LOGINและแล้ว วินาทีที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างก็มาถึง... ฉันแสร้งทำเป็นเอื้อมมือไปหยิบโลชั่นบำรุงผิวที่วางอยู่บนชั้นวางของสูง ทว่าในจังหวะที่ยกแขนขึ้น ปมผ้าขนหนูที่พันรอบอกไว้หลวม ๆ ก็คลายตัวออกอย่างพอดิบพอดี
‘ฟึ่บ...’ ผ้าขนหนูผืนสีขาวร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นห้องแต่งตัวอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าไร้สิ่งใดขวางกั้นต่อสายตาของศรัณย์เต็ม ๆ สองตา ทรวงอกอวบอิ่มเต่งตึง ยอดอกสีชมพูหวานตั้งชูชันท้าลมหนาว หน้าท้องแบนราบและสะโพกผายกลมกลึงเด่นชัดในระยะประชิด “อุ๊ย!” ฉันร้องเสียงหลง แสร้งทำเป็นรีบยกมือขึ้นมาปิดบังหน้าอกหน้าใจ ทว่าการปิดบังนั้นกลับยิ่งเน้นย้ำสัดส่วนให้ดูน่ามองและเชิญชวนมากยิ่งขึ้น ศรัณย์เบิกตากว้าง ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที ภาพความงดงามและเย้ายวนใจตรงหน้าทลายปราการความถูกต้องชิ้นสุดท้ายในสมองของเขาจนหมดสิ้น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นร้อนแรงดั่งไฟป่าที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง แทนที่เขาจะหันหลังกลับหรือก้าวถอยออกไปตามมารยาทอันดี ศรัณย์กลับก้าวเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว มือหนาและหยาบกร้านเอื้อมมาจับข้อมือทั้งสองข้างของฉันที่บังหน้าอกเอาไว้ แล้วกระชากออกอย่างแรงแต่แฝงความนุ่มนวล “คุณศรัณย์! จะทำอะไรคะ...” ฉันอุทานเสียงแผ่ว พลางแกล้งดิ้นรนเล็กน้อยพอเป็นพิธี ทว่าร่างกายกลับโอนอ่อนผ่อนตามแรงดึงของเขาอย่างง่ายดาย “แอน... เธอจงใจยั่วฉันใช่ไหม?” ศรัณย์เค้นเสียงถาม ร่างสูงใหญ่ของเขาเบียดขยับเข้ามาจนแผ่นอกกว้างคาดแน่นเข้ากับความนุ่มหยุ่นของหน้าอกเปลือยเปล่าของฉัน ความร้อนจากผิวกายของเขาส่งผ่านเข้ามาจนฉันรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว “แอนเปล่านะคะ... มันหลุดเอง” ฉันช้อนสายตาขึ้นมองเขา นัยน์ตาหวานฉ่ำน้ำระคนออดอ้อน ริมฝีปากอิ่มเผยอออกเล็กน้อยอย่างเชิญชวน “หลุดเองงั้นเหรอ... ถ้างั้นฉันคงไม่ต้องอดทนอีกต่อไปแล้ว!” พูดจบ ศรัณย์ก็ก้มหน้าลงมาฉกฉวยริมฝีปากของฉันอย่างรวดเร็วและรุนแรง รสจูบของศรัณย์ช่างดุดันและเต็มไปด้วยความหิวกระหาย เรียวลิ้นร้อนชื้นแทรกซอนเข้ามาในโพรงปากหวานอย่างช่ำชอง เขาเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นของฉันอย่างหนักหน่วงจนฉันครางอื้ออึงในลำคอ มือหนาข้างหนึ่งละจากข้อมือลงมาบีบเค้นเต้านมเต่งตึงอย่างเมามัน สลับกับการนวดเฟ้นเรียกเสียงครางกระเส่าจากฉันได้เป็นอย่างดี “อื้ออ... อึ่ก...” ฉันครางแผ่วในลำคอ สองมือที่เคยต่อต้านเปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบคอแกร่งของพ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่ แผ่นหลังเนียนถูกดันจนไปติดกับผนังห้องแต่งตัวที่เย็นเฉียบ ทว่าความเย็นนั้นกลับไม่ได้ช่วยลดทอนความเร่าร้อนของไฟราคะที่กำลังลุกโชนขึ้นเลย ศรัณย์เลื่อนริมฝีปากลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาว ซับจูบและขบเม้มจนเกิดรอยรักสีกุหลาบจาง ๆ ขนกายของฉันลุกซู่เมื่อฟันคมของเขาครูดผ่านผิวกายละเอียดอ่อน