Share

บทที่ 2

Author: พระอาทิตย์ขึ้น
เมื่อเหลียงหมิงเจาตื่นขึ้น บริเวณขมับยังคงปวดหนึบอยู่เล็กน้อย

“ใครเป็นคนพาข้ากลับมาหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

ในเวลานั้นชิงจู๋สาวใช้ประจำตัวกำลังถือถ้วยยาเดินเข้ามาพอดี เมื่อนางได้ยินเข้าก็ยิ้มเล็กยิ้มน้อยพลางตอบว่า “เป็นท่านโหวน้อยสกุลเซี่ยเพคะ เขาอุ้มองค์หญิงวิ่งกลับมาจากสวนหลวงตลอดทาง จนคนในสำนักหมอหลวงต่างตกใจ คิดว่าเกิดเรื่องใหญ่อันใดขึ้น”
เหลียงหมิงเจาชะงักครู่หนึ่ง “เซี่ยหลินเฟิง?”

“ใช่เพคะ” ชิงจู๋พยักหน้า

เหลียงหมิงเจานึกถึงภาพเลือนรางในหัวก่อนหมดสติ หัวใจพลันสั่นไหวเล็กน้อย “เขา...ได้พูดอะไรหรือไม่ สีหน้าดูร้อนรนหรือไม่”

ชิงจู๋เอียงศีรษะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ท่านโหวน้อยสกุลเซี่ยก็ยังมีท่าทีไม่เอาไหนไม่เคารพใครเช่นเดิมเพคะ หลังจากวางองค์หญิงลงบนเตียงก็พูดว่าจะลงใต้ไปเที่ยวเล่น และยังพูดอีกว่า—”

นางเลียนแบบเสียงหนุ่มเสเพลของเซี่ยหลินเฟิง “อย่างไรการเลือกราชบุตรเขยก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าอยู่แล้ว ไม่สู้ไปดื่มสุราหาความสำราญที่เจียงหนานดีกว่า แต่วันอภิเษกขององค์หญิง ข้าจะกลับมามอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้อย่างแน่นอน”

ความอึดอัดหม่นหมองในใจของเหลียงหมิงเจาพลันสลายหายไปจนหมดสิ้น จนนางเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา

ราชบุตรเขยก็คือเขา เขาจะส่งของขวัญอะไรกัน

หลายวันต่อจากนั้น เรื่องของเสิ่นเยี่ยนชิงกับหลินเจินเจินก็ถูกลือไปทั่วเมืองหลวง

“เมื่อเช้านี้เสิ่นซื่อจื่อไปจวนซ่างซูอีกแล้ว ได้ยินว่าเขาต้มน้ำแกงสาลี่หิมะให้คุณหนูหลินด้วยตัวเองเลยนะ”

“ไม่ใช่แค่นั้นนะ! ในงานโคมไฟเมื่อคืน ซื่อจื่อเสิ่นถึงกับทุ่มเงินก้อนโตซื้อโคมไฟทั้งถนนเพื่อคุณหนูหลินเชียวล่ะ!”

“เมื่อเช้านี้ยังมีคนเห็น ซื่อจื่อเสิ่นอุ้มคุณหนูหลินที่ข้อเท้าแพลงไปตลอดทางถนนจูเชวี่ย!”

ชิงจู๋กระทืบเท้าด้วยความโมโห “องค์หญิงฟังนะเพคะ! ไม่ว่าซื่อจื่อเสิ่นจะสูงส่งสง่างามเพียงใด เขาก็เป็นคนที่ฝ่าบาททรงเลือกไว้ให้เป็นว่าที่พระสวามีขององค์หญิง! การที่เขาทำเอาอกเอาใจหญิงอื่นอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ ไม่เท่ากับหักหน้าองค์หญิงหรือเพคะ”

เหลียงหมิงเจามองดอกแอปริคอทที่กำลังร่วงหล่นอยู่นอกหน้าต่าง จู่ ๆ นางก็หัวเราะออกมา

ใช่แล้ว เขากำลังหักหน้านางอยู่จริง ๆ?

“เจ้าไปหยิบหีบไม้จันทน์แดงในห้องปีกตะวันออกมาที”

หลังจากชิงจู๋ยกหีบมา เหลียงหมิงเจาก็เปิดดูอย่างเลื่อนลอย ของทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับเสิ่นเยี่ยนชิงทั้งสิ้น

บทกวีที่เขาเขียนเล่น ๆ หยกพกที่เขาไม่ต้องการแล้ว แม้กระทั่งพู่กันขนหมาป่าที่ใช้งานจนเก่า...

