Share

- 2 - ฐานะคนที่คิดถึง

last update publish date: 2026-06-16 14:44:42

“ไอ้โซ่! มึงเดินเลี้ยวผิดคณะป่ะวะ? ทางไปโรงอาหารวิศวะมันอยู่ฝั่งซ้ายนู่น!”

เสียงของเกียร์โวยวายขึ้นท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยงในเวลาเที่ยงครึ่ง เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังกว้างของเพื่อนสนิทที่สับขาวิ่งนำหน้าไปอย่างไม่คิดจะรอใคร

“นั่นดิโซ่ มึงจะรีบเดินไปไหนเนี่ย แดดก็ร้อน มึงข้ามฝั่งมาโรงอาหารคณะบริหารทำไมวะ” พะพายที่เดินตามมาติดๆ บ่นอุบอิบ มือเรียวยกขึ้นพัดใบหน้าตัวเองที่เริ่มมีเหงื่อซึม

“แล้วนี่ซีนมันขอแวะไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว มึงไม่คิดจะรอมันหน่อยหรือไง”

แต่ถึงแม้เพื่อนจะบ่นไล่หลังมาแค่ไหน โซ่ก็ไม่ได้สนใจจะหยุดฝีเท้า เขาในชุดนักศึกษาพับแขนเสื้อ ทับด้วยเสื้อช็อปสีเลือดหมูยังคงก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังโรงอาหารกลางของคณะบริหาร

ทันทีที่ร่างสูงก้าวเข้ามาในโรงอาหาร สายตาของนักศึกษาหลายสิบชีวิตก็แทบจะหันมามองเป็นตาเดียว โดยเฉพาะสาวๆ ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องเฟรชชี่ที่กำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ บางกลุ่มถึงกับหยุดเคี้ยวข้าวแล้วหันไปกระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมโต๊ะอย่างตื่นเต้น

ด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงและสุขุมอยู่เสมอ ทำให้โซ่ดูโดดเด่นและมีเสน่ห์แบบดิบๆ ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง

“โห แต่จะว่าไป มาที่นี่ก็ไม่เลวนะเว้ย” เกียร์ที่ตอนแรกบ่นกระปอดกระแปดพอเห็นบรรยากาศรอบข้างก็เริ่มตาวาวขึ้นมาทันที

“มึงดูดิพาย อาหารตาเพียบเลยว่ะ ขาวๆ หมวยๆ ทั้งนั้น สมกับเป็นคณะบริหารจริงๆ กูว่ากูเริ่มชอบคณะนี้แล้วว่ะ”

“โอ๊ย! หยุดเลยนะไอ้เกียร์ สันดานออกอีกแล้วนะมึง” พะพายหันไปฟาดแขนเพื่อนอย่างแรงจนเกียร์ร้องโอดโอย

“เลิกทำตัวหน้าหม้อสักสิบนาทีมันจะตายไหม หันไปมองน้องโต๊ะนั้นดิ เขาตกใจหน้ามึงจนกินข้าวไม่ลงแล้วนั่น”

“กูแค่ชื่นชมความสวยป่ะว่ะ คนเราก็ต้องมีสุนทรียภาพในหัวใจบ้างดิ” เกียร์ลูบแขนตัวเองป้อยๆ ก่อนจะหันไปหาตัวต้นเรื่องที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงนิ่งๆ

“สรุปมึงคิดอะไรของมึงอยู่วะไอ้โซ่ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นโผล่หัวมาเหยียบถิ่นคนอื่น แล้วนี่มาทำไม?”

