Share

- 6 - รสชาติผู้ใหญ่สุดๆ

last update Tanggal publikasi: 2026-07-26 00:24:10

“แกเป็นอะไรเนี่ยเจ้าขา ทำท่าเหมือนหนีเจ้าหนี้มาทวงเงินอย่างนั้นแหละ” แจงทักขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนเอาแต่ชะเง้อมองไปมา

“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร ฉันแค่ดูรถเฉยๆว่าแท็กซี่ผ่านมาบ้างไหม” เจ้าขาตอบปัดๆแต่สายตายังคงสอดส่ายไปทั่วลานจอดรถ

ข้อความข่มขู่ในแอปพลิเคชันไลน์ที่ถูกส่งมาจากพี่ชายหน้ามึนเมื่อตอนกลางวันยังคงฉายชัดอยู่ในหัว แค่คิดว่าผู้ชายตัวโตในชุดเสื้อช็อปวิศวะจะบุกเข้าไปในห้องเรียนของเธอจริงๆ เจ้าขาก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวแล้ว

แต่จะให้เธอยอมเดินไปหาเขาดีๆ อย่างนั้นเหรอ? ไม่มีทางหรอก!

“งั้นฉันกลับก่อนนะเจ้าขา แฟนฉันมารับแล้ว นู่นไง” แจงชี้มือไปทางรถยนต์คันหนึ่งที่จอดรออยู่

“แกกลับเองได้แน่นะ ให้ฉันไปส่งไหม”

“ไม่ต้องๆ แกกลับไปเถอะ ฉันกลับเองได้” เจ้าขารีบโบกมือลาเพื่อนสนิท

ทันทีที่แจงเดินแยกออกไป เจ้าขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมตัวจะสับขาวิ่งหนีออกไปทางประตูหลังของคณะเพื่อหลบเลี่ยงเส้นทางหลัก ทว่าก้าวเท้าไปได้เพียงแค่ก้าวเดียว

“น้องเจ้าขาครับ! หนูทางนี้! พี่โซ่มารับแล้วครับ!”

เสียงทุ้มกังวานที่ถูกดัดให้ดังกว่าปกติหลายเท่าตัว ตะโกนก้องข้ามลานกว้างหน้าตึกมาอย่างจงใจ

เจ้าขาสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต เธอหันขวับไปตามเสียงทันที ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงของโซ่กำลังยืนโบกมือหยอยๆอยู่ข้างรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ของเขา แถมใบหน้าหล่อเหลานั้นยังฉีกยิ้มกว้างอย่างกวนๆ

ที่แย่ไปกว่านั้นคือ... สรรพนามที่เขาใช้ตะโกนเรียกเธอเมื่อครู่ มันทำให้นักศึกษาหลายสิบคนที่อยู่บริเวณนั้นหันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว! บางคนถึงกับซุบซิบและอมยิ้มกันอย่างออกรส

“พี่โซ่! คนบ้าเอ๊ย!”

เจ้าขาสบถออกมาอย่างเหลืออด ความอับอายปนความโมโหทำให้เธอสับขาวิ่งหน้าตั้งตรงดิ่งเข้าไปหาผู้ชายจอมกวนประสาททันที

เมื่อวิ่งไปถึงตัวเขา เธอก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอเขย่งปลายเท้าขึ้นสุดตัวแล้วใช้มือบางทั้งสองข้างตะปบเข้าที่ปากของคนตัวโตเพื่อปิดกั้นเสียงตะโกนนั้นอย่างรวดเร็ว

“อื้อๆๆ” โซ่แกล้งส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ แต่ดวงตาคมกริบกลับแวววาวไปด้วยความชอบใจ

“เงียบเดี๋ยวนี้เลยนะพี่โซ่! จะตะโกนทำไมเนี่ย คนมองหมดแล้วเห็นไหม!” เจ้าขาตวาดใส่หน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอายจนทำอะไรไม่ถูก

โซ่หัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกมือหนาขึ้นจับข้อมือเล็กที่กำลังปิดปากเขาอยู่ ค่อยๆดึงมือของเธอออกอย่างนุ่มนวล แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือนั้นให้เป็นอิสระ เขากุมมือเธอเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมากระซิบใกล้ๆด้วยรอยยิ้มกริ่ม

“ก็พี่เตือนแล้วไง บอกแล้วว่าถ้ายอมมาหาดีๆก็ไม่ต้องโดนแบบนี้” โซ่พูดพลางเลิกคิ้ว

"หรือเมื่อกี้คิดจะวิ่งหนีไปทางประตูหลัง หืม? เด็กดื้อ”

“ใคร... ใครจะหนี ไม่มีสักหน่อย!” เจ้าขาเถียงคอเป็นเอ็น พยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุม

“ปล่อยมือเลยนะ คนมองใหญ่แล้ว”

“ไม่ปล่อย” โซ่ตอบหน้าตาย

“ขึ้นรถ”

“ไม่เอา! เจ้าขาจะกลับเอง จะไปเรียกแท็กซี่!”

