเท้าออกจากห้องแล้วล็อกประตู
“พีช…มึงมารับกูจริงเหรอเนี่ย?”
ภวินท์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่หลุบสายตามองใบหน้าหวานของรินรดาด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแฝงความนุ่มนวลอย่างประหลาด ก่อนจะยื่นมือไปคว้ากระเป๋าเป้ของเธอมาถือไว้ให้เองหน้าตาเฉย
หมับ!
“อ้าว…กระเป๋ากู” รินรดายิ้มเก้อไปเล็กน้อย
“กูถือให้”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบเอ่ยขึ้น
“ไปกินข้าวเช้ากัน”
“เห็นไหมมึง!” ภัทรพลได้ทีรีบยุยงดันหลังเพื่อนสาวทันที
“ไปเลยโอปอ! มีหนุ่มหล่อมารถรับส่งถึงหน้าห้องขนาดนี้ มึงอย่าเล่นตัว! ไปกินข้าวกับเขาเลยไป๊!”
“เออใช่!” กษิดิษรีบเสริมอย่างเห็นด้วยกับเพื่อน
“ไปเลยมึง! ถือว่าทำเพื่อกูและเพื่อเนื้อวากิวสามมื้อ!”
รินรดาทำหน้าบึ้งใส่เพื่อนทั้งสองคน แต่เมื่อเห็นสายตาคมกริบของภวินท์ที่ยังคงจ้องมองมาอย่างอดทนและรอคอย เธอจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยอมก้าวเดินตามร่างสูงลงไปข้างล่างแต่โดยดี...
ความจริงแล้ว…ภวินท์คลั่งรักรินรดาหนักมากชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด!
ตลอดทั้งสัปดาห์หลังจากนั้น หนุ่มหน้านิ่งแห่งภาควิชาเครื่องกลก็ขยันมารับมาส่งรินรดาทุกวัน ชวนไปกินข้าวเย็น ชวนไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุด หรือแม้กระทั่งเดินตามไปเฝ้าเธอทำกิจกรรมคณะ รินรดาขัดไม่ได้เลยสักครั้ง เพราะนอกจากภวินท์จะนิ่งสู้และรุกแบบตลกร้ายหน้าตายแล้ว สองเพื่อนรักอย่างภัทรพลกับกษิดิษยังคอยเป็นแรงยุ เชียร์ให้เธอตอบรับชวนเขาไปไหนมาไหนตลอดจนเธอนิ่งเฉยไม่ได้
วันเสาร์ยามบ่าย…
ภวินท์ขับรถหรูมาส่งรินรดาที่บ้านพักทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่แถบชานเมือง
“ขอบใจนะพีชที่มาส่ง”
รินรดายิ้มหวาน พลางปลดสายเข็มขัดนิรภัย
“มึงจะกลับเลยไหม?”
ยังไม่ทันที่ภวินท์จะตอบ ประตูกระจกหน้าบ้านก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มวัยกลางคนรูปร่างลักษณะเป็นคนอารมณ์ดีในชุดลำลองเดินก้าวออกมาพร้อมกับทัพพีในมือ นั่นคือ ‘นพ.ภัทรดนัย’ หรือ ‘หมอภัทร’ พ่อของรินรดานั่นเอง
“เอ้า! พาใครมาบ้านน่ะลูก?”
หมอภัทรยิ้มร่าพลางกวักมือเรียก
“เข้ามาข้างในก่อนสิ! พ่อกำลังจะลงมือทำต้มยำกุ้งพอดีเลย!”
รินรดาทำหน้าเก้อเขินเล็กน้อย
“ป๊า…นี่เพื่อนโอปอค่ะ ชื่อพีชค่ะ”
ภวินท์รีบเปิดประตูรถก้าวลงมาทันที ชายหนุ่มยกมือไหว้พ่อแฟนสาวด้วยท่าทางนอบน้อมสละสลวย
“สวัสดีครับคุณพ่อ ผมภวินท์ครับ”
“ เออ...สวัสดีๆ! โห…เพื่อนโอปอเหรอเนี่ย? หล่อเหลาเอาการเลยนะเรา!”
ผู้เป็นพ่อตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ อย่างเป็นกันเอง
“มาๆ เข้ามาในบ้านก่อน มาช่วยพ่อตั้งวงทำกับข้าวหน่อยเร็ว!”
