LOGINแม่บุญธรรมคอยดูแลปรนนิบัติผมด้วยตัวเองมาตลอดหลังจากที่ผมกลายเป็นคนปัญญาอ่อน เธอไม่เพียงแต่จะนวดเฟ้นร่างกายให้ผมและพาผมไปออกกำลังกายเท่านั้น แต่เธอยังไม่เคยปฏิเสธสัมผัสจากตัวผมเลยสักครั้ง แม้แต่พ่อบุญธรรมเองก็อาศัยจังหวะที่คิดว่าผมเป็นคนปัญญาอ่อน ทำรุ่มร่ามใกล้ชิดกับแม่บุญธรรมโดยไม่ยอมหลบเลี่ยงสายตาผมเลย ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ ผมได้กลับมาเป็นปกติตั้งนานแล้ว ในตอนที่แม่บุญธรรมกำลังวิดีโอคอลกับพ่อบุญธรรม และใช้ของเล่นช่วยปลอบประโลมตัวเองในระหว่างการสนทนานั้น ผมอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต กุมส่วนที่แข็งขืนดุดันของตัวเองเอาไว้ แล้วสอดแทรกมันเข้าไปในร่างกายของแม่บุญธรรมทันที โดยที่พ่อบุญธรรมนั้น ไม่ได้ระแคะระคายถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
View Moreภาพเบื้องหน้าในห้องนอนช่างอุจาดตาจนทนดูไม่ได้ บนเตียงมีร่างเปลือยเปล่าของชายหนึ่งหญิงหนึ่งกำลังนัวเนียกันอยู่หลินอวี่เฟยกำลังนั่งทับอยู่บนร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เธอโยกย้ายส่ายสะโพกไม่หยุดจนเหงื่อชุ่มโชกไปทั้งตัว ใบหน้าสวยแดงระเรื่อพลางส่งเสียงครางร่านรักออกมาอย่างต่อเนื่องการพังประตูเข้าไปอย่างกะทันหันของผมทำเอาทั้งคู่ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ"เฉินเชา! นะ... นาย นายมาได้ยังไง?"หลินอวี่เฟยรีบพลิกตัวลงจากร่างของผู้ชายคนนั้นด้วยความลนลาน ผมพุ่งเข้าไปหาด้วยเพลิงโทสะที่ไม่อาจกักขังได้อีกต่อไปชายวัยกลางคนตกใจพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับถูกผมถีบเข้าที่ใบหน้าเต็มแรง เขาแผดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพลางกุมหน้าแล้วล้มพับลงบนเตียงตามเดิมผมตั้งท่าจะเข้าไปซ้ำ แต่ถูกหลินอวี่เฟยเข้ามากอดรั้งไว้สุดชีวิตพลางบอกให้ผมใจเย็นๆ"เย็นแม่มึงสิ!" ผมผลักหลินอวี่เฟยออกแล้วตบหน้าเธออย่างแรงหนึ่งฉากหลินอวี่เฟยถูกตบจนหน้าหัน เธออึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมา ทั้งจิกทั้งข่วนผมเหมือนนางแพศยาบ้าคลั่งเราทะเลาะวิวาทกันจนกระทั่งตำรวจมาถึง เพื่อเข้าระงับเหตุและตักเตือนการกระทำของพวกเรากว่าจะเดินออกมาจ
ผมเริ่มจะรู้สึกเสพติดและผูกพันกับเธอจนไม่อยากจากไปไหนทว่าความลับไม่มีในโลก ในการไปตรวจเช็กอาการที่โรงพยาบาลอีกครั้ง การกระทำที่ผมเผลอทำไปตามสัญชาตญาณทำให้หมอดูออกว่าผมหายเป็นปกติแล้ว และเพื่อความมั่นใจ หมอยังทำการตรวจสอบซ้ำอีกหลายรอบจนแน่ใจคราวนี้พ่อบุญธรรมจึงได้รับรู้เรื่องที่ผมฟื้นฟูร่างกายจนหายดีแล้ว ผมไม่สามารถร่วมเล่นเกมกับพวกเขาเหมือนเมื่อก่อนได้อีกต่อไปหลังจากผมหายดีได้ไม่นาน พ่อบุญธรรมก็บอกว่าแม่แท้ๆ ของผมกลับมาแล้ว เธอเสียใจมากเมื่อรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับผมและบอกว่าไม่ควรทิ้งพวกเราไปตั้งแต่ตอนนั้น เธอตั้งใจจะรับผมกลับไปดูแลให้ดีที่สุดผมกลัวว่าถ้ายังขืนอยู่ที่บ้านแม่บุญธรรมต่อไปความลับจะแตกเข้าสักวัน และอาจจะห้ามใจไม่ให้ทำผิดพลาดซ้ำสองไม่ได้ พ่อบุญธรรมดีกับผมมาก ผมไม่อาจทำลายครอบครัวของเขาได้จริงๆ จึงตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่กับแม่ช่วงเวลาหลังจากนั้น แม่ดูแลผมเป็นอย่างดี แถมยังแนะนำให้ผมรู้จักกับแฟนสาวคนหนึ่งชื่อ หลินอวี่เฟย เธอสะสวยมากและเราเข้ากันได้ดีในทุกๆ ด้านแต่เนื่องจากหน้าที่การงาน ทำให้ผมกับหลินอวี่เฟยต้องอยู่กันคนละเมืองชั่วคราว นานๆ ครั้งถึงจะได้นัดเจอกันในช
