เข้าสู่ระบบความร้อนผ่าวจากบทเรียนแรกในห้องแต่งตัวเมื่อตอนหัวค่ำยังไม่ทันจางหายไปจากผิวเนื้อ ซ้ำร้ายบรรยากาศภายนอกบ้านในช่วงดึกยังแปรเปลี่ยนเป็นปั่นป่วน
เสียงสายลมกรรโชกแรงพัดเอาใบไม้ในสวนปลิวว่อน ก่อนที่เมฆฝนก้อนใหญ่จะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมจนท้องฟ้ามืดสนิท พายุฤดูร้อนกำลังตั้งเค้า และมันมาพร้อมกับสายฝนชุดแรกที่เริ่มเทกระหน่ำลงมากระทบหลังคาบ้านเสียงดังสนั่น ‘เปรี้ยง!’ เสียงอัสนีบาตฟาดลงมาไม่ไกลจากตัวบ้าน ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้านดับวูบลงในทันที ความสว่างไสวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดอันเงียบสงัด มีเพียงแสงแลบจากฟ้าผ่าภายนอกที่รอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเป็นระยะ ๆ ฉัน ‘แอน’ นั่งอยู่บนเตียงนอนหนานุ่มภายในห้องนอนส่วนตัว ร่างกายสวมใส่เพียงชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีชมพูอ่อนเนื้อบางเบาจนแทบแนบไปกับผิว ทรวงอกอวบอิ่มซ่อนรูปแอบกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่เริ่มติดขัด ความมืดไม่ได้ทำให้ฉันกลัว ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมาจากอก คือความทรงจำอันเร่าร้อนเกี่ยวกับ ‘ศรัณย์’ พ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่ที่เพิ่งตีตราจองเรือนร่างของฉันไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนต่างหากล่ะ สัมผัสหยาบกร้านแต่เต็มไปด้วยความช่ำชองของเขายังคงติดตรึงเด่นชัดจนส่วนลึกกลางกายสาวเริ่มกลับมาประท้วงด้วยความรุ่มร้อนอีกครั้ง ‘ก๊อก... ก๊อก...’ เสียงเคาะประตูห้องนอนที่ดังขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางเสียงฝนตกหนัก ขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของฉัน หัวใจกระตุกวูบ สายตาหันไปจับจ้องยังบานประตูไม้ที่บัดนี้ถูกผลักเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษเพศที่คุ้นเคย ศรัณย์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับกระบอกไฟฉายในมือ แสงไฟสีขาวสลัวส่องกระทบลงบนพื้นห้อง ไม่ได้ส่องตรงมาที่ตัวฉันโดยตรง แต่อานุภาพของมันก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันเห็นรูปร่างอันกำยำของเขาได้อย่างชัดเจน คืนนี้ศรัณย์สวมใส่เพียงเสื้อกล้ามสีดำพอดีตัวกับกางเกงเลย์ขาสั้นทิ้งตัวสบาย ๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามและแผ่นอกกว้างที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ กลิ่นกายชายหนุ่มผสมกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ลอยละล่องเข้ามาปะทะจมูกทันทีที่เขาเยื้องกรายเข้ามาใกล้เตียงนอน “แอน... หลับหรือยัง? พอดีไฟดับ พ่อเลยเดินมาดูความเรียบร้อย” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูนุ่มลึก