โซ่ไม่ได้หันมามองหน้าเพื่อน เขาเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นนิดๆ ดวงตาคมทอดมองฝ่าฝูงชนตรงไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีแถวต่อคิวอยู่ยาวเหยียด ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางนั้น

“นั่นไง... เป้าหมายกู”

เกียร์และพะพายมองตามสายตาของเพื่อนไปทันที แล้วพวกเขาก็ต้องเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นร่างเล็กๆ ของหญิงสาวที่คุ้นตา... คนที่โซ่พึ่งจะวิ่งตามไปเมื่อช่วงเช้า กำลังยืนต่อแถวรอซื้อก๋วยเตี๋ยวอยู่

“เชี่ย นี่มึงเอาจริงดิ?” เกียร์ครางเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

“รอดูแล้วกัน”

พูดจบโซ่ก็ก้าวขายาวๆ เดินตรงดิ่งฝ่าวงล้อมผู้คนเข้าไปหาเธอทันที ทิ้งให้เพื่อนสนิททั้งสองคนยืนอ้าปากค้างอยู่กับที่

ทางด้านของเจ้าขาที่ลังยืนถือกระเป๋าตังค์รอคิวอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย อากาศก็ร้อน แถวก็ยาว แถมแจงเพื่อนสนิทของเธอก็หนีไปซื้อน้ำปั่นทิ้งให้เธอยืนรออาหารอยู่คนเดียว

“ป้าคะ ถึงคิวหนูแล้วใช่ไหมคะ?” เจ้าขาเอ่ยถามแม่ค้าที่กำลังลวกเส้นอย่างขะมักเขม้น

“จ้าหนู เอาอะไรดีลูก สั่งเลยๆ”

“งั้นหนูเอา...”

“เส้นเล็กลูกชิ้นเอ็นเนื้อ ไม่ถั่วงอก น้ำซุปเยอะๆ ครับ”

เสียงทุ้มต่ำที่ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลังทำเอาเจ้าขาสะดุ้งเฮือก คำสั่งก๋วยเตี๋ยวที่ยังไม่ทันหลุดออกจากปากถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันที เธอเบิกตากว้างก่อนจะหันขวับกลับไปมองคนเสียมารยาทที่กล้ามาตัดหน้าสั่งอาหารก่อนเธอ

แต่แล้วดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม เมื่อพบว่าคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในระยะประชิดคือคนที่ทำให้หัวใจของเธอว้าวุ่นมาตั้งแต่เช้า

“พี่โซ่!” เจ้าขาเผลอเรียกชื่อเขาออกมาเสียงดัง

ร่างสูงในชุดช็อปวิศวะยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมามองคนตัวเล็กที่สูงแค่ระดับอกของเขา ก่อนจะยิ้มกริ่มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่เจ้าขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี

“ไง ทำหน้าตกใจขนาดนั้น พี่มาหาข้าวกินบ้างไม่ได้หรือไง” โซ่พูดด้วยน้ำเสียงยียวน จนเจ้าขาขมวดคิ้วทันที ใบหน้าสวยบึ้งตึงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

“มาหาข้าวกินก็ไปต่อแถวสิคะ มาแซงคิวคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง”

“ก็สั่งให้คนแถวนี้แหละ” โซ่ตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเจ้าขาต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว

“ทำไม? สั่งผิดตรงไหน เส้นเล็กลูกชิ้นเอ็นเนื้อ ไม่ใส่ถั่วงอก ขอน้ำซุปเยอะๆ ชอบกินเหมือนเดิมเลยนี่”

ดวงตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความรู้ทันและแฝงความขี้เล่นอยู่ในนั้น โซ่จำรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับเธอได้เสมอ ตั้งแต่เด็กจนโต เจ้าขากินก๋วยเตี๋ยวเมนูนี้เมนูเดียวมาตลอด และไม่เคยแตะถั่วงอกเลยแม้แต่เส้นเดียว

เจ้าขาเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้สึกหงุดหงิดที่เขายังจำเรื่องของเธอได้ดีขนาดนี้ แต่ความทรงจำในอดีตที่เขาเคยปฏิเสธเธออย่างเย็นชาก็ยังคงตามหลอกหลอน เธอเชิดหน้าขึ้นกอดอกมองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว

“บางทีเจ้าขาอาจจะไม่ชอบอะไรเดิมๆ แล้วก็ได้ค่ะ” เธอเน้นเสียงตอบกลับไปอย่างชัดเจน

“คนเราโตขึ้น รสนิยมมันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา อย่าคิดไปเองสิคะว่าเจ้าขายังเหมือนเดิม”

คำพูดของเธอเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงจึกเข้าที่กลางอกของโซ่ร่างสูงสะอึกไปนิดหน่อย ดวงตาคมที่เคยวาววับด้วยความขี้เล่นหม่นแสงลงวูบหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปชั่วขณะ

โซ่รู้ดีว่าประโยคเมื่อครู่ เจ้าขาไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องก๋วยเตี๋ยว แต่มันหมายรวมถึงความรู้สึกที่เธอเคยมีให้เขาด้วย เธอกำลังตอกย้ำว่าเธออาจจะไม่ได้ชอบคนเดิมอย่างเขาอีกแล้ว

บรรยากาศรอบตัวของทั้งสองคนเงียบงันลงชั่วอึดใจ จนกระทั่งเสียงของแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวทำลายความอึดอัดนั้นลง

“ได้แล้วจ้าหนู! เส้นเล็กเอ็นเนื้อไม่ถั่วงอก น้ำซุปเยอะๆ ห้าสิบบาทจ้า”

เสียงนั้นดึงสติของโซ่ให้กลับมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้กลับมาขี้เล่นและกวนประสาทเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว เขาจะไม่ยอมแพ้แค่เพราะคำพูดประชดประชันของเด็กดื้อตรงหน้าหรอก

“อ่ะ นี่ครับ”

โซ่เอื้อมมือยาวๆ ข้ามหัวเจ้าขาไปหยิบชามก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ มาถือไว้ในมืออย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้กับคนตัวเล็กที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่

“ถึงรสนิยมจะเปลี่ยน แต่วันนี้ป้าเขาทำเสร็จแล้ว ก็กินๆ ไปก่อนแล้วกันนะ” โซ่ว่าพลางล้วงมืออีกข้างเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบกระเป๋าตังค์

“เดี๋ยวชามนี้พี่...”

แปะ!

ยังไม่ทันที่โซ่จะพูดจบหรือหยิบธนบัตรออกมาได้ เจ้าขาก็จัดการวางแบงก์ร้อยลงบนโต๊ะสแตนเลสหน้าร้านอย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องทอนค่ะป้า!” เจ้าขาหันไปบอกแม่ค้า ก่อนจะหันมามองหน้าโซ่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“ส่งชามก๋วยเตี๋ยวมาให้เจ้าขาได้แล้วค่ะ เจ้าขาจ่ายเงินแล้ว”

โซ่มองแบงก์ร้อยบนโต๊ะ สลับกับใบหน้าสวยที่เชิดขึ้นอย่างดื้อดึงของคนตัวเล็ก เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากออกมาอย่างนึกหมั่นเขี้ยว ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ยัยตัวแสบของเขาก็ยังคงดื้อรั้นไม่ยอมคนเหมือนเดิมไม่มีผิด

“พี่รู้ว่าเจ้าขามีเงินครับ” โซ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลขึ้นจนคนฟังรู้สึกใจแกว่ง

“บ้านเรารวยแค่ไหนทำไมพี่จะไม่รู้ พี่รู้ดีที่สุดนั่นแหละ”

“รู้แล้วก็ส่งมาสิคะ จะถือไว้ทำไม”

เจ้าขาแบมือทวงของในมือเขาพยายามทำเสียงแข็งเข้าสู้ แต่โซ่กลับดึงชามก๋วยเตี๋ยวหลบ ร่างสูงขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอมากขึ้นอีกนิด จนปลายรองเท้าของทั้งคู่แทบจะชนกัน

เขาก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกับคนตรงหน้า ดวงตาคมกริบสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

“แต่ว่าพี่อยากจ่ายให้นี่ครับ”

โซ่พูดเสียงกระซิบที่ได้ยินกันแค่สองคน ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเจ้าขากระตุกวูบอย่างรุนแรง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่รินรดอยู่ใกล้ๆ ทำเอาสติของเธอแทบจะหลุดลอย หญิงสาวพยายามถอยหลังหนี แต่ด้านหลังก็ติดกับโต๊ะร้านก๋วยเตี๋ยวจนหมดทางถอย

“จะมาจ่ายให้ทำไมคะ?” เจ้าขาเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก พยายามบังคับสายตาไม่ให้หลบตาเขา

“พี่โซ่จะมาจ่ายค่าข้าวให้เจ้าขาในฐานะอะไรไม่ทราบ?”

