Share

- 7 - มองตาพี่สิ

last update Tanggal publikasi: 2026-07-26 00:25:13

“ไหนพี่โซ่บอกว่าจะพาไปส่งที่คอนโดไงคะ แล้วไหงเลี้ยวรถมาจอดตรงริมแม่น้ำได้เนี่ย!”

เสียงหวานดังขึ้นทันทีที่รถบิ๊กไบค์คันใหญ่ดับเครื่องยนต์ลงสนิท เจ้าขากระแทกส้นเท้าลงจากรถพร้อมกับถอดหมวกกันน็อกส่งคืนให้คนตัวโตด้วยใบหน้าง้ำงออย่างปิดไม่มิด

แทนที่จะตรงกลับคอนโดเพื่อจะได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน ผู้ชายหน้ามึนกลับพาเธอขับรถกินลมชมวิวมาเรื่อยๆ จนมาโผล่ที่ริมแม่น้ำในยามค่ำคืนเสียอย่างนั้น

โซ่รับหมวกกันน็อกมาแขวนไว้ที่แฮนด์รถ เขาลงจากรถแล้วหันมาส่งยิ้มกวนๆให้กับคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกหน้ามุ่ยอยู่

“เพิ่งกินของหวานมาอิ่มๆ จะรีบกลับไปนอนทำไมเล่า มาเดินย่อยรับลมเย็นๆสักพักก่อนสิ บรรยากาศออกจะดี”

“แต่เจ้าขาเหนื่อยแล้ว อยากกลับไปอาบน้ำนอนค่ะ” เธอเถียงคอเป็นเอ็น

“มาถึงแล้วก็เดินเป็นเพื่อนพี่หน่อยเถอะน่า แค่แป๊บเดียวเอง... นะครับ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนลงและติดจะออดอ้อนนิดๆ ทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก เจ้าขาเม้มริมฝีปากแน่น

ตั้งใจจะปฏิเสธให้เด็ดขาด แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นแสงไฟระยิบระยับจากฝั่งตรงข้ามที่สะท้อนลงบนผืนน้ำสีเข้ม ประกอบกับสายลมเย็นๆที่พัดมาปะทะใบหน้า ความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ก็ค่อยๆมลายหายไปอย่างน่าประหลาด

บรรยากาศริมแม่น้ำตอนกลางคืนมันสงบและผ่อนคลายจนเธอเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

โซ่เห็นคนตัวเล็กมีท่าทีอ่อนลง ก็ถือวิสาสะเดินนำไปหยุดยืนเกาะราวเหล็กริมแม่น้ำ เจ้าขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยอมก้าวเท้าเดินตามไปยืนอยู่ข้างๆเขาอย่างเงียบๆ

ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม ปล่อยให้สายลมและเสียงน้ำทำหน้าที่ของมัน ไม่มีใครเอ่ยคำพูดออกมาพักใหญ่ มีเพียงแค่ความรู้สึกบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว

จนกระทั่ง... เสียงทุ้มของโซ่ก็ทำลายความเงียบขึ้นมา

“เจ้าขา... พี่ขอถามอะไรตามตรงหน่อยได้ไหม?”

น้ำเสียงของเขาจริงจังและราบเรียบจนคนฟังรู้สึกได้ เจ้าขาหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่กำลังทอดสายตามองออกไปในแม่น้ำกว้าง

“เรื่องอะไรคะ?”

โซ่หันกลับมาสบตาเธอ นัยน์ตาคมกริบของเขามีร่องรอยของความตัดพ้อและเจ็บปวดซ่อนอยู่

“ตอนนั้น... ทำไมเธอถึงย้ายบ้านหนีพี่ไป ทำไมถึงหายไปโดยไม่ยอมบอกพี่เลยสักคำ”

คำถามนั้นเปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงกลางใจของเจ้าขา ภาพในวันนั้น วันที่เขาพูดจาตัดรอนเธออย่างไร้เยื่อใยฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ คนตัวเล็กจิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มตีตื้นขึ้นมา

เธอเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วย้อนถามเขากลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย

“แล้วถ้าเจ้าขาขอถามพี่ตามตรงบ้างล่ะคะ ว่าในเมื่อตอนนั้นพี่เป็นคนปฏิเสธเจ้าขาเอง พี่ผลักไสเจ้าขาด้วยคำพูดพวกนั้น แล้วตอนนี้ พี่จะมาตามตอแยเจ้าขาทำไม พี่จะตอบเจ้าขาได้ไหมคะ?”

