LOGIN03 ความรักบังตา
@สองปีต่อมา รถซุปเปอร์คาร์สุดหรูเคลื่อนเข้ามาจอดบริเวณหน้าตึกสูงของคณะบริหารธุรกิจซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของประเทศไทย 'เมริษา วรโชติเมธี' หรือมีชื่อเล่นว่า ‘เมษา’ หญิงสาวรูปร่างอรชร หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ก้าวเท้าลงมาจากรถหรูหยุดยืนอยู่ที่หน้าคณะ แต่เธอก็ไม่ลืมหันไปขอบคุณคนที่ขับรถมาส่งพร้อมกับส่งยิ้มหวานละมุนให้เขา “ขับรถกลับดีๆนะคะ” “ครับ ตั้งใจสอบนะครับคนเก่งของพี่ “ค่ะ สอบเสร็จแล้วเดี๋ยวเมษาโทรหานะคะ” “ได้เลยครับ พี่ไปละ พอดีมีงานด่วนต้องรีบไปทำ” รถหรูขับผ่านหน้าหญิงสาวไปโดยที่เธอยังส่งยิ้มให้คนขับจนลับสายตา และในระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนผ่านหน้าคณะอย่างช้าๆ นักศึกษาสาวสองคนซึ่งมีนามว่าพิมผกาและวาสิตาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเมริษา ได้โบกมือทักทายแฟนหนุ่มของเพื่อน แต่ทว่าคนในรถกลับทำหน้าเรียบเฉย เหมือนไม่ได้สนใจ หนำซ้ำยังเลื่อนกระจกขึ้นจนสองสาวต่างหน้าเหว่อไปพร้อมๆกัน ทั้งสองคนรีบวิ่งมาฟ้องเพื่อนสนิท “แฟนเธอหยิ่งเกินไปแล้วนะเมษา พวกฉันสองคนโบกมือทักทายแต่เขากลับเชิดใส่ แถมยังปิดกระจกใส่หน้าเราอีก” พิมผกาฟ้องเพื่อนสนิทให้รับรู้ถึงพฤติกรรมอันแสนเย้อหยิ่งของแฟนหนุ่ม ทางด้านเมริษาที่โดนเพื่อนสนิททักเรื่องนี้เป็นประจำก็แก้ตัวให้แฟนหนุ่มอีกเช่นเคย เพราะเธอรู้ว่าเขาเป็นคนเข้าหาคนอื่นไม่เป็น แต่เธอก็อยากให้เพื่อนสนิทเข้าใจว่าเขาไม่ใช่คนไทยที่ชอบเข้าสังคม “ใช่! พวกฉันเสียหน้ามาหลายครั้งแล้วนะ รู้ทั้งรู้ว่าเราสองคนเป็นเพื่อนสนิทเธอ ยิ้มให้กันสักหน่อยก็คงดี” วาสิตาเอ่ยต่อ “เอ่อ…พี่อีริคเขาเป็นคนยิ้มยาก แต่เขาไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรนะ อย่าคิดมากเลย” “ฉันก็ไม่ได้ว่าเขาเป็นคนมีพิษมีภัยอะไรหรอก ฉันแค่แปลกใจ เธอคบกับเขามานานขนาดนี้ แต่เขาไม่เคยมาทำความรู้จักกับพวกฉันเลย แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าเขาจริงจังกับเธอจริงๆ” “แน่ใจสิ” เมริษายิ้มให้เพื่อนสนิทเพราะเธอไม่อยากให้เพื่อนๆเป็นห่วง ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแฟนหนุ่มกำลังไปได้ดี ด้านแฟนหนุ่มของเธอเองก็ไม่ได้ทำอะไรให้เธอรู้สึกหวาดระแวงเลยแม้แต่น้อยเพราะเขาเป็นคนชอบทำงาน และไม่เคยออกไปเถลไถลที่ไหน “พวกเธอไม่ต้องเป็นห้วงนะ พี่อีริคเป็นคนดี” “เธอเองก็อย่าไว้ใจผู้ชายมากเกินไปนะเมษา เวลามีปัญหาฉันก็เห็นเธอปกป้องพี่อีริคของเธออยู่เรื่อยเลย” วาสิตาซึ่งป็นคนพูดตรงๆแต่จริงใจ บอกเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง “ฉันไม่ได้พูดเพื่ออยากให้เธอเลิกกับเขานะ แต่ฉันอยากให้เธอลองคิดดูดีๆว่าพี่อีริครักเธอจริงๆใช่ไหม” “พี่อีริครักฉันจริงๆ เขายังบอกอยู่เลยว่าเมื่อไหร่ที่ฉันเรียนจบเขาจะไปคุยกับที่บ้าน” “นั่นแหละปัญหาใหญ่ เธอคิดว่าพ่อของเธอจะอนุญาตให้มีแฟนหรอ” “นั่นสิ” เมริษามุ้ยหน้าเล็กน้อยด้วยสีหน้าครุ่นคิด เธอคบกับแฟนหนุ่มมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่ที่บ้านยังไม่มีใครรู้เลยว่าเธอมีแฟน เธอตั้งใจเอาไว้ว่าเรียนจบเมื่อไหร่ จะพาแฟนหนุ่มไปเปิดตัวกับที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นคิดว่าบิดาของเธอก็คงไม่ว่าอะไร เพราะท่านเคยบอกเอาไว้ว่าจะอนุญาตให้เธอมีแฟนก็ต่อเมื่อเรียนจบเท่านั้น “แต่ท่านคงไม่ได้ว่าอะไรหรอก เพราะพี่อีริคบอกว่าจะเป็นคนคุยให้เอง” “เธอก็อย่าเชื่อใจผู้ชายมากเกินไปสิเมษา ฉันรู้ว่าพี่อีริคคือรักแรกของเธอ แต่เผื่อใจไว้หน่อยก็ดีเหมือนกัน บางทีเขาอาจจะไม่ใช่คนดีอย่างที่เราคิดก็ได้” วาสิตาที่มีประสอบการณ์เรื่องผู้ชายมาโชกโชน เตือนเมริษาด้วยความเป็นห่วง เพราะหล่อนมั่นใจว่าอีริคไม่ใช่คนดี หล่อนเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง “พวกเธอเลิกมองพี่อีริคในทางไม่ดีได้แล้ว ฉันมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น” “ฉันแค่เป็นห่วงน่า” วาสิตายื่นมือไปยีผมเมริษาเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่เอะอะพวกหล่อนก็ใส่ร้ายแต่แฟนหนุ่มของเธอ “ถ้าเขาดีกับเธอ พวกฉันก็ดีใจด้วย แต่ว่าเธอ…เอ่อ…กับพี่อีริค ไปถึงขั้นไหนกันแล้ว” ขั้นไหนที่วาสิตาหมายถึงก็คือเรื่องบนเตียงเพราะเมริษาไม่เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาก่อน “เอ่อ…ฉัน….” เมริษาก้มหน้างุด ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันด้วยความรู้สึกเหนียมอาย และอาการของเธอก็บ่งบอกได้ดีว่าเรื่องความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนแล้ว “นี่เธอเสียตัวให้พี่อีริคแล้วหรอเมษา!” พิมผกาพูดขึ้นด้วยความตกใจ “คือว่าฉันก็คบกับพี่อีริคนานแล้ว เรื่องแบบนี้ฉันว่ามันคือเรื่องปกตินะ” เมริษาตอบด้วยน้ำเสียงเบาหวิวเพราะไม่กล้าโกหกเพื่อนสนิท “เธอเพิ่งคบกับเขาได้หกเดือนเองนะ” “ใช่ แต่ความจริงฉันรู้จักพี่อีริคมาเกือบหนึ่งปีแล้วต่างหาก พี่อีริคคอยดูแลฉัน คอยอยู่ข้างๆฉันในวันที่ฉันบอกเรื่องนั้นกับใครไม่ได้ พวกเธอก็รู้ไม่ใช่หรอว่าที่บ้านไม่มีใครต้องการฉันสักคน” “มันก็ใช่ แต่ฉันแค่ไม่อยากให้เธอผิดหวังกับความรัก มันแย่มากๆเลยนะรู้ไหม” วาสิตาที่อกหักมานับครั้งไม่ถ้วน บอกด้วยความเป็นห่วง ยิ่งที่บ้านไม่มีใครต้องการเมริษาสักคนและถ้าวันนึ่งอกหักจากอีริคขึ้นมา ก็คงไม่ต่างจากโลกทั้งใบแตกสลายไปแล้ว หล่อนผ่านผู้ชายมาเยอะ ดูออกว่าอีริคเป็นคนยังไง แต่เมริษาก็ยังไม่ฟังคำเตือนของเพื่อนๆเพราะมั่นใจในตัวของอีกฝ่าย แค่อีริคเข้ามาทำดีด้วย เมริษาก็เททั้งใจให้แล้ว “ฉันกับยัยพิมพ์แค่ไม่อยากให้เธอเจ็บ เธอไม่เคยผ่านผู้ชายมาก่อน ฉันกลัวว่าเขาจะเข้ามาทำเรื่องอย่างว่ามากกว่า” “ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า” เมริษาเผยรอยยิ้มไม่ทุกข์ร้อน เพราะตอนนี้ความรักที่เธอมีให้อีริคมากกว่าสิ่งใด…มากจนไม่เชื่อคำเตือนของใครๆ “ฉันกับพี่อีริค...