LOGIN"รุนแรงขนาดนี้... คงจะหิวมานานแล้วล่ะสิ..." คืนวันวาเลนไทน์คืนนั้น ผมขับรถกลับบ้านเกิดพร้อมกับเพื่อนสนิทและเมียของมัน นึกไม่ถึงเลยว่าในขณะที่เมียของมันกำลังสะลึมสะลือจะจำคนผิดไปได้ มือเล็กๆ ที่นุ่มนิ่มไร้กระดูกคู่นั้น ลูบไล้ไปมาบนต้นขาที่แข็งขึงของผมอย่างไม่หยุดหย่อน แถมยังใช้ลูกพีชขาวอวบอัดคู่นั้นมาเบียดถูไถผมเป็นพักๆ "ผัวจ๋า... มาเล่นกับอีหนูของผัวหน่อยสิคะ!" พอได้ยินแบบนี้ มีหรือที่ผมจะทนไหว...
View Moreในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน หลิ่วอวิ๋นก็เอ่ยเตือนผม"อื้อ... วันนี้ไม่ใช่ระยะปลอดภัยของฉันนะ..."คำพูดนั้นเปรียบเสมือนพลุที่ระเบิดตูมขึ้นมาในสมองของผมทันที"งั้นเมื่อตอนบ่ายนั่น..."ผมเริ่มกังวล น้ำเสียงที่พูดออกมาถึงกับสั่นเครือเพราะตอนนี้ผมแค่อยากสนุกกับความเสียวซ่านที่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่ได้อยากจะมาแบกรับภาระผลที่ตามมาน่ะสิหลิ่วอวิ๋นทำท่าเขินอาย เธอเบือนหน้าหนีพลางกดเสียงให้เบาลง"ไม่เป็นไรค่ะ... ฉัน... ฉันจัดการทำความสะอาดจนเกลี้ยงแล้ว..."ส่วนเธอจะใช้วิธีไหนนั้นผมไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงต่อผมลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก"งั้นรอผมแป๊บนะ ผมไปเอาของในกระเป๋าก่อน..."ผมนึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋าน่าจะมีกล่องถุงยางที่ยังใช้ไม่หมดเหลืออยู่ จึงตบบั้นท้ายหลิ่วอวิ๋นเบาๆ เพื่อบอกให้เธออดใจรอสักครู่หลิ่วอวิ๋นพยักหน้าพลางส่งสายตาละห้อยมองตามผมไปตั้งแต่ตอนที่ผมเดินออกจากประตูจนถึงตอนที่หยิบของกลับมา ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำแม้แต่หลิ่วอวิ๋นยังตกใจ "ทำไมเร็วจัง?"ผมยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้ายแล้วสวนกลับไปว่า "ผมเร็วเหรอ?"หลิ่วอวิ๋นเข้าใจความหมายแฝงของผมในทันที เธอเขินจนหน้าแดงฉ่าพลางด่าแง่ง
เส้นทางที่เหลือหลังจากนั้น ผมแทบจะใช้เวลาไปกับการส่งสายตาสื่อรักกับหลิ่วอวิ๋นตลอดทางนึกไม่ถึงเลยว่าในวันวาเลนไทน์ปีนี้ สวรรค์จะเมตตาผมไม่น้อย ถึงขั้นส่งคนรักมาให้ผมจริงๆในใจผมเบิกบานอย่างที่สุด และยังคอยหวนนึกถึงความตื่นเต้นเร้าใจเมื่อครู่อยู่เป็นพักๆก่อนที่ฟ้าจะมืด พวกเราก็มาถึงบ้านเกิดจนได้เมื่อเห็นว่าเริ่มดึกแล้ว ผมคิดว่าพวกโจวคุนกลับไปก็คงไม่มีอะไรกิน จึงเสนอให้พวกเขาอยู่กินข้าวที่บ้านผมก่อนทีแรกโจวคุนมีท่าทีลังเล เพราะกลัวว่าหลิ่วอวิ๋นจะรู้สึกอึดอัดแต่นึกไม่ถึงว่าหลิ่วอวิ๋นกลับตอบตกลงง่ายๆ "เอาสิคะ... งั้นก็รบกวนด้วยนะจ๊ะ พี่เหมิ่ง..."พอได้ยินเธอเรียกผมว่าพี่เหมิ่งต่อหน้าโจวคุน หัวใจของผมก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีกก่อนจะถึงบ้าน ผมได้บอกกล่าวกับพ่อแม่ไว้ล่วงหน้าแล้วพอมาถึงตอนนี้ ที่บ้านจึงเตรียมกับข้าวร้อนๆ ไว้รอต้อนรับเรียบร้อยพ่อแม่ของโจวคุนเสียชีวิตไปนานแล้ว การกลับมาครั้งนี้เขาจึงตั้งใจจะมาเซ่นไหว้บรรพบุรุษในช่วงเทศกาลด้วยพ่อแม่ของผมรู้จักโจวคุนดี เพราะเขากับผมเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กพ่อของผมจึงให้การต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ถึงขั้นเอาเหล้าอย่างดีที่สะส
