Cheeky Engineer ป่วนรักนายวิศวะตัวร้าย (นักรบ x ลูกพีช)

Cheeky Engineer ป่วนรักนายวิศวะตัวร้าย (นักรบ x ลูกพีช)

last updateLast Updated : 2026-07-03
By:  Duck.bellCompleted
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
43Chapters
799views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

"เธอติดหนี้บุญคุณฉันแล้วนะ ทีนี้จะชดใช้หนี้ยังไง" "แลกด้วยร่างกายได้ไหม" "คิดจะแลกด้วยร่างกายอะ ไม่เสียใจภายหลังหรือไง" "ก็เสียใจนะ แต่นายมันก็น่ากินไง"เฮอะ! _________________ นักรบ อายุ 21 ปี เฮดว้ากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกเครื่องกล ชั้นปีที่3 เจ้าของผับและร้านเหล้าหลายแห่ง หนุ่มหล่อ รวย ตัวสูง หน้านิ่งปากร้ายนิดๆแต่ใจดี "ยัยภัยคุกคาม คุกคามทุกสถานการณ์ ให้ตายเถอะ" __________________ ลูกพีช อายุ 21 ปี สาวคณะบริหาร ชั้นปีที่3 ตัวแม่คณะบริหาร สวย อึ๋ม แสบแบบไม่มีที่ติ "เกลียดผู้ชายที่ชื่อนักรบนะ แต่ให้ตายเถอะหมอนั่นน่ากินเป็นบ้า"

View More

Chapter 1

บทนำ

สวัสดีครับ…ผมชื่อนักรบ เป็นลูกชายของพ่อทามไทกับแม่น้ำพิ้งค์และมีน้องสาวหนึ่งคนชื่อน้ำตาล ปัจจุบันกำศึกษาอยู่ชั้นปีที่3คณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกเครื่องกล และตอนนี้ก็กำลังดำรงตำแหน่งประธานเฮดว้ากแห่งคณะวิศวะที่สาวๆ กว่าค่อนมหาวิทยาลัยพากันพูดต่อๆ กันว่า  ‘พี่คนนี้แหละที่โคตรโหดแต่หล่อสุดๆ’ 

ครับมันก็เป็นจริงอย่างที่พวกเธอว่ากันนั่นแหละครับ ผมมันหล่อ เป็นไอ้คนหล่อที่โหดหน่อยๆ ของรุ่นน้องในคณะ ภาพจำส่วนมากก็จะเป็นพี่ว้ากที่โหดแต่หล่อมากๆ ของน้องๆ

แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นหลักสักเท่าไหร่หรอกครับ เพราะประเด็นหลักที่ทำให้ผมโกรธจนหน้าสั่นควันออกหูอยู่ตอนนี้ก็คือ…ยัยผู้หญิงหน้าห้องที่กำลังเปิดเพลงโคตรเสียงดังมากๆ ในเช้าวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ของผมนี่แหละ 

พรึบ!

"ไม่ต้องนงไม่ต้องนอนมันแล้วโว้ย!" หลังจากที่ความอดทนสุดท้ายของผมมันขาดสะบั้นลงแล้ว ผมก็ดึงผ้าห่มที่คลุมโปงอยู่ตอนนี้ออกจากหน้าหล่อๆ ของตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจฮึดฮัดอย่างหงุดหงิดอยู่บนที่นอนอย่างข่มอารมณ์สุดๆ

 โคตรจะเป็นวันที่ Bad day สำหรับผมเลย เมื่อคืนกว่าจะได้กลับมานอนก็ปาไปตีสี่กว่าแล้ว เนื่องจากเมื่อคืนมันเป็นคืนวันหยุดของใครหลายๆ คน ลูกค้าที่ผับจึงเยอะเป็นพิเศษแถมเมื่อคืนที่ผับยังมีปัญหาเด็กปีหนึ่งคณะของผมมันดันต่อยกันหลังร้านกับเด็กคณะบริหารอีก

ผมที่เป็นเจ้าของผับและพ่วงด้วยความเป็นรุ่นพี่ในคณะและพ่วงไปอีกหนึ่งต่อคือเฮดว้ากประจำคณะจึงต้องช่วยไกล่เกลี่ยให้ ก็คือไกล่เกลี่ยแบบกลางๆ ในฐานะเจ้าของผับนั่นแหละ แต่ถ้าไกล่เกลี่ยในฐานะรุ่นพี่ละก็...มีตะลุมบอนหนักกว่าเดิมบ้างแหละ เพราะไอ้คณะบริหารเนี่ยมันเป็นศัตรูกับคณะของพวกผมตั้งแต่รุ่นปู่ย่าแล้ว ก็เลยไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่