เราสองคนรักกันและฉันก็เชื่อว่าพี่อีริคจะไม่มีวันทำให้ฉันเสียใจแน่นอน” เธอเอ่ยด้วยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความเชื่อสนิทใจว่าแฟนหนุ่มรักและพร้อมสร้างอนาคตไปด้วยกัน ความรักที่เธอไม่ให้อีริคหยั่งลึกลงไปสุดก้นบึ้งของหัวใจ รัก...จนยอมมอบสิ่งล้ำค่าให้เขา ——————————63 ตอนพิเศษ 03 ความสุข@ประเทศไทยสองสามีภรรยาย้ำเท้าอยู่บนชายหาดโดยมีเด็กชายตัวน้อยอยู่ในอ้อมอกของคนเป็นแม่ เนื่องจากความอยากพาภรรยามาเที่ยวพักผ่อนเพราะตั้งแต่คลอดลูกเขาก็ไม่ค่อยได้พาภรรยาไปเปิดหูเปิดตาเลย กลัวว่าเธอจะเบื่อจึงเลือกบินกลับมาเที่ยวที่ประเทศไทย เพราะทะเลเมืองไทยนั้นสวยไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย“ตอนที่อาร์เธอร์ยังไม่เกิด พี่มาเที่ยวภูเก็ตกับพ่อบ่อยมาก ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างไม่ต่างจากเดิมเลย พี่เข้าใจแล้วว่าทำไมใครหลายคนถึงบอกว่าทะเลไทยสวยเหมือนอยู่บนสวรรค์ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอาร์เธอร์ถึงอยากมาเมืองไทย” ชายหนุ่มพูดขณะที่ย้ำเท้ารอบๆชายหาด ข้างกายมีภรรยาสาวสุดสวยกำลังอุ้มลูกน้อยที่มีอายุเพียงสามเดือน“ทำไมพี่ไม่เคยบอกเมย์เลยว่าชอบภูเก็ต”“จริงๆพี่ก็ไม่ได้ชอบภูเก็ตหรอก แม่พี่ต่างหากชอบมา”“พี่ก็เลยเลือกพาเมย์กับลูกมาภูเก็ตสินะ” เมริษาระบายยิ้มอย่างมีควาสุขพร้อมกับก้มมองเท้าที่เดินย้ำทราย เมื่อไหร่ที่ลูกโตสัญญาว่าจะพาเขามาเที่ยวภูเก็ตอีก“เพราะพี่คิดว่าทะเลที่เมืองไทยสวยไม่แพ้ที่ใดในโลก ตอนแรกกะว่าจะพาเมย์กับลูกไปเที่ยวโอซาก้าก็กลัวว่ามันจะหนาวเกินไป” อีริครู้ด
62 ตอนพิเศษ 02 หลงเมีย@หลังแต่งงาน“รูดซิปให้เมย์หน่อยค่ะ เมย์เอื้อมไม่ถึง” ร่างอวบอัดกำลังตั้งท้องได้ห้าเดือนกว่าๆพยายามใช้ความสามารถรูดซิปชุดแต่งงาน แต่ทำยังไงมือของเธอก็เอื้อมไม่ถึงซักที ขณะเดียวกันเจ้าบ่าวหมาดๆของเธอเดินสะเปะสะปะไปมาทั่วห้องคล้ายคนกำลังเมา ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยพิษของแอลกอฮอล์อีริคถูกกลุ่มเพื่อนๆของเขามอมเหล้าจนเมาในวันเข้าเรือนหอ ถือเป็นการส่งตัวเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว“หยุดเดินก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวก็ไปชนกับขอบตู้เข้าหรอก” เมริษาถอดเครื่องเพชรออกและรอให้สามีหมาดๆของเธอมารูดซิปให้“พี่ไม่น่าเสียรู้พวกมันเลย ทั้งๆที่วันนี้เป็นคืนเข้าหอวันแรก พี่ไม่ควรเมา” ชายหนุ่มที่รู้สึกเสียหน้าเพราะโดนเพื่อนสนิทมอมเหล้า จิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด ไม่คิดว่าเหล้าที่อิคารัสให้ดื่มจะรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เขาทรงตัวไม่อยู่ เป็นครั้งแรกที่เขาเมาจนแทบยืนไม่ไหว และพยายามดื่มน้ำตามเยอะๆเพื่อให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ค่อยๆหมดลง “ขอโทษนะที่รัก พี่ไม่อยากให้เมย์เห็นพี่ในสภาพนี้เลย”“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าพี่เมามากงั้นก็นอนพักนะคะ เดี๋ยวเมย์ให้ป้าก้อยมารูดซิปให้”“ไม่ต้องครับ” มือใหญ่เอื้อมไปดึงร่างเล็กเข้า
61ตอนพิเศษ 01 มรดกเพื่อหลานชาย “ขอบคุณหนูเมษามากนะที่ยอมให้อภัยลูกชายของพ่อ อีริคไม่ใช่คนไม่ดี เพียงแต่ว่า…พ่อเองที่เป็นคนบงการเขา” น้ำเสียงของอีวานเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย กลัวว่าเมริษายังโกรธเคืองเรื่องที่เขาเคยพลั้งมือยิงเธอ ตอนนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเมริษาด้วยซ้ำ ถ้าอามีนาไม่ดึงน้องสาวเข้ามาบังวิถีกระสุน เมริษาก็คงไม่เจ็บตัวแบบนี้ แต่เมริษาผู้แสนดีนั้นกลับไม่ได้ติดใจเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของอีวาน หากวันนั้นเธอไม่ตามไปช่วยบิดากับพี่สาว เรื่องก็คงไม่เกิด อามีนาไม่ได้มองว่าเธอเป็นน้องสาวเลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ทำแบบนี้ ...บางทีการเดินออกมาจากชีวิตขอพวกเขาก็น่าจะเป็นสิ่งที่เธอควรทำตั้งนานแล้ว “หนูไม่ได้ติดใจอะไรหรอกค่ะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ” เธอว่าพรางส่งยิ้มให้อีกฝ่ายเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ทำให้อีวานรู้สึกจุกหน่วงหัวใจจนน้ำตาซึม เมริษาเป็นคนดีกว่าที่คิด อีริคเลือกคนไม่ผิดจริงๆ “ถึงอย่างนั้นพ่อก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอีริคถึงรักหนู เพราะหนูเป็นคนดีแบบนี้นี่เอง อาร์เธอร์
60 กันและกัน@สนามบินดอนเมืองเมริษาทอดสายตามองออกไปยังลานกว้างที่มีเครื่องบินจอดนิ่งอยู่บนรันเวย์ ดวงตากลมโตฉายแววเศร้า รู้สึกใจหายที่รอบนี้ต้องจากเมืองไทยไปนานความเจ็บปวดในครั้งนี้มันจะกลายเป็นบทเรียนในชีวิต “ฉันขอถามเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะเมษา เธอจะไปจากคุณอีริคจริงๆหรอ” วาสิตาพยายามยื้อเวลาเอาไว้เพื่อไม่ให้เมริษาเข้าเกท หล่อนนัดอีริคไว้เวลาบ่ายโมงแต่ก็ไม่เห็นวี่แววของชายหนุ่ม หรือว่าเขาทิ้งเมริษาไปแล้ว“อืม ฉันอยากลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น หลังจากนี้ชีวิตฉันจะมีแต่ความสุข” เมริษายิ้มเศร้าๆ ปากบอกว่าชีวิตจะมีแต่ความสุข แต่ว่าใจยังอาวรณ์หาใครบางคน ป่านนี้เขาคงกลับมาเก๊าไปแล้ว ผู้หญิงธรรมดาๆอย่างเธอไม่มีค่าอะไรให้เขาต้องมาตามง้อหรอก “เธอแน่ใจนะว่าจะมีความสุขจริงๆ” ในระหว่างนั้นวาสิตาพยายามชะเง้อคอมองหาอีริค นี่ก็ใกล้เวลาที่เมริษาต้องเข้าเกทแล้ว เมื่อไหร่จะมาสักที“มองหาใครอยู่หรอสิตา”“มองหาคุณอี…เอ้ย! ฉันแค่คิดว่าเจอคนรู้จัก” วาสิตารีบดึงสายตากลับมาที่เมริษา “ฉันว่าเราไปหาอะไรทานก่อนดีกว่าไหม เผื่อเธอหิว”“แต่เราเพิ่งทานมาไม่ใช่หรอ”“เอ้าหรอ! ฉันลืมไปเลย” วาสิตายิ้มเจื
