Masuk06 ฝันร้ายยังตามหลอกหลอน
นานเท่าไหร่ไม่รู้... เมริษากำลังยืนอยู่ที่ไหนสักแห่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยโพรงหญ้าสูงท่วมหัว มองไปทางไหนก็ไม่เจอใครเลยสักคน จนเกิดความงุนงงว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและที่นี่คือที่ไหน แต่ทันใดนั้นฝนก็กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้เธอต้องเร่งฝีเท้าไปตามทางเดินเพื่อหาที่หลบฝน จนกระทั่งไปเจอเข้ากับศาลาเก่าๆข้างทาง เธอวิ่งเข้าไปหลบตรงนั้นโดยไม่รู้ว่ามีชายคนนึ่งกำลังนั่งหลบฝนอยู่ข้างในนั้นเช่นกัน “ขอหลบฝนด้วยคนนะคะ” เธอบอกกับผู้ชายคนนั้นที่นั่งอยู่อีกฝั่งของศาลา และทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น เธอก็กรีดร้องออกมาสุดเสียง เพราะเขาคือผู้ชายที่เคยไล่ข่มขืนเธอเมื่อต้นปี “กรี๊ดดด!!!” “เจอกันอีกแล้วนะ หึ…หึ” เสียงหัวเราะเยือกเย็นบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ และในวินาทีนั้นมันก็กระโจนเข้ามา ทำให้เธอต้องรีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที” ชายคนนั้นวิ่งตามมาติดๆโดยที่เธอพยายามเร่งฝีเท้าหนี แต่จู่ๆแข้งขากลับอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ยิ่งวิ่งก็ยิ่งเหนื่อย และในที่สุดมันก็ตามมาทัน หมับ!! มือหยาบกระชากคอเสื้อจนชุดนักศึกษาขาดหวิ่นก่อนที่มันจะล็อคร่างของเธอแล้วลากเข้าไปในโพรงหญ้าข้างทาง เธอกรีดร้องสุดเสียง ทั้งแตะ ทั้งถีบ แต่ทว่าแข้งขากลับไม่มีเรี่ยวแรง “กรี๊ดดด!!! อย่าทำฉัน…อย่า!!” พรึ้บ!! “เมย์!เมย์! เกิดอะไรขึ้น!!” เสียงเข้มอันแสนคุ้นเคยปลุกให้เมริษาตื่นจากฝันร้าย พอตั้งสติได้เธอก็รีบโผเข้ากอดร่างหนาทันที “มะ…เมย์ฝันร้ายค่ะ ฮึก!” “ฝันว่าอะไรหรอครับ” อีริคดึงร่างสั่นระริกเข้ามาสวมกอด ตอนแรกเขานั่งรับลมชมวิวอยู่หลังห้อง แต่จู่ๆก็ได้ยินเสียงหญิงสาวกรีดร้องเลยรีบวิ่งเข้ามาดู เห็นคนตัวเล็กนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียงเหมือนกำลังฝันร้าย “ฝันว่ามันตามมาอีกแล้วค่ะ มันกำลังไล่เมย์ ฮื้อๆๆ” มันที่ว่าก็คือคนร้ายโรคจิตที่เคยไล่ข่มขืนเธอเมื่อต้นปี จนทำให้เธอได้เจอกับอีริค เหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่เธอสอบเสร็จแล้วไปเลี้ยงฉลองกับกลุ่มเพื่อนที่ร้านอาหาร จนเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงคืน เพื่อนๆที่อาสาว่าจะขับรถไปส่งกลับเมาแอ๋จนลิ้นพันกัน เธอเลยขอตัวกลับก่อนเพราะเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ กระทั่งเดินออกมาเรียกแท็กซี่ที่หน้าปากซอย ในจังหวะปลอดผู้คน