ทว่าคำว่า ‘พ่อ’ ที่เขาจงใจใช้เรียกตัวเองในสถานการณ์แบบนี้ มันกลับยิ่งฟังดูแปลกประหลาดและกระตุ้นอารมณ์ดิบในส่วนลึกให้ตื่นตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด “ยังค่ะ... แอนยังไม่หลับ” ฉันตอบกลับเสียงแผ่วพลางขยับกายถอยร่นไปชิดหัวเตียง จงใจชันเข่าขึ้นสูงจนชายชุดนอนซาตินตัวสั้นเลิกขึ้นมาเผยให้เห็นโคนขาอ่อนขาวเนียนในความสลัว ศรัณย์เดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง แสงไฟฉายในมือของเขาเบนขึ้นมาจับจ้องที่เรียวขาขาวและเรือนร่างของฉันทันที ดวงตาคู่คมคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นในความมืดคล้ายกับเสือร้ายที่พบเหยื่อรสโอชะ เขาวางกระบอกไฟฉายลงบนโต๊ะข้างเตียง จงใจหันหัวไฟให้ส่องสะท้อนเข้าหากำแพงเพื่อให้เกิดแสงสว่างรำไรพอให้เห็นหน้ากัน “กลัวไหม? ฝนตกฟ้าร้องหนักขนาดนี้” เขานั่งลงบนขอบเตียง น้ำหนักตัวที่กดทับทำเอาฟูกหนายุบตัวลงไปอย่างเห็นได้ชัด ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่ถึงคืบ จนฉันได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกของเขา “กลัวค่ะ... ฟ้าผ่าเสียงดังมากเลย” ฉันแสร้งทำเป็นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางขยับกายเข้าไปหาเขาอย่างเชิญชวน สองมือน้อยเอื้อมไปเกาะกุมลำแขนแกร่งของพ่อเลี้ยงหนุ่มเอาไว้แน่น แสร้งทำเป็นพึ่งพิง ทว่าแท้จริงแล้วผิวเนื้อที่สัมผัสกันกลับส่งกระแสความร้อนลุ่มเข้าจู่โจมจนร่างกายเริ่มสั่นสะท้านด้วยความอยากกระสัน ศรัณย์ลอบยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ทัน มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นลูบไล้กลุ่มผมนุ่มของฉันเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่แก้มเนียน “กลัวเสียงฟ้า หรือกลัวอย่างอื่นกันแน่... สายตาของเธอตอนนี้ไม่ได้บอกว่ากลัวฝนเลยนะ” เขาเค้นเสียงถามพลางใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงริมฝีปากอิ่มของฉันเบา ๆ “แล้วคุณศรัณย์ล่ะคะ... เข้ามาหาแอนเพราะเป็นห่วง หรือเพราะ ‘อยาก’ กันแน่” ฉันเลิกเสแสร้ง ช้อนสายตาหวานฉ่ำขึ้นสบตาเขาตรง ๆ ความเงียบและเสียงฝีเท้าของสายฝนด้านนอกกลายเป็นกำแพงธรรมชาติที่ช่วยบดบังความลับของเราสองคนเอาไว้จากโลกภายนอก คำท้าทายจากปากเด็กสาววัยยี่สิบปีทำเอาขีดจำกัดความอดทนของหนุ่มใหญ่วัยสามสิบแปดทลายลงทันที ศรัณย์ไม่ตอบคำถามเป็นคำพูด แต่เขาใช้การกระทำเป็นคำตอบ มือหนาเชยคางของฉันขึ้นก่อนจะก้มลงปิดปากฉันด้วยจูบอันแสนดุดันและทรงพลังในทันที “อื้ออ...” ฉันครางแผ่วในลำคอเมื่อเรียวลิ้นร้อนชื้นของเขาแทรกซอนเข้ามาอย่างรวดเร็วและเอาแต่ใจ จูบครั้งนี้แตกต่างจากตอนหัวค่ำ มันเต็มไปด้วยความอัดอั้นและความต้องการที่ทวีคูณขึ้นตามความมืดรอบตัว เขาเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นของฉันอย่างหนักหน่วงจนฉันแทบขาดใจตายคาอกแกร่ง