คำถามที่สวนกลับมาอย่างตรงไปตรงมาทำเอาโซ่ถึงกับสะอึก เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก

เขาอยากจะบอกความจริงเหลือเกินว่าตอนนั้นมันมีปัญหาบางอย่างที่เขาไม่อยากดึงเธอลงมาลำบากด้วย แต่คำพูดพวกนั้นมันกลับจุกอยู่ที่คอ

เมื่อเห็นเขานิ่งเงียบไป เจ้าขาก็พรูลมหายใจออกมายาวๆ เธอหันหน้ากลับไปมองผืนน้ำกว้างที่มืดมิด

“เจ้าขาไม่ได้ย้ายบ้านหนีพี่หรอกนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่แฝงไปด้วยความเศร้า

“พ่อกับแม่มีแพลนจะย้ายบ้านเพราะต้องไปขยายธุรกิจที่อื่นอยู่แล้ว เรื่องนี้มันถูกกำหนดไว้แล้วต่างหากล่ะคะ”

โซ่เบิกตากว้างเล็กน้อย เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

“แล้วพี่ไม่เคยสงสัยบ้างเหรอคะ” เจ้าขาหันกลับมามองหน้าเขา ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำใสๆเอ่อคลอ

“ว่าทำไมคนขี้ขลาดที่ไม่เคยมีความกล้าอย่างเจ้าขา ถึงได้กล้าเดินเอาดอกกุหลาบไปสารภาพรักกับพี่ในวันนั้น”

“...” โซ่ยืนนิ่งฟังสิ่งที่คนตัวเล็กกำลังระบายความในใจออกมา

“ก็เพราะเจ้าขารู้ไงคะ ว่าเจ้าขาจะต้องย้ายบ้านแล้ว เจ้าขากะจะบอกพี่หลังจากที่สารภาพรักเสร็จ กะจะบอกลาพี่เป็นคนสุดท้าย” น้ำเสียงหวานเริ่มสั่นพร่า หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียน

“แต่พี่ยังไม่ทันได้ฟังอะไรเลย พี่ก็ปฏิเสธเจ้าขาอย่างเลือดเย็น แล้วก็เดินหนีไปทันที พี่ทิ้งให้เจ้าขายืนร้องไห้กอดดอกกุหลาบโง่ๆอยู่ตรงนั้นคนเดียว พี่จะให้เจ้าขาเอาหน้าไปบอกลาพี่ได้ยังไงคะ”

ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ทำเอาหัวใจของโซ่กระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนเขารู้สึกปวดหนึบไปทั้งอก เขามองใบหน้าสวยที่เปื้อนน้ำตาด้วยความเจ็บปวดที่ไม่แพ้กัน

“เจ้าขา” โซ่เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและแหบพร่า เขาขยับเข้าไปใกล้ ยกมือขึ้นหมายจะเช็ดน้ำตาให้เธอ

“พี่... พี่ขอโทษ”

แต่เจ้าขากลับเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสนั้น หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้งลวกๆก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามแสร้งฉีกยิ้มกว้างออกมา ทำเหมือนว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องขำขันที่เธอไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว

“ช่างมันเถอะค่ะ” เธอบอกปัดเสียงใส ทั้งที่ดวงตายังคงแดงก่ำ

"ยังไงมันก็เป็นแค่เรื่องอดีต ตอนนั้นเจ้าขายังเด็ก คงคิดอะไรตื้นๆไปหน่อย พี่โซ่อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะคะ เจ้าขาลืมมันไปหมดแล้วล่ะค่ะ”

“แต่พี่ไม่เคยลืม” โซ่สวนขึ้นทันควัน แววตาของเขาจริงจังและแน่วแน่

“เรื่องวันนั้น พี่...”

แปะ แปะ ซ่า!