ลมหายใจหอบถี่ของเขารดรินจนรุ่มร้อนไปหมด “อ้ะ... คุณศรัณย์... เบา ๆ ค่ะ...” ฉันเอ่ยเตือนเสียงสั่นสะท้าน ทว่ามือกลับกดศีรษะของเขาให้ซุกเข้าหาทรวงอกอวบอิ่มของตัวเองแน่นขึ้น ฝ่ามือใหญ่ที่ร้อนระอุดั่งไฟลามเลียเลื่อนต่ำลงจากหน้าอก ผ่านหน้าท้องแบนราบและเอวคอดกิ่ว ก่อนจะขยับลงไปบีบเค้นสะโพกผายกลมกลึงขนาดสี่สิบสองนิ้วอย่างเต็มไม้เต็มมือ ศรัณย์ครางต่ำในลำคออย่างพึงใจเมื่อได้สัมผัสกับความแน่นตึงและนุ่มหยุ่นของเนื้อสาวที่เขาแอบมองมานาน “อืม... แอน... ตัวเธอนุ่มและหอมจัง” เขาพึมพำชิดผิวเนื้อ พลางแทรกนิ้วมือแกร่งเข้าไปตรงกลางระหว่างขาเรียวสวยที่บัดนี้เริ่มเบียดชิดเข้าหากันด้วยความเสียวซ่าน นิ้วยาวของเขาเริ่มขยับรุกรานเข้าสู่จุดอ่อนไหวที่กึ่งกลางกายสาว สัมผัสแผ่วเบาทว่าตรงจุดส่งผลให้ฉันสะดุ้งสุดตัว ขาเรียวทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ต้องอาศัยการเกาะเกี่ยวร่างสูงใหญ่ของเขาไว้เป็นหลักยึด “อ๊า... คุณศรัณย์... แอนเสียว...” ฉันครางกระเส่าอย่างไร้ยางอาย ความลับและความผิดบาปในใจกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ขับเคลื่อนอารมณ์ใคร่ให้พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด นิ้วแกร่งของศรัณย์ขยับเข้าออกและนวดคลึงจุดกระสันอย่างช่ำชอง สัมผัสหยาดเยิ้มแห่งความต้องการเริ่มหลั่งไหลออกมาเคลือบชโลมจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอายภายในห้องแต่งตัวที่เงียบสงัด บัดนี้ กำแพงแห่งศีลธรรมได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว “หีแน่นจังเลย...วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะ ผมมีประชุม” ศรัณย์ผละใบหน้าขึ้นมาสบตากับฉัน ดวงตาเขาฉายแววผู้ชนะอย่างเต็มภาคภูมิ ก่อนจะก้มลงมอบจูบอันแสนดูดดื่มให้อีกครั้งเพื่อรับประกันว่าบทเรียนครั้งนี้จะเร่าร้อนจนลืมไม่ลง ฉันหลับตาลงรับสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นด้วยความเต็มใจ ยอมรับชะตากรรมและความเป็นจริงที่ว่า นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพ่อเลี้ยงหนุ่มคนนี้ จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ฉันรอรอเวลานี้มานานแล้ว...ผู้ชายอะไร เห็นทีไรแล้วน้ำเดิน หล่อ..รวย ของใหญ่ไหมฉันไม่รู้ แต่ติดอย่างเดียวตรงที่เขาดันเป็นของแม่!!กลิ่นน้ำหอมหรูที่ปะปนกับอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสงบยามค่ำคืนเปลี่ยนเป็นสวรรค์แห่งความรุ่มร้อนโดยสมบูรณ์ สายธารนอนอ่อนระทวยอยู่บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี ชุดเดรสสีแชมเปญรัดรูปถูกร่นขึ้นไปกองอยู่เหนือเอวคอด กายสาวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่นที่ตีรวนกันในอกตุลย์จ้องมองเรือนร่างอวบอิ่มตรงหน้าด้วยสายตาหิวกระหาย นัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ยากจะมอดดับ มือหนาเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงในผ้าลูกไม้สีดำตัวจิ๋วที่ปิดบังส่วนลับของเจ้านายสาวไว้ เขามือเกี่ยวขอบผ้าบางนั้นแล้วกระชากออกอย่างแรงจนยางยืดขาดบาดผิวเนื้อเนียนเบาๆ"กรี๊ด! ตุลย์...