สองมือของฉันเปลี่ยนจากเกาะแขนขึ้นไปโอบรอบคอแกร่ง ลูบไล้แผ่นหลังกว้างของเขาผ่านเนื้อผ้าอย่างลืมตัว ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อฝ่ามือใหญ่ของเขาเริ่มอยู่ไม่สุข ลูบไล้ลงมาตามแผ่นหลังบางและเอวคอดกิ่ว ก่อนจะบีบเฟ้นสะโพกผายกลมกลึงขนาดสี่สิบสองนิ้วผ่านเนื้อผ้าซาตินลื่นมือ “อืม... แอน ยัยเด็กยั่ว” ศรัณย์ผละริมฝีปากออกพึมพำชิดใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ เขาซุกไซร้จมูกโด่งสันลงกับซอกคอขาวหอมฟุ้ง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนอย่างแรงจนฉันต้องแหงนเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสพลางครางกระเส่า “อ้ะ... คุณศรัณย์... แอนเสียว...” ฉันบอกความรู้สึกออกไปตรง ๆ ในเวลานี้ศีลธรรมหรือความถูกต้องไม่มีความหมายอีกต่อไป มีเพียงความใคร่และรสสัมผัสอันชวนหลงใหลเท่านั้นที่ครอบงำสมอง ศรัณย์ขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างของฉันจนนอนราบไปกับเตียงนุ่ม รูปร่างที่สูงใหญ่และหนาของเขาบดเบียดเข้าหาความนุ่มหยุ่นของเนื้อสาวจนไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน มือหนาเอื้อมลงไปจับชายชุดนอนสายเดี่ยวของฉันแล้วกระชากถกขึ้นไปกองอยู่เหนืออก เผยให้เห็นเรือนร่างส่วนล่างที่เปลือยเปล่าไร้สิ่งใดปราการกั้น แสงไฟสลัวที่สะท้อนจากผนังห้องส่องกระทบให้เห็นหน้าท้องแบนราบและเรียวขาขาวผ่องที่แยกออกจากกันเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ ศรัณย์กวาดสายตามองภาพความงดงามตรงหน้าด้วยความคลั่งไคล้ ลมหายใจของเขาหอบถี่กระชั้นจนอกแกร่งสะท้อนขึ้นลง “สวยเหลือเกิน... แอนเป็นของฉันเถอะนะ ฉันแอบมองแอนมานานแล้ว”เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านสั่นกริ๊งแผ่วเบา ท่ามกลางบรรยากาศช่วงบ่ายแก่ ๆ ภายในร้านสักย่านชุมชนที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำและไฟส้มสลัว ‘กรณ์’ ชายหนุ่มวัย 27 ปี เจ้าของร้านสักฝีมือประณีต กำลังนั่งเช็ดอุปกรณ์เข็มและทำความสะอาดเครื่องสักอยู่หลังเคาน์เตอร์หลังจากเพิ่งสักลูกค้าคนล่าสุดเสร็จไป ทันใดนั้นเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก็เดินเก้ ๆ กัง ๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าร้าน เธอสวมเสื้อฮู้ดตัวโคร่งแต่ทว่าใบหน้ากลับแดงก่ำ แววตาลุกลี้ลุกลนเหมือนคนกำลังตัดสินใจเรื่องคอขาดบาดตายบางอย่างกรณ์วางสำลีในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มต้อนรับตามมารยาท“สวัสดีครับ สนใจดูแบบรอยสัก หรืออยากให้ผมออกแบบลายไหนเป็นพิเศษไหมครับ เข้ามาด้านในก่อน ๆ” เสียงทุ้มเอ่ยถามออกไป แต่ทว่าหญิงสาวคนนั้นกลับยิ่งก้มหน้าหลบสายตา มือเล็ก ๆ ขยุ้มชายเสื้อฮู้ดเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่าเธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้น กวาดสายตามองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวว่าจะมีใครได้ยิน แล้วโน้มตัวลงกระซิบเสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน “เอ่อ... พี่คะ... คือว่า... หนูอยากสักตรงนั้น พี่รับสักมั้ยคะ?”กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ ขมวดคิ้วด้วยความงุน