เออนอกประเด็นไปเยอะละกลับมาที่ประเด็นตอนนี้ก่อนดีกว่า หลังจากที่ผมนอนถอนหายใจฮึดฮัดอยู่บนเตียงได้สองนาทีเศษๆ ผมก็ตัดสินใจลุกออกจากเตียงเดินไปที่ประตูห้อง เปิดออกพร้อมกับเดินปึงปังไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องฝั่งตรงข้ามที่แม่งยังเปิดเพลงเสียงดังอยู่ตอนนี้ ก่อนจะยกมือทุบประตูห้องเสียงดังจนมือแม่งแดงไปหมด

ปัง! ปัง! ปัง!

ผมทุบประตูห้องแรงๆ ไปสามครั้งหลังจากนั้นก็ยืนรอเจ้าของห้องออกมาเปิดประตู แต่ผ่านไปนาทีกว่าๆ ไอ้เจ้าของห้องก็ยังไม่ออกมาเปิดประตูให้ผมสักที ผมเลยต้องเคาะประตูอีกครั้งแต่ครั้งนี้ดังกว่าตอนแรกหลายเท่า

เอาดิเจ็บมือไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่เจ็บใจที่ไม่ได้นอนนี่แหละผมยอมไม่ได้!

ปัง! ปัง! ปัง!

ปึก!

"จะเคาะหาพระแสงอะไรนักหนาห๊ะ!" เหอะ กระชากประตูเปิดออกแล้วสาดประโยคด้วยท่าทางหงุดหงิดแบบนี้ ยัยนี้มันโตมายังไงวะ เปิดเพลงเสียงดังรบกวนการนอนของคนอื่นแล้วยังไม่สำนึกอีก 

"นักรบ...มีอะไร เคาะประตูห้องฉันทำไมไม่ทราบ" เมื่อได้สติดี ยัยลูกพีชเจ้าของห้องที่ผมเคาะประตูมือแทบพังเมื่อกี้ก็เรียกชื่อผมด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างเปิดเผยให้ผมได้เห็น ก่อนจะเอ่ยถามผมว่าเคาะประตูห้องตัวเองทำไม เหอะ ยัยนี้แม่งน่าจับมัดมือมัดเท้าโยนลงจากคอนโดจริงๆ เลยว่ะ สามัญสำนึกเนี่ยลืมไว้ที่บ้านหรือไง 

"ฉันก็ไม่ได้อยากลุกจากเตียงเดินมาเคาะประตูห้องเธอให้เสียเวลานอนเล่นนักหรอก ถ้าไอ้ห้องตรงข้ามเนี่ยมันมีจิตสำนึกในการอยู่เป็นส่วนรวมมากกว่านี้"

"ยังไงไม่ทราบ" เหอะ ได้ยินประโยคตั้งคำถามออกจากปากยัยเตี้ยที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้าผมแล้ว ผมถึงกับต้องใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มกลอกตามองบนอย่างข่มอารมณ์เลยครับ ยัยนี้สะกดคำว่ามารยาทเป็นไหมวะ ถ้าสะกดไม่เป็นพี่วินัยแบบผมเนี่ยจะสอนให้ฝังเข้าไปในสมองจำไปจนวันตายให้

"เธอเปิดเพลงเสียงดัง เสียงมันดังจนเข้าไปรบกวนฉันในห้องจนฉันไม่สามารถนอนต่อได้ และการที่เธอทำแบบนี้มันก็เป็นการเสียมารยาทมากด้วย ในชั้นนี้มันไม่ได้มีเธออยู่คนเดียวไง มีฉันอยู่ด้วยหัดเบาเสียงลงเกรงใจคนอื่นเขาบ้าง เพราะวันหยุดเขาจะพักผ่อนกันไม่มีใครอยากฟังเสียงเพลงห่วยๆ ของเธอแต่เช้าหรอกนะ เข้าใจยัง"

"เข้าใจ แล้วไงอะ" แล้วไงเหรอวะ โว้ยยย! นี่กูยืนพูดกับคนที่ไม่ได้สวมวิญญาณออกมาหรือไงวะถึงได้ไม่สะท้านเหี้ยอะไรเลยเนี่ย

"แล้วไงเหรอ จิตสำนึกยังมีอยู่ไหม ทำคนอื่นเขาเดือดร้อนแต่ยังทำหน้าลอยหน้าลอยตาไม่สะทกสะท้านแบบนี้อีก เธอนี่มัน..."

