LOGIN“ไอ้วัต มึงต้องช่วยกู”
กลับมาถึงห้องพัก ผมรีบคุยกับไอ้วัตทันที ผมอยู่กับค่ายอา
“อัยย์…”ผมรีบเดินเข้าไปทักเธอ ส่วนไอ้วัต ผมเห็นมันทางปลายตา ว่ามันเดินมาจับข้อมือนิต้า เดินออกไปอีกทาง“อ่าว...ภีม”อัยย์หันมาตามเสียงเรียก แต่เธอทำหน้าไม่ดีใจเลยที่เห็นผม เหมือนจะมีความกังวลอยู่ในสีหน้านั้น ทั้งๆ ที่ตอนนี้ผมรู้สึกตัวเลยว่า ผมกำลังยิ้มออกมาแบบปิดไม่มิด ที่ได้เจอเธอ“อัยย์ มาที่หมู่บ้านทำไมไม่บอกเรา เมื่อเช้าเราไปหาเธอที่ห้องพักแต่ไม่เจอใคร เราคิดว่าจะไม่ได้เจอเธอก่อนกลับแล้วซะอีก”“ภีมไปหาเราที่ห้องเหรอ มีอะไรหรือเปล่า”‘ไปหา ก็อยากเจอ คิดถึงไม่ได้เหรอวะ ทำไมต้องมีอะไรด้วย ทีคุยในแชตทำไมคุยดีจัง ตอนนี้เจอตัวกลับเหมือนไม่อยากคุยเลย’ผมอดคิดน้อยใจไม่ได้เลย จนลืมนึกไปว่าที่คุยในแอปฯ เธอคุยกับหมอที่รักษาเธอ แต่ที่เจอตอนนี้คือ ภีมเพื่อนสมัยเด็ก และเธอยังไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน“ว่าไงภีม มีธุระอะไรกับเราเหรอ ถึงไปหาแต่เช้า”เพราะผมเงียบไปไม่ได้ตอบคำถามเธอ เธอเลยถามย้ำกลับมาอีกครั้ง“อ๋อคือ วันนี้เราจะกลับกรุงเทพฯ
“อ่าว ไอ้ภีม มึงจะไปไหนวะ เดี๋ยวเค้าจะเรียกรวมตัวกันแล้วนะ เฮ้ย”“เออ ฝากเอาของไปขึ้นรถด้วยเดี๋ยวกูกลับมา”ผมตื่นมาตั้งแต่เช้าแล้ว จัดเตรียมของทุกอย่างเตรียมตัวลงไปที่หมู่บ้านเพื่อนั่งรถต่อกลับกรุงเทพฯ แต่ยังคงกระวนกระวาย มองดูนาฬิกายังพอมีเวลาก่อนที่จะถึงเวลานัดรวมตัว จึงรีบเดินออกจากห้อง ตรงไปยังที่พักของอัยย์ภายในที่พักเงียบกริบ ผมเดินไปเคาะประตูก็ไม่มีเสียงตอบรับออกมาจากด้านใน มือลองหมุนที่กลอนประตูก็ถูกล็อก ‘ไม่อยู่เหรอ ไปไหนแต่เช้านะ’ผมได้แต่เดินไปเดินมาวนอยู่แถวนั้น เผื่อว่าเธอจะไปเดินออกกำลังกายตอนเช้าแล้วจะกลับมา จนใกล้เวลานัดเข้ามาเต็มที และความหวังสุดท้ายที่จะได้เจอเธอก็หมดลง เมื่อไอ้วัตวิ่งหน้าตื่นมาตามผมถึงที่นี่“ไอ้ภีม ไปเร็ว รถเค้าจะออกแล้ว”“เออๆ”ผมทำอะไรไม่ได้แล้วสินะ ผมหันกลับไปมองที่หน้าห้องพักของเธอแวบหนึ่ง แล้วหันกลับมาวิ่งตามไอ้วัตกลับไปที่ค่าย เพื่อให้ทันรถลงดอย ที่กำลังจะออก และรอแค่พวกผมเท่านั้นการเดินทางลงจากดอยราบรื่น แต่หัวใจผมรู้สึกโหว