“เฮือก! อื๊ออออ!” ฉันเบิกตากว้างเกือบร้องเสียงหลงเมื่อท่อนเนื้อกระทุ้งเข้าชนมดลูกจนจุกและเสียวไปทั้งร่าง ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงออกไป ฝ่ามือหยาบของน้าชัยก็เอื้อมมาตะปบปิดปากของฉันไว้แน่น ดันร่างของฉันให้แนบไปกับแผงสุ่มไก่ทว่าก็ต้องเสียวสันหลังวาบ เมื่อจู่ ๆ เสียงของพ่อก็ตะโกนไล่หลังมาจากใต้ถุนบ้านดังลั่นข้ามฝั่งมาดื้อ ๆ“เฮ้ยไอ้ชัย! ซ่อมสุ่มไก่เสร็จยังวะ! ช้าฉิบหาย เดี๋ยวเสร็จแล้วเดินมาแดกเหล้าต่อกับกูนี่มา!”ใจของฉันวูบไปที่ตาตุ่ม ตัวเกร็งขึงด้วยความหวาดกลัวจนน้ำตาเล็ด ร่องเนื้อสาวบีบรัดตอดท่อนเอ็นของน้าชัยแน่นจนน้าชัยซี้ดปากครางลั่นในลำคอ สายตาของฉันคอยชำเลืองมองผ่านมุ้งลวดสุ่มไก่กลัวพ่อจะเดินมาดู ทว่าน้าชัยกลับกระตุกยิ้ม ดันเอวสอบขยับซอยท่อนเนื้อเข้าออกร่องสาวของฉันเบา ๆ พลางกระซิบ“เงียบไว้... ร้องออกไปกูเย็ดหีฉีกแน่”น้าชัยสูดหายใจลึก ตะโกนตอบพ่อกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ใกล้เสร็จแล้วพี่! เหลือตอกตะปูอีกสองสามตัว! พี่กินรอเลย เดี๋ยวผมตามไป!” พริบตาที่สิ้นเสียงตอบ น้าชัยก็เริ่มกระ
แสงแดดจัดยามบ่ายโมงแผดเผาลงมาจนใบมะพร้าวและกอไผ่หลังบ้านสวนลู่แห้ง อากาศร้อนอบอ้าวชวนให้เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะจนแสบผิว พ่อนั่งก๊งเหล้าขาวอยู่ใต้ถุนบ้านไม้หลังเก่าส่งเสียงคุยจ้อกับพวกผู้ใหญ่บ้านไม่ขาดสาย ทันใดนั้นพ่อก็ตะโกนเรียกฉันเสียงดังลั่นบ้าน“อีอิง! ตักน้ำแข็งใส่แก้วแล้วเอาเหล้าขาวขวดใหม่ไปส่งให้ไอ้ชัยมันหลังบ้านหน่อยซิ! มันกำลังซ่อมหลังคาเล้าไก่ชนอยู่ท้ายสวนนู่น!”ฉันสะดุ้งโหยงแสร้งทำเป็นขานรับเสียงอ่อย หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินชื่อของน้าชัย ชายจอมหื่นที่เพิ่งบรรเลงฉากสยิวกับฉันเมื่อวานนี้ ฉันอยู่ในชุดเสื้อคอกระเช้าสีส้มสดเนื้อบางเฉียบโชว์เนินอกขาวผ่อง คู่กับกางเกงสั้นกุดเอวยางยืดหลวม ๆ ร่องเนื้อสาวอุ่นนุ่มเริ่มขยับตอดรัดตึบ ๆ ทันที มีหยาดน้ำหวานใสซึมเยิ้มออกมาจนเสียววาบฉันถือแก้วพลาสติกใส่น้ำแข็งและขวดเหล้าขาวก้าวขาเดินเลี่ยงออกมาทางหลังบ้าน มุ่งหน้าสู่เล้าไก่ชนที่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาต้นมะม่วงใหญ่ท้ายสวน เสียงไก่ชนในสุ่มขันสลับกับเสียงค้อนตอกตะปูดัง ปึก... ปึก... บ่งบอกว่าน้าชัยกำลังทำงานอยู่ ด้านในเล้าไก่ล้อมด้วยมุ้งลวดตาข่ายเก่า