"มันอะไร"

"มันไร้มารยาทไง วันนี้มันวันหยุดนะ และฉันก็ต้องการพักผ่อนด้วย ถ้าเธอจะฟังเพลงเสียงดังขนาดนั้นก็เอาหูฟังยัดใส่หูแล้วเปิดเสียงดังให้สุดเอาให้หูแตกไปเลยมันจะไม่มีใครว่าเธอเลยเว้ย แต่นี่เธอเผื่อแผ่ให้คนอื่นไง ซึ่งคนที่รับกรรมเต็มๆ ก็คือฉันที่อยู่ห้องตรงข้ามกับเธอ เห็นใจคนอื่นบ้างดิว่ะ" 

หลังจากที่ผมสุดจะทนกับยัยลูกพีชที่ตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่ไม่เดือดร้อนอะไรกลับมา ผมก็ถึงกับฟิวส์ขาดเลยครับ ตอบกลับยาวเหยียดแบบใส่อารมณ์สุดๆ ผู้หญิงก็ผู้หญิงเถอะว่ะกูไม่ตะบันหน้าให้ก็บุญแค่ไหนแล้วที่ยืนทำหน้าไม่เดือดร้อนใส่เนี่ย

"ก็ฉันสะดวกแบบนี้อะ ฉันกำลังลดน้ำหนักอยู่เวลาเปิดเพลงดังๆ มันบิ้วอารมณ์ให้ฉันเต้นดีไง มันเลยเบาเสียงไม่ได้เดี๋ยวเต้นไม่ออก" กูละเชื่อยัยลูกพีชเน่านี้จริงๆ เลยว่ะ ไม่สะท้านเหี้ยไรเลยมั้ง ขนาดว่ากันขนาดนี้ยังลอยหน้าลอยตาได้อีก กูจะฟ้อง ฟ้องพ่อยัยนี้ให้เอาฉาบบ้องหูสักทีเถอะ ทำหูทวนลมฉิบเป๋งเลย

"เหอะ ถ้าเบาเสียงเพลงไม่ได้ก็อยู่เป็นโอ่งต่อไปเถอะจะได้ไม่เป็นภาระคนอื่น" ผมไม่รู้จะว่ายังไงเลย ก็เลยว่าทิ้งท้ายให้ยัยเตี้ยตรงหน้ามันเจ็บใจจนควันออกหูเล่นไปแบบนั้น ก่อนจะเตรียมหมุนตัวกลับไปที่ห้องของตัวเอง แต่บังเอิญนึกบางอย่างออกก่อนก็เลยหมุนตัวกลับไปหายัยลูกพีชอีกครั้ง

"อ้อ แล้วถ้าฉันกลับเข้าห้องไปแล้วเสียงเพลงของเธอมันยังดังรบกวนอยู่ละก็ ฉันจะเปิดตั้งนะโมสามจบสู้เธอกลับ" เอาดิว่ะ เพลงห่วยๆ ของยัยนี้เหรอว่ะจะสู้กับบทสวดไล่ผีของผมได้ อีกอย่างถ้ายัยลูกพีชได้ยิน ผีบ้าในร่างกายจะได้ออกจากร่างยัยนี้ด้วย

"นี่! ฉันไม่ได้ผีเข้านะยะ!"

"เหอะ เหรอ...สภาพเธอตอนนี้ ไม่เข้าก็เหมือนเข้านั่นแหละ" ว่าจบผมก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องตัวเองทันที ปล่อยให้ลูกพีชยืนกำหมัดแน่นพร้อมกับท่าทางที่อยากจะกรี๊ดใส่หน้าผมเต็มทีอยู่ที่เดิมต่อไป