ภวินท์ไม่ได้ปฏิเสธเลยสักคำ เขายกยิ้มมุมปากเบาๆ แล้วเดินตามหมอภัทรเข้าครัวไปอย่างว่าง่าย ทิ้งให้รินรดายืนอ้าปากค้างอยู่หน้าบ้านด้วยความคาดไม่ถึง
ภายในครัว…
บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น ผู้เป็นพ่อเป็นคนตลกและชอบทำอาหาร จึงชวนภวินท์คุยยิงมุกใส่ตลอดเวลา ซึ่งภวินท์ก็รับมุกด้วยการพยักหน้าและตอบคำถามอย่างสุภาพเรียบร้อย ทั้งยังช่วยหั่นผัก หยิบจับอุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่วจนหมอภัทรถูกใจหนักมาก
“โอ้โห! พีชเนี่ยหั่นหอมแดงได้เป๊ะมากเลยนะเนี่ย! ใช้ได้ๆ พ่อให้อยู่ฝั่งเชฟเลย!” หมอภัทรหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
ทว่าบรรยากาศผ่อนคลายก็ต้องชะงักลงเล็กน้อย เมื่อร่างระหงในชุดเดรสสุภาพของ ‘นภาวรรณ’ พยาบาลวิชาชีพสุดเจ้าระเบียบผู้เป็นแม่ของรินรดา เดินก้าวเข้ามาในครัว สายตาคมกริบของพยาบาลใหญ่มองสแกนภวินท์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความจับผิดตามสัญชาตญาณคนเป็นแม่
“ลูก…นี่ใครจ๊ะ?” นภาวรรณถามเสียงเรียบ พลางเดินเข้ามาหยุดยืนข้างลูกสาว
“เพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันค่ะม๊า ชื่อพีช” รินรดาตอบเบาๆ
^<>^
ภวินท์รีบวางทับพีในมือ แล้วหันมาไหว้นภาวรรณด้วยความเคารพ
“สวัสดีครับคุณแม่”
ผู้เป็นแม่มองท่าทางการไหว้ที่เป๊ะทุกองศา ใบหน้าคมคาย และความสุภาพนอบน้อมของชายหนุ่มตรงหน้า สายตาจับผิดเริ่มอ่อนแสงลงทีละน้อย เธอเดินเข้าไปตรวจดูความสะอาดของเคาน์เตอร์ครัวที่ภวินท์เพิ่งทำความสะอาดไปเมื่อครู่ พบว่ามันสะอาดเนี้ยบไร้คราบมันแม้แต่นิดเดียว
“อยู่ภาควิศวะฯ เครื่องกลเหรอเรา?”
นภาวรรณถาม เสียงนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด
“ครับคุณแม่” ภวินท์ตอบเสียงทุ้ม
“ปกติผมชอบทำความสะอาดและดูแลเรื่องระเบียบอยู่แล้วครับ”
“อืม…ดีมาก สุภาพ เรียบร้อย รู้งาน”
นภาวรรณพยักหน้าอย่างพอใจ พลางหันไปมองลูกสาว
“โอปอ…ลูกดูเพื่อนไว้บ้างนะ อย่านอนตื่นสายให้มากนัก”
“ม๊า!” รินรดาร้องเสียงดัง
“เห็นไหมล่ะ! ม๊าเขาแพ้ความเป๊ะของพีชเข้าให้แล้ว! มาๆ ต้มยำเสร็จแล้ว ไปกินข้าวกันดีกว่า!”
โต๊ะอาหารมื้อนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น หมอภัทรยิงมุกตลกไม่หยุด ส่วนนภาวรรณคอยคีบกับข้าวให้ภวินท์ด้วยความเอ็นดู โดยที่ไม่มีใครในบ้านหลังนี้รู้เลยว่า หนุ่มสุภาพเรียบร้อยที่กำลังนั่งกินต้มยำกุ้งอย่างอ่อนน้อมคนนี้…แท้จริงแล้วคือทายาทตระกูลเดชะอัครโภคิน มหาเศรษฐีแสนล้านระดับประเทศ!
