ANMELDEN#หลายวันต่อมา
@คอนโดโมจิ
วันนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่โมจิเดินเปิดประตูคอนโดของเธอ เข้ามาในสภาพที่หมดแรง หลังจากที่เสร็จสิ้นกิจกรรมรับน้องในช่วงเย็นของทุกวัน เธอรีบคว้าผ้าขนหนูเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่เธอจะออกมาหาอะไรทานจนเสร็จ แล้วก็มานอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงนอนของตัวเองอย่างเหนื่อยล้า
“เด็กเฟรชชี่แบบฉัน ทำไมมันถึงได้อ่อมทุกวันแบบนี้ด้วยวะ”
หญิงสาวพูดบ่นออกมาเสียงแผ่ว และเอื้อมมือหยิบไอแพดขึ้นมาวางบนที่นอน ก่อนเธอจะเลือกเปิดดูซีรีส์เรื่องโปรดที่เธอดูค้างไว้ โดยที่มือข้างหนึ่งก็เลื่อนเปิดลิ้นชัก หยิบขนมกรุบกรอบที่ซื้อตุนไว้ขึ้นมาฉีกออกแล้วล้วงหยิบกินด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายลงในทันที
“กรี๊ด จินนี่โคตรหล่อทรงผัวแบบสุดๆ ทำไมฉันถึงไม่เจอคนหล่อแบบนี้บ้างนะ”
ในระหว่างที่โมจิกำลังนอนหวีดพระเอกหล่ออยู่ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็สั่นดังขึ้นอยู่เป็นระยะๆ ทำให้เธอถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างรู้สึกขัดใจ
...ครืด...ครืด…
“ใครโทรมาขัดจังหวะตอนนี้เนี่ย”
เธอบ่นอุบอิบและเอื้อมมือคว้าหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาดูหน้าจอว่าใครโทรมา แต่เมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์ขึ้นหราก็เล่นทำเอาเธอถึงกับถอนหายใจออกมายาว ๆ อย่างรู้สึกเบื่อหน่าย
“ค่ะคุณแม่”
(โมจิ ตอนนี้ลูกกลับถึงคอนโดหรือยัง)
“ถึงแล้วค่ะ คุณแม่มีอะไรหรือเปล่า” โมจิพูดถามออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับกดปุ่มบนจอไอแพดเพื่อหยุดพักซีรีส์ในทันที
(พอดีแม่ซื้อขนมมาแล้วจะให้ลูกเอาไปฝากให้พี่ยูโรเขาน่ะ ตอนนี้ขนมอยู่กับพนักงานประชาสัมพันธ์ที่ด้านล่าง โมจิก็รีบลงไปรับขึ้นมาเก็บไว้หน่อยนะลูก)
“ทำไม คุณแม่ไม่เอาไปให้พี่ยูโรเองล่ะคะ มาใช้หนูทำไม”
(ก็ลูกเรียนอยู่มหาลัยเดียวกัน แค่เดินแวะเอาไปให้พี่เขาที่คณะหน่อยแค่นี้จะเป็นอะไรไป เผื่อว่าความใกล้ชิดและเจอกันบ่อย ๆ ลูกทั้งสองคนอาจจะสนใจกันมากขึ้นก็ได้)
“แต่พี่ยูโร เขาไม่ได้ชอบหนูแบบนั้นนะคะ และหนูก็ไม่ได้ชอบพี่เขาด้วย”
(แม่ถึงอยากให้ลูกเจอกันบ่อยๆไง ตอนนี้ลูกรีบลงไปเอาขนมข้างล่างเถอะ และ พรุ่งนี้ก็อย่าลืมเอาไปให้พี่เขาด้วยล่ะ ส่วนอาทิตย์หน้าแม่ตกปากรับคำกับคุณหญิงยุวดีไว้ จะพูดคุยเรื่องหมั้นของลูกกับพี่เขาด้วย ลูกก็ถือโอกาสขอติดรถพี่ยูโรมากินข้าวที่บ้านด้วยก็แล้วกัน)
“แต่คุณแม่คะ!”