 เอาสิวะ ถ้ายัยนั่นยังดื้อดึงที่จะเปิดเพลงเสียงดังอยู่ละก็ ผมเปิดตั้งนะโมสามจบสู้กลับไปจริงๆ แน่ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครมันจะชนะ!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
43 Chapters
บทนำ
สวัสดีครับ…ผมชื่อนักรบ เป็นลูกชายของพ่อทามไทกับแม่น้ำพิ้งค์และมีน้องสาวหนึ่งคนชื่อน้ำตาล ปัจจุบันกำศึกษาอยู่ชั้นปีที่3คณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกเครื่องกล และตอนนี้ก็กำลังดำรงตำแหน่งประธานเฮดว้ากแห่งคณะวิศวะที่สาวๆ กว่าค่อนมหาวิทยาลัยพากันพูดต่อๆ กันว่า ‘พี่คนนี้แหละที่โคตรโหดแต่หล่อสุดๆ’ ครับมันก็เป็นจริงอย่างที่พวกเธอว่ากันนั่นแหละครับ ผมมันหล่อ เป็นไอ้คนหล่อที่โหดหน่อยๆ ของรุ่นน้องในคณะ ภาพจำส่วนมากก็จะเป็นพี่ว้ากที่โหดแต่หล่อมากๆ ของน้องๆแต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นหลักสักเท่าไหร่หรอกครับ เพราะประเด็นหลักที่ทำให้ผมโกรธจนหน้าสั่นควันออกหูอยู่ตอนนี้ก็คือ…ยัยผู้หญิงหน้าห้องที่กำลังเปิดเพลงโคตรเสียงดังมากๆ ในเช้าวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ของผมนี่แหละ พรึบ!"ไม่ต้องนงไม่ต้องนอนมันแล้วโว้ย!" หลังจากที่ความอดทนสุดท้ายของผมมันขาดสะบั้นลงแล้ว ผมก็ดึงผ้าห่มที่คลุมโปงอยู่ตอนนี้ออกจากหน้าหล่อๆ ของตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจฮึดฮัดอย่างหงุดหงิดอยู่บนที่นอนอย่างข่มอารมณ์สุดๆ โคตรจะเป็นวันที่ Bad day สำหรับผมเลย เมื่อคืนกว่าจะได้กลับมานอนก็ปาไปตีสี่กว่าแล้ว เนื่องจากเมื่อคืนมันเป็นคืนวันหยุดของใครหลายๆ
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
บทที่ 1 ไอ้ผู้ชายบ้า!
Lookpeach Partกรี๊ดดดดด!!! ฉันอยากจะกรี๊ดมากๆ เช้าแสนสดใสของฉัน ความตั้งใจตื่นมาตั้งแต่เช้าเพราะต้องการออกกำลังกายแก้เครียดของฉัน ถึงแม้ว่าจะเพิ่งได้นอนไปเมื่อตอนตีสี่ก็เถอะเพราะเพิ่งกลับมาจากการระบายความเครียดที่ผับ แต่มันพังหมดเลย พัง พัง พัง พังเพราะไอ้ผู้ชายปากร้ายอย่างไอ้นักรบที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามกับฉัน เพราะตอนนี้ฉันหมดอารมณ์จะเต้นออกกำลังกายแล้ว!เครียดกับป๊าที่หักเงินค่าขนมแล้วยังต้องมาเครียดกับไอ้บ้านักรบที่กวนประสาทฉันอีก ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรของฉันนักหนาที่ต้องใกล้ชิดอยู่กับคนแบบมันมาตลอดเลย ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ที่แม่ฉันหนีป๊าไปกบดานอยู่ที่ไร่ของหมอนั่น พอโตมาก็นึกว่าจะทางใครทางมันซะแล้ว แต่ผิดคาดเพราะพ่อแม่ของพวกเราดันจับลูกๆ ให้เรียนที่เดียวกันหมดเพราะจะได้พักคอนโดของแม่มาร์ตินฟรี แต่กรรมของฉันมันก็ไม่หมดไปแค่นั้น เพราะตอนที่จองห้อง ฉันดันจองห้องได้ชั้นเดียวกับไอ้บ้านักรบไปอีกและหนำซ้ำไปกว่านั้นก็คือ ดันได้อยู่ห้องตรงข้ามกันด้วย ฉันละอยากจะกรี๊ดจริงๆ จะขอแม่มาร์ตินเปลี่ยนห้องก็เกรงใจ สุดท้ายก็เลยต้องจำใจอยู่ไป แล้วดูเหตุการณ์วันนี้เอาเถอะ เหอะ! มาว่าฉันเปิดเพลงเสียงดัง เพล
