LOGIN"เธอติดหนี้บุญคุณฉันแล้วนะ ทีนี้จะชดใช้หนี้ยังไง" "แลกด้วยร่างกายได้ไหม" "คิดจะแลกด้วยร่างกายอะ ไม่เสียใจภายหลังหรือไง" "ก็เสียใจนะ แต่นายมันก็น่ากินไง"เฮอะ! _________________ นักรบ อายุ 21 ปี เฮดว้ากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกเครื่องกล ชั้นปีที่3 เจ้าของผับและร้านเหล้าหลายแห่ง หนุ่มหล่อ รวย ตัวสูง หน้านิ่งปากร้ายนิดๆแต่ใจดี "ยัยภัยคุกคาม คุกคามทุกสถานการณ์ ให้ตายเถอะ" __________________ ลูกพีช อายุ 21 ปี สาวคณะบริหาร ชั้นปีที่3 ตัวแม่คณะบริหาร สวย อึ๋ม แสบแบบไม่มีที่ติ "เกลียดผู้ชายที่ชื่อนักรบนะ แต่ให้ตายเถอะหมอนั่นน่ากินเป็นบ้า"
View Moreสวัสดีครับ…ผมชื่อนักรบ เป็นลูกชายของพ่อทามไทกับแม่น้ำพิ้งค์และมีน้องสาวหนึ่งคนชื่อน้ำตาล ปัจจุบันกำศึกษาอยู่ชั้นปีที่3คณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกเครื่องกล และตอนนี้ก็กำลังดำรงตำแหน่งประธานเฮดว้ากแห่งคณะวิศวะที่สาวๆ กว่าค่อนมหาวิทยาลัยพากันพูดต่อๆ กันว่า ‘พี่คนนี้แหละที่โคตรโหดแต่หล่อสุดๆ’
ครับมันก็เป็นจริงอย่างที่พวกเธอว่ากันนั่นแหละครับ ผมมันหล่อ เป็นไอ้คนหล่อที่โหดหน่อยๆ ของรุ่นน้องในคณะ ภาพจำส่วนมากก็จะเป็นพี่ว้ากที่โหดแต่หล่อมากๆ ของน้องๆ
แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นหลักสักเท่าไหร่หรอกครับ เพราะประเด็นหลักที่ทำให้ผมโกรธจนหน้าสั่นควันออกหูอยู่ตอนนี้ก็คือ…ยัยผู้หญิงหน้าห้องที่กำลังเปิดเพลงโคตรเสียงดังมากๆ ในเช้าวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ของผมนี่แหละ
พรึบ!
"ไม่ต้องนงไม่ต้องนอนมันแล้วโว้ย!" หลังจากที่ความอดทนสุดท้ายของผมมันขาดสะบั้นลงแล้ว ผมก็ดึงผ้าห่มที่คลุมโปงอยู่ตอนนี้ออกจากหน้าหล่อๆ ของตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจฮึดฮัดอย่างหงุดหงิดอยู่บนที่นอนอย่างข่มอารมณ์สุดๆ
โคตรจะเป็นวันที่ Bad day สำหรับผมเลย เมื่อคืนกว่าจะได้กลับมานอนก็ปาไปตีสี่กว่าแล้ว เนื่องจากเมื่อคืนมันเป็นคืนวันหยุดของใครหลายๆ คน ลูกค้าที่ผับจึงเยอะเป็นพิเศษแถมเมื่อคืนที่ผับยังมีปัญหาเด็กปีหนึ่งคณะของผมมันดันต่อยกันหลังร้านกับเด็กคณะบริหารอีก
ผมที่เป็นเจ้าของผับและพ่วงด้วยความเป็นรุ่นพี่ในคณะและพ่วงไปอีกหนึ่งต่อคือเฮดว้ากประจำคณะจึงต้องช่วยไกล่เกลี่ยให้ ก็คือไกล่เกลี่ยแบบกลางๆ ในฐานะเจ้าของผับนั่นแหละ แต่ถ้าไกล่เกลี่ยในฐานะรุ่นพี่ละก็...มีตะลุมบอนหนักกว่าเดิมบ้างแหละ เพราะไอ้คณะบริหารเนี่ยมันเป็นศัตรูกับคณะของพวกผมตั้งแต่รุ่นปู่ย่าแล้ว ก็เลยไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่
เออนอกประเด็นไปเยอะละกลับมาที่ประเด็นตอนนี้ก่อนดีกว่า หลังจากที่ผมนอนถอนหายใจฮึดฮัดอยู่บนเตียงได้สองนาทีเศษๆ ผมก็ตัดสินใจลุกออกจากเตียงเดินไปที่ประตูห้อง เปิดออกพร้อมกับเดินปึงปังไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องฝั่งตรงข้ามที่แม่งยังเปิดเพลงเสียงดังอยู่ตอนนี้ ก่อนจะยกมือทุบประตูห้องเสียงดังจนมือแม่งแดงไปหมด
ปัง! ปัง! ปัง!
ผมทุบประตูห้องแรงๆ ไปสามครั้งหลังจากนั้นก็ยืนรอเจ้าของห้องออกมาเปิดประตู แต่ผ่านไปนาทีกว่าๆ ไอ้เจ้าของห้องก็ยังไม่ออกมาเปิดประตูให้ผมสักที ผมเลยต้องเคาะประตูอีกครั้งแต่ครั้งนี้ดังกว่าตอนแรกหลายเท่า
เอาดิเจ็บมือไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่เจ็บใจที่ไม่ได้นอนนี่แหละผมยอมไม่ได้!
ปัง! ปัง! ปัง!
ปึก!
"จะเคาะหาพระแสงอะไรนักหนาห๊ะ!" เหอะ กระชากประตูเปิดออกแล้วสาดประโยคด้วยท่าทางหงุดหงิดแบบนี้ ยัยนี้มันโตมายังไงวะ เปิดเพลงเสียงดังรบกวนการนอนของคนอื่นแล้วยังไม่สำนึกอีก
"นักรบ...มีอะไร เคาะประตูห้องฉันทำไมไม่ทราบ" เมื่อได้สติดี ยัยลูกพีชเจ้าของห้องที่ผมเคาะประตูมือแทบพังเมื่อกี้ก็เรียกชื่อผมด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างเปิดเผยให้ผมได้เห็น ก่อนจะเอ่ยถามผมว่าเคาะประตูห้องตัวเองทำไม เหอะ ยัยนี้แม่งน่าจับมัดมือมัดเท้าโยนลงจากคอนโดจริงๆ เลยว่ะ สามัญสำนึกเนี่ยลืมไว้ที่บ้านหรือไง
"ฉันก็ไม่ได้อยากลุกจากเตียงเดินมาเคาะประตูห้องเธอให้เสียเวลานอนเล่นนักหรอก ถ้าไอ้ห้องตรงข้ามเนี่ยมันมีจิตสำนึกในการอยู่เป็นส่วนรวมมากกว่านี้"
"ยังไงไม่ทราบ" เหอะ ได้ยินประโยคตั้งคำถามออกจากปากยัยเตี้ยที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้าผมแล้ว ผมถึงกับต้องใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มกลอกตามองบนอย่างข่มอารมณ์เลยครับ ยัยนี้สะกดคำว่ามารยาทเป็นไหมวะ ถ้าสะกดไม่เป็นพี่วินัยแบบผมเนี่ยจะสอนให้ฝังเข้าไปในสมองจำไปจนวันตายให้
"เธอเปิดเพลงเสียงดัง เสียงมันดังจนเข้าไปรบกวนฉันในห้องจนฉันไม่สามารถนอนต่อได้ และการที่เธอทำแบบนี้มันก็เป็นการเสียมารยาทมากด้วย ในชั้นนี้มันไม่ได้มีเธออยู่คนเดียวไง มีฉันอยู่ด้วยหัดเบาเสียงลงเกรงใจคนอื่นเขาบ้าง เพราะวันหยุดเขาจะพักผ่อนกันไม่มีใครอยากฟังเสียงเพลงห่วยๆ ของเธอแต่เช้าหรอกนะ เข้าใจยัง"
"เข้าใจ แล้วไงอะ" แล้วไงเหรอวะ โว้ยยย! นี่กูยืนพูดกับคนที่ไม่ได้สวมวิญญาณออกมาหรือไงวะถึงได้ไม่สะท้านเหี้ยอะไรเลยเนี่ย
"แล้วไงเหรอ จิตสำนึกยังมีอยู่ไหม ทำคนอื่นเขาเดือดร้อนแต่ยังทำหน้าลอยหน้าลอยตาไม่สะทกสะท้านแบบนี้อีก เธอนี่มัน..."