ก็มีชายโรคจิตคนหนึ่งโผล่มาจากด้านหลังแล้วพยายามดึงร่างของเธอเข้าไปในโพรงหญ้าข้างทาง เธอสะบัดร่างออกมาได้แล้ววิ่งหนีสุดชีวิต แต่มันก็วิ่งไล่ตามมาติดๆและเกือบจะถึงตัวเธอแล้ว จู่ๆก็มีรถหรูของใครบางคนสาดไฟใส่ ทำให้มันรีบวิ่งหนีหายเข้าไปในความมืด ในตอนนั้นเธอเสียขวัญไปแล้วจนไม่รู้ว่ามีใครบางคนได้ก้าวลงมาจากรถแล้วใช้มือแตะไหล่ของเธอเบาๆ ‘ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ’ ใช่...ผู้ชายคนนั้นก็คืออีริคนั่นเอง เขาเป็นคนช่วยเธอเอาไว้จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น “ไม่เป็นไรแล้ว พี่อยู่นี่ทั้งคน มันทำอะไรเมย์ไม่ได้หรอก เรื่องนี้มันก็ผ่านมาเกือบปีแล้ว ยังฝันถึงมันอีกหรอ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุนเพราะยังจำเหตการณ์ในวันนั้นได้ดี เมริษาหวาดกลัวจนเสียขวัญไปหลายวันเลยทีเดียว “เมย์เกือบจะลืมมันไปแล้วเชียว แต่จู่ๆทำไมถึงฝันแบบนี้อีก” หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ร่างสั่นเทิ้มค่อยๆเบาลง “สงสัยเมย์คงดูหนังมากเกินไป อยู่กับพี่ ใครก็ทำอะไรเมย์ไม่ได้หรอก” เขาพรมจูบทั่วศีรษะเล็ก แต่แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความแข็งกระด้าง อยากผลักเธอออกไปให้พ้นๆเพราะเขารู้สึกสะเอียดทุกครั้งที่กอดนามสกุลวรโชติเมธี “อยากกลับหรือยังครับ” “ค่ะ เมย์อยากกลับแล้ว” เมริษาจำต้องผละออกจากอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นเพราะตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องกลับแล้ว เธอไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ที่บ้านฟังเพราะถึงเล่าไปก็ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของเธออยู่ดี หนำซ้ำอาจจะได้รับถ้อยคำซ้ำเติมจากบิดามากกว่า ทำให้เธอกล้าเล่าเรื่องนี้ให้แค่อีริคฟังเท่านั้นและมีแค่เขาคนเดียวที่คนช่วยเหลือเธอมาตลอด อีริคขับรถมาส่งเมริษาที่หน้าคฤหาสน์หลังโตก่อนสองทุ่มตามที่สัญญาเอาไว้ ร่างเล็กก้าวเท้าลงจากรถก่อนจะหันหลังกลับไปโบกมือลาแฟนหนุ่ม เขาส่งยิ้มกลับแล้วขับรถออกไปทันที และเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน พบว่าบิดากำลังนั่งเช็คเอกสารอยู่ที่ห้องโถงใหญ่กลางบ้าน เหมือนกำลังรอว่าเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ “ได้ข่าวว่าสอบเสร็จบ่ายสามไม่ใช่หรอ หายไปไหนมาตั้งหลายชั่วโมง” วิศรุตวางเอกสารลงแล้วตวัดตาดุมองลูกสาวคนเล็กซึ่งอยู่ในชุดนักศึกษาของมหวิทยาลัยชื่อดัง “เมย์อยู่ติววิชาสุดท้ายกับเพื่อนที่คณะค่ะ” มือเล็กทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น