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
บทที่ 2 “เวรกรรม”
10นาทีผ่านไป...หลังจากที่ฉันใช้เวลาเกินไปจากที่บอกไว้กับพราวฟ้าเสร็จ ฉันก็รีบเดินออกจากห้องขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นบนสุดของคอนโดทันที นั่นก็คือห้องของมาร์ตินผู้ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของคอนโดที่ฉันอาศัยอยู่และเป็นเพื่อนในวัยเด็กอีกคนของฉันอ่า...ใช่แล้วฉันยังไม่ได้เล่าใช่ไหมว่า ฉัน นักรบ พราวฟ้า มาร์ตินและอีกหนึ่งคนก็คือไคโร พวกเราทั้งห้าคนที่กล่าวชื่อมาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กๆเลยละ เนื่องจากพ่อแม่ของพวกเราสนิทกันมาก สนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยโน้นอะ พวกเราทั้งห้าคนก็เลยได้มาเป็นเพื่อนกันอย่างไม่ต้องสงสัยและไอ้มหาวิทยาลัยที่พวกเราเรียนกันอยู่ตอนนี้ก็เป็นมหาวิทยาลัยที่พ่อแม่ของเราเรียนกันมาด้วย และที่สำคัญฉันมีความลับบางอย่างจะบอก มหาวิทยาลัยที่พวกเราเรียนกันนะ จริงๆแล้วเป็นของป๊าไคโรด้วย ซึ่งเรื่องนี้เพิ่งมาแตกตอนที่พวกฉันต้องปฐมนิเทศกัน คือเป็นความลับชนิดที่ว่าแม่ของไคโรก็ไม่รู้อะ ว่าสามีตัวเองเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยที่ลูกกำลังเรียนอยู่ฉันอยากจะบ้าตายกับครอบครัวนี้มาก คือรวยมากจนใส่ใจเรื่องมรดกของผัวไม่ทั่วถึงอะคิดดูละกัน แล้วอีกอย่างคืออาโยธาเขาเป็นพวกไม่ชอบเปิดเผยอะไรด้วยไง ฉันรู้มา
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
บทที่3 "ย้ายถิ่น"
ปึกแอ๊ด~~~ตึก ตึก ตึกฟุบ!หลังจากที่ฉันกลับเข้ามาที่ห้องของตัวเองอีกครั้ง ก้าวเท้าเข้าไปในห้องได้ไม่กี่ก้าวฉันก็ทรุดตัวลงบนพื้นทันที ก่อนจะไล่สายตามองไปรอบๆ ห้องด้วยน้ำตาคลอเบ้าอย่างเศร้าใจ ฉันเศร้าจริงๆ นะที่ต้องทิ้งห้องตัวเองอะ คือเอาจริงๆ ฉันก็ทำใจที่จะทิ้งห้องของตัวเองไปอยู่กับอีตาบ้านักรบไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะปากเก่งไปแบบนั้น และถึงแม้ว่ามันจะแค่ระยะเวลาสั้นๆ แค่สามเดือนเองก็เถอะ อีกอย่างเวลาที่ไปอยู่กับหมอนั่น ฉันก็คงจะใช้ชีวิตแบบที่สะดวกสบายเหมือนอยู่ที่ห้องของตัวเองไม่ได้อะ เพราะต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของมันแต่เอาเถอะดีกว่าโดนไล่ออกแล้วยังต้องโดนป๊าดุแถมโดนทำโทษจากป๊าอีก ฉันต้องทนให้ได้!"เฮ้อ~ ทนอึดอัดหน่อยนะยัยลูกพีชแค่สามเดือนเอง อีกอย่างแกไม่ต้องกลัวว่าไอ้บ้านักรบมันจะพิศวาสแกหรอก เพราะตาบ้านั่นมันตาไม่ถึงอยู่แล้ว หายห่วงได้" หลังจากที่นั่งปลอบใจตัวเองเป็นรอบที่ล้านแล้ว ฉันก็ค่อยๆ คลานเข้าไปในห้องนอนตัวเองด้วยความเศร้าใจไม่หาย ที่เห็นว่าต้องคลานเข้าห้องเนี่ยไม่ใช่อะไรหรอกนะ คือไม่มีแรงจะลุกเดินอะ ยังทำใจไม่ได้ไอ้บ้าเอ้ย!แต่ทำไงได้ว่ะ มาร์ตินแม่งก็ดุยังกับหมาด้ว