“อย่าให้พี่ต้องใช้กำลังนะเจ้าขา” น้ำเสียงทุ้มเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ

“ถ้ายังดื้อแล้วปฏิเสธอีก พี่จะอุ้มพาดบ่าแล้วเดินวนรอบคณะบริหารสักสามรอบเลย เอาไหม”

“พี่โซ่! นี่พี่ขู่เจ้าขาเหรอ!”

“ไม่ได้ขู่... พี่พูดจริงและทำจริงเสมอ เจ้าขารู้นี่” โซ่ท้าทายพลางทำท่าจะย่อตัวลงเพื่ออุ้มเธอจริงๆ

“โอเคๆ! ยอมแล้ว! ยอมขึ้นรถแล้ว ขยับไปไกลๆเลยนะ!”

เจ้าขารีบถอยทันทีอย่างยอมจำนน เธอรู้ดีว่าคนอย่างโซ่ ถ้าได้พูดแล้ว เขาทำจริงแน่นอน และเธอจะไม่ยอมเสี่ยงเอาตัวเองไปเป็นเป้าสายตาให้โดนอุ้มพาดบ่าต่อหน้าคนทั้งคณะเด็ดขาด

เธอกระแทกส้นเท้าเดินไปรับหมวกกันน็อกใบเดิมจากมือเขามาสวมด้วยใบหน้าง้ำงอ

โซ่มองตามแล้วลอบยิ้มอย่างอารมณ์ดีที่สามารถปราบพยศเด็กดื้อได้สำเร็จ เขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ รอจนคนตัวเล็กปีนขึ้นมานั่งซ้อนท้ายเรียบร้อยแล้วจึงสตาร์ทเครื่องยนต์

“แล้วนี่จะพาไปไหนคะ ทางกลับคอนโดมันเลี้ยวซ้ายนะ” เจ้าขาเอ่ยถามเสียงแข็งเมื่อเห็นเขากำลังจะเลี้ยวรถไปอีกทาง

“ไปร้านไอติม” โซ่ตอบฝ่าเสียงลม

“ฮะ? ร้านไอติม? ไม่ไปค่ะ เจ้าขาไม่อยากกิน!”

“รับรองว่าร้านนี้เจ้าขาต้องชอบ”

โซ่ไม่สนใจคำปฏิเสธของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาบิดคันเร่งพารถพุ่งทะยานออกสู่ถนนใหญ่ทันที ทิ้งให้คนซ้อนท้ายนั่งหน้ามุ่ยทำปากขมุบขมิบก่นด่าเขาอยู่ในใจไปตลอดทาง

ใช้เวลาไม่นานก็มาจอดสนิทอยู่ที่หน้าร้านไอศกรีมคาเฟ่สไตล์มินิมอลแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในซอยย่านวัยรุ่น บรรยากาศร้านดูน่ารักและตกแต่งอย่างสวยงาม มีลูกค้าวัยรุ่นนั่งอยู่ประปราย

“ลงมาสิ” โซ่เอ่ยเรียกพลางรับหมวกกันน็อกคืนจากคนตัวเล็ก

เจ้าขาเดินตามร่างสูงเข้าไปในร้านอย่างเสียไม่ได้ แอร์เย็นฉ่ำและกลิ่นหอมหวานของวานิลลาและช็อกโกแลตลอยมาแตะจมูกจนแอบรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมานิดหน่อย แต่เธอก็ยังคงเก๊กหน้าตึงเอาไว้

ทั้งคู่เลือกนั่งที่โต๊ะมุมสุดของร้านที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว พนักงานเสิร์ฟเดินนำเมนูมาวางให้ทันที

“รับอะไรดีคะ” พนักงานสาวเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

โซ่หยิบเมนูขึ้นมาดูเพียงแวบเดียวก่อนจะหันไปสั่งพนักงานอย่างคล่องแคล่ว

“เอาไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีซันเดย์ สองที่ครับ”

