Se connecterปึกๆๆๆ
“เปิดสิเปิดๆๆ!!”ฉันโวยวายเอามือทุบลิฟต์ให้เปิดออก ติ๋ง “เจ้านาง”เสียงเฮียทั่นเรียกฉันมาติดๆแต่โชคดีที่ประตูลิฟต์เปิดก่อน ฉันจึงวิ่งเข้าไปในลิฟต์และกดชั้นหนึ่งที่ฉันจะลงไป “เจ้านาง!!”เฮียทั่นวิ่งมาถึงหน้าลิฟต์พร้อมกับประตูลิฟต์ที่ปิดลง “ฮืฮๆๆๆ”ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพลางร้องไห้ออกมาอย่างฟูมฟาย กี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องมาแอบร้องไห้ไม่ให้คนอื่นเห็นว่าผู้หญิงที่เก่งตบตีกับคนอื่นที่เข้ามายุ่งกับเฮียทั่นของฉันไปวันๆก็ร้องไห้เป็นเหมือนกัน ฉันเองก็มีหัวใจเหมือนกัน เจ็บเป็น ร้องไห้เป็น ทำไมเฮียไม่เชื่อสิ่งที่ฉันขอร้องเขา ปิ๋ง “ว๊าย!ผีลิฟต์หลอก!!!”เสียงคุ้นหูดังขึ้นหลังจากที่ประตูลิฟต์เปิด “ฟางข้าว”ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองมัน มันก็เบิกตาขึ้นอย่างตกใจ “เจ้านางเหรอวะ?!” “ทำไมสภาพแกเป็นแบบนี้เนี่ย!!”ยัยฟางข้าวโวยวายขึ้นด้วยความเป็นห่วงฉัน และมันก็วิ่งมาพยุงร่างฉันให้ออกมาจากลิฟต์ “มีคนไหม?”ฉันเอ่ยถามยัยฟางข้าวไป มันก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ เอ้ามันจะให้ศัตรูของฉันมาเห็นฉันในสภาพนี้นะเหรอ รองเท้าส้นสูงของฉันก็เอาไปทิ้งไว้ที่ไหนไม่รู้เนี่ย สงสัยฉันจะถอดโยนทิ้งไว้ระหว่างทางที่ฉันวิ่งหนีเฮียทั่นที่ชั้นผู้บริหารนะแหละมั้ง “ไม่มีย่ะ!”ยัยฟางข้าวหดหัวกลับมาหลังจากมันชัโงกหน้าออกไปดูหน้าลิฟต์ว่ามีใครอยู่ไหม “ฮือๆฟางข้าวแกพาฉันกลับคอนโดหน่อย”ฉันออดอ้อนยัยฟางข้าวทันที มันก็ถอยหายใจอย่างเหนื่อยใจแต่มันก็ยอมพยักหน้าให้ “เอ่อๆๆไปๆๆ”ยัยฟางข้าวบอกฉันและก็ค่อยๆพยุงร่างฉันให้เดินตามมันไป พรึบ “อะไรของแกเนี่ย!!”ฉันโวยขึ้น เมื่อยัยฟางข้าวเอาเสื้อช้อปสีแดงมาคลุมหัวฉันกับหัวมัน เสื้อช้อปของฉันไม่มีเพราะลืมไว้ที่บ้านไอ้ซัน “ปิดไว้เผื่อมีใครมาเห็น!!”ยัยฟางข้าวบอกฉันด้วยนำ้เสียงเป็นห่วง ฉันยิ้มอย่างซาบซึ้งไม่ว่าฉันจะเหงาจะเศร้าจะทุกข์ขนาดไหนก็มีมันนี่แหละที่คอยอยู่เป็นเพื่อนฉัน “ฉันรักแกนะฟางข้าว”ฉันบอกฟางข้าวไปด้วยน้ำเสียงน่ารัก “เปลี่ยนจากบอกรักไปอ่อยน้องไมค์ให้ฉันหน่อย”แหนะ!