รู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องโกหกท่าน แต่ถ้าพูดความจริงไปก็กลัวว่าแฟนหนุ่มของเธอจะเดือดร้อน “ให้มันจริงเถอะ อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกออกไปเถลไถลกับผู้ชาย ไม่อย่างนั้นมันได้หัวหลุดจากบ่าแน่” วิศรุตชี้หน้าด่าลูกสาวเพราะเขาชักเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าทำไมช่วงนี้เมริษาชอบกลับบ้านดึก “มะ…เมย์อยู่ติวกับเพื่อนจริงๆค่ะ เมย์ไม่ได้ออกไปเถลไถลกับผู้ชายแน่นอน คุณพ่อไม่ต้องกังวลนะคะว่าเมย์จะไปทำเรื่องไม่ดี” เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความกระอักกระอ่วนใจ “เรื่องนั้นฉันไม่ได้กังวลเลยสักนิด เพราะถ้าแกจะมีแฟนจริงๆ แกต้องเรียกค่าสินสอดไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน” “พ่อคะ! มะ…เมย์ว่ามันมากเกินไปไหม ตั้งร้อยล้านเลยนะคะ” “ที่ฉันต้องการร้อยล้าน เพราะฉันจะได้เอาเงินมาอุ้มบริษัทไง อย่างแกมันจะไปเข้าใจอะไรว่าตอนนี้บริษัทกำลังฟื้นตัว” “เยอะขนาดนั้น เมย์ว่ามันมากเกินไป” “แล้วทำไมพี่สาวแกทำได้!" วิศรุตเริ่มมีน้ำโหที่ลูกสาวคนเล็กทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ “แกจำไม่ได้หรอ ที่บริษัทยังดำเนินต่อไปได้ก็เพราะใคร...เพราะพี่แกไง” “แต่พี่มีนาหลอกเงินผู้ชายนะคะ พ่อไม่คิดหรอว่าทำแบบนี้แล้วคนอื่นจะเดือดร้อน” “หุบปากเดี๋ยวนี้! มีนาไม่ได้หลอกไอ้หนุ่มนั่น มันเต็มใจให้เพราะมันรักมีนา” “แต่พี่มีนาไม่ได้รักอาร์เธอร์!” เป็นครั้งแรกที่เมริษากล้าขึ้นเสียงใส่ผู้เป็นบิดาเพราะเธอไม่พอใจที่พี่สาวแท้ๆกับบิดารวมหัวกันสูบเงินจากอาร์เธอร์จนหมดตัว “นี่แกกล้าขึ้นเสียงใส่ฉันหรอ นังลูกไม่เอาไหน แน่จริงแกก็ทำให้ได้เหมือนพี่แกสิ” “เมย์ไม่ทำ และจะไม่มีวันทำแบบนั้นเด็ดขาด เมย์จะไม่มีวันหลอกลวงใครเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแน่นอน สักวันพ่อกับพี่มีนาจะเข้าใจว่าสิ่งที่ทำอยู่มันผิด” “ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้เลยนะอีลูกอกตัญญู ถ้าไม่ใช่เพราะมีนา ป่านนี้แกกับฉันได้ไปไนอนใต้สะพานลอยไปแล้ว คนไม่เอาไหนอย่างแกจะไปตายไหนก็ไป!” เมริษาน้ำตาไหลอาบใบหน้าทันทีที่ผู้เป็นพ่อปรามาสด้วยถ้อยคำเกลียดชังต่างๆนาๆ ทุกครั้งเวลาทะเลาะกันท่านก็ไล่ให้เธอไปตายตลอด เหมือนโกรธแค้นที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้ท่านเสียภรรยาสุดที่รักไป ร่างหันหลังวิ่งขึ้นชั้นสองของบ้านแต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงบิดาก่นด่าไล่หลัง พร้อมกับเปรียบเทียบว่าเธอไม่ได้เรื่องเหมือนพี่สาว “ลูกฉันแม่แค่มีนาคนเดียวเท่านั้น ส่วนลูกกาฝากอย่างแกฉันไม่นับว่าเป็นลูกหรอก!” —————63 ตอนพิเศษ 03 ความสุข@ประเทศไทยสองสามีภรรยาย้ำเท้าอยู่บนชายหาดโดยมีเด็กชายตัวน้อยอยู่ในอ้อมอกของคนเป็นแม่ เนื่องจากความอยากพาภรรยามาเที่ยวพักผ่อนเพราะตั้งแต่คลอดลูกเขาก็ไม่ค่อยได้พาภรรยาไปเปิดหูเปิดตาเลย กลัวว่าเธอจะเบื่อจึงเลือกบินกลับมาเที่ยวที่ประเทศไทย เพราะทะเลเมืองไทยนั้นสวยไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย“ตอนที่อาร์เธอร์ยังไม่เกิด พี่มาเที่ยวภูเก็ตกับพ่อบ่อยมาก ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างไม่ต่างจากเดิมเลย พี่เข้าใจแล้วว่าทำไมใครหลายคนถึงบอกว่าทะเลไทยสวยเหมือนอยู่บนสวรรค์ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอาร์เธอร์ถึงอยากมาเมืองไทย” ชายหนุ่มพูดขณะที่ย้ำเท้ารอบๆชายหาด ข้างกายมีภรรยาสาวสุดสวยกำลังอุ้มลูกน้อยที่มีอายุเพียงสามเดือน“ทำไมพี่ไม่เคยบอกเมย์เลยว่าชอบภูเก็ต”“จริงๆพี่ก็ไม่ได้ชอบภูเก็ตหรอก แม่พี่ต่างหากชอบมา”“พี่ก็เลยเลือกพาเมย์กับลูกมาภูเก็ตสินะ” เมริษาระบายยิ้มอย่างมีควาสุขพร้อมกับก้มมองเท้าที่เดินย้ำทราย เมื่อไหร่ที่ลูกโตสัญญาว่าจะพาเขามาเที่ยวภูเก็ตอีก“เพราะพี่คิดว่าทะเลที่เมืองไทยสวยไม่แพ้ที่ใดในโลก ตอนแรกกะว่าจะพาเมย์กับลูกไปเที่ยวโอซาก้าก็กลัวว่ามันจะหนาวเกินไป” อีริครู้ด
62 ตอนพิเศษ 02 หลงเมีย@หลังแต่งงาน“รูดซิปให้เมย์หน่อยค่ะ เมย์เอื้อมไม่ถึง” ร่างอวบอัดกำลังตั้งท้องได้ห้าเดือนกว่าๆพยายามใช้ความสามารถรูดซิปชุดแต่งงาน แต่ทำยังไงมือของเธอก็เอื้อมไม่ถึงซักที ขณะเดียวกันเจ้าบ่าวหมาดๆของเธอเดินสะเปะสะปะไปมาทั่วห้องคล้ายคนกำลังเมา ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยพิษของแอลกอฮอล์อีริคถูกกลุ่มเพื่อนๆของเขามอมเหล้าจนเมาในวันเข้าเรือนหอ ถือเป็นการส่งตัวเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว“หยุดเดินก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวก็ไปชนกับขอบตู้เข้าหรอก” เมริษาถอดเครื่องเพชรออกและรอให้สามีหมาดๆของเธอมารูดซิปให้“พี่ไม่น่าเสียรู้พวกมันเลย ทั้งๆที่วันนี้เป็นคืนเข้าหอวันแรก พี่ไม่ควรเมา” ชายหนุ่มที่รู้สึกเสียหน้าเพราะโดนเพื่อนสนิทมอมเหล้า จิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด ไม่คิดว่าเหล้าที่อิคารัสให้ดื่มจะรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เขาทรงตัวไม่อยู่ เป็นครั้งแรกที่เขาเมาจนแทบยืนไม่ไหว และพยายามดื่มน้ำตามเยอะๆเพื่อให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ค่อยๆหมดลง “ขอโทษนะที่รัก พี่ไม่อยากให้เมย์เห็นพี่ในสภาพนี้เลย”“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าพี่เมามากงั้นก็นอนพักนะคะ เดี๋ยวเมย์ให้ป้าก้อยมารูดซิปให้”“ไม่ต้องครับ” มือใหญ่เอื้อมไปดึงร่างเล็กเข้า