คำถามนั้นท้าทายและตรงไปตรงมา เจ้าขาหวังว่ามันจะทำให้เขาล่าถอยไป หรืออย่างน้อยก็ทำให้เขาอึดอัดจนเลิกกวนประสาทเธอสักที แต่เธอคิดผิด... โซ่ไม่ใช่พี่ชายข้างบ้านคนเดิมที่เคยเดินหนีปัญหาอีกต่อไปแล้ว

เขาไม่ตอบในทันที เขาเพียงแค่มองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของเธอ รอยยิ้มกวนๆ ค่อยๆ จางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา เหลือเพียงความจริงจังและเว้าวอนอย่างลึกซึ้ง

“ฐานะคนที่คิดถึง” โซ่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและแฝงไปด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตลอดสองปี

“...ได้ไหมครับ?”

“อึก...”

เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ เจ้าขายืนนิ่งงันเบิกตากว้าง ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา คำว่าคิดถึงที่หลุดออกมาจากปากของคนที่เคยบอกว่าเธอเป็นแค่น้องสาวมันรุนแรงและสั่นคลอนกำแพงในใจของเธอจนแทบจะพังทลาย

ใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน เจ้าขากัดริมฝีปากตัวเองแน่น พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงให้กลับคืนมา

“เกิดอะไรขึ้นอ่ะเจ้าขา!”

แต่ก่อนที่เจ้าขาจะได้พูดอะไรออกไป เสียงแหลมๆ ของแจงก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน เพื่อนสนิทของเธอเดินถือแก้วน้ำปั่นสองแก้วฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยสีหน้างุนงง เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองกำลังยืนประจันหน้าอยู่กับรุ่นพี่วิศวะสุดหล่อที่พึ่งเจอกันเมื่อเช้า

“นี่พี่คนเมื่อเช้านี่นา!” แจงทำตาโต ชี้หน้าโซ่อย่างตื่นเต้น

“มาทำอะไรตรงนี้คะเนี่ย แล้วทำไมมาถือชามก๋วยเตี๋ยวให้เพื่อนหนูอ่ะ” เจ้าขาสะดุ้งสุดตัว รีบหันไปหาเพื่อนสนิทราวกับเจอสวรรค์มาโปรด

“มะ... ไม่มีอะไรหรอกแจง!”

เจ้าขารีบตอบก่อนจะหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงอีกครั้ง ความเขินอายและความสับสนตีรวนกันจนกลายเป็นความหงุดหงิดกลบเกลื่อน หญิงสาวยื่นมือไปคว้าชามก๋วยเตี๋ยวในมือของโซ่มาถือไว้เองอย่างรวดเร็วและแรงจนน้ำซุปแทบกระฉอก โชคดีที่โซ่ปล่อยมือออกให้แต่โดยดี

“ชิ!” เจ้าขาส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ พร้อมกับตวัดสายตาค้อนขวับใส่คนตัวโตที่ยังคงยืนยิ้มมุมปากอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“ไปกันเถอะแจง ฉันหิวจนตาลายแล้ว ไม่อยากยืนคุยกับคนแปลกหน้าแถวนี้แล้ว!”

พูดจบเจ้าขาก็จัดการคว้าแขนเพื่อนสนิทแล้วออกแรงลากให้เดินตามออกไปจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งให้โซ่ยืนมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ที่เดินกระแทกส้นเท้าจากไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู

“อ้าวเฮ้ย เจ้าขา! เดี๋ยวสิ แล้วพี่คนนี้ล่ะ” แจงที่โดนลากพยายามหันกลับมามองโซ่อย่างเสียดาย แต่ก็สู้แรงเพื่อนไม่ไหว ถูกลากกลืนหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว

โซ่มองตามจนร่างบางนั่งลงที่โต๊ะมุมหนึ่งของโรงอาหาร เขาส่ายหัวเบาๆ พร้อมกับหัวเราะในลำคอ