เธอจะทำอะไร! หยุดนะ!" สายธารร้องเสียงหลง ใบหน้าสวยร้อนผ่าวด้วยความอับอายและตระหนก เธอพยายามจะหนีบขาเข้าหากันและยกมือขึ้นปิดบังส่วนสำคัญไว้ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจเสียงร้องของเธอเลย ตุลย์ชูแพนตี้ตัวจิ๋วที่เพิ่งถอดออกจากร่างของเจ้านายขึ้นมาในระดับสายตา ก่อนจะจรดปลายจมูกลงบนแผ่นผ้าลูกไม้นั้น เขาสูดกลิ่นกายสาวที่ติดอยู่บนผ้านุ่ม สูดดมความหอมหวานและกลิ่นน้ำหวานใสธรรมชาติที่ชุ่มฉ่ำ นี่คือสัญญาณของร่างกายเธอที่กำ
บรรยากาศภายในห้องสักส่วนตัวเงียบจนได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจหอบถี่ของลูกค้าสาว เธอนอนหลับตาปี๋ด้วยความเขินอายขั้นสุด สองมือจิกแน่นอยู่บนผ้าปูเตียง ใบหน้าหวานแดงก่ำ เรือนร่างส่วนที่ลับที่สุดกำลังถูกเปิดเผยต่อหน้าช่างหนุ่ม กรณ์ยืนค้างอยู่ข้างเตียง ดวงตาคมกริบจดจ้องมองกลีบกุหลาบสาวอวบอิ่มที่เปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิด ความเย้ายวนตรงหน้าพุ่งพล่านขึ้นมาจนสัญชาตญาณดิบเถื่อนเข้าครอบงำจิตใจ ความยับยั้งชั่งใจที่มีอยู่พังทลายลงในชั่วพริบตา... เขาไม่ได้อยากยืนมองแบบนี้อีกต่อไปแล้ว แต่เขาต้องการครอบครองเธอทั้งตัว กรณ์ยืนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ มือหนาของเขาเอื้อมไปปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงยีนส์ของตัวเองลง ก่อนจะกระชากท่อนเนื้อที่แข็งจนปวดหนึบออกมา มันอันใหญ่เสียจนเกือบเท่าแขนของหญิงสาว ปลายหัวบานสีเข้มมีน้ำหล่อลื่นสีใสซึมออกมาจนมันวาว บ่งบอกว่าน้องชายพร้อมรบสุด ๆ ในตอนนี้และรอต่อไปไม่ได้แล้ว ช่างหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อลดความตื่นเต้น แล้วก้าวเท้าเข้าไปประชิดเตียง โน้มตัวลงคร่อมร่างของหญิงสาวไว้ท่ามกลางความสลัว โดยที่หญิงสาวซึ่งยังหลับตาปี๋ด้วยความอายยังคงไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่ากำลังจะเจอกับเครื่อง
ความเงียบเชียบในห้องทำงานชั้นยี่สิบห้าถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้น ร่างบางของสายธารถูกดันจนแผ่นหลังเนียนกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งอย่างจัง เอกสารบางส่วนที่เคยวางเรียงรายกระจัดกระจายร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับใบไม้ร่วง แต่ในวินาทีนี้ ไม่มีใครสนใจความเสียหายของกระดาษพวกนั้นอีกต่อไป"ปล่อยนะตุลย์... เธอจะทำอะไรพี่เนี่ย! รู้ไหมว่าทำแบบนี้พี่สามารถฟ้องตำรวจจับเธอได้เลยนะ"สายธารพยายามเค้นเสียงดุเพื่อข่มลูกน้องหนุ่ม ทว่าน้ำเสียงของเธอกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ สองมือเรียวสวยที่เพ้นท์เล็บสีแดงสดพยายามดันแผงอกแกร่งของชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่มันกลับเหมือนการผลักกำแพงหินหนา ตุลย์ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขายังเบียดกายหนุ่มที่กำลังร้อนรุ่มเข้ามาจนตักและสะโพกของทั้งคู่บดเบียดกันผ่านเนื้อผ้า"ฟ้องเลยครับพี่สายธาร ฟ้องตอนนี้เลย..." ตุลย์กระซิบชิดใบหูของเจ้านายสาว สะท้อนลมหายใจร้อนผ่าวรดผิวเนื้อเนียนจนหญิงสาวเผลอขนลุกซู่ "แต่ก่อนจะฟ้อง ตำรวจคงอยากรู้ว่าทำไมเจ้านายคนสวยถึงยอมให้ลูกน้องกอดแน่นขนาดนี้โดยไม่ร้องให้ใครช่วยสักคำ""พี่ไม่ได้ยอม! อื้อออ..."คำประท้วงถูกกลืนหายเข้
