Masukศรัณย์ไม่พูดเปล่า เขาจับขาเรียวขาวของฉันแยกออกกว้างขึ้นบนขอบเคาน์เตอร์หินอ่อน มือหนาจับลำควยอันให
พี่กานต์กระซิบขู่ชิดริมกกหู ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดจนฉันขนลุกซู่ มือหนาปล่อยข้อมือฉันเปลี่ยนมาลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะสอดแทรกมือเข้าไปภายใต้ขากางเกงฝ้ายตัวสั้นกุดอย่างรวดเร็ว “อุ๊ย... พี่กานต์... เดี๋ยวใครมาเห็น...” ฉันอุทานเสียงหลง พยายามหนีบขาเข้าหากัน ทว่ากลับไม่เป็นผลเมื่อท่อนขาแกร่งของพี่กานต์เบียดแทรกเข้ามาตรงกลาง ดันให้เรียวขาทั้งสองข้างของฉันแยกออกกว้าง ฝ่ามือหนาหยาบกร้านลูบไล้ผ่านผิวเนื้ออ่อนด้านในจนเข้าถึงจุดซ่อนเร้นที่บัดนี้ไร้ปราการกั้นอย่างง่ายดาย พี่กานต์ชะงักปลายนิ้วไปเล็กน้อยเมื่อพบความฉ่ำเยิ้มที่ซึมออกมารอต้อนรับ แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความพึงใจ “ปล่อยโล่งอีกแล้วเหรอมึง แรดจริง ๆ เลยนะ แอบมองพี่ทำงานจนหีแฉะหมดแล้วล่ะสิ” เขาสบถหยาบคายแบบชอบใจพลางใช้นิ้วกลางสาก ๆ นวดคลึงบดบี้ลงบนตุ่มกระสันแผ่วเบาสลับหนักหน่วง ความสากระคายจากผิวเนื้อของคนทำงานหนักบดเบียดเนื้อนุ่มจนฉันสะท้านไปทั้งร่าง สะโพกผายบิดเร้าส่ายวนตอบรับสัมผัสของพี่เขยโดยอัตโนมัติ สองมือน้อยจิกแน่นลงบนซี่ไม้ไผ่เพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นขึ้นสมอง ‘เอี๊ยด... อ๊าด...’ ทุกครั้งที่สะโพกผายของฉัน
แรงกระแทกแบบป่าเถื่อนบนโต๊ะไม้ประดู่ดุเดือดขึ้นทุกวินาที ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวและความเงียบสงัดของตัวบ้านต่างจังหวัดตอนเที่ยงคืน มีเพียงเสียงสะโพกสอบกระทบบั้นท้ายงอนดังสะท้อนฝาผนัง และเสียงครางกระเส่าของฉันที่สั่นเทาไปตามแรงกระแทกแบบดุเดือดเหมือนคนไม่ได้เอาผู้หญิงมาแรมปีของพี่เขย พี่กานต์บีบเคล้นเอวคอดของฉันไว้แน่น ดันสะโพกผายให้รับองศาการแทรกลำเอ็นอันแข็งใหญ่เข้ามาจนสุดร่องสวาทซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสมองของฉันประมวลผลได้แค่ความสยิว “ซี้ดดด... เนย หีมึงฟิตฉิบหาย ร่าน ๆ แบบนี้กูจะเย็ดให้เดินไม่ไหวเลยมึง เสียวหัวควยดีจริง ๆ อืมม” พี่กานต์คำรามเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า นัยน์ตาคู่ดุดันวาวโรจน์ด้วยตัณหาดิบเถื่อน เขาขยับเอวซอยสะโพกสอบเข้าใส่ร่องสวาทน้องเมียในจังหวะถี่รัว กระทุ้งเน้น ๆ ย้ำ ๆ โดนจุดเสียวข้างในจนฉันตัวสั่นสะท้านครางระงม สองมือน้อยจิกเนื้อไม้โต๊ะอาหารแน่น เสียว ... โดนควยพี่เขยมันเสียวดีจริง ๆ “อ้ะ... อ้ะ... พี่กานต์จ๋า...ซอยแบบนี้เนยจะเสร็จ... จะเสร็จแล้ว อ๊าาา...” ฉันร้องระงม ลืมสิ้นแล้วยางอาย ขอยืมควยผัวพี่สาวมาใช้ให้หนำใจหน่อยจะเป็นไรไป ฉันยอมทิ้งศีลธรรมให้แก่รสสวาทดิบเถ