“ฮ่าๆๆ แล้ว...พรุ่งนี้จะกลับแล้ว มึงไม่ห่วงเค้าหรือไงวะ”“เอ้า ก็ตัดไหมแล้ว แผลก็ติดสนิทดี แล้วกูจะห่วงอะไรอีกวะ นี่ที่มึงถามนี่ มึงบอกมาเลยเถอะ มึงต้องการอะไร”“ก็เผื่อเคสมึงยังไม่จบไง จะต้องดูแลต่อหรือเปล่า”“จริงๆ แล้ว มึงเป็นห่วงคนไข้มึง เลยจะชวนกูอยู่ที่นี่ต่อ กูพูดถูกมั้ย”ในที่สุดไอ้วัตก็รู้ทันความคิดผมซะที ใจจริงก็อยากจะบอกออกไปตรงๆ เพียงแต่ว่า ผมก็เกรงใจมันอยู่บ้าง เพราะดูช่วงนี้มันก็ยุ่งหัวหมุนอยู่เหมือนกัน จนสุดท้ายแล้วก็ต้องยอมรับกับมันออกไป“เหอะๆ ก็…จะว่าแบบนั้นก็ได้มั้ง”“อ้อมค้อมไปดาวอังคารละมึงอะ”“แล้วอยู่ได้มั้ยวะ”“ไม่ได้เว้ย”“อ้าว ทำไมไม่ได้วะ”ผมร้อนรนขึ้นมาทันที ผมอยากอยู่ต่อ ยังอยากจะคุยกับอัยย์เพิ่มอีกหน่อย เพราะเราเพิ่งตกลงคืนดีกัน แต่ความที่เราต่างห่างหายกันไปนานหลายปี ผมยังคงต้องการรู้ว่าที่ผ่านมาเธอเป็นอย่างไรบ้าง“มึงครับ…กูทิ้งงานที่โรงพยาบาลมาเป็นอา
‘นั่นสินะ คุณหมอ’ฉันลืมเรื่องคุณหมอไปเลย พอนิต้าถามถึงขึ้นมา ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกผิดกับคุณหมอซะอย่างนั้น ‘ทำไมต้องรู้สึกผิดด้วยนะ’“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกับคุณหมอนะ นิต้า”“แต่คุณหมอเค้าก็แสดงตัวเต็มแล้วว่าเค้าสนใจเธอนะ หรือไม่จริง”“เธอรู้…”ฉันยังไม่เคยได้เล่ารายละเอียดที่คุยกับคุณหมอครั้งล่าสุดก่อนที่จะขึ้นมาบนดอยให้นิต้าฟัง เพราะฉันยังไม่มีจังหวะที่จะเล่าในตอนแรก และหลังจากนั้นก็เกิดเรื่องวุ่นวายจนลืมนึกถึงไปเลย“ชั้นเห็นอยู่ตอนในรถตู้น่ะ เห็นเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ กับมือถือแล้วก็ทำหลบๆ ซ่อนๆ ก็พอเดาได้แล้วล่ะน่า”“อืม ตั้งแต่ขึ้นมาที่นี่ ก็ยุ่งๆ กัน แล้วพอมีเรื่องภีมเข้ามาอีกเราก็เลยลืมนึกไปเลย”“แล้วทีนี้เธอจะเอายังไงล่ะ”“เราควรทำยังไงดีเหรอนิต้า เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เธอช่วยเราคิดหน่อย”“ถ้าเป็นชั้นน่ะนะ ก็ให้แข่งกันไปเลยเป็นไง ใครชนะใจเธอ ทำให้เธอเปิดใจคบด้วยได้ก่อนก็ชนะไป แค่นั้นง่ายๆ ดีมะ&
“อัยย์ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”ภีมรีบตามมา ยืนถามฉันอยู่ที่หน้าห้องน้ำ เขาไม่กล้าเข้ามาแม้ว่าประตูห้องน้ำจะไม่ทันได้ปิด“ไม่ ไม่เป็นไร เราคิดว่าหน้าเราตอนนี้ต้องแย่มากแน่ๆ เราร้องไห้ไปหนักขนาดนั้น”ฉันยังไม่กล้าจะบอกความจริงกับเขาถึงอาการที่ฉันเป็นก่อนหน้านี้ นึกขอบคุณหมอจากแอปฯ หมอออนไลน์ในใจ ที่ทำให้มันหายไปไวกว่าทุกที“ไม่นะ ยังน่ารักเหมือนเดิม”คราวนี้หน้าฉันต้องแดงขึ้นมาอีกแน่ๆ และน่าจะแดงเกือบเท่ากับตอนที่เป็นอาการประหลาดด้วยเลยมั้ง อยู่ๆ ภีมก็มาชมว่าน่ารักซึ่งๆ หน้าแบบนี้“งั้นตอนนี้เราดีกันแล้วใช่มั้ย นะ ดีกันนะ”ภีม ยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าฉัน แล้วยังกระดิกนิ้ว บิดข้อมือไปมาเหมือนเด็กๆ“ทำอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้”ฉันห้ามตัวเองให้อมยิ้มกับสิ่งที่เขาทำตอนนี้ไม่ได้เลย แต่ก็แกล้งที่จะถลึงตาดุใส่เขาไป“น่านะ ดีกันเถอะ เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมก่อนก็ได้ เดี๋ยวเราจีบเธอใหม่เอง คราวนี้ไม่ฟอร์มเยอะแล้ว เราสัญญา”ภีมยังคงไม่ยอมหดมือกลับไป ยังคงยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าฉันอยู่อย่างนั้น“บ้าเหรอ จีบเจิบอะไร พูดบ้าๆ”“อ่าว ไม่ต้องจีบแล้วใช่มั้ย งั้นเธอ..”“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แบบนั้น ก็ได้ เราเป็นเพื่อนกันเห
“อัยย์ เราขอโทษ อย่าร้องไห้”“ฮึก ฮึก ฮึก”คำว่ายิ่งปลอบยิ่งร้อง คงจะอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ของฉันได้ดี เพราะยิ่งเขาพยายามปาดน้ำตาให้ฉัน ยิ่งพยายามบอกไม่ให้ร้อง ฉันยิ่งร้องไห้ออกมาหนักขึ้น จนเริ่มหยุดสะอื้นไม่ได้“ยัยอัยย์ เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม นี่หมอ หมอทำอะไรยัยอัยย์ ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นชั้นจะตะโกนเรียกคนมาช่วยเดี๋ยวนี้เลย”“ฮือออ นิต้า”ฉันเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียง นิต้าเดินเข้ามาหน้าตาตื่นตกใจมาก เมื่อเห็นฉันนั่งร้องไห้สะอื้น เธอรีบหันไปตะโกนว่าและไล่ภีมทันที“นิต้า ผมไม่ได้…ให้ผมอธิบายก่อนได้มั้ย”“ไม่ ชั้นไม่ฟัง นายออกไปเดี๋ยวนี้เลย”นิต้าพุ่งเข้ามา จับไหล่ภีมและพยายามจะผลักเขาออกจากฉัน แต่ภีมก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย ยังคงจับข้อมือฉันไว้เพื่อช่วยยึดเหนี่ยว“นายปล่อยเพื่อนชั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ นายทำอะไร ทำไมเธอถึงร้องไห้หนักขนาดนี้”“เราแค่คุยกัน ผมแค่อยากปรับความเข้าใจกับเธอ”“ฮึก ฮึก” ฉันยังคงไม่สามารถหยุดสะอื้นได้“ปรับความเข้าใจบ้าอะไร ทำเพื่อนชั้นร้องจะเป็นจะตายเนี่ย”นิต้ายังคงโวยวายเสียงดังไม่หยุด แต่เมื่อแรงเธอสู้แรงขืนของภีมไม่ไหว จึงเปลี่ยนเป้าหมายมาจับไหล่ฉันแทน