ความเงียบเข้าปกคลุมสำนักงานชั้นที่ยี่สิบห้าในยามค่ำคืน มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานตัวหนึ่งที่ยังคงทำหน้าที่ของมัน ตุลย์ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ดและถกแขนเสื้อขึ้นจนเห็นลำแขนที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามประสาคนเข้ายิมสม่ำเสมอ เขากำลังจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยนัยน์ตาที่แดงก่ำจากการโหมงานหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงกึก กึก กึกเสียงฝีเท้าจากรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมราคาแพงดังมาจากทางเดินที่มืดมิด ตุลย์รู้ได้ทันทีว่านั่นคือเสียงของมัจจุราชในร่างนางฟ้า... สายธาร เจ้านายสาววัยสามสิบแปดผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเผด็จการและอารมณ์ที่แปรปรวนยิ่งกว่าพายุเสียอีกประตูห้องทำงานของเขาถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต สายธารเดินนวยนาดเข้ามาในชุดเดรสสีแชมเปญรัดรูปที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมาหลายนิ้ว ผ้าเนื้อบางนั้นเน้นส่วนโค้งเว้าของสะโพกผายและทรวงอกอวบที่ดันออกมาจนดูเหมือนจะทะลักออกจากคอเสื้อ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีดูดุร้ายและชวนมองในเวลาเดียวกัน"ตุลย์! ทำไมงานวิจัยตลาดของลูกค้ากลุ่ม A ยังไม่ส่งเข้าอีเมลพี่? พี่บอกเธอแล้วใช่ไหมว่าต้องได้ก่อนสี่ทุ่ม!"
กรุ๊งกริ๊ง~เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้งในบ่ายวันอังคารถัดมาลูกค้าสาวคนเดิมก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใสและความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม เธอเดินตรงเข้ามาหากรณ์ที่นั่งรออยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางสนิทสนม“สวัสดีค่ะพี่! หนูแวะมาให้เช็คสีตามนัดค่ะ”กรณ์พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก“สวัสดีครับ เชิญด้านในเลย พี่ขอตรวจดูความเรียบร้อยของสีสักหน่อย”ชายหนุ่มผายมือเชิญให้หญิงสาวเดินนำไปยังโซนเตียงสักส่วนตัวด้านใน หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นเต้น เพราะการนัดครั้งนี้เป็นเพียงแผนการหลอกล่อให้เธอกลับมาเปิดเต้าเนื้อให้เขาได้เชยชมเท่านั้นเองหญิงสาวเดินไปยังเตียงเดิมด้วยความคุ้นเคย เธอนั่งลงแล้วจัดการถอดเสื้อฮู้ดและบราเซียออกอย่างคล่องแคล่ว เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่ตอนนี้ปรากฏรอยสักสีชมพูระเรื่อธรรมชาติสวยงามสะดุดตา เธอหันมาส่งยิ้มหวานให้กรณ์แล้วเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น“เป็นยังไงบ้างคะพี่ สีติดดีมั้ย ต้องแก้ตรงไหนรึเปล่า?”กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้ แสร้งโน้มตัวลงใช้สายตาสำรวจรอยสักบนตุ่มเนื้ออย่างละเอียด ทั้งที่ความจริงแล้ว เขากวาดสายตามองความอวบอิ่มและความเนียนนุ่มของเต้าสาวตรงหน้
