Masuk07 กลัวจะเสียคุณไป
ภายในห้องนอนขนาดใหญ่ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้ดังระงมดังทั่วห้อง ในตอนนี้เมริษาไม่รู้จะปรึกษาเรื่องนี้กับใครดี เธอไม่อยากเล่าปัญหาทั้งหมดภายในบ้านให้แฟนหนุ่มฟังเพราะกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไปอีกคน เธอไม่เหลือใครแล้วจริงๆ …อีริคคือที่พึ่งทางใจที่สุดท้าย ตอนนี้เธอคิดถึงอีริคเหลือเกิน ถ้ามีเขาอยู่ข้างๆก็คงดี เธอจึงตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาแฟนหนุ่ม “พี่อีริคกลับถึงคอนโดหรือยังคะ” (ครับ พี่เพิ่งถึงเมื่อกี้เลย เสียงดูแปลกๆนะครับ เมย์เป็นอะไรหรือเปล่า) “เปล่าค่ะ” เมริษาพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ กลัวเขารู้ว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่ แต่สุดท้ายปลายสายก็ยังได้ยินอยู่ดี (นี่เมย์ร้องไห้หรอ ร้องไห้เรื่องอะไรบอกพี่ได้ไหมครับ) “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เมย์แค่…คิดถึงพี่) “โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะครับคนเก่ง งั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวพี่จะพาไปเที่ยว เผื่อเมย์อารมณ์ดีขึ้น” เมริษานิ่งไปพักนึ่ง ตอนนี้เธอไม่รู้จะทำยังไงต่อ ถ้าหากอีริครู้ว่าบิดาของเธอเรียกค่าสินสอดถึงร้อยล้าน เขายังจะรักเธออยู่หรือเปล่า เธอไม่อยากตีค่าความรักเป็นเงินเลยด้วยซ้ำ เพราะรักที่เธอให้เขามีค่ามากกว่าเงินร้อยล้านเสียอีก “ก็ได้ค่ะ แต่เมย์ขออะไรอย่างได้ไหมคะ” (ว่ามาเลยครับ) “หลังแต่งงาน…เมย์ขอย้ายไปอยู่กับพี่ได้ไหมคะ” (ทำไมเมย์พูดแบบนั้นล่ะครับ สามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว พี่ไม่มีวันปล่อยให้ภรรยาของพี่อยู่คนเดียวหรอก) “เมย์รักพี่อีริคนะคะ พี่คือโลกทั้งใบของเมย์” ปลายสายเงียบไปสักพักเหมือนกำลังอึ้งในสิ่งที่หญิงสาวพูด ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำตอบออกมา ซึ่งเป็นคำตอบที่ไม่ได้มีความจริงอยู่ในนั้น “เมย์ก็เป็นโลกทั้งใบของพี่เหมือนกัน” เมริษานอนยิ้มทั้งน้ำตา ถึงวันนี้บิดาจะใจร้ายกับเธอ แต่อย่างน้อยก็ยังมีผู้ชายคนนี้อยู่ข้างๆ เขาคือแสงสว่างที่คอยสาดส่องนำทาง ทำให้เธอเข้มแข็งและพร้อมต่อสู่กับสิ่งเลวร้ายที่เข้ามาในชีวิต เธออยากแต่งงาน อยากสร้างความครัวที่แสนอบอุ่นกับเขา อยากทิ้งทุกอย่างแล้วไปเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน เพราะความรู้สึกผิดที่คิดว่าตนเองเป็นคนทำให้มารดาต้องจากไป ยังตามหลอกหลอนทุกวันทุกคืน หากไม่มีเธอ พ่อ แม่ และพี่สาวคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข “หนูขอโทษนะคะ เป็นเพราะหนูเอง ฮื้อๆๆ เป็นเพราะหนูที่ทำให้แม่ต้องตาย ถ้าไม่มีหนู แม่ก็คงได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา ฮรื้ออ…” หน้างามซบลงบนหมอนหนุนสีขาวที่เปื้อนไปด้วยคราบหน้าตา ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาด้วยความรู้สึกเสียใจ เอาแต่โทษตัวเองว่าเธอคือคนที่มาพรากความสุขไปจากทุกคน ทำไมกันนะ ทำไมถึงไม่เป็นเธอที่ต้องตาย ถ้าไม่มีเธอ บ้านทั้งหลังคงมีความสุขกว่านี้ ในขณะที่เมริษากำลังนอนร้องไห้เสียใจอยู่เพียงลำพัง ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างมาประทบที่หน้าต่าง ทำให้เธอรีบเงยหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาดู ก็ไม่พบอะไร พบเพียงเศษก้อนหินหล่นอยู่พื้น “เอ้ะ!” หญิงสาวย่นคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะตอนเข้ามาไม่ได้มีเศษก้อนหินวางอยู่ตรงนั้น เธอก้าวลงจากเตียงอย่างรวดเร็วและกำลังจะเอื้อมมือไปปิดหน้าต่าง แต่ทันใดนั้นดวงตาบวมเป่งก็ต้องเบิกกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใครบางคนกำลังยืนโบกมือให้ แล้วเขาเข้ามาที่นี่ได้ยังไง! “พี่อีริค!” เธอตกใจจนทำตัวไม่ถูก กลัวว่าบิดาจะตื่นมาเห็นอีริคแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่เข้า เธอรีบวิ่งลงมาจากบ้านแล้วดึงเขาเข้าไปหลบในพุ่มไม้ “พี่มาได้ยังไง” “พี่แอบปืนรั้วเข้ามาน่ะ” เขาชี้ไปยังรั้วบ้านซึ่งมีรถหรูจอดอยู่ข้างนอก ซึ่งเขาปืนหลังคารถแล้วข้ามรั้วเข้ามาในบ้าน “ทำไมมาไม่บอก เดี๋ยวมีคนเห็นเข้าพี่จะซวยเอานะคะ” “พี่แค่เป็นห่วงแฟน” อีริคดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอด พอได้มองหน้างามชัดๆถึงรู้ว่าดวงตากลมโตคู่นั้นบวมเป่งทั้งสองข้าง แสดว่าเมริษาแอบร้องไห้มาจริงๆ “ร้องไห้ทำไม บอกพี่ได้หรือเปล่า” ความอบอุ่นทางกายบวกกับอ้อมแขนอันแสนคุ้นเคยทำให้เมริษาหลั่งน้ำตาอีกครั้ง คำตอบของเธออยู่ตรงนี้แล้ว อีริคคือคนเดียวทำให้เธอรู้สึกขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ “เมย์แค่มีปัญหานิดหน่อยค่ะ” “ปัญหาอะไร บอกพี่ได้หรือเปล่า” ตอนนี้เขาเริ่มแปลกใจว่าเมริษามีปัญหาอะไร ก็เห็นเธออยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่โตอย่างมีความสุขดี แล้วปัญหาที่ว่าคืออะไร? “เอ่อ…มีปัญหาเรื่องงานนิดหน่อยค่ะ ไม่ได้มีอะไรมากหรอก” “ถ้าไม่ได้มีอะไรมากทำไมถึงร้องไห้แบบนี้ล่ะ ถ้าเดาไม่ผิด ร้องไห้ตั้งแต่กลับมาเลยใช่ไหม” เขารั้งหน้างามขึ้นมาพรมจูบทั่วใบหน้า นั่นก็ยิ่งทำให้คนตัวเล็กร้องไห้สะอื้นหนักขึ้นเรื่อยๆ เขารู้ว่าเมริษาไม่ได้ร้องไห้เรื่องงานแน่นอน แต่เธอยังมีบางเรื่องที่ยังไม่กล้าบอกเขา แต่คิดไปคิดมา เธอเองก็ดูมีความลับกับเขาอยู่ตลอดเวลา