หลังมื้ออาหาร…รินรดาเดินออกมาส่งภวินท์ที่หน้าบ้านยามเย็น แสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบใบหน้าคมคายของเขาจนดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด
“ป๊ากับม๊ากูเห่อมึงใหญ่เลยนะพีช”
รินรดายิ้มขำ พลางพิงเสาบ้านมองเขา
“กูไม่คิดเลยว่ามึงจะเข้ากับป๊าม๊ากูได้ดีขนาดนี้”
ภวินท์หยุดเดิน เขาหันมาเผชิญหน้ากับรินรดา ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงก้าวเดียว นัยน์ตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายประกายความลึกซึ้งและเร่าร้อนจนคนมองหัวใจกระตุกวูบ
“กูตั้งใจ” ภวินท์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ
“หืม? ตั้งใจอะไรของมึง?”
“กูตั้งใจทำให้พ่อกับแม่มึงชอบกู…”
ภวินท์ขยับก้าวเข้ามาใกล้ จนกลิ่นน้ำหอมละมุนประปรายลอยมาเตะจมูกเธอ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูเล็ก แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มเสน่หาที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาฉีดพล่าน
“เพราะกูอยากเป็นแฟนมึง…โอปอ”
ตึก!
รินรดาตะลึงไปชั่วขณะ! ดวงตากลมโตสุกใสมองสบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างไม่ถอยหนี หัวใจที่เคยคิดว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา กลับเต้นระรัวเร็วอย่างควบคุมไม่อยู่!
“มึง…พูดจริงเหรอพีช?”
รินรดาถามเสียงเบา ใบหน้าเห่อร้อนผ่าวไปถึงใบหู
“กูไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องของมึง”
ภวินท์ยกมือหนาขึ้นไปแตะแก้มเนียนเบาๆ ปลายนิ้วละเลียดสัมผัสความนุ่มลื่นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะยิ้มมุมปากให้อย่างมีชั้นเชิง
“เตรียมตัวไว้เถอะ…คราวนี้กูเอาจริง!”
ม่านซาตินสีเข้มภายในห้องนอนใหญ่ของคอนโดมิเนียมหรูถูกปิดสนิท บรรยากาศรอบกายตลบอบอวลไปด้วยอุ่นไอแห่งเสน่หาและกลิ่นหอมละมุนของน้ำมันหอมระเหย แสงไฟโทนสีส้มทองสลัวลงบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มอันกระจัดกระจายไปด้วยร่องรอยการเคี่ยวกรำบทรักอันหนักหน่วงตลอดทั้งค่ำคืนร่างเพรียวระหงของ ‘รินรดา’ นอนหอบหายใจโรยแรงอยู่บนเตียง ร่องรอยรักสีเข้มประตราอยู่ทั่วซอกคอและแผ่นอกอิ่มชูชัน หญิงสาวพยายามยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ทว่าเอวคอดกิ่วกลับถูกฝ่ามือหนาร้อนผ่าวของ ‘ภวินท์’ รวบกระชับและดึงรั้งกลับลงมาทาบทับใต้เรือนร่างแกร่งสมส่วนอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ!“พะ...พีช พอแล้ว...”รินรดาเอ่ยเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสุกใสฉ่ำปรือจ้องมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ทอดทับอยู่เบื้องบน“มึงโหมบทรักหนักหน่วงขนาดนี้มากี่รอบแล้วฮึ?! กูเหนื่อยจนเอวจะหักอยู่แล้วนะ!”ภวินท์ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยไฟเสน่หาที่ไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงกดจูบซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างหนักหน่วง ก่อนจะซุกไซ้ปลายลิ้นร้อนละเลียดเลียไล้ลงบนยอดอกสีหวานอย่างหยอกเย้า“ยังพอไม่ได้หรอกโอปอ...”ภวินท์กระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าข้างหู