61ตอนพิเศษ 01 มรดกเพื่อหลานชาย “ขอบคุณหนูเมษามากนะที่ยอมให้อภัยลูกชายของพ่อ อีริคไม่ใช่คนไม่ดี เพียงแต่ว่า…พ่อเองที่เป็นคนบงการเขา” น้ำเสียงของอีวานเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย กลัวว่าเมริษายังโกรธเคืองเรื่องที่เขาเคยพลั้งมือยิงเธอ ตอนนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเมริษาด้วยซ้ำ ถ้าอามีนาไม่ดึงน้องสาวเข้ามาบังวิถีกระสุน เมริษาก็คงไม่เจ็บตัวแบบนี้ แต่เมริษาผู้แสนดีนั้นกลับไม่ได้ติดใจเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของอีวาน หากวันนั้นเธอไม่ตามไปช่วยบิดากับพี่สาว เรื่องก็คงไม่เกิด อามีนาไม่ได้มองว่าเธอเป็นน้องสาวเลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ทำแบบนี้ ...บางทีการเดินออกมาจากชีวิตขอพวกเขาก็น่าจะเป็นสิ่งที่เธอควรทำตั้งนานแล้ว “หนูไม่ได้ติดใจอะไรหรอกค่ะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ” เธอว่าพรางส่งยิ้มให้อีกฝ่ายเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ทำให้อีวานรู้สึกจุกหน่วงหัวใจจนน้ำตาซึม เมริษาเป็นคนดีกว่าที่คิด อีริคเลือกคนไม่ผิดจริงๆ “ถึงอย่างนั้นพ่อก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอีริคถึงรักหนู เพราะหนูเป็นคนดีแบบนี้นี่เอง อาร์เธอร์
60 กันและกัน@สนามบินดอนเมืองเมริษาทอดสายตามองออกไปยังลานกว้างที่มีเครื่องบินจอดนิ่งอยู่บนรันเวย์ ดวงตากลมโตฉายแววเศร้า รู้สึกใจหายที่รอบนี้ต้องจากเมืองไทยไปนานความเจ็บปวดในครั้งนี้มันจะกลายเป็นบทเรียนในชีวิต “ฉันขอถามเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะเมษา เธอจะไปจากคุณอีริคจริงๆหรอ” วาสิตาพยายามยื้อเวลาเอาไว้เพื่อไม่ให้เมริษาเข้าเกท หล่อนนัดอีริคไว้เวลาบ่ายโมงแต่ก็ไม่เห็นวี่แววของชายหนุ่ม หรือว่าเขาทิ้งเมริษาไปแล้ว“อืม ฉันอยากลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น หลังจากนี้ชีวิตฉันจะมีแต่ความสุข” เมริษายิ้มเศร้าๆ ปากบอกว่าชีวิตจะมีแต่ความสุข แต่ว่าใจยังอาวรณ์หาใครบางคน ป่านนี้เขาคงกลับมาเก๊าไปแล้ว ผู้หญิงธรรมดาๆอย่างเธอไม่มีค่าอะไรให้เขาต้องมาตามง้อหรอก “เธอแน่ใจนะว่าจะมีความสุขจริงๆ” ในระหว่างนั้นวาสิตาพยายามชะเง้อคอมองหาอีริค นี่ก็ใกล้เวลาที่เมริษาต้องเข้าเกทแล้ว เมื่อไหร่จะมาสักที“มองหาใครอยู่หรอสิตา”“มองหาคุณอี…เอ้ย! ฉันแค่คิดว่าเจอคนรู้จัก” วาสิตารีบดึงสายตากลับมาที่เมริษา “ฉันว่าเราไปหาอะไรทานก่อนดีกว่าไหม เผื่อเธอหิว”“แต่เราเพิ่งทานมาไม่ใช่หรอ”“เอ้าหรอ! ฉันลืมไปเลย” วาสิตายิ้มเจื