"มันอะไร"
"มันไร้มารยาทไง วันนี้มันวันหยุดนะ และฉันก็ต้องการพักผ่อนด้วย ถ้าเธอจะฟังเพลงเสียงดังขนาดนั้นก็เอาหูฟังยัดใส่หูแล้วเปิดเสียงดังให้สุดเอาให้หูแตกไปเลยมันจะไม่มีใครว่าเธอเลยเว้ย แต่นี่เธอเผื่อแผ่ให้คนอื่นไง ซึ่งคนที่รับกรรมเต็มๆ ก็คือฉันที่อยู่ห้องตรงข้ามกับเธอ เห็นใจคนอื่นบ้างดิว่ะ"
หลังจากที่ผมสุดจะทนกับยัยลูกพีชที่ตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่ไม่เดือดร้อนอะไรกลับมา ผมก็ถึงกับฟิวส์ขาดเลยครับ ตอบกลับยาวเหยียดแบบใส่อารมณ์สุดๆ ผู้หญิงก็ผู้หญิงเถอะว่ะกูไม่ตะบันหน้าให้ก็บุญแค่ไหนแล้วที่ยืนทำหน้าไม่เดือดร้อนใส่เนี่ย
"ก็ฉันสะดวกแบบนี้อะ ฉันกำลังลดน้ำหนักอยู่เวลาเปิดเพลงดังๆ มันบิ้วอารมณ์ให้ฉันเต้นดีไง มันเลยเบาเสียงไม่ได้เดี๋ยวเต้นไม่ออก" กูละเชื่อยัยลูกพีชเน่านี้จริงๆ เลยว่ะ ไม่สะท้านเหี้ยไรเลยมั้ง ขนาดว่ากันขนาดนี้ยังลอยหน้าลอยตาได้อีก กูจะฟ้อง ฟ้องพ่อยัยนี้ให้เอาฉาบบ้องหูสักทีเถอะ ทำหูทวนลมฉิบเป๋งเลย
"เหอะ ถ้าเบาเสียงเพลงไม่ได้ก็อยู่เป็นโอ่งต่อไปเถอะจะได้ไม่เป็นภาระคนอื่น" ผมไม่รู้จะว่ายังไงเลย ก็เลยว่าทิ้งท้ายให้ยัยเตี้ยตรงหน้ามันเจ็บใจจนควันออกหูเล่นไปแบบนั้น ก่อนจะเตรียมหมุนตัวกลับไปที่ห้องของตัวเอง แต่บังเอิญนึกบางอย่างออกก่อนก็เลยหมุนตัวกลับไปหายัยลูกพีชอีกครั้ง
"อ้อ แล้วถ้าฉันกลับเข้าห้องไปแล้วเสียงเพลงของเธอมันยังดังรบกวนอยู่ละก็ ฉันจะเปิดตั้งนะโมสามจบสู้เธอกลับ" เอาดิว่ะ เพลงห่วยๆ ของยัยนี้เหรอว่ะจะสู้กับบทสวดไล่ผีของผมได้ อีกอย่างถ้ายัยลูกพีชได้ยิน ผีบ้าในร่างกายจะได้ออกจากร่างยัยนี้ด้วย
"นี่! ฉันไม่ได้ผีเข้านะยะ!"
"เหอะ เหรอ...สภาพเธอตอนนี้ ไม่เข้าก็เหมือนเข้านั่นแหละ" ว่าจบผมก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องตัวเองทันที ปล่อยให้ลูกพีชยืนกำหมัดแน่นพร้อมกับท่าทางที่อยากจะกรี๊ดใส่หน้าผมเต็มทีอยู่ที่เดิมต่อไป
เอาสิวะ ถ้ายัยนั่นยังดื้อดึงที่จะเปิดเพลงเสียงดังอยู่ละก็ ผมเปิดตั้งนะโมสามจบสู้กลับไปจริงๆ แน่ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครมันจะชนะ!