ยังไม่ทันที่โซ่จะได้อธิบายความจริง หรือพูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจออกมา หยาดน้ำฝนเม็ดใหญ่ก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าที่มืดมิด และเพียงไม่กี่วินาที มันก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาโดยไม่มีเค้าลางเตือนล่วงหน้า

“เฮ้ย! ฝนตก!”

โซ่อุทานเสียงหลง เขารีบยกมือหนาขึ้นบังฝนให้คนตัวเล็กตรงหน้าโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะตัดสินใจถอดเสื้อช็อปที่สวมทับอยู่ออกอย่างรวดเร็ว กางมันออกแล้วคลุมลงบนศีรษะของทั้งเขาและเธอเพื่อใช้เป็นร่มกำบังชั่วคราว

“มานี่! วิ่งไปหลบที่ศาลาตรงนู้นเร็ว!”

โซ่ตวัดท่อนแขนแกร่งโอบไหล่บางของเจ้าขา ดึงร่างเล็กให้เข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้างเพื่อไม่ให้เปียกฝน ก่อนจะพากันออกวิ่งฝ่าสายฝนที่เทกระหน่ำไปยังศาลาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

ภายใต้เสื้อช็อปตัวเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของโซ่ลอยคลุ้งอยู่ใกล้จมูก เจ้าขารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากแผงอกกว้างที่เบียดชิด หัวใจของเธอเต้นแรงและรัวเร็วจนแทบจะแข่งกับเสียงสายฝนที่ตกลงมา

เมื่อวิ่งมาถึงศาลาไม้ริมน้ำ ทั้งคู่ก็รีบเข้าไปหลบฝนด้านใน โซ่สะบัดเสื้อช็อปของตัวเองที่เปียกชื้นเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสำรวจคนตัวเล็ก

“เปียกตรงไหนหรือเปล่า?” เขาถามด้วยความเป็นห่วง

“ม... ไม่ค่ะ ไม่เปียกเท่าไหร่”

เจ้าขาตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามขยับตัวออกห่างจากร่างสูงเพื่อเว้นระยะห่าง

ความเงียบก่อตัวขึ้นอีกครั้งภายในศาลาเล็กๆมีเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคาและเสียงฟ้าร้องดังก้องอยู่ด้านนอก

บรรยากาศรอบตัวมันดูเป็นใจและบีบคั้นความรู้สึกจนเจ้าขาทำตัวไม่ถูก เธอแสร้งทำเป็นมองออกไปดูสายฝนเพื่อหลบเลี่ยงสายตาคมกริบที่กำลังจ้องมองมา

“เจ้าขา”

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกทำลายความเงียบ โซ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของเธอ ระยะห่างที่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆทำให้ร่างบางเกร็งขึ้นมาทันที

“ถ้าพี่บอกว่า... เรื่องในวันนั้น พี่มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น เจ้าขาจะยอมฟังพี่ไหม?” โซ่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังและเว้าวอน

เจ้าขาเม้มริมฝีปากแน่น มือบางกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอไม่อยากรับฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้น เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนและกลับไปเจ็บปวดแบบเดิมอีก

“เจ้าขาไม่อยากฟังแล้วค่ะ” เธอตอบปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สายตายังคงหลบหลีก ไม่ยอมหันไปมองหน้าเขา

โซ่พรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาตัดสินใจขยับก้าวมาหยุดยืนประจันหน้ากับคนตัวเล็ก มือหนาเชยคางมนขึ้นอย่างนุ่มนวล บังคับให้ดวงตากลมโตที่สั่นไหวต้องช้อนขึ้นมาสบตากับเขาตรงๆ

“มองตาพี่สิเจ้าขา”

โซ่เอ่ยเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน

"ถ้าเก่งจริง... ก็พูดออกมาให้ชัดๆสิ ว่าเจ้าขาไม่รู้สึกอะไรกับพี่แล้ว ไม่อยากฟังอะไรจากพี่อีกแล้ว พูดสิครับ”

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจของเจ้าขาเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก สัมผัสอุ่นๆจากปลายนิ้วที่ปลายคาง และสายตาที่เต็มไปด้วยความดุดันผสมเว้าวอนของเขามันทำให้เธอสติแตก

