LOGINบนระเบียงของตำหนักหลวงอันยิ่งใหญ่ของแคว้นจ้าวปรากฏเรือนกายสูงใหญ่ของสองบุรุษกำลังยืนตระหง่านเยื้องกันอยู่เล็กน้อยตามยศถาบรรดาศักดิ์ที่แตกต่าง
ทั้งสองยืนคุยกันด้วยสีหน้าสงบนิ่ง พลางทอดสายตาไปยังทิวทัศน์เบื้องล่างที่มองไปเห็นได้อย่างถ้วนทั่วเกือบครึ่งเมืองหลวง
หนึ่งคือจ้าวเฟยเซียน ฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดินแคว้นจ้าว
สองคือหยางเซิง องครักษ์คู่ใจดาบแห่งมังกร
ทั้งสองเป็นนายเหนือหัวและลูกน้องคนสนิทที่เป็นสหายกันมาตั้งแต่เยาว์วัย
ยามนั้นจ้าวเฟยเซียนที่ยังเป็นเพียงองค์ชาย มีตำแหน่งพ่วงท้ายเป็นองค์รัชทายาท ต้องเจอกับศัตรูทุกรูปแบบ การลอบสังหารที่หลากหลาย แต่ก็มีชีวิตรอดมาได้ก็เพราะหยางเซิงผู้เป็นลูกน้องและสหายคนสำคัญของเขาผู้นี้
ในอดีต หยางเซิงนั้นแม้เป็นเพียงลูกอนุปลายแถวที่ถูกปล่อยทิ้งเมื่อกำพร้ามารดา หากแต่ได้รับการช่วยเหลือจากองค์ชายน้อยนามว่าจ้าวเฟยเซียนเสมอมา
เช่นนั้นแล้ว ชั่วชีวิตของหยางเซิงย่อมตกเป็นของจ้าวเฟยเซียนแต่เพียงผู้เดียว
ทั้งสองจึงมีชีวิตเพื่อกันและกันมาโดยตลอดตั้งแต่เยาว์วัยจนเติบใหญ่กระทั่งมีครอบครัวและมีบุตรโตเต็มวัย
สุรเสียงทรงอำนาจของจ้าวเฟยเซียนฮ่องเต้กล่าวอย่างหนักแน่นเจือกระแสแน่วแน่ไปทางลูกน้องแห่งตน “เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไร?”
“กระหม่อมมิบังอาจ แต่...” หยางเซิงตอบรับอย่างลังเลไม่แน่ใจ
“แต่อันใด?” จ้าวเฟยเซียนเริ่มถามห้วน
“ธิดาของกระหม่อม นางควรเป็นเพียงสตรีธรรมดา ไม่ควรที่จะต้องมาแก่งแย่งชิงดีกับใครในราชวงศ์” หยางเซิงเอ่ยอย่างไม่คิดปิดบัง เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับจ้าวเฟยเซียนสองต่อสอง
“เราอยากได้ธิดาของเจ้ามาเป็นสะใภ้ของเรา” จ้าวเฟยเซียนยังคงยืนยันคำเดิม
“สะใภ้ของพระองค์ ก็คือชายาขององค์ชาย เช่นนั้นแล้ว เอ่อ...” หยางเซิงเริ่มอึกอัก
“เป็นฮูหยินขององค์ชายไม่ดี?” จ้าวเฟยเซียนเริ่มหรี่ตามอง
หยางเซิงจึงตัดสินใจกล่าวตามจริง “องค์ชายคือเชื้อพระวงศ์ เชื้อพระวงศ์มีสิทธิ์ขึ้นครองราชย์ แม้มิครองบัลลังก์ ทว่าเพื่อถ่วงดุลบริหารจัดการอำนาจยังต้องแต่งสนม ต้องมีชายาเอก ชายารอง อนุชายา มีภรรยามากมายอยู่ดี”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้หยางเซิงเริ่มมีน้ำเสียงที่เข้มข้นขึ้น “กระหม่อมไม่อาจทนเห็นบุตรสาวเป็นเพียงหนึ่งในมวลบุปผาหลังตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”
“ฮึ! หนิงหลงของเราคงไม่เข้าข่ายกระมัง”
“หืม!?”
“ว่าอย่างไร...” จ้าวเฟยเซียนกล่าวเสียงเย็น “ครานี้คงไม่ปฏิเสธกระมัง”
“ฝ่าบาท!”
“ก่อนที่ลูกหนิงของเราจะเข้าวัดเข้าวาเข้าป่าเข้าดงไปมากกว่านี้ จงยกธิดาของเจ้าให้หมั้นหมายกับเขาเสีย”
“...!?”
จิวซินเชิดคาง ยอมรับอย่างมาดมั่น หึงโหดด้วยล่ะ หึ!ท่าทางน่ากลัวเช่นนั้นพลันเรียกเสียงหัวเราะจากผู้มาเยือนเข่อเฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนสืบเท้าเข้าหาจิวซิน ยอบกายคารวะนอบน้อม ก่อนเอ่ยยาวเหยียดตามตรง“พี่สาวอย่าเพิ่งรังเกียจข้าเลย ข้าแค่ไม่นิยมบุรุษหลายภรรยา ไม่ประสงค์เป็นพระสนมให้ฮ่องเต้ สืบได้ว่าหลังเรือนองค์ชายสี่โล่งยิ่ง ข้าจึง...”จิวซินเลิกคิ้วสูง แค่นเสียงหึ “ไม่อยากเป็นสนม เจ้าจึงเฟ้นหาบุรุษรักเดียวใจเดียวเพื่อช่วงชิงรึ? บังอาจนัก สิ้นคิด!”ได้รับคำกล่าวแดกดันดูแคลนเช่นนั้น เข่อเฉินพลันหัวเราะร่า นางโบกมือไปมา ปฏิเสธพัลวัน“ไม่ใช่ๆ ข้าแค่อยากแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสี่ แต่มิได้ต้องการแต่งกับองค์ชายสี่เสียหน่อย และข้าก็ทำสำเร็จแล้วด้วย”กล่าวจบเข่อเฉินพลันหัวเราะอย่างชั่วร้ายเซี่ยจื่อเย่ผู้นั้น ไม่รอดมือนางแล้วล่ะ หึหึ! สามเดือนต่อมา งานแต่งของหญิงบรรณาการเผ่าทุ่งหญ้าจึงเกิดขึ้น และผ่านไปอย่างราบรื่น เซี่ยจื่อเย่ได้รับบรรดาศักดิ์โหวพร้อมรับภรรยาเข้ามาอย่างงุนงง จ้าวหนิงหลงยกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้จิวซิน“ข้าทำดีหรือไม่เล่า?”เขาเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ หวังให้ภรรยาเอ่ยปากชม พลางกระชับอ้
นางยืนยันคำเดิมว่าต้องการแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสี่ส่วนได้เป็นฮูหยินคนที่เท่าใดนั้นนางไม่เกี่ยงฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจึงไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ แม้ต้องการรับเป็นพระสนมเข้าตำหนักในก็ยังไม่อาจกระทำตามอำเภอใจตั้งแต่ยืนมองริ้วขบวนจอมทัพ กระทั่งตะวันคล้อยต่ำ จิวซินก็ยังไม่เห็นจ้าวหนิงหลงกลับมาหากัน นางจึงไม่รอเขาอีก เพียงอุ้มบุตรชายหายตัวเข้าไปในตำหนักส่วนพระองค์ปิดประตู ดับตะเกียง กล่อมลูกนอนอย่างเงียบเชียบเงียบเหงาทางฝั่งจ้าวหนิงหลงเขากำลังปวดหัวเกินจะกล่าว ยิ่งเห็นหญิงบรรณาการส่งสายตาพร่างพราวให้ก็แทบกระอักเลือดออกมาท้ายที่สุดเขาพลันสะบัดแขนเสื้อเดินจากพระราชวังมาพร้อมกับแม่ทัพคู่ใจแม่ทัพของเขามีนามว่าเซี่ยจื่อเย่จ้าวหนิงหลงจำได้ว่าผู้ที่เขาส่งไปปราบชนเผ่าทุ่งหญ้าจนได้สัญญาพันธมิตรพร้อมตัวหญิงบรรณาการนางนั้นกลับมาคือเซี่ยจื่อเย่ผู้นี้จ้าวหนิงหลงหรี่ตา เพ่งพิศลูกน้องคนสนิทนิ่งๆเซี่ยจื่อเย่เป็นบุรุษเย็นชา กิริยาหยาบกระด้าง แววตาที่มองผู้คนราวกับแช่แข็งทะเลสาบได้ ทว่ายามนี้แม้ถูกเจ้านายจ้องมองเนิ่นนาน กลับยังคงรักษาสีหน้าได้ราบเรียบไร้ความรู้สึก แม่ทัพหนุ่มมิใช่บุรุษที่จักถูกอิสตรีล่อล
จิวซินเงยหน้าจากแผงอกหนา “มิใช่จัดตารางเฉพาะสาวงามรึ?”“ย่อมไม่” ฝ่ามืออุ่นลูบไล้หน้าท้องของภรรยาอย่างรักใคร่ ตรงนี้มีอีกหนึ่งชีวิตที่เขาห่วงใย “ข้ายังสั่งเพิ่มนางกำนัลเข้ามาอีกหลายคน เพื่อช่วยกันดูแลเจ้ายามที่ข้าไม่อยู่”เขานิ่งชั่วครู่ ก่อนเอ่ยอีกว่า “อ้อ...ข้าส่งข่าวให้ซีผิงและหลิงฉีมาคอยคุ้มกันเจ้าด้วย พวกนางคือองครักษ์หญิงของเจ้า เผื่อว่านางกำนัลบางคนจากตำหนักฮองเฮาคิดไม่ซื่อกับเจ้าขึ้นมา ศิษย์น้องหญิงทั้งสองจะได้จัดการทันที”“ท่านพี่...” การดูแลจัดการรัดกุมเช่นนี้ แน่ชัดแล้วว่าสามีต้องเดินทางไกล ทั้งยังเนิ่นนานเกินทำใจ จิวซินถึงขั้นร้องไห้โฮแล้วไม่ง่ายเลยกับการปลอบประโลมภรรยา ราตรีนั้น จ้าวหนิงหลงทั้งกอดทั้งจูบพัลวัน เสียงสะอึกสะอื้นกลับยังคงดังกระซิกๆ มิเจือจางการเดินทางมาเยือนในเจ็ดวันให้หลังจิวซินอุ้มครรภ์อายุสามเดือนยืนส่งสามีอยู่บนหอสูงกลางเมือง จ้าวหนิงหลงเคลื่อนขบวนจากไปแล้ว หากแต่นางก็ยังคงยืนอยู่เช่นนั้น ตะวันตกดินถึงทำใจกลับตำหนักได้เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แม้จะมีจดหมายส่งมาไม่เคยขาด ทว่าจิวซินยังคงนับวันรอจ้าวหนิงหลงทุกลมหายใจย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ จิวซินเจ็บท้องค
“ตกลงท่านรับสาวงามพวกนั้นเข้าตำหนักหรือ?”แม้บอกว่าจะคุยกันด้วยดี แต่ก็อดเสียงเข้มมิได้ นางไม่พอใจมาก“ข้าขอเหตุผลดีๆ สักหลายข้อนะ”จ้าวหนิงหลงสูดปากเพราะคนงามทำแผลให้จนเลือดซึมออกมา “ข้ามีเพียงเหตุผลเดียวให้เจ้า”หญิงสาวแค่นเสียงฮึ “ว่ามา ข้ารอฟังอยู่”ดุจริงเชียว! ชายหนุ่มโอดครวญในใจ เสี่ยวเมาของเขากลายร่างเป็นแม่เสือร้ายเสียแล้ว มิใช่ลูกแมวตัวน้อยอีกต่อไปจ้าวหนิงหลงยิ้มอ่อน กดจมูกกับแก้มเนียนอย่างเข่นเขี้ยว“ข้ารับนางกำนัลเหล่านั้นไว้เพราะไม่ต้องการสร้างปัญหาให้เจ้า หากส่งกลับไปฮองเฮาย่อมไม่พอพระทัยและอาจผิดใจกับวังเสียนหรง ยามที่ข้าไม่อยู่พระนางอาจมาสร้างความลำบากให้เจ้า”เหตุผลของเขาทำจิวซินนิ่งอึ้งมิใช่เพราะประโยคที่บอกว่ารับคนเข้ามา หากแต่เป็นวาจาที่ว่า ‘หากเขาไม่อยู่’ ต่างหากที่ทำนางตกใจนัก“ท่านหมายความว่าอย่างไร? ท่านกำลังจะไปที่ใดหรือ?”จ้าวหนิงหลงเอื้อมวงแขนดึงจิวซินเข้ากอด ก่อนอธิบายเสียงเนิบ“ความวุ่นวายในตำหนักบูรพาก่อนหน้านี้บั่นทอนความเชื่อมั่นในตัวรัชทายาทไม่น้อย ครั้งหนึ่งเสด็จพ่อยังคิดจะปลดเขา แล้วให้ข้ารับตำแหน่งรัชทายาทแทน เป็นข้าเองที่ไม่ยอม จึงเสนอตัวเองออกไ
พลบค่ำมาเยือน จิวซินนั่งเหม่ออย่างรอคอย กระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู ผิงเอ๋อร์ที่รับใช้อยู่ด้านข้างรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูทันทีเป็นจิ้นเหอที่เดินเข้ามาหาใช่ใครบางคนไม่ ยามนี้ผิงเอ๋อร์เปิดใจคบหากับจิ้นเหอแล้ว ชายหนุ่มจึงขอย้ายตัวเองมาคอยรับใช้องค์ชายสี่กับพระชายาอย่างขยันขันแข็ง เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดหญิงคนรักตลอดเวลา“ทูลพระชายา องค์ชายสี่กลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”จิวซินมุ่นคิ้วพยักหน้ายังมิทันเอ่ยวาจา กลับเป็นผิงเอ๋อร์ที่ถาม“กลับมาแล้ว? ไฉนพระองค์ไม่รีบเสด็จมาหาพระชายาเล่า?”ปกติจ้าวหนิงหลงจะรีบมาหาจิวซินก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ สามีภรรยามักจะแสดงความรักต่อกันก่อนอาหารค่ำ และก่อนที่ฝ่ายสามีจะแยกตัวออกไปสะสางงานที่ห้องตำราไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยหรือดึกดื่นปานใดก็ยังกลับมานอนที่นี่เสมอสิ้นคำถามของผิงเอ๋อร์ จิ้นเหอพลันปาดเหงื่อ ก่อนเอ่ยอ้อมแอ้ม “องค์ชายสี่กำลังสั่งการให้คนพาสาวงามทั้งห้าเข้าพักที่เรือนฝั่งตะวันตก”นอกจากไม่ส่งกลับแต่ยังให้คนพาเข้าพำนักที่เรือนฝั่งตะวันตก?ขณะจิวซินคิดสงสัยในใจ จิ้นเหอกล่าวอีกว่า “จากนั้นองค์ชายยังดูแลให้ขันทีจัดตารางสำหรับสาวงามพ่ะย่ะค่ะ”“...!?”ตารางที่
จ้าวหนิงหลงพาจิวซินกลับวังทันที แต่งงานยังไม่ครบปี แต่มีเรื่องมงคลแล้วเช่นนี้ ควรประกาศก้องโดยไวแน่นอนว่าผู้ที่ดีใจที่สุดย่อมไม่พ้นหยางเซิง จิ่วฮุ่ย และอีกคนที่ยิ้มไม่หุบเลยทั้งวันก็คือฮ่องเต้จ้าวเฟยเซียนพระองค์ถึงขั้นจัดการหาแม่นมมาเตรียมตัวรอไว้พร้อมพรั่งเมื่อเหล่าขุนนางได้เห็นถึงความเอาใจใส่จากโอรสสวรรค์ คำอวยพรและของกำนัลจึงหลั่งไหลไม่ขาดสายภายในวังเสียนหรง บรรยากาศแช่มชื่นรื่นรมย์ จิวซินยืนส่งสามีด้วยรอยยิ้มยามเขาต้องออกจากตำหนักเพื่อเข้าร่วมประชุมขุนนางเหมือนทุกวัน รอบด้านอบอวนไปด้วยกลิ่นอายสดใสเจิดจรัสทว่าสองเดือนต่อมา หลังจากจ้าวหนิงหลงเดินทางออกไปแล้ว วังเสียนหรงกลับอึมครึมขึ้นมาอย่างประหลาดภายในห้องโถงหรูหรา เบื้องหน้าจิวซิน ข้าหลวงอาวุโสกำลังเดินนำขบวนนางกำนัลอายุน้อยหน้าตาสะสวยเข้ามาอย่างนอบน้อม“ทูลพระชายา นางกำนัลทั้งห้านี้ ฮองเฮาทรงคัดสรรด้วยองค์เอง เพื่อปรนนิบัติองค์ชายสี่เพคะ”จิวซินพลันหรี่ตา สีหน้าเผยความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบังทว่าข้าหลวงอาวุโสกลับไม่นำพา เพราะพระชายาตำหนักอื่น ล้วนมีสีหน้านี้ทั้งนั้น นางเพียงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็พอ