กูว่าแล้ว ยัยฟางข้าวมันมีแผน อีเพื่อนบ้า!! 23:30น. สนามแข่งรถTT เจ้านาง พรรณนิชา.... “วู้ๆๆๆ” “กรี๊ดดดดดดดดดดด”เสียงกรีดร้องและเสียงบดขยี้ของล้อรถกับพื้นปูนซีเมนต์อย่างดีดังก้องกังวานไปทั่วทั้งสนามแข่งรถแห่งนี้ ฉันที่ก้มหน้าก้มตาตรวจเช็กเครื่องรถยนต์คันหรูของฉันที่มีเครื่องยนต์ระดับแนวหน้าและแรงกว่ารถแข่งธรรมดาทั่วไป “คืนนี้ของเดิมพันเป็นอะไร?”เสียงของบุคคลที่คุ้นหูฉันและฉันก็รู้จักและสนิทกับมันดป็นอย่างดีเดินมายืนเท้าแขนเข้ากับหน้ากระโปรงรถของฉัน ฉันก็กรีดยิ้มพลางเงยหน้าขึ้นไปสบตาเข้ากับดวงตาสีนำ้ทะเลคู่สวยของผู้ชายตรงหน้าฉัน มันคือซัน เพื่อนชายคนสนิทของฉัน “ให้แกเลือก”ฉันบอกมันอย่างไม่ใส่ใจและก้มหน้าก้มตาตรวจดูความพร้อมกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ อีกยี่สิบนาทีจะถึงเวลาแข่ง “เราไม่เลือกแตงโมแต่เราจะเลือกเจ้านาง”เสียงของไอ้ซันดูจริงจังมาก มากจนฉันชะงักหยุดนิ่งไปกับคำพูดของมัน “แต่เราให้แกเลือกเราไม่ได้ว่ะ เพราะยังไงๆเราก็ต้องเป็นของแกอยู่วันยันค่ำ” “^_^”ไอ้ซันยิ้มกับคำพูดของฉันมีแต่ฉันที่ไม่ได้ยิ้มให้มัน ใช่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ยังไงๆฉันกับไอ้ซันก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดีในวันที่เราสองคนเรียนจบมหาลัย ฉันกับไอ้ซันเป็นคู่หมั้นกันพ่อแม่ของพวกเราต้องการจะลงทุนร่วมกันแต่ดูเหมือนพ่อของซันจะไม่ค่อยเชื่อใจคุณพ่อของฉันสักเท่าไหร่จึงขอหมั้นฉันให้ไอ้ซันเพื่อเป็นการเชื่อใจ เห้อฟังแล้วโคตรน้ำเน่าเนอะ แต่ยังไงๆฉันก็อยู่กับมันได้เพราะทุกวันนี้ก็แทบจะตัวติดกับมันอยู่แล้วอ่ะ นอนก็นอนกับมันแต่ฉันไม่เคยมีอะไรกับมันหรอกนะ เพราะฉันไม่ได้รักมัน ฉันจะเก็บของที่ฉันรักไว้ให้ผู้ชายที่ฉันรักแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น “เพราะฉะนั้นแกรู้ใช่ไหมว่าแกต้องทำยังไงกับอีแตงโม!”ฉันบอกไอ้ซันไปพลางหยิบเสื้อหนังแจ็คเก็ตมาสวมทับเสื้อสายเดียวเอวลอยสีดำของฉัน “เธอยอมรับได้ยังไงว่ะ ให้คู่หมั้นตัวเองไปเอากับผู้หญิงคนอื่นเนี่ยน่ะ!”ไอ้ซันโวย ฉันจึงมองหน้ามันอย่างไม่สบอารมณ์ “หุบปาก!!”ฉันตะโกนเสียงดังห้ามไอ้ซัน มันก็หับปากและมองมาที่ฉันพลางทำสายตาปริบๆใส่ฉัน “ต่อให้แกจะเอากับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเรา เราก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะอะไรรู้ไหมซัน” “ไม่ต้องพูด เราไม่อยากฟังแล้วเจ้านาง!!”ซันเอามือขึ้นมาปิดหูตัวเองทั้งสองข้างเพราะไม่อยากฟังคำพูดที่ฉันมันจะบอกมันเป็นประจำทุกวัน “เพราะเราไม่ได้รักแก”ฉันพูดบอกซันไปมันเอามือปิดหู แต่ฉันก็เชื่อมันได้ยินชัดเต็มสองรูหูของมันเลยล่ะ “พี่นางงงงงขาาาาา^_^”เสียงหวานของกลุ่มชะนีนับสิบคนพากันวิ่งกรู่เข้ามาหาฉันพร้อมกับป้ายไฟที่เขียนว่าเจ้านางสู้ๆ รักเจ้านาง อะไรอย่างนี้อ่ะ และเด็กๆพวกนี้ก็เป็นเด็กที่มหาลัยของเฮียทั่นเอง “พี่นางอยู่กับพี่ซันงื้อออ คู่นี้น่ารัก^_^”แฟนคลับฉันกับซันต่่างพากันยืนล้อมรอบตัวของเราทั้งสองคนและพากันกรีดร้อง ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ฉันกับซันถูกยกให้เป็นคู่จิ้นตั้งแต่วันแรกที่เราไปรับน้องของคณะวิศวะแล้วล่ะ จนทุกคนต่างพากันเชียร์ให้เป็นคู่จริง แต่เรื่องของฉันกับซันที่เป็นคู่หมั้นกันเป็นความลับ ทุกคนต่างรู้แค่ว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ที่จริงเราสองคนก็เพิ่งจะไปสนิทกันวันที่ไปดูตัวนั้นแหละ เพราะเราสองคนอายุเท่ากันและกำลังจะเรียนมหาลัยเหมือนกันคุณพ่อของฉันจึงชวนซันเข้ามาเรียนที่มหาลัยเดียวกับฉันด้วย ฉันกับซันเป็นคู่หมั้นกันมาสามปีแล้วล่ะ เวลาสามปีทำให้เราสองคนรู้สันดานของกันและกันมากขึ้น ฉันไม่รู้ว่าซันมันคิดยังไงกับฉัน เพราะบางทีมันก็ทำเหมือนแคร์ฉันมากแต่บางทีมันก็ทำเป็นไม่สนใจฉัน เพราะมันพาเด็กๆในสต๊อกของมันไปนอนที่คอนโดของมันด้วยแทบจะทุกวันนะ“ก็เกือบพลาดไปเหมือนกันครับ โชคดีที่มีตำรวจมาช่วยไว้ได้ทัน”ผมตอบเธอไปตามความจริง เพราะผมเกือบจะโดนคิลฆ่าตายซะแล้วแต่โชคดีที่มีคุณตำรวจผ่านมาเจอผมและให้ความช่วยเหลือผมไว้ได้ทันซะก่อนและตอนนี้คิลก็โดนตำรวจจับกุมไว้แล้ว และรอบๆบ้านนี้ก็โดนตำรวจคลุมไปหมดแล้วชายชุดดำนับพันโดนตำรวจเข้าจับกุมเพราะนายของพวกมันโดนข้อหากักขับหน่วงเหนี่ยวและซ่อนเร้นอำพรางศพฆ่าผู้อื่นโดนเจตนา “ไม่ร้องนะครับต่อไปชีวิตของเราทั้งคู่จะมีแต่ความสุข”ผมยื่นมือไปเช็ดนำ้ตาให้เธออย่างแผ่วเบา เธอก็มองหน้าผมและยิ่งร้องไห้ออกมาอย่างหนัก “ถ้าเจ้านางไม่มาที่นี้ เจ้านางอาจจะไม่ได้เจอเฮียทั่นอีกเลย เฮียทั่นคงจะตายจริงๆ”เธอพูดไปพลางสะอื้นไห้ไปด้วย ผมก็ยิ้มและเช็ดนำ้ตาให้เธอไปด้วยเช่นกัน “ก็เพราะฟ้าสั่งให้เรามาเจอกัน และสั่งให้เจ้านางมาช่วยเฮียยังไงล่ะครับ^_^”ผมบอกเธอไปตามความคิดของผม เธอก็ยิ้มให้ผมผมก็ยิ้มให้เธอและค่อยๆพยุงร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืน “แล้วเท็กซัสละคะ?” “ลูกอยู่ไหน?”