เขาสั่งรสชาติโปรดที่เจ้าขาชอบกินมาตั้งแต่เด็กอย่างรู้ใจที่สุด เขารู้ดีว่าเธอชอบกินไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีที่เปรี้ยวอมหวาน เพราะมันทำให้เธออารมณ์ดีเสมอ โซ่หันมาส่งยิ้มกริ่มให้คนตรงข้าม ราวกับจะบอกว่า ‘พี่รู้ใจหนูดีที่สุด’

รอยยิ้มรู้ทันของเขามันทำให้ความรู้สึกอยากเอาชนะในตัวเจ้าขาพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงต้องทำเหมือนรู้ใจเธอไปซะทุกอย่างด้วย เธอจะไม่ยอมเป็นน้องเจ้าขาคนเดิมที่เดินตามเขาอีกต่อไปแล้ว

“เดี๋ยวค่ะ!” เจ้าขารีบยกมือขัดจังหวะพนักงานเสิร์ฟที่กำลังจะจดออเดอร์

“ของหนูขอเปลี่ยนค่ะ ไม่เอาสตรอว์เบอร์รีแล้ว”

“อ้าว แล้วหนูจะรับเป็นรสอะไรดีคะ” พนักงานถามอย่างงุนงง

เจ้าขาปรายตาไปมองหน้าโซ่อย่างท้าทาย ก่อนจะก้มลงชี้ภาพในเมนูแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“เอาเป็นดาร์กช็อกโกแลตแบบขมสุด 100% เลยค่ะ หนึ่งที่”

สิ้นคำสั่งของเจ้าขา โซ่ก็เลิกคิ้วขึ้นสูงทันที ดวงตาคมกริบมองคนตรงหน้าอย่างประหลาดใจเจือความขบขัน

“เปลี่ยนรสเหรอ? ไม่ชอบสตรอว์เบอร์รีแล้ว?” โซ่แกล้งถาม

“ใช่ค่ะ!” เจ้าขาเชิดหน้าขึ้น ตอบฉะฉาน

“บอกแล้วไงคะว่าคนเราโตขึ้น รสนิยมก็ต้องเปลี่ยนไปบ้าง ใครจะไปกินอะไรเดิมๆซ้ำซากอยู่ได้ เจ้าขาไม่ชอบของหวานเลี่ยนๆแล้ว ตอนนี้ชอบรสขมๆแบบผู้ใหญ่มากกว่าค่ะ”

“อ๋อ งั้นเหรอ” โซ่ลากเสียงยาว มุมปากยกยิ้มอย่างรู้ทัน เขาไม่ได้คัดค้านอะไร หันไปพยักหน้าให้พนักงานเสิร์ฟ

“ตามนั้นครับ สตรอว์เบอร์รีซันเดย์หนึ่ง ดาร์กช็อกโกแลตหนึ่ง”

“รอสักครู่นะคะ” พนักงานรับออเดอร์แล้วเดินจากไป

บรรยากาศที่โต๊ะกลับมาเงียบอีกครั้ง เจ้าขานั่งกอดอก พยายามทำหน้านิ่งและเชิดใส่ผู้ชายฝั่งตรงข้ามที่เอาแต่นั่งเท้าคางจ้องมองเธอด้วยสายตาไว้ใจไม่ๆด้ไม่เลิก

“มองอะไรคะ?” เธออดไม่ได้ที่จะแขวะ

“มองเด็กดื้อที่พยายามจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่” โซ่ตอบหน้าตาย

“พี่โซ่!”

“อะไรล่ะ พี่พูดผิดตรงไหน” โซ่หัวเราะเบาๆ

“ก็รอดูแล้วกัน ว่าผู้ใหญ่จะกินดาร์กช็อกโกแลตหมดถ้วยไหม”

รอเพียงไม่นานไอศกรีมสองถ้วยก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ถ้วยหนึ่งเป็นสตรอว์เบอร์รีสีชมพูสดใสน่าทาน ถูกวางลงตรงหน้าโซ่ ส่วนอีกถ้วยเป็นไอศกรีมดาร์กช็อกโกแลตสีดำเข้มข้นจนเกือบดำสนิท ถูกวางลงตรงหน้าของเจ้าขา

แค่เห็นสีอันเข้มข้นของมัน เจ้าขาก็แอบลอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก

เอาจริงๆ เธอเป็นคนเกลียดของขมเข้าไส้ กาแฟยังต้องสั่งหวานร้อย ดาร์กช็อกโกแลตนี่ถือเป็นของแสลงสำหรับลิ้นของเธอเลยก็ว่าได้

แต่วินาทีนั้นความอยากเอาชนะผู้ชายหน้ามึนตรงหน้ามันมีมากกว่า เธอจึงรวบรวมความกล้า หยิบช้อนเหล็กขึ้นมาตักไอศกรีมสีเข้มเข้าปากคำโต

“เป็นไง อร่อยไหม?” โซ่ถามพลางเท้าคางมองด้วยรอยยิ้ม

“อะ อร่อยค่ะ! อร่อยมากกกก รสชาติผู้ใหญ่สุดๆ”

เจ้าขาตอบเสียงสูงปรี๊ด พยายามฝืนยิ้มกว้าง ทั้งที่ความจริงแล้วรสชาติขมปร่าของดาร์กช็อกโกแลต 100% กำลังแผ่ซ่านไปทั่วลิ้นจนเธอแทบจะหลุดหน้าเบ้ เธอรีบตักเข้าปากอีกคำเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเอง

“อืม งั้นก็ดี กินเยอะๆนะ” โซ่พูดพลางมองท่าทางฝืนๆของเธออย่างขบขัน

เวลาผ่านไปสักพักเจ้าขาฝืนกินดาร์กช็อกโกแลตสุดขมขื่นไปได้ประมาณครึ่งถ้วย ความขมปะแล่มๆเริ่มทำให้คอของเธอแห้งผาก

หน้าสวยๆเริ่มมุ่ยลงทีละนิดๆ อาการฝืนยิ้มเริ่มเก็บซ่อนไว้ไม่อยู่ เธอแอบเหลือบตามองถ้วยสตรอว์เบอร์รีซันเดย์น่าอร่อยที่ตั้งอยู่ตรงหน้าโซ่ด้วยสายตาละห้อย

แปลกมาก ผู้ชายตรงหน้าเธอเอาแต่นั่งจ้องหน้าเธอ โดยที่ยังไม่ได้แตะไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีในถ้วยของตัวเองเลยแม้แต่คำเดียว ไอศกรีมสีชมพูเริ่มละลายเยิ้มจนน่าเสียดาย

โซ่ที่ลอบสังเกตอาการของคนดื้อมาตั้งแต่ต้น แอบขำจนไหล่สั่นนิดๆ เขารู้ดีอยู่แล้วว่าเจ้าขาเกลียดของขมแค่ไหน เธอมันก็แค่ลูกแมวที่พยายามพองขนขู่เพื่อหวังจะเอาชนะเท่านั้นแหละ

เขาถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความเอ็นดู ก่อนจะจัดการเลื่อนถ้วยสตรอว์เบอร์รีซันเดย์ที่ยังไม่ได้แตะต้องเลยสักนิด ไปวางไว้ตรงหน้าของเจ้าขา

“อ่ะ เลิกเก๊กได้แล้ว หน้ามุ่ยจนจะเป็นหมาปั๊กอยู่แล้วน่ะ”

เจ้าขาชะงักช้อนในมือที่กำลังจะตักช็อกโกแลตคำต่อไปหยุดชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสับสน

“ทำอะไรคะ เจ้าขาสั่งช็อกโกแลตนะ” เธอพยายามเถียงเสียงอ่อย

“รู้ว่าอยากเอาชนะ แต่ไม่ต้องฝืนทรมานตัวเองขนาดนั้นก็ได้ป่ะวะ”

โซ่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงกว่าเดิม แววตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ

“พี่รู้ว่าเจ้าขาไม่ชอบกินของขม กินของโปรดไปเถอะ ถ้วยนี้พี่ยังไม่ได้กินเลย”

“แต่ว่า...”

เจ้าขายังไม่ทันได้พูดจบ โซ่ก็จัดการดึงถ้วยไอศกรีมดาร์กช็อกโกแลตที่เธอกินค้างไว้ครึ่งถ้วยมาตั้งไว้ตรงหน้าของตัวเองหน้าตาเฉย

เขาไม่ได้เรียกพนักงานเพื่อขอช้อนคันใหม่ แต่เขากลับดึงเอาช้อนคันเดิมที่เจ้าขาเพิ่งจะใช้ตักเข้าปากตัวเองเมื่อครู่นี้ ขึ้นมาตักดาร์กช็อกโกแลตที่เหลือ แล้วส่งเข้าปากตัวเองอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย

“พะ พี่โซ่! นั่นมันช้อนของเจ้าขานะคะ! พี่กินเข้าไปได้ยังไง!”