ความสากระคายจากผิวเนื้อของคนทำงานหนักบดบี้ลงบนตุ่มกระสันแผ่วเบาสลับหนักหน่วงทำเอาฉันเสียวแปลบจนแทบจะกลั้นลมหายใจ ด้านบนโต๊ะอาหาร เสียงลุงพลศักดิ์ยังคงเล่าเรื่องตลกเรียกเสียงหัวเราะลั่นบ้าน พี่ไหมหัวเราะร่าพลางตักกับข้าวใส่จานให้คนโน้นคนนี้ ทว่าด้านล่าง... น้องสาวของเธอกำลังถูกสามีของเธอใช้ปลายนิ้วละเลงจุดเสียวจนร่างสั่นระริก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกทำลายสิ้น เหลือเพียงตัณหาอันเร่าร้อน พี่กานต์ขยับปลายนิ้วสอดเข้าออกในช่องทางรักอุ่นนุ่มที่ชื้นแฉะของฉันช้า ๆ ขนาดนิ้วมือที่ใหญ่และหนาตามประสาช่างก่อสร้างทำให้ฉันรู้สึกคับแน่นสยิวซ่านจนต้องจิกเล็บลงบนขอบโต๊ะไม้ประดู่แน่นจนเส้นเลือดขึ้นหลังมือ ใบหน้าของฉันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเหยเกด้วยความเสียวจัด หน้าร้อนผ่าว ลมหายใจหอบถี่สั้น “อื๊อ... อึก...” ฉันเม้มปากแน่นจนห้อเลือด พยายามทำตัวปกติที่สุดเมื่อน้าสะใภ้หันมามอง “เนย เป็นอะไรหรือเปล่าหน้าแดง ๆ กับข้าวเผ็ดไปเหรอ?” น้าสะใภ้เอ่ยถามด้วยความหวังดี “ค... ค่ะน้า ต้มแซ่บรสจัดมากเลยค่ะเนยเลยร้อน...” ฉันแสร้งตอบกลับเสียงกระท่อนกระแท่น พลางยกแก้วน้ำแข็งขึ้นดื่มดับความกระสันลึก ทว่าใต้โต๊ะนั้น นิ
กลิ่นควันไฟจากเตาถ่านโชยอวลปนไปกับกลิ่นต้มแซ่บเนื้อวัวรสจัดจ้านที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในหม้อ อากาศยามเย็นของต่างจังหวัดในช่วงฤดูร้อนค่อนข้างอบอ้าว ลมเอื่อย ๆ ที่พัดผ่านมุ้งลวดหน้าต่างเข้ามาไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิในห้องโถงชั้นล่างของบ้านไม้สองชั้นลดลงเลยแม้แต่น้อย เสียงเพลงหมอลำทำนองดุดันเร้าใจดังกระหึ่มมาจากลำโพงบลูทูธราคาถูกที่ตั้งอยู่มุมห้อง ผสมผสานกับเสียงสรวลเสเฮฮาของบรรดาญาติพี่น้องที่เริ่มล้อมวงตั้งโต๊ะกินข้าวและก๊ง 40 ดีกรีกันอย่างครื้นเครง ฉันชื่อ ‘เนย’ เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีที่เพิ่งเรียนจบและกลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัดชั่วคราว คืนนี้เป็นคืนวันรวมญาติที่บ้านของฉัน ควันจากเตาและไอร้อนจากฝูงคนเกือบสิบชีวิตที่นั่งเบียดเสียดกันรอบโต๊ะไม้ประดู่ตัวใหญ่หนาทึบทำให้บรรยากาศยิ่งทวีความร้อนรุ่ม โต๊ะตัวนี้เป็นโต๊ะเก่าแก่ขาทั้งสี่ข้างหนาใหญ่ มีผ้าคลุมโต๊ะผืนหนาสีเข้มห้อยยาวลงมาจนเกือบถึงพื้นพรมด้านล่าง ซึ่งป้าสะใภ้จงใจปูเอาไว้เพื่อบังสายตาเวลาคนนั่งล้อมวงกินข้าว สายตาของฉันเหลือบมองไปยังตำแหน่งที่นั่งฝั่งตรงข้าม ‘พี่ไหม’ พี่สาวแท้ ๆ ของฉันกำลังนั่งหัวเราะร่า คอยรินเหล้าขาวส่งให้ลุง ๆ น้า
ท็อปยิ่งได้ใจเมื่อเห็นฉันร้องขอจังหวะแรง ๆ เขาเอื้อมมือหนาทั้งสองข้างมาจับเอวคอดกิ่วของฉันไว้แน่น ยกสะโพกของฉันให้ลอยขึ้นเล็กน้อยเพื่อปรับองศา ก่อนจะกระหน่ำซอยสะโพกเข้าใส่ในจังหวะถี่รัวและหนักหน่วงตามคำขอของฉัน “ซี้ดดด... ริสา... คืนนี้หีคุณตอดดีเหลือเกิน ขอแตกในอีกได้ไหม เสียวฉิบหายเลย” ท็อปเค้นเสียงถามพลางกระแทกเน้น ๆ ย้ำ ๆ เข้าตรงจุดกระสันภายในสามสี่ครั้งติดต่อกันจนฉันตัวสั่นสะท้านครางไม่เป็นภาษา “อื๊อออ...แตกในเลย... ริสาอยากได้น้ำเงี่ยนของท็อป... อ้ะ อ้ะ อ๊าาา...” ฉันร้องระงม นิ้วมือน้อยจิกผิวผนังปูนจนขึ้นเส้นเลือดเด่นชัด สมองเริ่มขาวโพลนเมื่อความเสียวซ่านแล่นถึงขีดสุด ช่องทางรักบีบรัดตัวแน่นจนแทบหายใจไม่ทัน ท็อปขยับสะโพกซอยยับในจังหวะสุดท้ายรัวเร็ว ก่อนจะกดแกนกายฝังลึกแช่ค้างไว้ในตัวฉันแน่น ร่างบางของฉันกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาเป็นสาย เสร็จสมอารมณ์หมายไปพร้อมกับชายหนุ่มที่ปล่อยน้ำกามขาวขุ่นออกมาพร้อม ๆ กัน เราสองคนยืนนิ่งกกกอดกันหอบหายใจถี่รัวท่ามกลางความมืดสลัวและเสียงฝนตกชุ่มฉ่ำ ท็อปค่อย ๆ ถอนแกนกายออกช้า ๆ เขาจับร่างของฉันพลิกกลับมาสวมกอด แผ่นอกก
หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนวันอาทิตย์อันยาวนานและเร่าร้อนจนแทบไม่ได้นอน ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหัวใจ บาดแผลจากแรงกระแทกกระทั้นตามเนื้อตัวและรอยรักจาง ๆ ตรงซอกคอยังคงเตือนความจำถึงรสสวาทของหนุ่มข้างห้อง 403 ได้เป็นอย่างดี ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ใกล้เขา ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้หยุดอยู่แค่การแอบฟังหรือแอบดูผ่านรูส่องบนกำแพงอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นไฟราคะที่พร้อมจะปะทุเข้าหากันทุกครั้งที่อยู่ใกล้ เย็นวันศุกร์เวียนกลับมาอีกครั้ง ครบรอบหนึ่งเดือนพอดีที่ฉันย้ายเข้ามาอยู่ในอพาร์ตเมนต์ผนังบางแห่งนี้ คืนนี้ภายนอกฝนตกกระหน่ำอย่างรุนแรง เสียงฟ้าร้องและสายน้ำที่สาดซัดกระทบหน้าต่างกระจกช่วยสร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัวและกลบเสียงใด ๆ ในตึกได้อย่างดี ฉันนั่งอยู่บนเตียงนอนในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งไร้บราเซียและแพนตี้ สายตาจับจ้องไปที่ประตูห้อง คืนนี้ไม่มีเสียงฝีเท้าเดินไปเดินมาข้ามฝั่งกำแพง เพราะเขากำลังจะมาหาฉันถึงห้อง ‘แกร๊ก...’ เสียงลูกบิดประตูห้อง 402 ถูกหมุนออกช้า ๆ โดยคนที่มีกุญแจสำรองซึ่งฉันเป็นคนมอบให้เขาเอง ร่างสูงใหญ่ล่ำสันของท็อปในชุดกางเกงสเว
แสงแดดยามบ่ายอันอบอ้าวของวันต่อมาสาดส่องผ่านบานกระจกใสรอบห้องนั่งเล่น บรรยากาศในบ้านเงียบสงัดทว่ากลับอบอวลไปด้วยมวลความต้องการที่ซ่อนเร้น หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันเร่าร้อนในห้องมืดมาได้ ร่างกายของฉัน ‘แอน’ ก็ดูเหมือนจะตื่นตัวและรุ่มร้อนอยู่ตลอดเวลา ทุกสัมผัสของศรัณย์ยังคงฝังลึกอยู่ในมโนสำนึกจนฉุดรั้ง
เขาพูดเสียงกระเส่าพลางส่งมือหนาลงไปลูบไล้หน้าท้องเนียนแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปยังเนินเนื้อโหนกนูนกึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้เริ่มมีหยาดน้ำหวานใสหลั่งไหลออกมาต้อนรับการมาเยือนของเขาเพียงแค่นิ้วแกร่งสัมผัสถูกจุดอ่อนไหวแผ่วเบา ร่างกายของฉันก็กระตุกวูบ ความเสียวสะท้านแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องจิกเล็บล
ความร้อนผ่าวจากบทเรียนแรกในห้องแต่งตัวเมื่อตอนหัวค่ำยังไม่ทันจางหายไปจากผิวเนื้อ ซ้ำร้ายบรรยากาศภายนอกบ้านในช่วงดึกยังแปรเปลี่ยนเป็นปั่นป่วน เสียงสายลมกรรโชกแรงพัดเอาใบไม้ในสวนปลิวว่อน ก่อนที่เมฆฝนก้อนใหญ่จะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมจนท้องฟ้ามืดสนิท พายุฤดูร้อนกำลังตั้งเค้า และมันมาพร้อมกับสายฝนชุดแรกที
และแล้ว วินาทีที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างก็มาถึง... ฉันแสร้งทำเป็นเอื้อมมือไปหยิบโลชั่นบำรุงผิวที่วางอยู่บนชั้นวางของสูง ทว่าในจังหวะที่ยกแขนขึ้น ปมผ้าขนหนูที่พันรอบอกไว้หลวม ๆ ก็คลายตัวออกอย่างพอดิบพอดี‘ฟึ่บ...’ผ้าขนหนูผืนสีขาวร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นห้องแต่งตัวอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นเรือนร่างเป