เธอเอ่ยถามผมมาด้วยร้อนรนใจ ผมกผมมองหน้าเธอด้วยความร้อนรนใจไม่ต่างจากเธอ “เท็กอยู่นี้!^_^”เสียงเล็กแหลมที่คุ้นหูผมทำให้ผมรีบหันไปมองยังทิศทางที่ม
“ใช่พี่ชายฝาแฝดของฉันเอง”เขาตอบฉันกลับมาด้วยความชื่นชมในแววตา อะไรของเขา การฆ่าคนตายนี้น่าชื่นชมเหรอ“และตอนนี้ก็คงจะถึงเวลาที่ทั้งเธอและลูกชายของมันต้องลงไปนอนในหลุมศพนั้นอีกแล้ว”เขาบอกฉันมาทั้งแววตาและน้ำเสียงของเขามันคือพวกโรคจิตชัดๆนี่ฉัรกำลังคุยอยู่กับคนบ้าเหรอเนี่ย แต่เอ๊ะลูกชายของมัน?หมายความว่าอะไร“ไม่ต้องทำหน้างง ฉันจะเล่าให้เธอฟังเอง”เขาบอกฉันมาเหมือนเขาจะเข้าใจว่าฉันคิดอะไรอยู่ และที่ตรงนั้นทีหลุมศพที่เพิ่งจะถูกขุดขึ้นมาใหม่สองหลุมด้วยกัน“นั้นคือพี่ชายของฉันเป็นพ่อของไอ้ไททันยังไงล่ะ และที่DNAของมันเหมือนกับของฉันก็เพราะว่าฉันเอาโครงกระดูกของพ่อมันไปตรวจและเอาไปยืนยันให้ไอ้โง่พ่อของแกได้ดูยังไงล่ะและที่ฉันให้เลือดไอ้ไททันได้เพราะฉันกับพ่อของมันมีทุกอย่างที่เหมือนกันที่จริงฉันก็อยากจะให้มันตายตามพ่อของทันไปแต่ในพินัยกรรมของไอ้ทรานส์ยกสมบัติทุกอย่างให้ไอ้ไททันลูกของมัน!!”เขาเป็นเสียงตวาดออกมามันเต็มไปด้วยความเจ็บความผิดหวังและความเกลียดผสมปนเปกันไปหมด“คุณไม่ใช่พ่อของเฮียทั่น?”ฉันมองหน้าเขาด้วยความตกใจ ฉันค่อยๆถอยหลังหนีเขา นี้มันผิดแผนที่ฉันวางไว้ทั้งเลยนะเนี่ย“ใช่ ฉลาดดี
คฤหาสน์ของพ่อไททัน..08:00น.เจ้านาง พรรณนิชา...“วันนี้เฮียมีงานเช้า เฮียต้องรีบไป”ฉันเงยหน้าจากเท็กซัสขึ้นไปมองหน้าเฮียทั่นที่เขากำลังยืนผูกเนคไทอยู่ ฉันจึงยิ้มให้เขาและลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา“มาค่ะ เดี๋ยวเจ้านางผูกให้^_^”ฉันบอกเฮียทั่นไปเขาก็ยิ้มและพยักหน้าให้ฉัน ฉันจึงยื่นมือไปผูกเนคไทให้เขาอย่างชำนาญ“เดี๋ยวตอนเที่ยงเฮียจะกลับมาทานข้าวด้วยนะครับ”“ค่ะ”ฉันอมยิ้มจนแก้มแทบปริเพราะเมื่อคืนหลังจากที่เฮียทั่นเคลียร์อะไรๆลงตัวกับคุณพ่อของเขาแล้ว เขาก็พาฉันกับเท็กซัสขึ้นมาพักยังห้องนอนของเขาและฉันก็เป็นคนบอกให้เฮียทั่นแทนตัวเองว่าเฮียเพราะเขาแทนตัวเองว่าผมหรือฉัน