แสงแดดยามสายทอดผ่านบานกระจกนิรภัยทรงสูงของห้องประชุมใหญ่สไตล์โมเดิร์นบนชั้นสูงสุดของอาคารสำนักงานใหญ่เดชะอัครโภคินกลุ่ม บรรยากาศภายในห้องประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเต็มไปด้วยมวลอากาศอันเงียบสงบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึก บอร์ดบริหารระดับสูง คณะกรรมการตระกูล และนักลงทุนรายใหญ่ต่างนั่งประจำที่อย่างพร้อมเพรียงสามเดือนเต็มแห่งการทุ่มเทเคี่ยวกรำงานอย่างหนักหน่วง โดยมีมิตรภาพของเพื่อนรักและการสนับสนุนอันแสนหวานยามค่ำคืนเป็นพลังขับเคลื่อน บัดนี้...เวลาแห่งการตัดสินคำท้าแลกอิสรภาพมาถึงแล้ว!ณ หัวโต๊ะประชุม เกริกเกียรติ ในชุดสูทสากลสีเข้มทรงหรูนั่งเอนหลังพิงเบาะพนักสูง นัยน์ตาคมกริบเยียบเย็นดุจพญาอินทรีจับจ้องไปยังเบื้องหน้า รังสีความทรงอำนาจของผู้นำตระกูลเดชะอัครโภคินยังคงแผ่อบอวลไปทั่วห้อง โดยมี คุณหญิงผกามาศ นั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเนียนกริบ ทว่าแววตากลับแฝงความตึงเครียดและกังวลอย่างปิดไม่มิดตรงหน้าเวทีนำเสนอ ภวินท์ ยืนสง่างามในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บประณีต ใบหน้าคมคายฉายแววทระนง มั่นใจ และสุขุมเยือกเย็น ชายหนุ่มถือรีโมตคอนโทรลไร้สายไว้ในมือ ข้างกายของเขาคือ ริน
ความกดดันตลอดช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีกระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วของสำนักงานใหญ่บริษัทเดชะอัครโภคิน ตัวเลขผลกำไรเป้าหมายที่ถูกตั้งไว้สูงถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเพื่อแลกกับอิสรภาพของสองพี่น้อง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคว้ามาได้ในเวลาอันสั้น แต่ทว่า...พลังแห่งมิตรภาพและเป้าหมายแห่งรักแท้กลับกลายเป็นขับเคลื่อนที่มหาศาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนภายในห้องทำงานประธานบริหาร ภวินท์ นั่งจมอยู่กับกองเอกสารงบประมาณ แผนการตลาด และรายงานการลงทุนข้ามประเทศนับร้อยฉบับ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ตึงเครียด ชายหนุ่มทุ่มเททำงานหนักวันละไม่ต่ำกว่าสิบหกชั่วโมง ข่มความเหน็ดล้าเพื่อพิสูจน์ฝีมือให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นขณะที่ด้านนอกห้องทำงาน ฝ่ายขายภายใต้การนำของ รินรดา และ กษิดิษ ก็เปิดศึกรุกตลาดอย่างหนักหน่วง รินรดาใช้ความเชี่ยวชาญปิดเจรจาดีลใหญ่กับลูกค้ารายสำคัญรายแล้วรายเล่า ส่วนกษิดิษก็ใช้คอนเนกชั่นและวาทศิลป์อันปราบเซียน ดึงยอดขายและผลตอบแทนกลับเข้าสู่บริษัทได้อย่างทลายสถิติ ทางด้านฝ่ายวิศวกรรมและคุมการก่อสร้างโครงการ ภัทรพล ก็ลุยงานสนามอย่างแข็งขัน ควบคุมงบประมาณไม่ให้รั่วไหลและเร่งรัดงานส่ง
เสียงดนตรีจังหวะดังในจังหวะสดใสคลอเคลียไปทั่วผับหรูระดับเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางเมืองชลบุรี แสงไฟสลัวโทนสีนวลสะท้อนกับแก้วค็อกเทลและขวดเครื่องดื่มชั้นดีบนโต๊ะโซฟา VIP ทรงกว้าง บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความครึกครื้นของนักท่องราตรีทว่า...บนโต๊ะของสามเพื่อนรักอย่าง รินรดา ภัทรพล และ กษิดิษ กลับตลบอบอวลไปด้วยมวลความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลังจากผ่านมรสุมความเข้าใจผิด ความกดดัน และเกมประสาทสารพัด บัดนี้หัวใจของรินรดาพองโตและเบาหวิวราวกับลอยอยู่ในอากาศ หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีหวานนั่งยิ้มละมุน นัยน์ตาสุกใสประกายวาวด้วยความปิติยามนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เธอได้ปรับความเข้าใจและเปิดอกบอกรักกับ ภวินท์ ในคืนนั้น“แหม...