ของเต็มหีบทั้งใบนี้ ล้วนเป็นความรักอันต่ำต้อยของนาง

“เตรียมเกี้ยว ไปจวนสกุลเสิ่น”

เมื่อมาถึงจวนสกุลเสิ่น เสิ่นเยี่ยนชิงกลับไม่อยู่

พ่อบ้านบอกว่า เขาพาคุณหนูหลินไปชมดอกเหมยที่นอกเมืองแล้ว

เหลียงหมิงเจาจึงสั่งให้คนยกหีบเข้าไปไว้ในห้องหนังสือของเขา ในขณะที่กำลังจะจากไป ทว่ากลับได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอกประตู

——

“ท่านพี่เยี่ยนชิง หมู่นี้ท่านเอาใจใส่ข้าถึงเพียงนี้ หากองค์หญิงรู้เข้า จะทรงกริ้วมากเป็นแน่เจ้าค่ะ”

เป็นหลินเจินเจิน

ไม่นานนัก เสียงอบอุ่นนุ่มนวลของเสิ่นเยี่ยนชิงก็ดังขึ้น “หลายวันมานี้ ข้าจงใจให้คนแพร่ข่าวว่าข้าดีกับเจ้าเพียงใด ก็เพราะหวังว่าองค์หญิงจะรู้ตัวและถอยห่างออกไปเสีย”

“แต่องค์หญิงทรงชอบเจ้าถึงเพียงนั้น จะยอมตัดใจได้อย่างไร”

“ต่อให้นางเลือกข้า สุดท้ายข้าก็หาทางถอนตัวอยู่ดี เจินเจิน ตั้งแต่วันที่ได้เห็นเจ้าร่ายรำกระบี่ในงานเลี้ยงวันนั้น ข้าก็ตกหลุมรักเจ้า ชาตินี้... นอกจากเจ้า ข้าจะไม่แต่งงานกับผู้ใด”

เหลียงหมิงเจาราวกับถูกสายฟ้าฟาด

ร่ายรำกระบี่?

นั่นคือการร่ายรำของนางไม่ใช่หรือ!

วันนั้นนางซ่อนตัวอยู่หลังฉาก เพื่อร่ายรำกระบี่ถวายพระพรวันคล้ายวันพระราชสมภพของเสด็จพ่อ นางสวมอาภรณ์สีแดงเพลิง มือหนึ่งถือกระบี่พลิ้วไหวไปตามจังหวะร่ายรำ ทว่าเสิ่นเยี่ยนชิงมาถึงช้าเกินไป จึงเห็นเพียงเงาร่างสีแดงวาบสุดท้ายเท่านั้น

หรือว่าเขาจะเข้าใจผิด คิดว่าคนผู้นั้นคือหลินเจินเจิน?

เหลียงหมิงเจาถอยเซไปด้านหลัง จนไม่ทันระวังชนแจกันบนโต๊ะข้างล้มลง

“ใคร?” เสิ่นเยี่ยนชิงผลักประตูเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นนาง คิ้วพลางขมวดขึ้นเล็กน้อย “องค์หญิงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

เหลียงหมิงเจาจ้องมองใบหน้าเย็นชาดุจพระจันทร์ของเขา จู่ๆ ก็รู้สึกน่าขันขึ้นมา

ชาติที่แล้ว เขายอมสละทุกสิ่งเพื่อไปรักหลินเจินเจิน แต่สุดท้ายแล้วคนที่ทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวอย่างแท้จริงกลับไม่อาจบอกได้ว่าเป็นใคร

นางเกือบหลุดปากพูดความจริงออกมา ทว่าหลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก็ข่มความสั่นไหวในใจลงได้

บางทีพวกเขาทั้งสองคงเป็นดั่งคำว่า มีวาสนาพบพาน ไร้วาสนาครองคู่ นับตั้งแต่ชาติที่แล้วเรื่องที่เขาแกล้งตาย ระหว่างพวกเขาก็สิ้นสุดลงแล้ว

“ข้ามาคืนของ” นางขยับตัวหลีกทาง เผยให้เห็นหีบใบนั้น

สีหน้าของเสิ่นเยี่ยนชิงเย็นเยียบลงทันที “วันอภิเษกยังอีกตั้งนาน องค์หญิงถึงกับรอไม่ไหว รีบขนสินเดิมมาไว้ที่นี่แล้วหรือ”

“ข้ามิได้—”

“ตำแหน่งราชบุตรเขย หวังว่าองค์หญิงจะทรงไตร่ตรองอีกครั้ง” เขาเอ่ยขัดนางขึ้น แววตาเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง “ข้ามีใจให้เจินเจินอยู่แล้ว ความรักที่ฝืนใจกัน ย่อมไม่มีความสุข”

ปลายนิ้วของเหลียงหมิงเจาสั่นเทาด้วยความโกรธ

ทั่วทั้งเมืองหลวง มีคุณชายตระกูลสูงศักดิ์นับไม่ถ้วนล้วนต้องการจะแต่งงานกับเหลียงหมิงเจา แต่สำหรับเขากลับกลายเป็นหายนะที่ต้องหลีกหนีให้ไกลที่สุด!