ฉันว่ามันดูห่างเหินแปลกๆ“เดี๋ยวเจ้านางลงไปส่งนะคะ^_^”“ครับ^_^”เราทั้งคู่ยิ้มให้กัน เฮียทั่นก็เดินไปหาเท็กซัสที่นอนหลับใหลอย่างสบายอารมณ์อยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่“พ่อไปทำงานก่อนนะครับคนเก่ง ฟอดกดฟอด”เฮียทั่นบอกลูกเสร็จเขาก็ก้มหน้าลงไปหอมแก้มอวบๆของลูกชายตัวน้อยของเราด้วยความรัก ฉันก็มองและยิ้มตาม ความรู้สึกที่อบอุ่นและอิ่มเอมใจของฉัน มันช่างวิเศษกว่าๆที่ผ่านๆ“ไปกันเถอะคะ”“ครับ”เฮียทั่นขานรับฉันและเขาก็เดินมา
“รับทราบครับ”ลูกน้องของเฮียทั่นโค้งตัวให้ฉันพร้อมกับตอบคำถามของเฮียทั่นด้วยนำ้เสียงหนักแน่นฉันจึงยกแขนขึ้นมากอดอก อยากเล่นกับเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ “ดีมาก นี่คิลลูกน้องคนสนิทของผมเอง ถ้าคุณอยากได้อะไรก็บอกคิลได้เลย”เฮียทั่นหันมาบอกฉันฉันก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นใบหน้าที่เรียบร้อยอ่อนหวานทันที“ค่ะ รบกวนคุณคิลด้วยนะคะ”ฉันโค้งหัวให้คิล คิลก็โค้งหัวให้ฉันตอบ“อะไรกัน?”เสียงทรงอำนาจของใครคนหนึ่งที่ฉันจำได้ไม่มีวันลืมตะโกนเสียงดังมาจากทางด้านหลังของฉัน “คุณพ่อ!”เฮียไททันหันกลับมามองเสียงนั้นอย่างไวด้วยความดีใจ และเขาก็รีบเดินมาหาฉันและยิ้มให้ฉัน“คุณพ่อของฉันมาแล้ว เธอไปหาท่านกับฉันนะ^_^”“ค่ะ^_^”ฉันตอบเฮียทั่นไป เขาจึงยิ้มให้ฉันและหันไปยิ้มให้ลูกและเขาก็จับมือฉันเดินไปหาพ่อของเขา “คุณพ่อครับ^_^”“ใคร?”พ่อของเฮียทั่นเอ่ยขึ้นพลางส่องสายตาเหยีดๆมองมาที่ฉันกับเท็กซัสด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ถึงความไม่พอใจ ฉันจึงหันไปมองเฮียทั่นและทำสีหน้าเศร้าใส่เขาและยื่นเเขนไปกอดแขนเฮียทั่นทำท่าเหมือนกำลังหวาดกลัว ส่วนเท็กซัสก็ยิ้มจนตาปิด“นี่เจ้านางและเท็กซัสครับ พวกเขาเป็นครอบครัวของผม”เฮียทั่นบอกพ่อของเขาพลาง
“ฉันชื่อเจ้านางนะคะ ส่วนลูกของฉันชื่อเท็กซัสค่ะ^_^”เธอเอ่ยบอกผมในขณะที่ผมวางร่างของลูกชายตัวน้อยของเธอลงนอนบนที่นอนในห้องนั่งเล่น เด็กน้อยหลับตาพริ้มอย่างคนอ่อนล้า เขาคงจะตกใจจากเหตุการณ์ร้ายๆเมื่อกี้นี้“ส่วนพ่อของลูกฉันชื่อ.....”