โมจิที่กำลังจะพูดเถียงกลับ แต่ก็ถูกคุณแม่ของเธอกดตัดสายทิ้งอย่างกะทันหัน เธอก้มมองขนมในมือตัวเองและล้วงหยิบแผ่นมันฝรั่งชูขึ้นมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยความประชดประชัน
“คอยดูนะ ถ้าฉันเจอคนที่ใช่เมื่อไร ฉันจะเก็บเสื้อผ้าและหนีตามไปอยู่กับเขาเลย”
โมจิ พูดจบก็ยกถุงขนมกรอกใส่ปากตัวเองเคี้ยวกินตุ้ยๆ อย่างระบายความหงุดหงิด ก่อนที่เธอจะขยับตัวลุกขึ้นแล้วลงไปยังด้านล่างของคอนโดในทันที
#วันต่อมา
@มหาวิทยาลัย K (ช่วงพักเที่ยง)
“พี่ยูโรคะ” โมจิ เอ่ยเรียกลูกชายเพื่อนของคุณแม่ ด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ หลังจากที่เธอถูกคุณแม่ของเธอ บังคับให้เดินมาหาพี่ยูโรถึงคณะวิศวะเพื่อมาเจอหน้ากันและเอาของฝากมาให้
“มีอะไร” ยูโร พูดถามออกมาเสียงเข้มในขณะที่มือก็ยังนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างไม่สนใจหญิงสาวตรงหน้า
“คือคุณแม่หนู ฝากของมาให้ค่ะ” โมจิ เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับยื่นถุงขนมยี่ห้อดังวางลงบนโต๊ะให้กับพี่ยูโร ก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วกลั้นใจถามออกมาอีกครั้ง
“แล้วอาทิตย์หน้า หนูอยากจะขอติดรถพี่ยูโรไปบ้านคุณป้าด้วยคนได้ไหมคะ”
“ไม่ได้! กลับไปดิ แม่งน่ารำคาญชะมัด”
“เฮ้ยไอ้ยู มึงก็พูดกับน้องเขาดีๆ หน่อยสิวะ มึงดูดิน้องมันจะร้องไห้แล้วนะเว้ย”
“แล้วกูต้องแคร์?”
ครืด...ครืด...
“ครับคุณแม่”
โมจิพูดจบก็เอาแต่ก้มหน้าลง ยืนฟังพี่ยูโรพูดคุยกับเพื่อนสนิทก่อนที่คุณป้ายุวดีจะโทรเข้ามาพร้อมกับเสียงของพี่เขาก็ดังขึ้นมาเบาๆ
“เลิกเรียนวันนั้นก็ไปรอที่หน้าตึกวิศวะก็แล้วกัน ถ้ามาช้าก็ไปเองไม่รอ”
“ค่ะๆ พี่ยูโร”
โมจิ รีบขานรับพร้อมกับแอบเบะปากมองบนให้กับท่าทางของพี่ยูโรเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังและก้าวเดินออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่จะเหลือบสายตามองหน้ากลุ่มของเพื่อนพี่ยูโร ที่นั่งหันหลังอยู่ทางด้านหน้าของเธอ เพราะรู้สึกอับอายและขายขี้หน้าตัวเองอย่างบอกไม่ถูก
#คณะสถาปัตย์
“นี่นังโมเมื่อไหร่ มึงจะกินอิ่มสักที พวกกูเห็นมึงกินแบบนี้แล้ว ก็กลัวว่าท้องจะแตกตายเสียก่อน” จอมใจ เอ่ยขึ้นอย่างนึกเป็นห่วง เพราะหลังจากที่โมจิเดินกลับมาจากคณะวิศวะด้วยท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยง เพื่อนของเธอก็เอาแต่นั่งกินเค้กที่เหมามาจากร้านคาเฟ่อย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่า เพื่อนจะหยุดกินสักนิด