นางแทบจะหลุดปากออกไปว่า “คนที่ข้าเลือกไม่ใช่เจ้า...” จู่ๆ หลินเจินเจินก็ร้องขึ้น “โอ๊ย!” ก่อนจะทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

“ท่านพี่เยี่ยนชิง...ข้อเท้าข้าแพลง...”

เสิ่นเยี่ยนชิงรีบก้มตัวอุ้มหลินเจินเจินขึ้นมาในทันที จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปยังห้องด้านในโดยไม่หันกลับมา เขาไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองเหลียงหมิงเจาแม้แต่น้อย

เหลียงหมิงเจายืนอยู่หน้าประตู เฝ้ามองดูเขาค่อย ๆ ทายาให้หลินเจินเจินอย่างทะนุถนอม พลางเอ่ยปลอบนางเสียงแผ่วเบา “เจ็บหรือไม่”

ความอ่อนโยนเช่นนั้น คือสิ่งที่นางได้เฝ้าปรารถนาแต่มิอาจได้ครอบครองในชาติที่แล้ว

เสิ่นเยี่ยนชิง เจ้าช่างตาบอดและโง่เขลาเสียจริง

แม้แต่คนที่ทำให้หัวใจของเจ้าหวั่นไหวอย่างแท้จริง เจ้าก็ยังมองไม่ออก

ในเมื่อเป็นเช่นนี้เจ้าก็ควรอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิต

เหลียงหมิงเจาค่อย ๆ หลับตาลง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 23

    ห้าวันต่อมา เซี่ยหลินเฟิงก็รับราชโองการแล้วออกเดินทางไปรบ เขาแกะเมล็ดสนให้เหลียงหมิงเจาถุงใหญ่ พร้อมพูดว่า “กินวันละเม็ดนะ ข้าจะกลับมาหลังจากเจ้ากินหมด” เหลียงหมิงเจาด่าขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะเน่าไปตั้งนานแล้ว”ขณะที่เซี่ยหลินเฟิงโน้มตัวเข้ามาใกล้ พร้อมแนบหน้าผากกับนางอย่างจริงจัง “ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับมาก่อนเมล็ดสนเน่า”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สายตามองตามแผ่นหลังของเซี่ยหลินเฟิงที่กำลังเดินจากไป หลังจากผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งถึงสองเดือน ในที่สุดก็มาถึงวันที่หลินเจินเจินถูกประหาร มีข่าวจากศาลมาว่าหลินเจินเจินต้องการพบนางก่อนตาย เนื่องจากนางถูกขังในคุกเป็นเวลานาน นางจึงไม่มีเรี่ยวแรงก่อเรื่องได้อีก ดังนั้นเหลียงหมิงเจาจึงตัดสินใจเดินทางไปหา เมื่อนางเข้ามาในห้องคุมขังที่มืดและอับชื้น หลังจากไม่ได้พบหลินเจินเจินมาสักพัก นางคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ นางที่เคยเป็นคนสะสวยงดงาม ตอนนี้กลับผมเผ้ายุ่งเหยิง เนื้อตัวสกปรก อีกทั้งยังดูเหมือนถูกรังแกมาไม่น้อย ท่าทางดูป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ผู้คุมจึงอธิบายกับนางว่า“ก่อนหน้านี้คุณหนูหลินพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ แต่สภาพแ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 22