เธอเงียบไปและค่อยๆเดินตรงเข้ามาหาอย่างช้าๆตึกตักๆๆผมกระพริบตาถี่รัวใจของผมก็เต้นแรงโครมครามพรึบ“ชื่อ ชื่อ”เธอเอื้อมมือมาคล้องคอผมและยื่นหน้าขึ้นมาที่ข้างหูผมและเอ่ยชึ้นด้วยนำ้เสียงกระเส่า ทำเอาผมขนลุกซู่เลย“ชื่อ ไททันคะ”เธอกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูผมพร้อมกับกดปลายจมูกโด่งของเธอลงมาที่ซอกคอขาวๆของผม แต่เดี๋ยวนะ พ่อของลูกเธอชื่อไททันอย่างงั้นเหรอ? ผมมองหน้าด้วยแววตาเบิกโตขึ้นด้วยความตกใจ“ฟอดดดด ฟอดดด”“คะคุณ”ผมเอ่ยเรียกเธอด้วยนำ้เสียงสั่นเครือและยื่นมือมาจับแก้มตัวเองที่โดนเธอหอมไปด้วยความเขินอาย“ก่อนที่คุณจะประสบอุบัติเหตุเราเคยคบและรักกันมาก่อนค่ะและเด็กคนนั้นก็คือลูกของคุณค่ะ”ประเทศเกาหลีบ้านพักของเจ้านางเจ้านาง พรรณนิชา....ต่อ.........“ผมกับคุณ?”เฮียไททันเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเขาชี้มาที่ฉันและชี้ไปที่ตัวเขาเอง “ค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อจะพาเท็กซัสไปตร
“อย่าาาาาา”เธอร้องเสียงหลงเมื่อชายคนนั้นกำลังกดปลายแหลมของมีดลงไปที่คอขาวของเด็กน้อยผมไม่รอลั่นไกปืนพกอย่างไวปัง“เอือกก!”“เท็กซัส!!”เธอร้องเรียกลูกของเธอเสียงดังพร้อมกับถลาร่างของเธอเข้าไปรับร่างลูกชายของเธอที่กำลังจะตกลงสู่พื้นอย่างไวตามสัญชาตญาณของผู้เป็นแม่พรึบ“มามี้!!!”“เท็กซัส!”ทั้งสองแม่ลูกต่างพากันกอดกันและร้องไห้ออกมาอย่างหนักพรึบ“เป็นอะไรคะ?”เธอคนนั้นหันมาเอ่ยถามผมด้วยความเป็นห่วงที่ตอนนี้ผมทรุดตัวลงนั่งบนพื้นดินอย่างคนหมดแรง ผมฆ่าคนอีกแล้ว คนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะผมมากี่คนแล้ว“ผมไม่ได้ตั้งใจ”ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเธอด้วยแววตาสั่นไหวและนำ้เสียงที่สั่นเครือ เธอก็มองมาที่ผมพลางขมวดคิ้วงุนงงและเธอก็ค่อยๆอุ้มลูกของเธอมาตรงหน้าผม“คุณไม่ผิดเลยนะคะ คุณจำเป็นต้องทำเพราะช่วยฉันกับลูกอย่าคิดมากสิคะ^_^”เธอยื่นมือมาจับมือผมพลางออกแรงบีบเบาๆและพูดให้กำลังใจผม“เราเคยรู้จักกันมาก่อนรึเปล่าครับ?”ผมเอ่ยถามเธอไปในขณะที่เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าของเธอมาซับเหงื่อบนใบหน้าให้ผมด้วยความไม่รังเกียจ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่กลัวหรือเกลียดผม เพราะทุกทีที่ผมไปพอทุกคนรู้ว่าผมเป็นมาเฟียพวกเขาก็จะทำสีหน้าหวาดกล