“ก็กูเครียดและหงุดหงิด นี่หน่า พวกมึงจะให้กูทำยังไง” โมจิ พูดตอบในขณะที่มือก็ตักเค้กช็อกโกแลตที่ซื้อมาเข้าปากคำโต ราวกับต้องการดับอารมณ์ความหงุดหงิดของตัวเองด้วยการกิน
“มึงเครียดเรื่องอะไรวะ หรือว่าคุณหญิงแม่ของมึง จับหาคู่ให้มึงอีกหรือไง” ฟ้าใส เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ก็เออสิวะ โคตรน่าเบื่อเลย เมื่อกี้ก็ให้กูเอาขนมไปให้กับพี่ยูโรที่คณะวิศวะแถมกูยังโดนพี่เขาด่าและไล่ตะเพิดยังกับไล่หมา จนกูวิ่งหนีแทบไม่ทัน”
“พี่ยูโร แก๊ง BaD Kings ของคณะวิศวะน่ะเหรอ” จอมใจพูดถามขึ้นมาเบาๆ
“คงใช่แหละเพราะที่นี่คงมีคนชื่อ ยูโรเดียวที่อารมณ์ขึ้นๆลงๆยังกับผู้หญิงเป็นเมนส์”
“เฮ้อ... มิน่าล่ะ มึงถึงได้กินเหมือนห่าลงขนาดนี้”
“กูเกิดมาเป็นลูกคนรวยขนาดนี้กูถึงไม่มีความสุขเลยวะ พ่อกับแม่ก็ชอบบีบบังคับกูให้ทำตามใจตัวเอง แล้วไม่เคยถามความรู้สึกของกูเลยสักนิด”
“เอาน่ามึง อย่าไปคิดอะไรมาก ตอนนี้พวกเราก็เรียนมหาลัยแล้ว แค่พวกเรามีความรับผิดชอบต่อการเรียน กูว่าเรื่องอื่น มึงอยากจะทำอะไรก็ทำได้เลยนะ เพราะชีวิตมันเป็นของมึง โมจิ” ฟ้าใส พูดขึ้นแล้วยกมือโอบไหล่เพื่อนรักอย่างปลอบประโลม
“จริง! แค่เราทำอะไร ที่ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน กูว่ามึงก็อย่าไปแคร์ รีบหาความสุขใส่ตัวค่ะเพื่อน และที่สำคัญตอนนี้เลิกกินได้แล้ว” จอมใจเอ่ยขึ้น อย่างเห็นด้วย พร้อมกับเอื้อมมือเก็บกล่องเค้กที่เพื่อนซื้อมาใส่ถุง เพราะกลัวว่าถ้าโมจิกินเยอะมากกว่านี้มีหวังได้อ้วกแตกออกมาอย่างแน่นอน
“ความสุขของกูคือ การกินนะพวกมึง”
“แต่มึงกินแบบนี้ ท้องมึงจะแตกตายก่อนนะจ๊ะ เพื่อนรัก”
“กูก็แค่ยังรู้สึกหงุดหงิด ที่แม่คอยเอาแต่หาจับคู่ให้กู”
“งั้นเอางี้ดีไหม มึงลองโหลด แอปหาคู่มาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แบบประชดแม่มึงไปเลย ไม่แน่มึงอาจจะได้ผู้หรือได้แฟนจากแอปนี้ก็ได้นะ” ฟ้าใส พูดแทรกขึ้นมาอย่างคนออกความคิดเห็น พร้อมกับได้ยินเสียงของโมจิพูดปฏิเสธออกมาในทันที
“ไม่เอาอ่ะกูกลัว พวกมึงเล่นกันไปเถอะ”
“ก็แค่เล่นขำ ๆ มึงเอาโทรศัพท์มึงมาสิ เดี๋ยวกูโหลดให้ เผื่อมึงเบื่อๆก็ลองเล่นดู มันอาจจะช่วยคลายเหงาตามประสาสาวโสดอย่างพวกเราก็ได้นะ”
“อือ...ตามใจพวกมึงก็แล้วกัน”
โมจิ พูดพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจ แล้วล้วงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองยื่นส่งให้กับฟ้าใส เพื่อให้มันจัดการโหลดแอปให้ ก่อนที่เธอจะหันไปสนใจเค้กตรงหน้าที่พอจะทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาบ้างในทันที