เจ้าขาเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ใบหน้าสวยร้อนฉ่าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู

นี่มัน... จูบทางอ้อมชัดๆ!

“ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะ”

โซ่เลิกคิ้วตอบอย่างไม่ยี่หระ รสขมของช็อกโกแลตไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อนเลยสักนิด

“ตอนเด็กๆพี่ก็แย่งกินไอติมช้อนคันเดียวกันออกจะบ่อย ลืมไปแล้วหรือไง”

“นั่นมันตอนเด็กไหมล่ะคะ ตอนนี้เราโตแล้วนะ" เธอแหวใส่เสียงหลง

“โตแล้วก็กินได้ ไม่เห็นมีกฎหมายข้อไหนห้าม” โซ่ตอบหน้ามึน ก่อนจะตักช็อกโกแลตเข้าปากอีกคำแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างจงใจกวนประสาท

“อีกอย่าง... รสชาตินี้มันก็ไม่ได้แย่นะ”

เขาหยุดชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาคมจ้องมองริมฝีปากบางสีพีชของคนตรงหน้าอย่างสื่อความหมายลึกซึ้ง

“หวานดีออก”

“พี่โซ่!!!”

เจ้าขาแทบจะกรี๊ดออกมาด้วยความเขินอายขั้นสุด เธอยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองที่ร้อนจนแทบจะระเบิด อยากจะมุดโต๊ะหนีไปให้พ้นๆจากสายตาแพรวพราวและคำพูดสองแง่สองง่ามของผู้ชายจอมเจ้าเล่ห์คนนี้

โซ่หัวเราะร่วนออกมาเสียงดังอย่างอารมณ์ดีที่สุดในรอบวัน เขาเท้าคางมองดูปฏิกิริยาเขินอายของคนตัวเล็กด้วยความสุขใจ

ถึงแม้ปากของเธอจะบอกว่าเกลียด บอกว่าไม่ชอบ รสนิยมเปลี่ยนไปแล้ว แต่ภาษากายและความหวั่นไหวที่เธอแสดงออกมา มันโกหกเขาไม่ได้หรอก

ต่อให้จะพยายามเปลี่ยนตัวเองแค่ไหน... แต่ความรู้สึกในใจมันก็ยังเป็นของพี่อยู่ดีนั่นแหละเจ้าขา

เขาคิดในใจอย่างผู้ชนะ ก่อนจะตักไอศกรีมรสขมเข้าปากต่อไปอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่คนตัวเล็กฝั่งตรงข้ามต้องก้มหน้างุดๆกินไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีด้วยใบหน้าแดงซ่านไปตลอดจนหมดถ้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 36 - จบบริบูรณ์

    ช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดและมรสุมชีวิตได้ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้นแล้ว ในที่สุดช่วงเวลาที่นักศึกษาทุกคนรอคอยอย่างช่วงปิดเทอมก็มาถึงเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จที่ครอบครัวของเจ้าขาหลุดพ้นจากคดีความ และฉลองการสอบเสร็จที่แสนจะสูบพลังงาน แก๊งหนุ่มวิศวะสุดป่วนจึงได้จัดทริปแพ็กกระเป๋าขับรถมาตั้งแคมป์พักผ่อนกันที่ลานกางเต็นท์ริมแก่งน้ำตกแห่งหนึ่งในจังหวัดที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและภูเขาบรรยากาศยามค่ำคืนริมแก่งน้ำตกนั้นแสนจะเย็นสบายและสดชื่น เสียงน้ำไหลกระทบโขดหินดังซู่ซ่าสลับกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงมอยู่รอบลานกางเต็นท์ แสงไฟประดับสีส้มดวงเล็กๆ ถูกนำมาห้อยโยงยางระหว่างต้นไม้ใหญ่ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูกตรงลานกว้างด้านหน้าเต็นท์พัก กองไฟกองใหญ่กำลังลุกโชนให้ความอบอุ่น แก๊งเพื่อนสนิทอย่างเกียร์ พะพาย และเพื่อนคนอื่นๆ กำลังนั่งล้อมวงย่างบาร์บีคิวและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานเฮฮาทว่า... ห่างออกไปจากความวุ่นวายของกลุ่มเพื่อน บริเวณริมแก่งน้ำที่ค่อนข้างมืดและเงียบสงบร่างสูงของโซ่ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงวอร์มสบายๆ กำลังเดินกุมมือเล็กของเจ้าขาเอาไว้แน่น ทั้งสองคนเดินเคียงข้างก