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
บทที่ 4 "ลูกพีชคนรุม"
Rrrr ครืดดด~ ครืดดดด~ครืดดดด~ ครืดดดด~ "อื้อ โทรศัพท์อยู่ไหนเนี่ย" ฉันงัวเงียตื่นพลางควานหาโทรศัพท์มือถือที่กำลังดังรบกวนการหลับนอนของฉันตอนนี้ พอควานหาเจอก็หยิบขึ้นมาดูว่าใครโทรมา... "ใบเฟิร์น" พอรู้ว่าใครโทรมา ฉันก็พึมพำชื่อของเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มที่โชว์อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ออกมา ก่อนที่จะกดรับสายมันด้วยสภาพที่ยังง่วงนอนไม่หาย คือเมื่อเช้าเสียพลังงานไปกับตาบ้านักรบเยอะไง สภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น ง่วงนอนมาก "อืม ว่าไง" "นี่นอนอยู่เหรอ" "อืม มีไรป่าว" ปากขยับตอบปลายสายนะแต่ตานี่ลืมแทบจะไม่ขึ้นเลย ง่วงนอนมาก "มี คือว่าฉันเบื่ออะแล้วก็เหงาด้วย คืนนี้ไปร้านเหล้าหลังมอกันไหม" "ร้านเหล้าเหรอ?" ฉันลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินยัยใบเฟิร์นมันชวนไปร้านเหล้า จากที่ง่วงนอนคือตาสว่างจ้าไปเลยค่ะ เรื่องเที่ยวกลางคืนนี่ของชอบฉันเลย ยิ่งเป็นผับเป็นร้านเหล้านะ หืม~ ลาภปากเพราะผู้ชายหล่อๆ มันนั่งกันให้ควั่ก! ยัยลูกพีชคนนี้ชอบมองมาก "อืม ไปปะ?" "ผู้ชายเยอะไหม ไอ้ร้านเหล้าหลังมอที่ว่าอะ" ไอ้ฉันก็เป็นพวกชัดเจนในเรื่องผลประโยชน์ด้วยไง ก็เลยต้องถามให้ชัวร์ก่อนจะได้ตัดสินใจตอบถูกว่าจะไปหรือจะนอนต่อดี
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
บทที่5 "จำใจ"
หลังจากที่ฉันเผลอเรียกชื่อของนักรบและยืนอึ้งตาค้างเหมือนคนเป็นใบ้อยู่ตรงนี้ประมาณสามวินาทีได้ นักรบที่กำลังยืนจ้องหน้าลูกค้าร้านตัวเองด้วยสายตานิ่งๆ แต่แอบโหดเบาๆ ก็เอ่ยพูดออกมาอีกครั้ง แล้วประเด็นคือมันทำเหมือนฉันไม่ได้มีตัวตนอยู่ตรงนี้อะ มองข้ามสุดไรสุด! "ว่าไงครับ จะยังอยากมีเรื่องกันในร้านกูอยู่ไหม" ถามนิ่งๆ แต่น้ำเสียงและสีหน้าขณะที่ใช้มองผู้ชายสองคนที่จะต่อยกันเมื่อกี้ไม่ได้ดูซอฟลงเลยสักนิดโดยเฉพาะคำว่ากูที่ฟังดูดุดันมาก แถมอารมณ์ที่สัมผัสได้ในตอนนี้ก็แบบว่า เอาดิอยากเปิดก็เปิดเลยแต่เดี๋ยวมันจะแจมด้วย แจมเสร็จมันจะโยนสองคนนี้ลงบ่อจระเข้ต่อด้วย ดูเฉยๆ นะแต่รังสีความโหดผ่านสีหน้าหล่อๆ นิ่งๆ ของมันตอนนี้คือพุ่งกระจายมาก รับรองเลยว่าถ้าสองคนนี้เปิดเมื่อไหร่ มันองค์ลงแน่นอน ยิ่งกว่าองค์เฮดว้ากวิศวะลงอีกบอกเลย "...ถ้าไม่เปิดก็แยกย้ายไปครับ และถ้าออกไปจากร้านกูได้จะยิ่งดีมาก" นั่น...สะท้านไปถึงขั้วหัวใจเลยไหมล่ะกับสกิลปากคมๆ ของมันนะ แถมไม่สนหัวลูกค้าด้วย เพราะร้านกูกูใหญ่สุด ด้านลูกค้าหนุ่มสองคนที่เข้ามาจีบฉันก่อนหน้านี้พอโดนนักรบไล่ออกจากร้านไปแล้วก็ยอมเดินคอตกออกไปจากร้านแต่โด