หนึ่งปีต่อมา...@โรงแรม"สินสอดทองหมั้นที่ทางเราเอามามอบให้กับหนูพีชค่ะ" คุณย่านัน เป็นคุณย่าของนักรบพูดพร้อมผายมือไปทางพานสินสอดหลายพานตรงหน้าเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวให้กับฝั่งผู้ใหญ่ของเจ้าสาวทราบและทำการตรวจสินสอดไว้ตามพิธีบนพานตรงหน้ามีพานเงินสดสิบล้าน พานทองคำแท่งหนึ่งร้อยบาท พานเครื่องประดับเพชรมูลค่าหลายล้าน และสุดท้ายเป็นพานโฉนดที่ดินอีกห้าใบในกรุงเทพฯและเชียงใหม่ซึ่งตีเป็นราคาอีกหลายสิบล้านบาท"ค่ะคุณนัน" ผู้ใหญ่ฝั่งลูกพีชหรือคุณย่าของลูกพีชตอบกลับพร้อมรอยยิ้มให้กับอีกฝ่ายด้วยความปลื้มปริ่มยินดีที่ฝั่งเจ้าบ่าวของเจ้าสาวขนสินสอดมาให้เยอะขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้คุยกันไว้แล้ว ว่าไม่ต้องยกอะไรมาก็ได้เพราะหลังจากที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจดทะเบียนสมรสกันไป ฝั่งเจ้าบ่าวอย่างนักรบก็มอบของขวัญให้หลานสาวคนเดียวของบ้านเป็นว่าเล่นอยู่แล้วทั้งบ้าน รถ ที่ดิน และอีกหลายอย่างที่เป็นตัวการันตีว่าเจ้าบ่าวอย่างนักรบนั้นสามารถดูแลหลานสาวของบ้านได้ดีแค่ไหนตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนสมรสกัน คู่บ่าวสาวตรงหน้าได้แสดงออกหลายอย่างให้เห็นว่าพวกเขารักก
19.00น.หลังจากที่ได้ถ่ายรูป นอนอาบแดด เล่นน้ำ ขี่เจ็ทสกีและเดินเล่นริมหาดกับนักรบจนหนำใจไปเมื่อตอนเย็นแล้ว ตกดึกทุกคนก็พากันออกมานั่งเล่นริมสระน้ำ นั่งฟังเพลงพร้อมกับย่างบาร์บีคิว บางคู่อย่างกับมาร์ตินกับพราวฟ้าก็นอนซบอกดูดาวด้วยกันอย่างหวานชื่นไม่แคร์ใคร ในขณะที่คู่ของใบเฟิร์นกับพระพายและคนไม่มีคู่อย่างน้ำตาลก็กำลังยืนช่วยกันปิ้งย่างบาร์บีคิวกันอย่างสามัคคี แต่ตัดภาพไปที่คู่ที่เงียบราวกับยกป่าช้ามาไว้ข้างๆ อย่างคู่ของไคโรกับแพรวาก็แสนจะอึมครึมจนไม่กล้าจะเข้าใกล้เพราะทั้งคู่นั่งเงียบไม่ยอมปริปากพูดกันสักที จนลูกพีชที่นอนดูดาวอยู่กับนักรบอีกมุมหนึ่งของสระน้ำถึงกับต้องหันไปคุยกัน"นายไม่คิดจะช่วยไคโรหน่อยเหรอ หมอนั่นนั่งจ้องแพรวาแบบนั้น ชาตินี้จะได้คืนดีกันไหม""เธอไม่ต้องห่วงหรอก ไอ้ไคมันไม่ได้มีด้านที่เงียบด้านเดียว เวลาอยู่กับแพรวาสองคนมันก็คุยกันปกตินั่นแหละ" นักรบว่าอย่างไม่แยแสอะไรมากนัก เพราะสิ่งที่ตอบลูกพีชกลับไปมันเป็นความจริงทั้งนั้น เวลาที่ไคโรเพื่อนของเขาอยู่กับคนที่รักไอ้หมอนั่นมันคุยเยอะกว่าอยู่กับพวกเขาซะอีก"จริงเหรอ""อืม ถ้ามันไม่คุยกันเธอคิดว่าสองคนนั้นจะคบกันได้ย