วินาทีที่สัมผัสกัน ผมรู้สึกราวกับว่าจิตวิญญาณสั่นสะท้านด้วยความสุขสมจนเกือบจะหลุดเสียงครางออกมาความแข็งแกร่งของผมน่ะ พ่อบุญธรรมไม่มีทางเทียบติดได้เลยแม่บุญธรรมที่เดิมทีขบเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเขินอายไม่กล้าส่งเสียง ก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอเผยอริมฝีปากแดงฉ่ำแล้วแผดเสียงครวญครางออกมาอย่างย่ามใจผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมง แม่บุญธรรมก็ถึงฝั่งฝันจนหยาดพิรุณร่วงหล่นลงมาอีกครั้งจังหวะนี้เองพ่อบุญธรรมก็เริ่มฟื้นตัวกลับมา ท่านร่วมมือกับผม จัดการให้แม่บุญธรรมกลายเป็นขนมปังไส้กลาง แล้วช่วยกันลิ้มรสความอร่อยไปพร้อมๆ กันคืนนั้น พวกเราพัวพันกันต่อเนื่องจนถึงค่อนคืน จนกระทั่งเรี่ยวแรงเหือดหายไปทั้งตัวถึงได้ยอมหยุดพักเมื่อเห็นว่าผมเองก็ดูชอบใจ พ่อบุญธรรมจึงเอ่ยถามว่าวันหน้ายังอยากจะเล่นเกมแบบนี้ต่ออีกไหมผมพยักหน้าตอบว่าอยากเล่น เพราะมันรู้สึกดีมาก พ่อบุญธรรมจึงกำชับด้วยสีหน้าจริงจังว่า เกมนี้ห้ามไปบอกใครเด็ดขาด ถ้ามีคนอื่นรู้เข้าพวกเขาจะไม่พาผมเล่นอีกหลังจากที่เปิดโลกครั้งนี้ไปแล้ว พ่อบุญธรรมก็ดูจะติดใจเกมแบบนี้เข้าอย่างจัง ยามที่อยู่บ้านเขามักจะพาผมมาร่วมวงด้วยบ่อยครั้ง นั่นทำให้ผมยิ่
ร่างเย้ายวนของแม่บุญธรรมสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เสียงครางกระเส่าไม่ได้ถูกสะกดกลั้นไว้อีกต่อไป แต่มันกลับแผดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเสียอาการขนาดนี้ ดูท่าว่าเกมสามคนจะเร้าใจพอตัว ถึงแม้พ่อบุญธรรมจะไม่อาจทำให้เธอสัมผัสถึงความสุขที่แท้จริงได้ แต่เมื่อมีผมเข้าร่วมด้วย เธอก็สามารถสัมผัสถึงประสบการณ์ที่วิเศษสุดยอดได้ในช่วงเวลาสั้นๆไม่นานนัก พ่อบุญธรรมก็ยอมแพ้ไปแม่บุญธรรมเริ่มกลับมามีสติอีกครั้ง เธอทุบหน้าอกพ่อบุญธรรมเบาๆ ด้วยใบหน้าที่แดงซ่านด้วยความอับอาย"น่าขายหน้าที่สุดเลย เพราะคุณแท้ๆ ถ้าเกิดเขาเอาไปพูดเรื่อยเปื่อย ต่อไปฉันคงไม่มีหน้าไปพบใครแล้ว"ตอนนี้แม่บุญธรรมเริ่มจะรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงแม้ผมจะเป็นคนปัญญาอ่อน แต่อย่างไรเสียก็ยังมีไอคิวเท่าเด็กสามขวบ ไม่ใช่คนพิการทางสมองโดยสมบูรณ์ หากผมเผลอหลุดปากพูดออกไปข้างนอก พวกเขาคงต้องอับอายขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนีจริงๆพ่อบุญธรรมเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของเธอ เพราะผมไม่ได้อยู่ติดบ้านตลอดเวลา หากผมเผลอพูดออกไปโดยไม่ระวัง มันจะส่งผลกระทบต่อพวกเขาแน่นอนได้ยินดังนั้น ในใจผมก็แอบลิงโลด เมื่อพวกเขาคิดได้แบบนี้ โอกาสขอ