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
บทที่ 6 "สวรรค์จัดสรร"
@C Clubใหญ่มาก....ที่นี่ใหญ่โตสมกับที่เป็นธุรกิจของอาทามสุดหล่อของฉันมาก...หลังจากที่ฉันกับนักรบมาถึงผับที่ใหญ่โตโอ่อ่ามากๆและเป็นผับที่ฉันยังไม่เคยมาเห็นเลยสักครั้ง ฉันก็ถึงกับยืนอึ้งในความอลังการของที่นี่ คือมันใหญ่โตไฟกะพริบมากแม่ ใหญ่แบบใหญ่มากอะแถมหรูหราหมาเห่ามากๆด้วย ทำไมฉันถึงได้พลาดที่นี่ไปได้นะ"ที่นี่ใหญ่โตมากเลยอะ" ทันทีที่นักรบเดินมายืนอยู่ข้างๆฉัน ฉันก็พึมพำเหม่อลอยออกไปในขณะที่สายตายังไม่สามารถละไปจากตึกสูงใหญ่โตตรงหน้าได้"เมื่อก่อนก็ไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้หรอก แต่ป๊าฉันเขาขยายพื้นที่เพิ่มก็เลยใหญ่โตกว่าเดิม""อาทามคือรวยเว่อร์อะ" ใช่ อาทามคือรวยเว่อร์จริง เพราะมีธุรกิจในเครือของตระกูลเยอะมาก แล้วไหนจะไร่องุ่นที่อยู่ภาคเหนือนั่นอีก ซึ่งตอนเด็กๆฉันชอบไปวิ่งเล่นที่นั่นกับนักรบมากเพราะชอบแอบไปเด็ดองุ่นมากิน ถึงฉันกับไอ้คนข้างๆจะชอบกัดกันแต่เรื่องไปแอบขโมยองุ่นมากินเรารวมหัวกันมากนะและครั้งหนึ่งฉันก็เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าโตขึ้นอยากเป็นลูกสะใภ้ของอาทามเพราะจะได้มีผัวรวย แต่น่าเสียดายจริงๆที่ลูกชายอาทามดันเป็นนักรบนี่สิ เฮ้อ~"ลูกชายก็รวยไม่ธรรมดานะ" ฉันถึงกับต้องหันไปทางนักร
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
บทที่ 7 "ข้อสั่งห้าม"
หลายชั่วโมงต่อมา...หลังจากที่ฉันนั่งรอนักรบจัดการธุระของตัวเองที่ผับเสร็จจนเรียบร้อยดีทุกเรื่องแล้ว เราสองคนก็ลงมาด้านล่างของผับด้วยกันเพื่อเตรียมกลับคอนโด แต่ฉันขอบรรยายจังหวะนี้ก่อนหน่อยเถอะ คือตอนนี้ทำไมฉันมีความรู้สึกว่าตัวเองคล้ายจะเป็นเมียนักรบจริงๆ ว่ะ ก็ไอ้จังหวะที่ประตูลิฟต์เปิดออกแล้วเราสองคนก็ก้าวขาเดินออกไปด้วยกันประหนึ่งว่าเจ้าของผับและเมียเข้ามาตรวจกิจการยังไงยังงั้นมันทำให้ฉันอดรู้สึกว่าฉันเป็นเมียมันจริงๆ ไม่ได้อะ แล้วไหนจะพี่การ์ดชุดดำที่ยืนตามจุดต่างๆ ก้มโค้งให้เราสองคนตลอดทางเดินนั่นอีก "เป็นอะไร ทำหน้าเหมือนกำลังคุยกับแม่สื่อยังไงยังงั้น" ทันทีที่นักรบหยุดเดินแล้วหันมาถามฉัน ฉันก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าหล่อๆ ของนักรบทันที แต่จังหวะที่ฉันกำลังจ้องหน้าหล่อๆ ของนักรบอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีภาพของฉันกับนักรบกำลังกะหนุงกะหนิงกันดั่งผัวเมียกันปรากฏขึ้นมาในหัวซะงั้น ทำเอาฉันที่รับไม่ได้ต้องรีบส่ายหัวไล่ภาพพวกนั้นออกไปจากสมองอย่างด่วนจี๋เลยทีเดียวก่อนจะรีบปฏิเสธนักรบเสียงสูงในเวลาต่อมา"อะไร ไม่มี๊ ใครคุยกับแม่สื่อกัน" บ้าจริงเมื่อกี้สมองของฉันมันเป็นบ้าอะไรเนี่ย ภาพไม่เป็นมงคลแบบน
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