เธอพยายามจะอ้าปากพูดคำว่าไม่รู้สึกออกไป แต่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันกลับต่อต้าน ริมฝีปากบางสั่นระริก ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

โซ่มองเห็นความลังเลในดวงตาคู่นั้น เขาขยับก้าวเข้าไปใกล้มากขึ้นอีกนิด จนปลายเท้าของทั้งคู่แทบจะเกยกัน แผงอกกว้างเบียดชิดกับร่างเล็กจนเจ้าขาสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจเขา

“พูดไม่ออกใช่ไหมล่ะ” โซ่กระตุกยิ้มมุมปาก เสียงกระซิบของเขาชิดริมฝีปากของเธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

“เพราะความจริงแล้ว เจ้าขาก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมไม่ต่างจากพี่

“อ๊ะ!”

ด้วยความตกใจและทำตัวไม่ถูก เจ้าขารีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออกอย่างแรง เธอถอยไปด้านหลังจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาของศาลา ใบหน้าสวยร้อนผ่าวจนแดงแจ๋ไปถึงใบหู

“ขะ... ขยับไปหน่อยสิคะ! มายืนเบียดกันทำไมเนี่ย อึดอัดจะตายอยู่แล้ว!” เธอโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอายพลางถลึงตาใส่เขา

โซ่เห็นปฏิกิริยาของคนฟอร์มจัด ก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างอารมณ์ดี เขายอมถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะหายใจให้เธอ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ยังไม่จางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา

“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้” โซ่ยกมือสองข้างขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้

ถึงแม้เจ้าขาจะพยายามผลักไสและทำเป็นรำคาญเขาแค่ไหน แต่สิ่งที่โซ่มองเห็นอย่างชัดเจนที่สุดเมื่อครู่นี้... คือสายตาของเธอ

สายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน ความหวั่นไหว และความรักที่ยังคงซ่อนอยู่ลึกๆ

ยัังดื้อไม่เปลี่ยน... แต่ไม่เป็นไรหรอก พี่มีเวลาให้เจ้าขาดื้ออีกทั้งชีวิตนั่นแหละ

เขาคิดในใจพลางมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนหน้าแดงก่ำหลบตาเขาอยู่ด้วยความรู้สคกที่เปี่ยมล้นอยู่ในอก ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 36 - จบบริบูรณ์

    ช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดและมรสุมชีวิตได้ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้นแล้ว ในที่สุดช่วงเวลาที่นักศึกษาทุกคนรอคอยอย่างช่วงปิดเทอมก็มาถึงเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จที่ครอบครัวของเจ้าขาหลุดพ้นจากคดีความ และฉลองการสอบเสร็จที่แสนจะสูบพลังงาน แก๊งหนุ่มวิศวะสุดป่วนจึงได้จัดทริปแพ็กกระเป๋าขับรถมาตั้งแคมป์พักผ่อนกันที่ลานกางเต็นท์ริมแก่งน้ำตกแห่งหนึ่งในจังหวัดที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและภูเขาบรรยากาศยามค่ำคืนริมแก่งน้ำตกนั้นแสนจะเย็นสบายและสดชื่น เสียงน้ำไหลกระทบโขดหินดังซู่ซ่าสลับกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงมอยู่รอบลานกางเต็นท์ แสงไฟประดับสีส้มดวงเล็กๆ ถูกนำมาห้อยโยงยางระหว่างต้นไม้ใหญ่ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูกตรงลานกว้างด้านหน้าเต็นท์พัก กองไฟกองใหญ่กำลังลุกโชนให้ความอบอุ่น แก๊งเพื่อนสนิทอย่างเกียร์ พะพาย และเพื่อนคนอื่นๆ กำลังนั่งล้อมวงย่างบาร์บีคิวและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานเฮฮาทว่า... ห่างออกไปจากความวุ่นวายของกลุ่มเพื่อน บริเวณริมแก่งน้ำที่ค่อนข้างมืดและเงียบสงบร่างสูงของโซ่ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงวอร์มสบายๆ กำลังเดินกุมมือเล็กของเจ้าขาเอาไว้แน่น ทั้งสองคนเดินเคียงข้างก