#สามปีต่อมา“ไอ้ม่อน วันนี้เหลือคิวสักอีกกี่คิว” เพลิงกันต์ เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายละเอียดงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บริเวณเคาน์เตอร์ร้านสัก PK หลังจากเรียนจบ เพลิงกันต์ก็ไม่ได้เลือกเดินในเส้นทางที่ครอบครัววางไว้ให้ เขาตัดสินใจกว้านซื้อตึกอาคารพาณิชย์เกือบทั้งแถบที่ตั้งเรียงรายติดกัน เพื่อเปิดเป็นสถาบันสอนศิลปะการสักลายจนปัจจุบันเขามีสาขาเกือบสี่สิบแห่งทั่วประเทศและกลายเป็นแบรนด์ที่คนรักรอยสักต่างยอมรับในฝีมือและเป็นมาตรฐานในระดับประเทศ“วันนี้คิวของพี่เพลิง เหลือแค่ช่วงเย็นอีกหนึ่งคิวครับ”ม่อนเงยหน้าขึ้นตอบ แต่เขาก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าของพี่เพลิงกันต์ที่ดูไม่ค่อยสู้ดีจนเขาอดที่จะพูดถามออกมาด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“พี่เพลิง ทำไมหน้าพี่ซีดขนาดนี้ล่ะครับ พี่ไม่สบายหรือเปล่า”“สงสัยเมื่อคืนกูจะนอนน้อย วันนี้เลยรู้สึกมึนๆหัวน่ะ”ชายหนุ่ม พูดอย่างไม่ใส่ใจกับอาการพะอืดพะอมและอาการเวียนหัวราวกับบ้านหมุนที่เกิดขึ้น เพราะในช่วงนี้เขากำลังวุ่นวายกับการสร้างตึกเพื่อเปิดสาขาใหม่ จึงคิดว่าตัวเองคงจะโหมงามหนักมากไปหน่อย“ไม่ไหวก็ไปพักดีกว่าไหม คิวที่เหลือเดี
#หนึ่งปีต่อมา@วิลล่าสุดหรูติดทะเล“อ๊า..พี่เพลิง…”เสียงครางกระเส่าพร้อมกับลมหายใจที่หอบถี่ของเพลิงกันต์และโมจิที่กำลังร่วมกิจกรรมรักกันอย่างร้อนแรง ภายในวิลล่าหรูติดริมทะเลที่กลุ่มเพื่อนสนิทของเขาได้ชวนกันมาพักผ่อนและร่วมแสดงความยินดีหลังจากที่ยูโรได้ขอแต่งงานกับพี่โยเกิร์ตแฟนสาวของมันกลางงานรับปริญญาจนสำเร็จยิ่งเสียงครางร้องเรียกชื่อของเขาดังมากเท่าไร สะโพกหนาของเพลิงกันต์ที่แนบชิดก็ตอกอัดใส่ในความคับแน่นที่ตอด และบีบรัดความแข็งแกร่งของเขาอย่างหนักหน่วงมากเท่านั้น“อ๊ะ~ พี่เพลิงเร็วอีกค่ะ”“ทำไมเมียพี่ถึงได้ร่านแบบนี้ อ่าห์...เอามันสัสๆ” เขาพูดจบก็พลางยกมือ กอบกุมบีบเคล้นคลึงก้อนเนื้อนิ่มที่เด้งกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงจังหวะอย่างมันมือ ในขณะที่มือเล็กของโมจิก็เคลื่อนมาจับตรงข้อมือหนาทั้งสองข้างเพื่อระบายความเสียวซ่านจนเธอแทบจะทนไม่ไหวเพลิงกันต์ค่อยจับผสานมือเล็กเข้าด้วยกันและกดฝังมือแนบลงบนที่นอนก่อนจะโน้มตัวประกบริมฝีปากอิ่มบดขยี้ไปมาอย่างดูดดื่มอีกครั้ง“พี่เพลิงขา อ๊ะ… อือ…โมไม่ไหวแล้ว”“พี่ก็จะแตกแล้วที่รักของพี่ ซี๊ด~” สิ้นเสียงของชายหนุ่มเขาก็จับเรียวขาเล็กกางแยกออกให้กว้างม