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 35 - รางวัล

    ติ๊ด... แกร๊ก!เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น ก่อนที่บานประตูคอนโดหรูจะถูกผลักเปิดออก ร่างเล็กของเจ้าขาก้าวเดินเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบเดือน ความหนักอึ้งที่เคยกดทับบ่าจนแทบหายใจไม่ออกได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว วันนี้ครอบครัวของเธอได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา และคนที่มอบมันให้ก็คือผู้ชายร่างสูงที่กำลังเดินตามหลังเธอเข้ามาติดๆเธอถอดรองเท้าส้นสูงออก วางกระเป๋าสะพายใบเล็กไว้บนเคาน์เตอร์หน้าประตู เธอกำลังจะหันไปถามเขาว่าอยากดื่มน้ำเย็นๆ หรือเปล่า ทว่า... ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะได้ขยับตัวก้าวเดินไปไหนหมับ!ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็สอดเข้ามารวบกอดรัดที่เอวคอดกิ่วของเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว! แผ่นหลังบางถูกดึงให้เข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อของโซ่จนไร้ช่องว่าง ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดลงมาที่ต้นคอขาวเนียน ทำเอาคนถูกกอดสะดุ้งเฮือก“อ๊ะ... พี่โซ่!” เจ้าขาร้องอุทานเบาๆ มือบางรีบยกขึ้นมาจับท่อนแขนของเขาที่กอดรัดเอวเธอเอาไว้แน่น“ตกใจหมดเลยค่ะ มาแอบกอดข้างหลังทำไมเนี่ย ปล่อยก่อนเร็ว เจ้าขาจะไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่ม ดื่มน้ำก่อนไหมคะ”“

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 34 - ข่าวดี

    รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามเส้นทางที่แสนคุ้นเคย ทว่ายิ่งรถขับเข้ามาใกล้หมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์มากเท่าไหร่ คิ้วเรียวสวยของเจ้าขาก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเท่านั้น เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของคนขับด้วยความสับสน“พี่โซ่คะ... นี่มันทางไปบ้านเจ้าขานี่นา พี่พาเจ้าขามาที่นี่ทำไมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ“ก็พามาส่งบ้านไงครับ วันนี้อากาศดีนะ ว่าไหม” โซ่ตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่ได้หันมามอง แววตาของเขามีประกายบางอย่างซ่อนอยู่“พี่โซ่! เรามาที่นี่ไม่ได้นะคะ!” เจ้าขาร้องเสียงหลง รีบเอื้อมมือไปแตะท่อนแขนของเขา“พี่ลืมไปแล้วเหรอคะว่าบ้านของเจ้าขาโดนกรมบังคับคดีติดป้ายอายัดเอาไว้แล้ว ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด ขืนเราเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวก็โดนตำรวจจับข้อหาบุกรุกหรอกค่ะ เลี้ยวรถกลับเถอะนะคะ เจ้าขากลัว”เธอละล่ำละลักบอกด้วยความร้อนรน ภาพที่เธอต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมาจากคอนโดเมื่อหลายวันก่อนยังคงหลอกหลอนจิตใจ เธอไม่อยากกลับไปเห็นภาพบาดตาบาดใจที่หน้าบ้านตัวเองอีกแล้วทว่าโซ่กลับไม่ได้ทำตามคำขอ เขาเพียงแค่ระบายยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก ก่อนจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปในซอยบ้านของเธอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 33 - หลักฐานสำคัญ