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 35 - รางวัล

    ติ๊ด... แกร๊ก!เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น ก่อนที่บานประตูคอนโดหรูจะถูกผลักเปิดออก ร่างเล็กของเจ้าขาก้าวเดินเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบเดือน ความหนักอึ้งที่เคยกดทับบ่าจนแทบหายใจไม่ออกได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว วันนี้ครอบครัวของเธอได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา และคนที่มอบมันให้ก็คือผู้ชายร่างสูงที่กำลังเดินตามหลังเธอเข้ามาติดๆเธอถอดรองเท้าส้นสูงออก วางกระเป๋าสะพายใบเล็กไว้บนเคาน์เตอร์หน้าประตู เธอกำลังจะหันไปถามเขาว่าอยากดื่มน้ำเย็นๆ หรือเปล่า ทว่า... ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะได้ขยับตัวก้าวเดินไปไหนหมับ!ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็สอดเข้ามารวบกอดรัดที่เอวคอดกิ่วของเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว! แผ่นหลังบางถูกดึงให้เข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อของโซ่จนไร้ช่องว่าง ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดลงมาที่ต้นคอขาวเนียน ทำเอาคนถูกกอดสะดุ้งเฮือก“อ๊ะ... พี่โซ่!” เจ้าขาร้องอุทานเบาๆ มือบางรีบยกขึ้นมาจับท่อนแขนของเขาที่กอดรัดเอวเธอเอาไว้แน่น“ตกใจหมดเลยค่ะ มาแอบกอดข้างหลังทำไมเนี่ย ปล่อยก่อนเร็ว เจ้าขาจะไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่ม ดื่มน้ำก่อนไหมคะ”“

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 34 - ข่าวดี

    รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามเส้นทางที่แสนคุ้นเคย ทว่ายิ่งรถขับเข้ามาใกล้หมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์มากเท่าไหร่ คิ้วเรียวสวยของเจ้าขาก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเท่านั้น เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของคนขับด้วยความสับสน“พี่โซ่คะ... นี่มันทางไปบ้านเจ้าขานี่นา พี่พาเจ้าขามาที่นี่ทำไมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ“ก็พามาส่งบ้านไงครับ วันนี้อากาศดีนะ ว่าไหม” โซ่ตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่ได้หันมามอง แววตาของเขามีประกายบางอย่างซ่อนอยู่“พี่โซ่! เรามาที่นี่ไม่ได้นะคะ!” เจ้าขาร้องเสียงหลง รีบเอื้อมมือไปแตะท่อนแขนของเขา“พี่ลืมไปแล้วเหรอคะว่าบ้านของเจ้าขาโดนกรมบังคับคดีติดป้ายอายัดเอาไว้แล้ว ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด ขืนเราเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวก็โดนตำรวจจับข้อหาบุกรุกหรอกค่ะ เลี้ยวรถกลับเถอะนะคะ เจ้าขากลัว”เธอละล่ำละลักบอกด้วยความร้อนรน ภาพที่เธอต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมาจากคอนโดเมื่อหลายวันก่อนยังคงหลอกหลอนจิตใจ เธอไม่อยากกลับไปเห็นภาพบาดตาบาดใจที่หน้าบ้านตัวเองอีกแล้วทว่าโซ่กลับไม่ได้ทำตามคำขอ เขาเพียงแค่ระบายยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก ก่อนจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปในซอยบ้านของเธอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 33 - หลักฐานสำคัญ