    เหลียงหมิงเจาพักผ่อนอยู่ในจวนหลายวัน นางมีท่าทางหดหู่และหงอยเหงา ขณะเดียวกัน ในที่สุดเซี่ยหลินเฟิงก็จับมือสังหารได้ คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะได้รับการจ้างวานจากหลินเจินเจินเพื่อให้มาสังหารเหลียงหมิงเจา ตอนที่พวกเขาพบตัวนาง นางก็กำลังกำเงินก้อนสุดท้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มขอทาน เสื้อผ้าเนื้อตัวสกปรกมอมแมม นางคิดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่นางต้องการกำจัดเหลียงหมิงเจา และทำให้เสิ่นเยี่ยนชิงเปลี่ยนใจ กลับเป็นการสังหารที่นางต้องการที่สุดไป ตอนที่คนของเซี่ยหลินเฟิงมาตรวจสอบ นางก็ไม่มีแผนการอะไร ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะหลบซ่อนตัว ตอนนั้นนางจึงถูกนำตัวส่งมาที่ศาล ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ข้าไม่ได้ตั้งใจสังหารเสิ่นเยี่ยนชิง คนเหล่านั้นทำพลาด นั่นไม่ใช่เพราะข้า ข้าเพียงแค่ต้องการทำให้องค์หญิงตกใจเท่านั้น!”เดิมทีไม่มีใครเชื่อคำพูดของนาง เพราะมือสังหารทั้งห้าคนที่ถูกเซี่ยหลินเฟิงจับไว้นั้นให้การสารภาพเหมือนกันทั้งหมด พวกเขากล่าวว่าหลินเจินเจินมอบเงินจำนวนหนึ่งให้พวกเขาเพื่อไปสังหารองค์หญิง แต่ตอนนั้นเสิ่นเยี่ยนชิงกลับมายืนขวางองค์หญิงเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้มีคนตาย มือสังหารท

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 21

    เสิ่นเยี่ยนชิงคิดไม่ถึงว่าเหลียงหมิงเจาจะพูดเช่นนี้ เขาส่ายหน้า พร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลลงมา เขาไม่กล้าคิดเลยว่า ก่อนหน้านี้เหลียงหมิงเจาก็เคยรอเขามาทั้งชีวิตด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน แต่สุดท้ายต้องมารู้ว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้ตาย นอกจากนี้ยังยอมละทิ้งทุกอย่างจากนางเพื่อไปอยู่กับหลินเจินเจินเมื่อเห็นสายตาที่แน่วแน่ของนางในตอนนี้ เขาก็อดร้องไห้ออกมาไม่ได้ “เจาเจา พวกเราไม่มีโอกาสกลับมาอีกแล้วหรือ”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สีหน้าเย็นชา “พวกเราไม่มีโอกาสมาตั้งนานแล้ว”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเยี่ยนชิงก็รู้สึกปวดใจอย่างมาก ตอนที่เขากำลังจะลุกขึ้นยืน ประตูที่เคยปิดสนิทก็เปิดออกอย่างกะทันหัน เซี่ยหลินเฟิงวิ่งเข้ามากอดเหลียงหมิงเจา ด้วยดวงตาแดงก่ำ “เจ้ากำลังพูดไร้สาระอะไรน่ะ ข้าไม่มีทางตายในสนามรบแล้วทิ้งเจ้าไว้คนเดียว! ข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย จากนั้นก็อยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต”เซี่ยหลินเฟิงสีหน้ามีความสุข ที่แท้เขาก็แอบฟังอยู่ตลอด ตอนที่ได้ยินคำพูดประโยคสำคัญ เขาแทบจะพุ่งตัวออกมาอย่างอดไม่ไหวแล้วตระกูลเซี่ยเป็นทหารมาหลายชั่วอายุคน เรื่องที่เซี่ยหลินเฟิงต้องนำทัพออกรบนั้นเป็นเรื่องที่

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 20

    เสิ่นเยี่ยนชิงเป็นคนเย่อหยิ่ง ก่อนหน้านี้เขาเคยคุกเข่าเพื่อขอยาให้หลินเจินเจินเพียงครั้งเดียว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เขาคุกเข่าต่อหน้าเหลียงหมิงเจา ครั้งนี้เขาทำเพื่อขอร้องให้อภัยเขา แต่ในสายตาของคนไม่รัก ต่อให้เสิ่นเยี่ยนชิงคุกเข่าทั้งคืนมันก็ไม่มีความหมาย ความผูกพันทั้งหมดจบลงไปแล้ว เมื่อเห็นท่าทางตอแยของเขา เหลียงหมิงเจาก็รู้สึกทั้งขันและรังเกียจในตอนแรกเขาสาบานว่าเขาไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่ตอนนี้เพิ่งผ่านมาหนึ่งเดือน เขาก็หย่ากับหลินเจินเจินเสียแล้ว นอกจากนี้ยังมาขอร้องอ้อนวอนอยู่ตรงหน้าของนางนางกวักมือเรียกเซี่ยหลินเฟิง“หลินเฟิง เจ้ากลับห้องไปก่อนเถอะ ข้าอยากคุยกับเขาตามลำพัง” แววตาของเสิ่นเยี่ยนชิงเปล่งประกาย ส่วนเซี่ยหลินเฟิงก็เดินจากไปด้วยความยินดี ที่นี่ไม่มีคนนอกแล้ว ในที่สุดเหลียงหมิงเจาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังซ่อนเร้นอีก นางมองไปทางคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า จากนั้นก็ง้างมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรงนางใช้พละกำลังทั้งร่างกาย นางมือหนักมาก พร้อมตบไปที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง มือของนางบวมเป่ง แต่เสิ่นเยี่ยนชิงไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย“เจาเจา ถ้าการตบกระหม่อมม