“อ้าว สรุปน้องเขาเดินหนีไปแล้วเหรอวะ” เกียร์ที่แอบยืนดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนสนิท

“แล้วไงวะนั่น เข้าไปคุยอะไรกันวะ กูเห็นน้องเขาหน้าแดงแป๊ดเลย มึงไปรังแกอะไรน้องเขาเปล่าเนี่ย”

“กูแค่คุยเรื่องเก่าๆ นิดหน่อย” โซ่ตอบเรียบๆ แต่สายตายังไม่ละไปจากโต๊ะของเจ้าขา

“เรื่องเก่าๆ เชี่ยไรวะ กูงงไปหมดแล้วเนี่ย” เกียร์เกาหัวแกรกๆ ก่อนจะหันไปหาพะพายที่เดินตามมาสมทบ

“มึงเข้าใจที่มันพูดป่ะพาย”

“กูก็ไม่เข้าใจโว้ย” พะพายถอนหายใจยาว

“แต่ดูจากทรงแล้ว คงไม่ใช่แค่คนรู้จักธรรมดาแน่ๆ มึงดูสายตามันดิไอ้เกียร์ เยิ้มเป็นน้ำเชื่อมหมดแล้ว” โซ่หันกลับมามองเพื่อนทั้งสองคน ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“ป่ะ ไปหาข้าวกินกัน กูหิวแล้ว” โซ่เอ่ยชวนหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เอ้า! สรุปมึงมากินข้าวที่นี่จริงๆ เหรอเนี่ย กูนึกว่ามาเต๊าะหญิงเฉยๆ” เกียร์โวยวาย

“กูบอกแล้วไงว่ากูตั้งใจมา” โซ่พูดพลางเดินนำหน้าเพื่อนไปหาโต๊ะว่าง รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา

ใช่... เขาตั้งใจมา

ตั้งใจมาหาคนบางคน ตั้งใจมากวนประสาท ตั้งใจมาให้เธอเห็นหน้า และตั้งใจมาบอกให้รู้ว่าต่อจากนี้ไป เธอจะไม่มีทางสลัดเขาออกไปจากชีวิตได้ง่ายๆ อีก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 36 - จบบริบูรณ์

    ช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดและมรสุมชีวิตได้ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้นแล้ว ในที่สุดช่วงเวลาที่นักศึกษาทุกคนรอคอยอย่างช่วงปิดเทอมก็มาถึงเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จที่ครอบครัวของเจ้าขาหลุดพ้นจากคดีความ และฉลองการสอบเสร็จที่แสนจะสูบพลังงาน แก๊งหนุ่มวิศวะสุดป่วนจึงได้จัดทริปแพ็กกระเป๋าขับรถมาตั้งแคมป์พักผ่อนกันที่ลานกางเต็นท์ริมแก่งน้ำตกแห่งหนึ่งในจังหวัดที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและภูเขาบรรยากาศยามค่ำคืนริมแก่งน้ำตกนั้นแสนจะเย็นสบายและสดชื่น เสียงน้ำไหลกระทบโขดหินดังซู่ซ่าสลับกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงมอยู่รอบลานกางเต็นท์ แสงไฟประดับสีส้มดวงเล็กๆ ถูกนำมาห้อยโยงยางระหว่างต้นไม้ใหญ่ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูกตรงลานกว้างด้านหน้าเต็นท์พัก กองไฟกองใหญ่กำลังลุกโชนให้ความอบอุ่น แก๊งเพื่อนสนิทอย่างเกียร์ พะพาย และเพื่อนคนอื่นๆ กำลังนั่งล้อมวงย่างบาร์บีคิวและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานเฮฮาทว่า... ห่างออกไปจากความวุ่นวายของกลุ่มเพื่อน บริเวณริมแก่งน้ำที่ค่อนข้างมืดและเงียบสงบร่างสูงของโซ่ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงวอร์มสบายๆ กำลังเดินกุมมือเล็กของเจ้าขาเอาไว้แน่น ทั้งสองคนเดินเคียงข้างก