บทที่ 8 “อยู่ในแผนการ”
เช้าวันถัดมา...ปึก แอ๊ด~หลังจากที่เมื่อคืนได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เช้านี้ฉันก็ตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสเตรียมพร้อมที่จะไปเรียนในตอนเช้า แต่จังหวะที่กำลังจะปิดประตูห้อง นักรบที่อยู่ห้องข้างๆ ของฉันก็เปิดประตูออกมาพอดี เช้านี้มันสวมชุดช็อปสีแดงประจำคณะวิศวะของมัน หน้าตาเช้านี้ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากทุกวันมากนัก หน้านิ่งเหมือนทุกวันเพิ่มเติมคือฉันมีความรู้สึกแปลกกับสายตาของมันที่มองฉัน ซึ่งการมองแบบนั้นของนักรบมันทำให้ฉันยืนทำตัวไม่ถูกเพราะยิ่งสบตานิ่งๆกับมันแบบนี้มากเท่าไหร่ งานสายตาและคำสั่งห้ามจากมันเมื่อคืนก็ผุดเข้ามาในหัวของฉันอีกครั้งทันทีและใช่ค่ะ ยิ่งสบตากับนักรบเท่าไหร่หัวใจของฉันจากที่เต้นเป็นปกติก็เหมือนจะเพิ่มความเร็วขึ้นมาเท่านั้น ที่สำคัญเต้นเสียงดังเป็นลำโพงงานบวชเลยด้วย คือกลัวว่าฉันจะไม่รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจอยู่มั้ง ถึงได้เต้นเสียงดังขนาดนี้ ไอ้หัวใจบ้า!"เป็นอะไร" ฉันชะงักแวบหนึ่งหลังจากที่ได้ยินเสียงนักรบถามขึ้น หมอนั่นคงจับสังเกตุเห็นแน่เลยว่าฉันยืนเลิ่กลั่กไปมาเพราะกำลังทะเลาะกับตัวเอง ถึงได้ถามออกมาแบบนั้น"เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร" ฉันปฏิเสธเสียงห้วน ตีหน้าเฉยเมยกล
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
บทที่ 9 "อาการมันเป็นยังไง"
16.30น.ลานคณะวิศวกรรมศาสตร์..."พี่นักรบค่ะ น้องๆ ปีหนึ่งทยอยเข้ามานั่งที่ลานคณะแล้วนะคะ" รุ่นน้องปีสองที่ได้รับมอบหมายจากพวกผมให้นัดปีหนึ่งไว้เดินเข้ามาบอกผมให้ทราบ หลังจากที่เธอเห็นกลุ่มพวกผมเดินลงมาจากอาคารหลังจากที่เรียนวิชาคาบสุดท้ายของวันนี้เสร็จพอดี ใช่ครับ ก็อย่างที่ผมได้บอกลูกพีชไปว่าวันนี้พวกผมมีนัดรุ่นน้องปีหนึ่งไว้ คือนัดรุ่นน้องมันมาคุยเรื่องเกียร์และเรื่องรับรุ่น คือก่อนหน้านั้นหลายอาทิตย์มากแล้วช่วงที่เพิ่งเปิดเทอมใหม่ๆ ผมได้เกริ่นไว้คร่าวๆ แล้วว่าปีหนึ่งจะต้องทำกิจกรรมอะไรบ้างและห้ามสร้างเรื่องอะไรบ้างถึงจะได้รุ่นและรับเกียร์จากรุ่นพี่ไป แต่หลายคืนก่อนมันดันมีเรื่องเกิดขึ้นพอดี ซึ่งสถานที่ที่เกิดเหตุก็ดันเป็นที่ผับของผมด้วย ครับ รุ่นน้องผมมันเข้าผับผมแล้วพวกแม่งก็ดันต่อยตีกับเด็กคณะบริหารที่นั่น แต่รุ่นน้องผมมันไม่รู้ว่าผับนั่นผมเป็นเจ้าของอยู่ วันนี้ผมเลยต้องนัดพวกรุ่นน้องปีหนึ่งทุกคนมาคุยและทำโทษเรื่องนี้ เนื่องจากเรื่องการดูแลรุ่นน้องปีหนึ่งมันเป็นเรื่องที่รุ่นพี่ปีสามแบบพวกผมต้องคอยดูแลและสอดส่องตลอดระยะเวลาหนึ่งปีไว้ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าพวกต่างคณะที่มันเขม
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status