59 ก่อนเธอจะจากไปอีกรอบ“นั่นพ่อคุณอีริคหรอ” วาสิตาเอ่ยถามหลังจากขับรถออกมาได้สักพัก“อืม เขาพาพ่อมาช่วยคุยกับฉัน”“งั้นก็แสดงว่าเขาคงจริงจังกับเธอมาก ถึงขั้นได้พาพ่อมาช่วยคุย”“ไม่รู้สิ บางครั้งเขาสองคนแค่อาจรู้สึกผิดกับฉันก็ได้” เมริษาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า อยากรีบๆไปจากตรงนี้ ไม่อยากเผชิญหน้ากับใครแล้ว เธอเหนื่อยเหลือเกิน“แล้วเธอจะเอาไงต่อ สรุปจะคืนดีหรือเปล่า”“คงไม่ ฉันตัดสินใจดีแล้วว่าจะไปจากที่นี่”“ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอนะเมษา แต่ว่าบางเรื่อง เธอลองลดทิฐิลงบ้างนะ ลึกๆแล้วเธออาจจะต้องการเขาก็ได้” วาสิตาดูออกว่าเมริษายังมีเยื่อใยให้อีริคอยู่ เพียงแต่ว่ายังโกรธในสิ่งที่อีริคเคยทำ หล่อนดูออกว่าทั้งสองคนยังรักและอาลัยอาวรณ์กัน ติดอยู่ที่เมริษาไม่ยอมรับความจริงว่ายังไม่ตัดใจจากอีริค เพราะวันแรกที่เพื่อนของหล่อนมาที่นี่ เมริษานั่งซึมเหมือนกำลังคิดถึงใครบางคน“ไม่…ฉันไม่ได้ต้องการเขา”“ฉันเป็นเพื่อนเธอตั้งแต่อนุบาลนะเมษา ฉันดูออกว่าเธอยังรักคุณอีริคอยู่”“บะ…บ้า! ฉันไม่ได้รักเขาแล้ว” เมริษารีบเบือนหน้าหนีเพราะกลัวเพื่อนสนิทอ่านใจออก“เธอกับคุณอีริคยังรักกันอยู่ ท
58 ครั้งสุดท้าย@หลายวันต่อมาอีริคหายจากอาการเจ็บป่วย อีกทั้งบาดแผลที่บริเวณศีรษะก็เริ่มแห้งสนิทแล้ว วันนี้เขาจึงกลับมาแก้ตัวอีกรอบ ปรากฏว่า...เมริษาย้ายออกไปแล้ว!ชายหนุ่มยกมือเสยผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เดินย่ำเท้านั่งไม่ติดเก้าอี้ เขารู้ว่าตอนนี้เมริษาอยู่ที่ไหนบ้านของวาสิตา“เมย์ไม่อยากเจอหน้าพี่แล้วใช่ไหม” อีริคมีสีหน้าไม่สบายใจ การที่เมริษาย้ายกลับไปที่บ้านของวาสิตาไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงเลยหากเขาจะตามไปหา แต่ถ้าถ้าย้ายไปอยู่ที่อื่นล่ะ ที่ที่เขาไม่สามารถหาเธอเจอได้อีกแล้วเขาเชื่อว่าตอนนี้เมริษากำลังวางแผนหนีอีกรอบ และรอบนี้เธอคงไปชนิดที่ต่อให้พลิกฟ้าตามหา ก็หาไม่เจออีริคจำเป็นต้องกลับมาวางแผนใหม่ เพราะไม่อยากทำพลาดอีกแล้ว นี่ถือว่าเป็นโอกาสสุดท้าย“ให้พ่อไปคุยให้ไหม” อีวานเสนอตัวเพราะเริ่มรู้สึกไม่สบายใจและเป็นกังวลที่ลูกชายง้อเมียไม่สำเร็จสักที“ผมว่าอย่าเลยดีกว่าครับ ผมกลัวพ่อเหนื่อย”“พ่อไม่เหนื่อยหรอก อย่าลืมสิ ส่วนหนึ่งที่ลูกทะเลาะกับเมริษาก็เพราะพ่อนะ”“…” อีริคเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ใบหน้ากลัดกลุ้ม ผุดลุกผุดนั่งอยู่อย่างนั้น “ถ้างั้นผมต้องรบกวนพ่อด้วยนะครับ บา