ดูทำเข้าสิแม่คุณ!”เสียงของกษิดิษดังขึ้น ขัดจังหวะความฟินในภวังค์หวานของรินรดา เกย์หนุ่มสุดมั่นในชุดเสื้อเชิ้ตลายเก๋ไก๋จีบปากจีบคอกระเซ้าเพื่อนสาว“นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนแก้มจะแตกอยู่แล้วยัยโอปอ! หวานจนจะตัดขาอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเคลียร์กับไอ้ท่านประธานพีชเรียบร้อย แล้วก็จัดหนักจัดเต็มจนหวานชื่นจนมดขึ้นผับแล้วใช่มั้ยเนี่ย?!”รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แก้ม
ภายในร้านกาแฟบรรยากาศอบอุ่นยามบ่าย รินรดานั่งกุมแก้วชาคาโมไมล์ไว้ในมือ นัยน์ตาสุกใสจ้องมองภัทรพล ที่นัดเธอมาพบด่วนด้วยสีหน้าตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด“มีอะไรหรือเปล่าไทเกอร์? นัดกูออกมาด่วนขนาดนี้”“อืม”ภัทรพลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดปากเล่าความจริงทั้งหมดที่เขาได้ฟังมาจากปากของภารินทร์ ถึงเรื่องที่ภวินท์ไม่เคยมีใครเลยตลอดหกปีที่ไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องที่ภวินท์แอบรักรินรดามาตลอดตั้งแต่วัยเรียน และสาเหตุที่ภวินท์ต้องสร้างเรื่องโกหกใช้อำนาจเรื่องงานขู่บังคับให้เธอแกล้งทำเป็นเมียท้อง...ทั้งหมดก็เพราะเขารักเธอมากเกินไป และไม่รู้ว่าจะหาทางเข้าใกล้หรือรั้งรินรดาไว้ให้อยู่ในชีวิตของตัวเองได้อย่างไร!ตึก!คำบอกเล่าจากปากเพื่อนรัก เปรียบเสมือนน้ำฝนที่ชโลมลงบนหัวใจอันแห้งแล้งของรินรดาจนพองโตอย่างมหาศาล!ภาพเหตุการณ์ในอดีต สายตาห่วงใยที่ภวินท์ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มเย้ยหยัน และสัมผัสอันแสนดุดันเร่าร้อนยามที่เขาโอบกอดเธอ แล่นวนซ้ำๆ อยู่ในความคิด ความจริงแล้ว...เรื่องร้ายๆ การประชดประชัน และเกมประสาทสารพัดที่เขาจงใจทำใส่เธอ ก็เพราะผู้ชายถือดีคนนั้นรักเธอมากจนหมดหัวใจงั้นเหรอ?ริมฝีปากบางสวยของรินรดายก
บรรยากาศภายในห้องทำงานใหญ่ส่วนตัวของ เกริกเกียรติ บนชั้นสามของคฤหาสน์เดชะอัครโภคิน อัดแน่นไปด้วยแรงกดดันอันมหาศาล โต๊ะทำงานไม้สักทองขนาดยักษ์ ชั้นหนังสือสะสมลายคลาสสิกสะท้อนถึงอำนาจและความยิงใหญ่ของผู้นำตระกูลเกริกเกียรติในชุดสูทสากลสีเทาเข้มทรงหรู นั่งเด่นหราอยู่บนเก้าอี้พนักสูงหลังโต๊ะทำงาน นัยน์ตาคมกริบเยียบเย็นดุจพญาอินทรีย์จับจ้องลูกชายและลูกสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ด้านข้างของเขาคือ คุณหญิงผกามาศ ที่นั่งเชิดหน้า สายตาฉายแววตึงเครียดและไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังจากที่เธอเป็นคนนำเรื่องราวความวุ่นวายทั้งหมด ทั้งเรื่องลูกชายโกหกเรื่องเมียท้องเพื่อเบี้ยวงานหมั้นลูกท่านทูต และเรื่องลูกสาวคนโตแอบหนีออกจากบ้านไปอยู่กับผู้ชาย มาฟ้องผู้เป็นสามีเพื่อจัดการขั้นเด็ดขาด“...”ภวินท์ ยืนตัวตรง ท่าทางทระนงและเยือกเย็นในชุดเชิ้ตทำงานสีเข้ม โดยมี ภารินทร์ พี่สาวของเขายืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าสวยหวานไร้เครื่องสำอางซีดลงเล็กน้อย ทว่าแววตานั้นกลับสู้สายตาผู้เป็นพ่ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ฉันฟังเรื่องงามหน้าทั้งหมดมาจากแม่ของแกแล้วนะตาพีช ยัยรินทร์...” เกริกเกียรติเปิดฉากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ“พวกแกสอ






![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