ฝ่ามือหนาของเขาเปลี่ยนเป็นอุดปากและกดใบหน้าของฉันลงกับหลังตู้ เพื่อเก็บเสียงครางไม่ให้ลอดออกไปถึงชานหน้าบ้าน สะโพกผายของฉันส่ายร่อนรับแรงอัดกระแทกอันป่าเถื่อนจนร่างระหงสั่นโยกไหวตามแรงอย่างหมดสภาพ เนื้อนุ่มบีบตอดหัวบานของเขาแน่น“ซี้ดดด...เป็นไงอีอิง เสียวดีไหม” น้าชัยสบถสะท้อนอารมณ์ดิบเขาขยับเอวซอยจังหวะถี่รัว ท่อนเนื้อใหญ่ยาวเข้าออกรูสวาทบดบี้จุดเสียวภายในซ้ำ ๆ จนฉันสมองขาวโพลน ตาพร่าเลือนบิดกายสั่นพะเยิบพะยาบ ความเสียวซ่านแล่นจนถึงขีดสุด ช่องทางรักบีบตอดแกนกายของเขาแน่น สะโพกผายของฉันแอ่นรับแรงกระแทก ฉันถึงสวรรค์ไปแล้วแต่น้าชัยยังไม่หยุดซอย ด้วยความใหญ่ยาวของเขาทำให้ฉันตอดรัดจนเสร็จอีกรอบ และฉี่พุ่งออกมาพร้อมน้ำรักน้าชัยซี้ดปากคำรามลั่นกดสะโพกกระแทกย้ำ ๆ ถี่ ๆ ก่อนจะฉีดพ่นหยาดน้ำรักสีขาวขุ่นจนไหลออกมาตามเรียวขาฉันเสียวเหลือเกิน... เสียงเครื่องเย็บผ้าของแม่ด้านนอกยังคงดังต่อเนื่องแสดงว่าแม่ยังไม่เอะใจเรื่องราวลามกที่เกิดขึ้นในครัว น้าชัยถอนท่อนเนื้ออันใหญ่ออกช้า ๆ สองร่างหอบหายใจเฮือกใหญ่ ทว่าหนุ่มใหญ่ผู้ไม่รู้จักอิ่มเอิบก
ไอแดดยามเที่ยงวันแผดเผาลงมาตรงชานบ้านสวนริมคลองจนต้นมะม่วงและกอไผ่ลู่เอนตามลมร้อน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องจักรเย็บผ้าของแม่ที่ดัง ตึก... ตึก... ตึก... อยู่ตรงชานหน้าบ้านอย่างสม่ำเสมอ พ่อออกไปล้อมวงก๊งเหล้าขาวกับพวกผู้ใหญ่บ้านที่ท้ายหมู่บ้านตั้งแต่ช่วงสาย ทิ้งให้ฉันอยู่บ้านเฝ้าครัวหลังบ้านเพียงลำพังฉันชื่ออิง สาวบ้านสวนวัยขบเผาะที่ซ่อนความเร่าร้อนไว้ใต้ผ้าถุงผืนบางสีสด วันนี้อากาศร้อนจัดจนเหงื่อซึมตามร่องอกอวบ ฉันเลือกสวมเสื้อคอกลมตัวสั้นสีขาวเนื้อบางเฉียบ คู่กับผ้าถุงผืนเก่าที่มัดปมไว้หลวม ๆ ตรงเอวคอดแกร๊ก...เสียงเปิดประตูครัวหลังบ้านทำเอาฉันเสียววาบ หันไปมองทันที ร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวเข้มคร้ามแดดของน้าชัยปรากฏตัวขึ้น น้าชัยเป็นเพื่อนสนิทรุ่นน้องของพ่อ มีอาชีพเป็นช่างตัดไม้ ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นและรอยสักดุดันเต็มแผ่นหลังและท่อนแขน วันนี้เขาเดินนุ่งกางเกงขาสั้นตัวเดียว เปลือยท่อนบน โชว์แผงอกที่มีไรขนและเหงื่อไหลซึม กลิ่นกายชายหนุ่มโชยเข้าจมูกจนฉันลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่“อ้าว... น้าชัย พ่อไม่อยู่นะคะ ออกไปตั้งวงท้ายหมู่บ้านนู่นแล้ว” ฉันแกล้งเอ่ยเสียงหวานอ่อย ข