"อื้อ... เจ็บจะตายอยู่แล้ว..."หลิ่วอวิ๋นหมดเรี่ยวแรงลงในทันที เธอซบลงในอ้อมกอดของผมพลางหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดในเมื่อเธอเป็นฝ่ายรุกขนาดนี้ มีหรือที่ผมจะกล้าปฏิเสธให้เสียหน้าผมจึงยื่นมือไปเชยคางของหลิ่วอวิ๋นขึ้น บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตา"นังร่าน! อ้าปากออก!"หลิ่วอวิ๋นเชื่อฟังและทำตามอย่างว่าง่าย เธอค่อยๆ เผยอริมฝีปากจิ้มลิ้มออก ให้เห็นลิ้นเล็กๆ สีชมพูเมื่อเห็นปลายลิ้นสีชมพูระเรื่อนั้น ผมก็เกิดอารมณ์พลุ่งพล่านจนแทบทนไม่ไหวผมโน้มตัวลงไปจูบอย่างบ้าคลั่งดูดดื่มความหวานภายในปากของเธออย่างหิวโหย พลางกลืนกินหยาดน้ำหวานเหล่านั้นลงคออึกแล้วอึกเล่าหวานเหลือเกิน... ช่างวิเศษอะไรอย่างนี้...ภายในห้องน้ำที่ไร้ผู้คน มีเพียงเสียงจ๊วบจ๊าบจากการจูบของพวกเราดังสะท้อนไปมามันฟังดูน่ารุ่มร้อนและหยาบโลนถึงขีดสุดไฟราคะเผาไหม้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนักผมก็ถูกความกำหนัดเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์"ยัยร่าน... ช่วยเป็นฝ่ายรุกหน่อยได้ไหม..."ผมแสร้งทำสีหน้าเจ้าเล่ห์พลางเอ่ยล่อลวงหลิ่วอวิ๋นหลิ่วอวิ๋นค้อนขวับใส่ผมอย่างแสนงอน ทว่าเธอกลับยอมหันหลังไปเกาะผนังตามที่ผมบอกจริงๆเธอค่อยๆ โก่งบั้
"ยัยร่านเอ๊ย เธอนี่ใจกล้าจริงๆ!"ผมบีบเนื้อนุ่มตรงเอวของเธอไปทีหนึ่งอย่างเหลืออด พร้อมกับเหยียดมุมปากยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์หลิ่วอวิ๋นบิดตัวไปมาอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเริ่มเอ่ยเร่งเร้า"มัวอึ้งอะไรอยู่อีกเล่า... ฉันอยากได้จนจะแย่แล้วนะ..."ในจังหวะที่ผมกำลังจะตั้งลำเดินหน้าต่อ โจวคุนก็โพล่งขึ้นมาว่า"พวกเธอจะเข้าห้องน้ำไหม ข้างหน้ามีจุดพักรถนะ..."พอได้ยินเสียงโจวคุน ผมกับหลิ่วอวิ๋นก็ตกใจจนหน้าถอดสี ต่างก็นิ่งค้างอยู่กับที่โชคดีที่โจวคุนไม่ได้หันกลับมามอง ไม่อย่างนั้น... สภาพของผมกับหลิ่วอวิ๋นในตอนนี้ คงไม่มีทางหลบซ่อนได้พ้นแน่ผมได้สติเป็นคนแรก รีบหยิบเสื้อคลุมมาคลุมตัวหลิ่วอวิ๋นเอาไว้จากนั้นจึงพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติแล้วเอ่ยขึ้น "เอาสิ... งั้นก็แวะเข้าห้องน้ำหน่อยแล้วกัน!"โจวคุนพยักหน้า แล้วเริ่มขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่จุดพักรถในเมื่อใกล้จะถึงจุดพักรถแล้ว ผมกับหลิ่วอวิ๋นย่อมจึงไม่ได้ทำอะไรกันต่อหลิ่วอวิ๋นทำหน้ามุ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจ ดูท่าทางเธอคงจะหิวโหยเต็มทีผมอาศัยจังหวะที่โจวคุนไม่ทันสังเกต แอบกระซิบปลอบเธอสองสามประโยค"อย่าเพิ่งรีบสิ... เดี๋ยวไปต่อกันในห้องน้ำ ไม่ดีก