59 ก่อนเธอจะจากไปอีกรอบ“นั่นพ่อคุณอีริคหรอ” วาสิตาเอ่ยถามหลังจากขับรถออกมาได้สักพัก“อืม เขาพาพ่อมาช่วยคุยกับฉัน”“งั้นก็แสดงว่าเขาคงจริงจังกับเธอมาก ถึงขั้นได้พาพ่อมาช่วยคุย”“ไม่รู้สิ บางครั้งเขาสองคนแค่อาจรู้สึกผิดกับฉันก็ได้” เมริษาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า อยากรีบๆไปจากตรงนี้ ไม่อยากเผชิญหน้ากับใครแล้ว เธอเหนื่อยเหลือเกิน“แล้วเธอจะเอาไงต่อ สรุปจะคืนดีหรือเปล่า”“คงไม่ ฉันตัดสินใจดีแล้วว่าจะไปจากที่นี่”“ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอนะเมษา แต่ว่าบางเรื่อง เธอลองลดทิฐิลงบ้างนะ ลึกๆแล้วเธออาจจะต้องการเขาก็ได้” วาสิตาดูออกว่าเมริษายังมีเยื่อใยให้อีริคอยู่ เพียงแต่ว่ายังโกรธในสิ่งที่อีริคเคยทำ หล่อนดูออกว่าทั้งสองคนยังรักและอาลัยอาวรณ์กัน ติดอยู่ที่เมริษาไม่ยอมรับความจริงว่ายังไม่ตัดใจจากอีริค เพราะวันแรกที่เพื่อนของหล่อนมาที่นี่ เมริษานั่งซึมเหมือนกำลังคิดถึงใครบางคน“ไม่…ฉันไม่ได้ต้องการเขา”“ฉันเป็นเพื่อนเธอตั้งแต่อนุบาลนะเมษา ฉันดูออกว่าเธอยังรักคุณอีริคอยู่”“บะ…บ้า! ฉันไม่ได้รักเขาแล้ว” เมริษารีบเบือนหน้าหนีเพราะกลัวเพื่อนสนิทอ่านใจออก“เธอกับคุณอีริคยังรักกันอยู่ ท
58 ครั้งสุดท้าย@หลายวันต่อมาอีริคหายจากอาการเจ็บป่วย อีกทั้งบาดแผลที่บริเวณศีรษะก็เริ่มแห้งสนิทแล้ว วันนี้เขาจึงกลับมาแก้ตัวอีกรอบ ปรากฏว่า...เมริษาย้ายออกไปแล้ว!ชายหนุ่มยกมือเสยผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เดินย่ำเท้านั่งไม่ติดเก้าอี้ เขารู้ว่าตอนนี้เมริษาอยู่ที่ไหนบ้านของวาสิตา“เมย์ไม่อยากเจอหน้าพี่แล้วใช่ไหม” อีริคมีสีหน้าไม่สบายใจ การที่เมริษาย้ายกลับไปที่บ้านของวาสิตาไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงเลยหากเขาจะตามไปหา แต่ถ้าถ้าย้ายไปอยู่ที่อื่นล่ะ ที่ที่เขาไม่สามารถหาเธอเจอได้อีกแล้วเขาเชื่อว่าตอนนี้เมริษากำลังวางแผนหนีอีกรอบ และรอบนี้เธอคงไปชนิดที่ต่อให้พลิกฟ้าตามหา ก็หาไม่เจออีริคจำเป็นต้องกลับมาวางแผนใหม่ เพราะไม่อยากทำพลาดอีกแล้ว นี่ถือว่าเป็นโอกาสสุดท้าย“ให้พ่อไปคุยให้ไหม” อีวานเสนอตัวเพราะเริ่มรู้สึกไม่สบายใจและเป็นกังวลที่ลูกชายง้อเมียไม่สำเร็จสักที“ผมว่าอย่าเลยดีกว่าครับ ผมกลัวพ่อเหนื่อย”“พ่อไม่เหนื่อยหรอก อย่าลืมสิ ส่วนหนึ่งที่ลูกทะเลาะกับเมริษาก็เพราะพ่อนะ”“…” อีริคเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ใบหน้ากลัดกลุ้ม ผุดลุกผุดนั่งอยู่อย่างนั้น “ถ้างั้นผมต้องรบกวนพ่อด้วยนะครับ บา