    โซ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงศอกกับกางเกงสแล็คสีดำดูภูมิฐานและเป็นผู้ใหญ่กว่าทุกวัน เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ ลวกๆ ก่อนจะเดินกลับมาหยุดอยู่ข้างเตียงคิงไซส์เขาทอดสายตามองใบหน้าสวยหวานที่กำลังหลับสนิท ริมฝีปากบางเผยอขึ้นน้อยๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากบทรักที่เร่าร้อนและลึกซึ้งตลอดทั้งคืนยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเธอโซ่โน้มตัวลงไปใกล้ๆ ริมฝีปากอุ่นจัดประทับจูบลงบนพวงแก้มนิ่มที่ยังคงมีรอยคราบน้ำตาจางๆ จากเมื่อคืนอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน“เจ้าขาไม่ต้องกลัวนะ” โซ่กระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น“พี่จะจัดการทุกอย่างให้เอง เธอรอรับข่าวดีอยู่ที่นี่ได้เลย”ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะผละใบหน้าออกและหมุนตัวเดินจากไปนั้นเองหมับ!มือเล็กๆ ที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา ก็เอื้อมมาคว้าจับเข้าที่ข้อมือหนาของเขาเอาไว้แน่น โซ่ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองทันที ดวงตากลมโตที่เคยหลับสนิท บัดนี้ค่อยๆ ปรือลืมขึ้นมาสบตากับเขา เจ้าขางัวเงียเล็กน้อย เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง มืออีกข้างดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังหน้าอกหน้าใจที่เปลือยเปล่าเอาไว้แน่น“อ๊ะ” ทันที

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 32 - ปล่อยให้พี่ทำนะ

    “อื้อ”เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาจากลำคอของเจ้าขา เมื่อริมฝีปากหยักได้รูปของโซ่บดเบียดลงมาอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน จูบที่เริ่มต้นจากการปลอบประโลมเพื่อลบล้างหยาดน้ำตา ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเรียกร้องและโหยหา ท่ามกลางความเงียบงันของห้องนั่งเล่นที่มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองสอดประสานกันฝ่ามือหนาของเขาประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กเอาไว้ ปรับองศาใบหน้าให้แนบชิดยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานภายในโพรงปากอย่างช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบหรือจาบจ้วง ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่“พี่โซ่” เธอผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อหอบหายใจ ดวงตากลมโตที่เปื้อนคราบน้ำตาช้อนขึ้นมองเขาด้วยความรักที่หมดเปลือก“พาเจ้าขาเข้าห้องเถอะนะคะ”คำขอร้องที่แสนซื่อตรงและเต็มไปด้วยความไว้ใจ ทำเอาโซ่ชะงักไปชั่ววินาที เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาคมกริบสั่นไหวด้วยความตื้นตัน“เธอแน่ใจนะเจ้าขา” โซ่กระซิบถามเสียงพร่า นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างเบามือ“ถ้าเธอเดินเข้าห้องไปกับพี่ตอนนี้... พี่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีพี่ไปไหนได้อีกแล้วนะ พี่จะกอดเธอไว้ทั้งคืนเลย”“เจ้าขาแน่ใจค่ะ” เธอตอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 31 - ความจริงที่พึ่งรู้

    “ตอนนั้น...”เสียงทุ้มต่ำของโซ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าขา ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความสับสน“บริษัทของพ่อพี่กำลังมีปัญหาหนักมาก หนักจนถึงขั้นวิกฤต”“ปัญหาเหรอคะ” เจ้าขาทวนคำเสียงแผ่ว ริมฝีปากบางสั่นระริก“ใช่ครับ ปัญหาใหญ่มาก” โซ่พยักหน้าช้าๆ“มีคนในบริษัททุจริต ยักยอกเงินมหาศาลจนสภาพคล่องของบริษัทพังทลาย หนี้สินพอกพูนจนธนาคารเตรียมจะฟ้องร้องยึดทรัพย์ ตอนนั้นใครๆ ก็คิดว่าครอบครัวพี่ล้มละลายแน่ๆ พ่อของพี่เครียดจนเส้นเลือดในสมองเกือบแตก ต้องเข้าไอซียู ทรัพย์สินทุกอย่าง บ้าน รถ บัญชีเงินฝากกำลังจะถูกอายัด”เจ้าขานิ่งอึ้ง ร่างกายของเธอชาวาบไปหมด เรื่องราวที่เขาเล่ามา... มันช่างเหมือนกับฝันร้ายที่ครอบครัวของเธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน“ทำไมคะ ทำไมตอนนั้นเจ้าขาถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย คุณพ่อคุณแม่ของเจ้าขาก็ไม่เคยพูดถึง” เธอถามด้วยความงุนงง“เพราะคุณพ่อของพี่ขอร้องเอาไว้ครับ ท่านไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคนนอก ไม่อยากให้เป็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status