สามสัปดาห์ต่อมา เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านสักดังขึ้นแผ่วเบา กรณ์ที่กำลังนั่งเช็ดอุปกรณ์อยู่หลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ หญิงสาวร่างบางเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนในความทรงจำก้าวเท้าเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนยุ่ง เธอกลืนน้ำลายลงคอแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวตรงเข้ามาหาเขาที่เคาน์เตอร์ทันที“พี่คะ... คือว่า... หนู...”เธอเอ่ยเสียงสั่นด้วยความร้อนรน กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย วางผ้าในมือลงแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“อ้าว..เป็นอะไรครับ แผลมีปัญหาอะไรหรือเปล่า หรือว่าสีมันลอกผิดปกติ?”หญิงสาวทำหน้ามุ่ยด้วยความไม่มั่นใจ เธอชี้มือไปที่หน้าอกตัวเองแล้วพูดด้วยความกังวล“ก็สีที่พี่สักให้รอบที่แล้ว... ผ่านไปไม่กี่อาทิตย์ ทำไมมันดูซีดลงไปเยอะเลยล่ะคะ! หนูส่องกระจกดูแล้วมันจางลงจนเกือบจะเหมือนเดิมแล้วอะ หรือว่าหนูดูแลแผลไม่ดีคะพี่”เมื่อกรณ์ได้ยินเหตุผลที่ทำให้เธอกังวลใจ เขาก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความใสซื่อของหญิงสาว“โถ นึกว่าเรื่องอะไร... เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องเครียดเลยครับ มันเป็นเรื่องปกติมากสำหรับการสักรอบแรก
แสงแดดยามบ่ายอันอบอ้าวของวันต่อมาสาดส่องผ่านบานกระจกใสรอบห้องนั่งเล่น บรรยากาศในบ้านเงียบสงัดทว่ากลับอบอวลไปด้วยมวลความต้องการที่ซ่อนเร้น หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันเร่าร้อนในห้องมืดมาได้ ร่างกายของฉัน ‘แอน’ ก็ดูเหมือนจะตื่นตัวและรุ่มร้อนอยู่ตลอดเวลา ทุกสัมผัสของศรัณย์ยังคงฝังลึกอยู่ในมโนสำนึกจนฉุดรั้ง
เขาพูดเสียงกระเส่าพลางส่งมือหนาลงไปลูบไล้หน้าท้องเนียนแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปยังเนินเนื้อโหนกนูนกึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้เริ่มมีหยาดน้ำหวานใสหลั่งไหลออกมาต้อนรับการมาเยือนของเขาเพียงแค่นิ้วแกร่งสัมผัสถูกจุดอ่อนไหวแผ่วเบา ร่างกายของฉันก็กระตุกวูบ ความเสียวสะท้านแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องจิกเล็บล
ความร้อนผ่าวจากบทเรียนแรกในห้องแต่งตัวเมื่อตอนหัวค่ำยังไม่ทันจางหายไปจากผิวเนื้อ ซ้ำร้ายบรรยากาศภายนอกบ้านในช่วงดึกยังแปรเปลี่ยนเป็นปั่นป่วน เสียงสายลมกรรโชกแรงพัดเอาใบไม้ในสวนปลิวว่อน ก่อนที่เมฆฝนก้อนใหญ่จะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมจนท้องฟ้ามืดสนิท พายุฤดูร้อนกำลังตั้งเค้า และมันมาพร้อมกับสายฝนชุดแรกที
เสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่บดลากไปกับพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้มันวาวของตัวบ้าน ขัดจังหวะความเงียบสงบในยามบ่าย วันนี้เป็นวันที่แม่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างจังหวัดเป็นเวลาสามวันเต็ม และนั่นหมายความว่าบ้านหลังใหญ่ที่มีสวนร่มรื่นแห่งนี้จะเหลือเพียงแค่ฉัน... ‘แอน’ เด็กสาววัยยี่สิบปีที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยา