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 35 - รางวัล

    ติ๊ด... แกร๊ก!เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น ก่อนที่บานประตูคอนโดหรูจะถูกผลักเปิดออก ร่างเล็กของเจ้าขาก้าวเดินเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบเดือน ความหนักอึ้งที่เคยกดทับบ่าจนแทบหายใจไม่ออกได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว วันนี้ครอบครัวของเธอได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา และคนที่มอบมันให้ก็คือผู้ชายร่างสูงที่กำลังเดินตามหลังเธอเข้ามาติดๆเธอถอดรองเท้าส้นสูงออก วางกระเป๋าสะพายใบเล็กไว้บนเคาน์เตอร์หน้าประตู เธอกำลังจะหันไปถามเขาว่าอยากดื่มน้ำเย็นๆ หรือเปล่า ทว่า... ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะได้ขยับตัวก้าวเดินไปไหนหมับ!ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็สอดเข้ามารวบกอดรัดที่เอวคอดกิ่วของเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว! แผ่นหลังบางถูกดึงให้เข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อของโซ่จนไร้ช่องว่าง ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดลงมาที่ต้นคอขาวเนียน ทำเอาคนถูกกอดสะดุ้งเฮือก“อ๊ะ... พี่โซ่!” เจ้าขาร้องอุทานเบาๆ มือบางรีบยกขึ้นมาจับท่อนแขนของเขาที่กอดรัดเอวเธอเอาไว้แน่น“ตกใจหมดเลยค่ะ มาแอบกอดข้างหลังทำไมเนี่ย ปล่อยก่อนเร็ว เจ้าขาจะไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่ม ดื่มน้ำก่อนไหมคะ”“

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 34 - ข่าวดี

    รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามเส้นทางที่แสนคุ้นเคย ทว่ายิ่งรถขับเข้ามาใกล้หมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์มากเท่าไหร่ คิ้วเรียวสวยของเจ้าขาก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเท่านั้น เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของคนขับด้วยความสับสน“พี่โซ่คะ... นี่มันทางไปบ้านเจ้าขานี่นา พี่พาเจ้าขามาที่นี่ทำไมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ“ก็พามาส่งบ้านไงครับ วันนี้อากาศดีนะ ว่าไหม” โซ่ตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่ได้หันมามอง แววตาของเขามีประกายบางอย่างซ่อนอยู่“พี่โซ่! เรามาที่นี่ไม่ได้นะคะ!” เจ้าขาร้องเสียงหลง รีบเอื้อมมือไปแตะท่อนแขนของเขา“พี่ลืมไปแล้วเหรอคะว่าบ้านของเจ้าขาโดนกรมบังคับคดีติดป้ายอายัดเอาไว้แล้ว ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด ขืนเราเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวก็โดนตำรวจจับข้อหาบุกรุกหรอกค่ะ เลี้ยวรถกลับเถอะนะคะ เจ้าขากลัว”เธอละล่ำละลักบอกด้วยความร้อนรน ภาพที่เธอต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมาจากคอนโดเมื่อหลายวันก่อนยังคงหลอกหลอนจิตใจ เธอไม่อยากกลับไปเห็นภาพบาดตาบาดใจที่หน้าบ้านตัวเองอีกแล้วทว่าโซ่กลับไม่ได้ทำตามคำขอ เขาเพียงแค่ระบายยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก ก่อนจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปในซอยบ้านของเธอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 33 - หลักฐานสำคัญ