"นายรู้คำตอบของฉันแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาของฉันบ้าง ฉันอยากรู้ว่าในชีวิตของนายอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดเหรอ?"ลูกพีชยืนสบตาอ่อนโยนของคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มน้อยๆอย่างรอคำตอบ เธอไม่ได้คาดหวังหรอกว่าคำตอบจากนักรบมันจะเป็นแบบไหน และไม่ได้คาดหวังด้วยว่าตัวเองตอบนักรบไปแบบนั้นแล้ว อีกฝ่ายจะต้องตอบแบบที่เธอตอบอีกฝ่ายเพื่อให้เธอพอใจสำหรับเธอแล้วนักรบสามารถที่จะตอบอะไรก็ได้ที่อยากตอบและรู้สึกว่ามันดีที่สุดในชีวิตของตัวเอง เธอรับได้ทุกคำตอบแค่อยากรู้ว่าชีวิตของนักรบในตอนนี้ที่มีเธอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งมันเป็นยังไงแค่นั้นเอง"เธอไง" แต่คำตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆซึ่งเต็มไปด้วยความละมุนจากคนตัวสูงตรงหน้าที่ถูกส่งมาให้เธอ กลับทำให้เธอที่ได้ยินแบบนั้นอดเผยยิ้มหวานอย่างขวยเขินออกไปไม่ได้สำหรับนักรบแล้วผู้หญิงที่ชื่อลูกพีช...เธอคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาเลยละมันไม่ใช่แค่เพิ่งมาดีแต่มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันต่างหาก ลูกพีชเป็นผู้หญิงที่เกิดและเติบโตมาด้วยกันกับเขา เป็นผู้หญิงที่อยู่ในทุกช่วงเวลาที่เขาเริ่มจำความได้ เธอคือสาวน้อยจอมป่วนจอมแสบที่โคตรมีเสน่ห์และน่าหลงใหลที่สุด เป็นผู้หญิงที
วันต่อมา....ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ฉันจะได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดครั้งแรก และเป็นต่างจังหวัดครั้งแรกกับสามีตัวเองและบรรดาเพื่อนๆ ที่ฉันสนิท ตอนนี้พวกเราทุกคนกำลังนั่งอยู่บนรถ เป็นรถตู้อัลพาร์ดสองคัน คันแรกคือคันที่ฉันนั่งมาพร้อมกับใบเฟิร์น พระพาย ฉัน นักรบและคนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือน้ำตาล ผู้ที่ทำให้เกิดทริปนี้ ส่วนอีกคันที่ตามมาด้านหลังติดๆ คือรถอัลพาร์ดเช่นกัน ในรถคันนั้นประกอบด้วยยัยพราวฟ้า แพรวา มาร์ตินและไคโร หึ เป็นรถคันที่บรรยากาศดูอึมครึมที่สุด เพราะมาร์ตินกับไคโรก็อย่างที่รู้กันว่าสองคนนั้นจะไม่ค่อยพูด ส่วนแพรวากับไคโรก็ไม่ค่อยจะดีกันสักเท่าไหร่ เหลือเพียงพราวฟ้าที่ปกติสุดมั้ง"ยัยพีช แกว่ารถคันหลังเนี่ยพวกนั้นจะเป็นยังไงบ้างอะ" ใบเฟิร์นที่นั่งคู่กับพระพายด้านหลังของฉันกับนักรบเอ่ยขึ้นพร้อมหันไปดูรถคันที่มันพูดถึง"จะเป็นไงอะ แกแค่ลองนึกถึงหน้าตาสองคนนั้นที่เป็นญาติกันแต่ไม่ค่อยเปิดปากคุยกันสิ" ฉันพูดถึงมาร์ตินกับไคโรที่เป็นญาติกันแต่ก็เหมือนไม่ได้เป็น เพราะสองคนนั้นไม่ค่อยพูดกันเท่าไหร่ มาร์ตินที่ว่าเงียบแล้วเจอไคโรเข้าไป พูดเลยนึกว่านั่งอยู่ใกล้ป่าช้าหมอนั่นมันเงียบมา