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 19

    สถานการณ์พลิกผัน ไม่ว่าจะเป็นบ่าวหรือสาวรับใช้ต่างไม่ทันได้ดึงสติกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงเจ็บบริเวณท้องน้อย แววตาประกายความโหดเหี้ยม เขาคว้ามือของหลินเจินเจินแล้วผลักออกไป เลือดไหลทะลักออกมาทันที เขาใช้มือกุมบาดแผลเอาไว้ พร้อมหอบหายใจด้วยใบหน้าซีดเซียว “ตามหมอมา! แล้วจับนังผู้หญิงสารเลวคนนี้โยนออกไป!”หลังจากเขาพูดจบ เขาก็ทนไม่ไหวแล้วสลบลงไป ตอนที่เสิ่นเยี่ยนชิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เวลาก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เมื่อหมอเห็นว่าเขาฟื้น ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก“คุณชายเสิ่น โชคดีที่วันนั้นคุณหนูหลินมีกำลังไม่มาก ทำให้บาดแผลไม่ลึก ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นเทพเซียนก็ยากที่จะช่วยกลับมาได้! แต่ก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นกว่าจะกลับมาหายดี” เขาขยับตัว จากนั้นก็รู้สึกเจ็บท้องน้อยอย่างรุนแรง เสิ่นเยี่ยนชิงเผยสีหน้าเจ็บปวด แล้วกุมหน้าท้องของตัวเองแน่น “องค์หญิง…องค์หญิงกลับตำหนักมาแล้วหรือยัง” เขาถามขึ้นด้วยความร้อนใจ หมอชะงักไป “ได้ข่าวว่าองค์หญิงจะเสด็จกลับมาวันนี้…เอ๋! เอ๋ คุณชายเสิ่น ท่านไม่ควรลุกออกจากเตียงตอนนี้!”เมื่อได้ยินว่าเหลียงหมิงเจากำลังจะกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงก็พยายามลุกขึ้นโดยไม่สนใจบาดแผ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 18

    ลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับขึ้นลงขณะกลืนน้ำลาย ชาติก่อนเขาตั้งใจใช้ชีวิตที่เหลือกับหลินเจินเจินอย่างมีความสุข แต่หลังจากที่เขาแกล้งตาย เขาก็สูญเสียตำแหน่งโหวน้อยสกุลเสิ่น เงินทองหมดไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้แม่เลี้ยงของหลินเจินเจินปฏิบัติตัวต่อนางอย่างย่ำแย่มาโดยตลอด ดังนั้นตระกูลหลินจึงไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้เช่นเดียวกัน ในฐานะที่เขาเป็นโหวสกุลเสิ่น เดิมทีเขาควรจะมีชีวิตที่สุขสบาย แต่ชาติก่อนเขาต้องคัดหนังสือหาเลี้ยงชีพ แม้หลินเจินเจินจะทำงานเย็บปักถักร้อย แต่การใช้ชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้หรูหราเท่าเดิม พวกเขากลายเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งมันแตกต่างจากที่เสิ่นเยี่ยนชิงฝันเอาไว้อย่างสิ้นเชิง เขาจะทนใช้ชีวิตแสนธรรมดาแบบนั้นได้อย่างไร แต่นับจากที่เขาแกล้งตายก็ผ่านเวลามาเนิ่นนาน หากเขากลับไปก็ต้องโทษหลอกลวงเบื้องสูง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงอยู่กับหลินเจินเจินต่อไป จนกระทั่งถึงช่วงบั้นปลายของชีวิต ในที่สุดเขาก็ได้พบกับองค์หญิงและโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อนึกถึงการใช้ชีวิตในจวนตระกูลเสิ่น เขาก็เข้าไปปกป้องเหลียงหมิงเจาจากมือสังหารโดยไม่สนใจอันตราย หากเขารอดชีวิตไปได้ เหลียงหมิงเจา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status