    โซ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงศอกกับกางเกงสแล็คสีดำดูภูมิฐานและเป็นผู้ใหญ่กว่าทุกวัน เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ ลวกๆ ก่อนจะเดินกลับมาหยุดอยู่ข้างเตียงคิงไซส์เขาทอดสายตามองใบหน้าสวยหวานที่กำลังหลับสนิท ริมฝีปากบางเผยอขึ้นน้อยๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากบทรักที่เร่าร้อนและลึกซึ้งตลอดทั้งคืนยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเธอโซ่โน้มตัวลงไปใกล้ๆ ริมฝีปากอุ่นจัดประทับจูบลงบนพวงแก้มนิ่มที่ยังคงมีรอยคราบน้ำตาจางๆ จากเมื่อคืนอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน“เจ้าขาไม่ต้องกลัวนะ” โซ่กระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น“พี่จะจัดการทุกอย่างให้เอง เธอรอรับข่าวดีอยู่ที่นี่ได้เลย”ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะผละใบหน้าออกและหมุนตัวเดินจากไปนั้นเองหมับ!มือเล็กๆ ที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา ก็เอื้อมมาคว้าจับเข้าที่ข้อมือหนาของเขาเอาไว้แน่น โซ่ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองทันที ดวงตากลมโตที่เคยหลับสนิท บัดนี้ค่อยๆ ปรือลืมขึ้นมาสบตากับเขา เจ้าขางัวเงียเล็กน้อย เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง มืออีกข้างดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังหน้าอกหน้าใจที่เปลือยเปล่าเอาไว้แน่น“อ๊ะ” ทันที

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 32 - ปล่อยให้พี่ทำนะ

    “อื้อ”เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาจากลำคอของเจ้าขา เมื่อริมฝีปากหยักได้รูปของโซ่บดเบียดลงมาอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน จูบที่เริ่มต้นจากการปลอบประโลมเพื่อลบล้างหยาดน้ำตา ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเรียกร้องและโหยหา ท่ามกลางความเงียบงันของห้องนั่งเล่นที่มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองสอดประสานกันฝ่ามือหนาของเขาประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กเอาไว้ ปรับองศาใบหน้าให้แนบชิดยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานภายในโพรงปากอย่างช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบหรือจาบจ้วง ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่“พี่โซ่” เธอผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อหอบหายใจ ดวงตากลมโตที่เปื้อนคราบน้ำตาช้อนขึ้นมองเขาด้วยความรักที่หมดเปลือก“พาเจ้าขาเข้าห้องเถอะนะคะ”คำขอร้องที่แสนซื่อตรงและเต็มไปด้วยความไว้ใจ ทำเอาโซ่ชะงักไปชั่ววินาที เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาคมกริบสั่นไหวด้วยความตื้นตัน“เธอแน่ใจนะเจ้าขา” โซ่กระซิบถามเสียงพร่า นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างเบามือ“ถ้าเธอเดินเข้าห้องไปกับพี่ตอนนี้... พี่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีพี่ไปไหนได้อีกแล้วนะ พี่จะกอดเธอไว้ทั้งคืนเลย”“เจ้าขาแน่ใจค่ะ” เธอตอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 31 - ความจริงที่พึ่งรู้

    “ตอนนั้น...”เสียงทุ้มต่ำของโซ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าขา ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความสับสน“บริษัทของพ่อพี่กำลังมีปัญหาหนักมาก หนักจนถึงขั้นวิกฤต”“ปัญหาเหรอคะ” เจ้าขาทวนคำเสียงแผ่ว ริมฝีปากบางสั่นระริก“ใช่ครับ ปัญหาใหญ่มาก” โซ่พยักหน้าช้าๆ“มีคนในบริษัททุจริต ยักยอกเงินมหาศาลจนสภาพคล่องของบริษัทพังทลาย หนี้สินพอกพูนจนธนาคารเตรียมจะฟ้องร้องยึดทรัพย์ ตอนนั้นใครๆ ก็คิดว่าครอบครัวพี่ล้มละลายแน่ๆ พ่อของพี่เครียดจนเส้นเลือดในสมองเกือบแตก ต้องเข้าไอซียู ทรัพย์สินทุกอย่าง บ้าน รถ บัญชีเงินฝากกำลังจะถูกอายัด”เจ้าขานิ่งอึ้ง ร่างกายของเธอชาวาบไปหมด เรื่องราวที่เขาเล่ามา... มันช่างเหมือนกับฝันร้ายที่ครอบครัวของเธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน“ทำไมคะ ทำไมตอนนั้นเจ้าขาถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย คุณพ่อคุณแม่ของเจ้าขาก็ไม่เคยพูดถึง” เธอถามด้วยความงุนงง“เพราะคุณพ่อของพี่ขอร้องเอาไว้ครับ ท่านไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคนนอก ไม่อยากให้เป็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status