พอถามถึงเรื่องที่บ้านก็มักจะเลี่ยงไม่ค่อยอยากตอบ ทั้งๆที่เขาคบกับเธอมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เคยพาเขามาเปิดตัวกับที่บ้านสักที เมริษากำลังมีความลับ “เมย์ขอโทษค่ะ เมย์คิดมากเอง” เธอผละออกจากอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น ส่วนอีริคโน้มตัวลงมาใช้นิ้วใหญ่เกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างแสนอ่อนโยน และการกระทำนี้ทำให้หญิงสาวลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ยิ่งเขาดีกับเธอมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่อยากให้เขารู้ว่าบิดากำลังเรียกร้องอะไร เธอรู้ว่าบริษัทกำลังมีปัญหา แต่เธอไม่อยากเอาปัญหานี้ไปทิ้งที่อีริค เขาไม่ควรรับรู้เรื่องนี้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขา เธออยากคบกับเขาโดยไม่มีปัญหาจากคนรอบข้างเพราะกลัวว่าถ้าวันนึ่งเขาต้องมาแบกรับภาระในบริษัท เขาอาจจะทนไม่ไหวแล้วทิ้งเธอไป “ไม่ต้องคิดมากนะครับ พี่อยู่ตรงนี้ข้างๆเมย์เสมอ” เขาคว้ามือเล็กขึ้นมากุมที่หน้าอกข้างซ้ายเพื่อยืนยันว่าเขาจะอยู่ตรงนี้ ข้างๆเธอ “ขอบคุณนะคะที่มาหาเมย์ ตอนนี้เมย์ดีขึ้นแล้ว” เมริษาเผยรอยยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ แค่เห็นหน้าเขาก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ “ฝนใกล้จะตกแล้ว เมย์ว่าพี่รีบกลับคอนโดเถอะค่ะ” “พี่นอนค้างที่นี่ไม่ได้หรอ” “มะ…ไม่ได้ค่ะ ผู้ชายมานอนค้างบ้านผู้หญิงมันดูไม่งามนะคะ” “ดูไม่งามตรงไหน เราเป็นแฟนกันแล้วนะ” “มันก็ใช่ แต่รอให้เมย์พร้อมก่อนนะคะ ตอนนี้เราสองคนอยู่แบบนี้กันไปก่อน” เธอยกมือใหญ่ขึ้นมาแนบแก้มแสดงถึงความรัก ทางด้านอีริคพยักหน้ารับเบาๆเพราะไม่อยากคะยั้นคะยออีกฝ่ายมากเกินไป ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้กะจะแต่งงานกับเธอจริงๆอยู่แล้ว “ก็ได้ครับ ถ้างั้นเมย์กลับไปนอนนะ นอนดึกเดี๋ยวจะไม่สบายเอา เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มารับนะครับ” “ค่ะ เมย์รักพี่นะคะ” เธอสวมกอดเขาอีกครั้งก่อนร่ำลา “ขับรถกลับดีๆนะคะ” “ได้เลยครับคนสวยของพี่” เขาจุมพิตหน้าผากนูนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปีนรั้วกลับออกไปโดยมีเมริษาคอยดูต้นทางให้ และเมื่อเขาขับรถออกไป เมริษาก็รีบก้าวออกมาจากพุ่มไม้ก่อนจะวิ่งเข้าบ้านไป ด้านอีริคที่ขับรถผ่านรั้วคฤหาสน์ไปได้สักพัก เขาก็หยุดรถจอดข้างทาง มือใหญ่เคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะพร้อมกับครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมริษา รู้สึกว่าเธอดูมีความลับอยู่ตลอดเวลา “ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอปิดบังอะไรฉันอยู่” แต่แทนที่อีริคจะขับรถกลับคอนโดตามที่พูดไว้ เขากลับเปลี่ยนเส้นทางขับไปที่ไนท์คลับหรูแทนโดยที่เมริษาไม่เคยรับรู้ เพราะไว้ใจคิดว่าแฟนหนุ่มไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ————-63 ตอนพิเศษ 03 ความสุข@ประเทศไทยสองสามีภรรยาย้ำเท้าอยู่บนชายหาดโดยมีเด็กชายตัวน้อยอยู่ในอ้อมอกของคนเป็นแม่ เนื่องจากความอยากพาภรรยามาเที่ยวพักผ่อนเพราะตั้งแต่คลอดลูกเขาก็ไม่ค่อยได้พาภรรยาไปเปิดหูเปิดตาเลย กลัวว่าเธอจะเบื่อจึงเลือกบินกลับมาเที่ยวที่ประเทศไทย เพราะทะเลเมืองไทยนั้นสวยไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย“ตอนที่อาร์เธอร์ยังไม่เกิด พี่มาเที่ยวภูเก็ตกับพ่อบ่อยมาก ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างไม่ต่างจากเดิมเลย พี่เข้าใจแล้วว่าทำไมใครหลายคนถึงบอกว่าทะเลไทยสวยเหมือนอยู่บนสวรรค์ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอาร์เธอร์ถึงอยากมาเมืองไทย” ชายหนุ่มพูดขณะที่ย้ำเท้ารอบๆชายหาด ข้างกายมีภรรยาสาวสุดสวยกำลังอุ้มลูกน้อยที่มีอายุเพียงสามเดือน“ทำไมพี่ไม่เคยบอกเมย์เลยว่าชอบภูเก็ต”“จริงๆพี่ก็ไม่ได้ชอบภูเก็ตหรอก แม่พี่ต่างหากชอบมา”“พี่ก็เลยเลือกพาเมย์กับลูกมาภูเก็ตสินะ” เมริษาระบายยิ้มอย่างมีควาสุขพร้อมกับก้มมองเท้าที่เดินย้ำทราย เมื่อไหร่ที่ลูกโตสัญญาว่าจะพาเขามาเที่ยวภูเก็ตอีก“เพราะพี่คิดว่าทะเลที่เมืองไทยสวยไม่แพ้ที่ใดในโลก ตอนแรกกะว่าจะพาเมย์กับลูกไปเที่ยวโอซาก้าก็กลัวว่ามันจะหนาวเกินไป” อีริครู้ด
62 ตอนพิเศษ 02 หลงเมีย@หลังแต่งงาน“รูดซิปให้เมย์หน่อยค่ะ เมย์เอื้อมไม่ถึง” ร่างอวบอัดกำลังตั้งท้องได้ห้าเดือนกว่าๆพยายามใช้ความสามารถรูดซิปชุดแต่งงาน แต่ทำยังไงมือของเธอก็เอื้อมไม่ถึงซักที ขณะเดียวกันเจ้าบ่าวหมาดๆของเธอเดินสะเปะสะปะไปมาทั่วห้องคล้ายคนกำลังเมา ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยพิษของแอลกอฮอล์อีริคถูกกลุ่มเพื่อนๆของเขามอมเหล้าจนเมาในวันเข้าเรือนหอ ถือเป็นการส่งตัวเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว“หยุดเดินก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวก็ไปชนกับขอบตู้เข้าหรอก” เมริษาถอดเครื่องเพชรออกและรอให้สามีหมาดๆของเธอมารูดซิปให้“พี่ไม่น่าเสียรู้พวกมันเลย ทั้งๆที่วันนี้เป็นคืนเข้าหอวันแรก พี่ไม่ควรเมา” ชายหนุ่มที่รู้สึกเสียหน้าเพราะโดนเพื่อนสนิทมอมเหล้า จิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด ไม่คิดว่าเหล้าที่อิคารัสให้ดื่มจะรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เขาทรงตัวไม่อยู่ เป็นครั้งแรกที่เขาเมาจนแทบยืนไม่ไหว และพยายามดื่มน้ำตามเยอะๆเพื่อให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ค่อยๆหมดลง “ขอโทษนะที่รัก พี่ไม่อยากให้เมย์เห็นพี่ในสภาพนี้เลย”“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าพี่เมามากงั้นก็นอนพักนะคะ เดี๋ยวเมย์ให้ป้าก้อยมารูดซิปให้”“ไม่ต้องครับ” มือใหญ่เอื้อมไปดึงร่างเล็กเข้า