    โซ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงศอกกับกางเกงสแล็คสีดำดูภูมิฐานและเป็นผู้ใหญ่กว่าทุกวัน เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ ลวกๆ ก่อนจะเดินกลับมาหยุดอยู่ข้างเตียงคิงไซส์เขาทอดสายตามองใบหน้าสวยหวานที่กำลังหลับสนิท ริมฝีปากบางเผยอขึ้นน้อยๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากบทรักที่เร่าร้อนและลึกซึ้งตลอดทั้งคืนยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเธอโซ่โน้มตัวลงไปใกล้ๆ ริมฝีปากอุ่นจัดประทับจูบลงบนพวงแก้มนิ่มที่ยังคงมีรอยคราบน้ำตาจางๆ จากเมื่อคืนอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน“เจ้าขาไม่ต้องกลัวนะ” โซ่กระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น“พี่จะจัดการทุกอย่างให้เอง เธอรอรับข่าวดีอยู่ที่นี่ได้เลย”ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะผละใบหน้าออกและหมุนตัวเดินจากไปนั้นเองหมับ!มือเล็กๆ ที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา ก็เอื้อมมาคว้าจับเข้าที่ข้อมือหนาของเขาเอาไว้แน่น โซ่ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองทันที ดวงตากลมโตที่เคยหลับสนิท บัดนี้ค่อยๆ ปรือลืมขึ้นมาสบตากับเขา เจ้าขางัวเงียเล็กน้อย เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง มืออีกข้างดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังหน้าอกหน้าใจที่เปลือยเปล่าเอาไว้แน่น“อ๊ะ” ทันที

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 32 - ปล่อยให้พี่ทำนะ

    “อื้อ”เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาจากลำคอของเจ้าขา เมื่อริมฝีปากหยักได้รูปของโซ่บดเบียดลงมาอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน จูบที่เริ่มต้นจากการปลอบประโลมเพื่อลบล้างหยาดน้ำตา ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเรียกร้องและโหยหา ท่ามกลางความเงียบงันของห้องนั่งเล่นที่มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองสอดประสานกันฝ่ามือหนาของเขาประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กเอาไว้ ปรับองศาใบหน้าให้แนบชิดยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานภายในโพรงปากอย่างช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบหรือจาบจ้วง ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่“พี่โซ่” เธอผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อหอบหายใจ ดวงตากลมโตที่เปื้อนคราบน้ำตาช้อนขึ้นมองเขาด้วยความรักที่หมดเปลือก“พาเจ้าขาเข้าห้องเถอะนะคะ”คำขอร้องที่แสนซื่อตรงและเต็มไปด้วยความไว้ใจ ทำเอาโซ่ชะงักไปชั่ววินาที เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาคมกริบสั่นไหวด้วยความตื้นตัน“เธอแน่ใจนะเจ้าขา” โซ่กระซิบถามเสียงพร่า นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างเบามือ“ถ้าเธอเดินเข้าห้องไปกับพี่ตอนนี้... พี่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีพี่ไปไหนได้อีกแล้วนะ พี่จะกอดเธอไว้ทั้งคืนเลย”“เจ้าขาแน่ใจค่ะ” เธอตอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 31 - ความจริงที่พึ่งรู้

    “ตอนนั้น...”เสียงทุ้มต่ำของโซ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าขา ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความสับสน“บริษัทของพ่อพี่กำลังมีปัญหาหนักมาก หนักจนถึงขั้นวิกฤต”“ปัญหาเหรอคะ” เจ้าขาทวนคำเสียงแผ่ว ริมฝีปากบางสั่นระริก“ใช่ครับ ปัญหาใหญ่มาก” โซ่พยักหน้าช้าๆ“มีคนในบริษัททุจริต ยักยอกเงินมหาศาลจนสภาพคล่องของบริษัทพังทลาย หนี้สินพอกพูนจนธนาคารเตรียมจะฟ้องร้องยึดทรัพย์ ตอนนั้นใครๆ ก็คิดว่าครอบครัวพี่ล้มละลายแน่ๆ พ่อของพี่เครียดจนเส้นเลือดในสมองเกือบแตก ต้องเข้าไอซียู ทรัพย์สินทุกอย่าง บ้าน รถ บัญชีเงินฝากกำลังจะถูกอายัด”เจ้าขานิ่งอึ้ง ร่างกายของเธอชาวาบไปหมด เรื่องราวที่เขาเล่ามา... มันช่างเหมือนกับฝันร้ายที่ครอบครัวของเธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน“ทำไมคะ ทำไมตอนนั้นเจ้าขาถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย คุณพ่อคุณแม่ของเจ้าขาก็ไม่เคยพูดถึง” เธอถามด้วยความงุนงง“เพราะคุณพ่อของพี่ขอร้องเอาไว้ครับ ท่านไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคนนอก ไม่อยากให้เป็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status