#สามเดือนต่อมาณ คฤหาสน์หรูใจกลางเมืองที่เป็นบ้านพักของครอบครัวโมจิ ที่ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องรับแขก มีผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวกำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอ ในขณะที่เพลิงกันต์และโมจิก็นั่งนิ่งรับฟังพร้อมกับแอบชำเลืองสบตามองกันอย่างไม่มีใครพูดอะไร“คือ เรื่องที่ตาเพลิงทำนิสัยไม่ดี ใส่คุณพี่ทั้งสอง น้องต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยจริงๆ หวังว่าคุณพี่จะไม่ถือสาหาความลูกชายของฉันคนนี้นะคะ”คุณหญิงพิมล แม่ของเพลิงกันต์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแฝงไปด้วยความเกรงใจ เพราะหลังจากที่เธอทราบเรื่องที่ลูกชายตัวดีของเธอไปเผาบ้านพักชานเมืองของครอบครัวนักธุรกิจชื่อดังจากสามี ก็ทำเอาเธอลมแทบจับ จนต้องเรียกลูกชายมาอบรมซะยกใหญ่แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจมากกว่า ก็คือ ลูกชายตัวดีดันเอ่ยปากขอให้เธอมาสู่ขอเมียให้ ซึ่งคำขอนี้ ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนรับนิสัยของลูกชายเธอได้ แถมลูกชายเธอก็เรียกสาวน้อยคนนี้ว่าเมียได้เต็มปาก จึงทำให้เธอต้องรีบชวนสามีมาสู่ขอลูกสะใภ้ให้อย่างเร่งรีบในทันที“ฉันก็ไม่ได้อยากจะถือสาอะไรหรอกค่ะ ถึงภาพที่เห็นมันจะค่อนข้างดูรุนแรงไปสักหน่อย แต่พวกพี่สองคนก็พอเข้าใจได้”มธ
#หนึ่งอาทิตย์ต่อมา@มหาลัยK คณะสถาปัตย์“ว้าย! ตายแล้ว นังโมจิ!” เสียงของจอมใจร้องตะโกนดังขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักกำลังเดินตรงมายังโต๊ะมุมประจำที่พวกเธอชอบนั่งข้างตึกสถาปัตย์ ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วกระโดดเข้ามาสวมกอดไว้แน่นด้วยความคิดถึงโดยมีฟ้าใสที่ขยับตัวลุกขึ้นตามแล้วเข้ามายกแขนโอบกอดเพื่อนด้วยเช่นกัน“นังเพื่อนบ้า กูคิดว่ามึงจะไม่มาเรียนที่นี่แล้วซะอีก” ฟ้าใส เอ่ยขึ้นตามประสาด้วยน้ำเสียงสั่น และน้ำตาคลอด้วยความดีใจ“กูเพิ่งทำเรื่องอะไรเสร็จน่ะและกูก็คิดถึงพวกมึงเหมือนกันกูขอโทษที่กูหายไปโดยไม่บอกอะไรพวกมึง” โมจิ พูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้กับเพื่อนทั้งสองคนอย่างรู้สึกผิดเพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอก็ยุ่งวุ่นวายกับเอกสารที่ต้องยื่นให้กับมหาลัยเพื่อใช้ในการลาหยุดเรียนของเธอ โดยเพื่อนของเธอ ต่างคอยส่งข้อความมา และโทรหาเธอด้วยความเป็นห่วงจนเธอรู้สึกซึ้งใจที่มีเพื่อนที่รักเธอมากถึงขนาดนี้ ก่อนที่พวกเธอทั้งสามคนจะพากันมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับเสียงของจอมใจเอ่ยดังแทรกขึ้นมาเบาๆ“ต่อจากนี้ไปไม่ว่ามึงจะเจอเรื่องห่าเหวอะไร ขอแค่บอก พวกกูสองคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างมึงเสมอเข้าใจหรือเปล่า” จอมใจ เอ
หลังจากที่เพลิงกันต์ขับรถออกมาจากบ้านพักชานเมืองของครอบครัวโมจิ บรรยากาศภายในรถก็เต็มไปด้วยความอึดอัด ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆ ออกมาจากคนทั้งคู่ รวมทั้งชายหนุ่มก็ไม่อาจทนฝืนต่อความรู้สึกตัวเองได้อีกต่อไป เขารีบหักรถและจอดรถอยู่ข้างทางในทันที ก่อนจะหันไปมองหน้าของโมจิที่เขาเฝ้าตามหาและคิดถึงมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา พร้อมกับยกมือคว้าคอเล็กของเธอเข้ามาประกบริมฝีปากจูบอย่างรวดเร็ว“อื้อ~” ชายหนุ่ม ที่ได้ยินเสียงครางประท้วงเขาจึงค่อยๆ ผละริมฝีปากออกพร้อมกับพูดกระซิบแนบชิดเรียวปากอิ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนที่เขาจะสบตามองดวงตากลมโตที่เขาแสนรักแสนหลงใหลอย่างโหยหา“พี่คิดถึงเรามากเลยนะ โมจิ”“…..” โมจิถึงกับนิ่งเงียบและกวาดสายตามองใบหน้าหล่อของพี่เพลิงกันต์ ที่ดูโทรมและอิดโรยจากการอดนอนมาหลายวัน ด้วยแววตาวูบไหวพร้อมกับรอฟังคำแก้ตัวจากพี่เขาอย่างไม่พูดอะไร“ใจพี่มันแทบบ้าเลยรู้ไหม ตั้งแต่รู้ว่าเราหายไปอย่างนั้น เรื่องวันนั้นที่เกิดขึ้นเป็นเพราะน้องรหัสพี่เข้ามาบอกว่า เค้กก้อนนั้นเธอเป็นคนทำมาให้และพี่ก็ไม่ชอบให้ใครเข้ามาใกล้พี่ นอกจากผู้หญิงของพี่ พี่ก็เลยทำแบบนั้นลงไป โมจิพี่ไม่รู้ว่าเค้กนั้นเป็น
#เช้าวันต่อมาเพลิงกันต์ที่เมื่อคืนนี้โทรสั่งให้เลขาส่งลูกน้องเกือบสิบคนมายังบ้านพักชานเมืองของโมจิเพื่อมาคอยเฝ้าและเช็กดูการเข้าออกทั้งหมด เพราะกลัวว่าเธอจะแอบหนีเขาไปอยู่ที่อื่น โดยที่ตัวของเขาเองก็นอนหลับอยู่ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ข้างบ้านตลอดทั้งคืน และพระรามที่กลับไปกับลูกน้องของเขาเพื่อไปจัดการเปิดร้านในช่วงเช้าชายหนุ่มมาหยุดยืนมองอยู่ที่หน้าบ้านก่อนจะเห็นแม่ของโมจิที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างบ้าน จึงรีบเข้าไปทักทายด้วยในทันที“สวัสดีครับคุณน้า คุณน้าจำผมได้ไหม”“นายทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ นายกลับไปเถอะและอย่ามาเหยียบที่นี่อีก” แม่ของโมจิ พูดตอบกลับและมองหน้าของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางไม่พอใจ“ถ้าเป็นเรื่องนั้นผมต้องขอโทษจริงๆ และผมต้องการที่จะอธิบายให้โมจิเข้าใจว่าทุกอย่างมันเกิดอะไรขึ้น” เพลิงกันต์ ที่พยายามจะพูดอธิบายแต่ก็ถูกแม่ของเธอ พูดปฏิเสธสวนขึ้นมาในทันที“ลูกสาวฉัน ไม่อยากคุยกับนายแล้ว”“ขอผมเข้าไปหาเธอสักครั้งได้ไหม” เขายังคงพูดขึ้นอย่างต่อรอง“เธอกลับไปเถอะ”“ถ้าคุณน้าไม่อนุญาต ผมคงจะต้องขอปีนเข้าไปหาเธอเอง”เพลิงกันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้นก่อนที่เขาจะกระโจนเกาะ