61ตอนพิเศษ 01 มรดกเพื่อหลานชาย “ขอบคุณหนูเมษามากนะที่ยอมให้อภัยลูกชายของพ่อ อีริคไม่ใช่คนไม่ดี เพียงแต่ว่า…พ่อเองที่เป็นคนบงการเขา” น้ำเสียงของอีวานเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย กลัวว่าเมริษายังโกรธเคืองเรื่องที่เขาเคยพลั้งมือยิงเธอ ตอนนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเมริษาด้วยซ้ำ ถ้าอามีนาไม่ดึงน้องสาวเข้ามาบังวิถีกระสุน เมริษาก็คงไม่เจ็บตัวแบบนี้ แต่เมริษาผู้แสนดีนั้นกลับไม่ได้ติดใจเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของอีวาน หากวันนั้นเธอไม่ตามไปช่วยบิดากับพี่สาว เรื่องก็คงไม่เกิด อามีนาไม่ได้มองว่าเธอเป็นน้องสาวเลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ทำแบบนี้ ...บางทีการเดินออกมาจากชีวิตขอพวกเขาก็น่าจะเป็นสิ่งที่เธอควรทำตั้งนานแล้ว “หนูไม่ได้ติดใจอะไรหรอกค่ะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ” เธอว่าพรางส่งยิ้มให้อีกฝ่ายเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ทำให้อีวานรู้สึกจุกหน่วงหัวใจจนน้ำตาซึม เมริษาเป็นคนดีกว่าที่คิด อีริคเลือกคนไม่ผิดจริงๆ “ถึงอย่างนั้นพ่อก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอีริคถึงรักหนู เพราะหนูเป็นคนดีแบบนี้นี่เอง อาร์เธอร์
60 กันและกัน@สนามบินดอนเมืองเมริษาทอดสายตามองออกไปยังลานกว้างที่มีเครื่องบินจอดนิ่งอยู่บนรันเวย์ ดวงตากลมโตฉายแววเศร้า รู้สึกใจหายที่รอบนี้ต้องจากเมืองไทยไปนานความเจ็บปวดในครั้งนี้มันจะกลายเป็นบทเรียนในชีวิต “ฉันขอถามเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะเมษา เธอจะไปจากคุณอีริคจริงๆหรอ” วาสิตาพยายามยื้อเวลาเอาไว้เพื่อไม่ให้เมริษาเข้าเกท หล่อนนัดอีริคไว้เวลาบ่ายโมงแต่ก็ไม่เห็นวี่แววของชายหนุ่ม หรือว่าเขาทิ้งเมริษาไปแล้ว“อืม ฉันอยากลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น หลังจากนี้ชีวิตฉันจะมีแต่ความสุข” เมริษายิ้มเศร้าๆ ปากบอกว่าชีวิตจะมีแต่ความสุข แต่ว่าใจยังอาวรณ์หาใครบางคน ป่านนี้เขาคงกลับมาเก๊าไปแล้ว ผู้หญิงธรรมดาๆอย่างเธอไม่มีค่าอะไรให้เขาต้องมาตามง้อหรอก “เธอแน่ใจนะว่าจะมีความสุขจริงๆ” ในระหว่างนั้นวาสิตาพยายามชะเง้อคอมองหาอีริค นี่ก็ใกล้เวลาที่เมริษาต้องเข้าเกทแล้ว เมื่อไหร่จะมาสักที“มองหาใครอยู่หรอสิตา”“มองหาคุณอี…เอ้ย! ฉันแค่คิดว่าเจอคนรู้จัก” วาสิตารีบดึงสายตากลับมาที่เมริษา “ฉันว่าเราไปหาอะไรทานก่อนดีกว่าไหม เผื่อเธอหิว”“แต่เราเพิ่งทานมาไม่ใช่หรอ”“เอ้าหรอ! ฉันลืมไปเลย” วาสิตายิ้มเจื