ควันบุหรี่สีเทาหม่นลอยฟุ้งอยู่ในห้องพักรายชั่วโมงอันคับแคบ คินทร์ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟามุมห้อง ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์จับจ้องผ่านม่านควันไปยังร่างบางบนเตียงที่กำลังพยายามหยิบเศษเสื้อผ้าขาดวิ่นขึ้นมาปกปิดเรือนร่างที่ขึ้นรอยช้ำสีกุหลาบเด่นชัดด้วยมือที่สั่นเทา เสียงสะอื้นไห้อย่างแผ่วเบาของเกลไม่ได้ทำให้เพลิงในอกของเขาดับลง ตรงกันข้าม... มันยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณการอยากทำลายและครอบครองให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม "ฮึก... ไอ้คนไม่มีหัวใจ... นายมันไม่ใช่คน" เกลเค้นเสียงด่าทอทั้งน้ำตา ใบหน้าหวานสั่นระริกทว่าดวงตาคู่งามยังคงตวัดมองเขาด้วยความดื้อรั้นท้าทายอย่างไม่ยอมแพ้ "ในเมื่อหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาต่อให้ฉันยั่วนายยังไงนายก็ไม่เคยมองฉันเลย ...ดังนั้นฉันก็จะแต่งงานกับคนอื่น! จะยอมให้เขาทำยิ่งกว่าที่นาย..." พลั่ก! ยังไม่ทันที่คำพูดประชดประชันจะจบลง คินทร์ก็ทิ้งมวนบุหรี่ลงบนพื้น ขยี้มันด้วยปลายเท้าอย่างแรง ก่อนจะกระโจนขึ้นไปบนเตียงราวกับสัตว์ป่าที่หลุดออกจากกรงขัง ร่างสูงใหญ่กดทับคร่อมร่างบางลงกับฟูกนอนทันที แรงบีบที่ข้อมือเล็กทำเอาเกลร้องด้วยความเจ็บปวด "รู้ได้ยังไงว่าผมมองไม่เคยมองคุณหนูเลย หืม?...
เสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่บดลากไปกับพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้มันวาวของตัวบ้าน ขัดจังหวะความเงียบสงบในยามบ่าย วันนี้เป็นวันที่แม่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างจังหวัดเป็นเวลาสามวันเต็ม และนั่นหมายความว่าบ้านหลังใหญ่ที่มีสวนร่มรื่นแห่งนี้จะเหลือเพียงแค่ฉัน... ‘แอน’ เด็กสาววัยยี่สิบปีที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยา
แสงแดดยามบ่ายอันอบอ้าวของวันต่อมาสาดส่องผ่านบานกระจกใสรอบห้องนั่งเล่น บรรยากาศในบ้านเงียบสงัดทว่ากลับอบอวลไปด้วยมวลความต้องการที่ซ่อนเร้น หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันเร่าร้อนในห้องมืดมาได้ ร่างกายของฉัน ‘แอน’ ก็ดูเหมือนจะตื่นตัวและรุ่มร้อนอยู่ตลอดเวลา ทุกสัมผัสของศรัณย์ยังคงฝังลึกอยู่ในมโนสำนึกจนฉุดรั้ง
เขาพูดเสียงกระเส่าพลางส่งมือหนาลงไปลูบไล้หน้าท้องเนียนแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปยังเนินเนื้อโหนกนูนกึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้เริ่มมีหยาดน้ำหวานใสหลั่งไหลออกมาต้อนรับการมาเยือนของเขาเพียงแค่นิ้วแกร่งสัมผัสถูกจุดอ่อนไหวแผ่วเบา ร่างกายของฉันก็กระตุกวูบ ความเสียวสะท้านแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องจิกเล็บล
และแล้ว วินาทีที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างก็มาถึง... ฉันแสร้งทำเป็นเอื้อมมือไปหยิบโลชั่นบำรุงผิวที่วางอยู่บนชั้นวางของสูง ทว่าในจังหวะที่ยกแขนขึ้น ปมผ้าขนหนูที่พันรอบอกไว้หลวม ๆ ก็คลายตัวออกอย่างพอดิบพอดี‘ฟึ่บ...’ผ้าขนหนูผืนสีขาวร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นห้องแต่งตัวอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นเรือนร่างเป