59 ก่อนเธอจะจากไปอีกรอบ“นั่นพ่อคุณอีริคหรอ” วาสิตาเอ่ยถามหลังจากขับรถออกมาได้สักพัก“อืม เขาพาพ่อมาช่วยคุยกับฉัน”“งั้นก็แสดงว่าเขาคงจริงจังกับเธอมาก ถึงขั้นได้พาพ่อมาช่วยคุย”“ไม่รู้สิ บางครั้งเขาสองคนแค่อาจรู้สึกผิดกับฉันก็ได้” เมริษาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า อยากรีบๆไปจากตรงนี้ ไม่อยากเผชิญหน้ากับใครแล้ว เธอเหนื่อยเหลือเกิน“แล้วเธอจะเอาไงต่อ สรุปจะคืนดีหรือเปล่า”“คงไม่ ฉันตัดสินใจดีแล้วว่าจะไปจากที่นี่”“ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอนะเมษา แต่ว่าบางเรื่อง เธอลองลดทิฐิลงบ้างนะ ลึกๆแล้วเธออาจจะต้องการเขาก็ได้” วาสิตาดูออกว่าเมริษายังมีเยื่อใยให้อีริคอยู่ เพียงแต่ว่ายังโกรธในสิ่งที่อีริคเคยทำ หล่อนดูออกว่าทั้งสองคนยังรักและอาลัยอาวรณ์กัน ติดอยู่ที่เมริษาไม่ยอมรับความจริงว่ายังไม่ตัดใจจากอีริค เพราะวันแรกที่เพื่อนของหล่อนมาที่นี่ เมริษานั่งซึมเหมือนกำลังคิดถึงใครบางคน“ไม่…ฉันไม่ได้ต้องการเขา”“ฉันเป็นเพื่อนเธอตั้งแต่อนุบาลนะเมษา ฉันดูออกว่าเธอยังรักคุณอีริคอยู่”“บะ…บ้า! ฉันไม่ได้รักเขาแล้ว” เมริษารีบเบือนหน้าหนีเพราะกลัวเพื่อนสนิทอ่านใจออก“เธอกับคุณอีริคยังรักกันอยู่ ท
58 ครั้งสุดท้าย@หลายวันต่อมาอีริคหายจากอาการเจ็บป่วย อีกทั้งบาดแผลที่บริเวณศีรษะก็เริ่มแห้งสนิทแล้ว วันนี้เขาจึงกลับมาแก้ตัวอีกรอบ ปรากฏว่า...เมริษาย้ายออกไปแล้ว!ชายหนุ่มยกมือเสยผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เดินย่ำเท้านั่งไม่ติดเก้าอี้ เขารู้ว่าตอนนี้เมริษาอยู่ที่ไหนบ้านของวาสิตา“เมย์ไม่อยากเจอหน้าพี่แล้วใช่ไหม” อีริคมีสีหน้าไม่สบายใจ การที่เมริษาย้ายกลับไปที่บ้านของวาสิตาไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงเลยหากเขาจะตามไปหา แต่ถ้าถ้าย้ายไปอยู่ที่อื่นล่ะ ที่ที่เขาไม่สามารถหาเธอเจอได้อีกแล้วเขาเชื่อว่าตอนนี้เมริษากำลังวางแผนหนีอีกรอบ และรอบนี้เธอคงไปชนิดที่ต่อให้พลิกฟ้าตามหา ก็หาไม่เจออีริคจำเป็นต้องกลับมาวางแผนใหม่ เพราะไม่อยากทำพลาดอีกแล้ว นี่ถือว่าเป็นโอกาสสุดท้าย“ให้พ่อไปคุยให้ไหม” อีวานเสนอตัวเพราะเริ่มรู้สึกไม่สบายใจและเป็นกังวลที่ลูกชายง้อเมียไม่สำเร็จสักที“ผมว่าอย่าเลยดีกว่าครับ ผมกลัวพ่อเหนื่อย”“พ่อไม่เหนื่อยหรอก อย่าลืมสิ ส่วนหนึ่งที่ลูกทะเลาะกับเมริษาก็เพราะพ่อนะ”“…” อีริคเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ใบหน้ากลัดกลุ้ม ผุดลุกผุดนั่งอยู่อย่างนั้น “ถ้างั้นผมต้องรบกวนพ่อด้วยนะครับ บา







