เข้าสู่ระบบภูวดลเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าใบใหญ่ ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น พร้อมชุดทำงาน ลากลงมาจากชั้นบนพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของขนุนที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่
“คุณดลจะไปญี่ปุ่นเหรอคะ?”
“เปล่า?”
ขนุนกะพริบตาปริบๆ เพียงแค่เก็บความสงสัยไว้ไม่กล้าถามต่อ หลังจากที่คุณท่านเสียเจ้านายคนเล็กก็กลับมาอยู่ที่บ้าน นานๆ จะกลับไปค้างที่คอนโดสักครั้งแต่วันนี้จัดกระเป๋าเองและไม่ได้ไปต่างประเทศ แล้วจะไปไหน ได้แค่สงสัยเท่านั้น
“ตอนเย็นไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อฉันนะ”
“วันนี้ไม่กลับบ้าน” บอกอย่างอารมณ์ดี
“ค่ะคุณดล”
ภูวดลจอดรถที่หน้าโรงเรียนรอรับภูวภัสหลังเลิกเรียนซึ่งชั้นอนุบาลคุณครูจะปล่อยเด็กกลับบ้านเร็วกว่ารุ่นพี่ชั้นปฐม แต่เนื่องจากต้องรอแม่มารับหลังเลิกงานทุกวันเด็กชายจึงค่อนข้างแปลกใจที่คุณครูบอกว่าผู้ปกครองมารอรับเด็กชายภูวภัสแล้ว
ไม่แค่เพียงภูวภัสเท่านั้นที่รู้สึกแปลกใจ คุณครูประจำชั้นอนุบาลที่รู้สึกคุ้นหน้ากับคุณพ่อของเด็กน้อยที่ดูยังไงก็เหมือนประธานบริษัทแขกคนสำคัญของทางโรงเรียน ที่นำของมาบริจาคให้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
“พ่อดล”
เมื่อมั่นใจว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กนักเรียนจริงคุณครูก็อนุญาตให้กลับได้ ภูวภัสวิ่งเข้ามาหาผู้เป็นพ่อที่อ้าแขนรอให้เจ้าตัวเล็กวิ่งมากอดพร้อมนั่งยอง ๆ ลงที่พื้น
“ทำไมวันนี้ถึงเป็นพ่อดลมารับล่ะครับ?”
“วันนี่พ่อไม่ได้เข้าบริษัทครับ”
“ลางานเหรอครับ?”
หัวเราะในความซื่อของเด็กช่างไม่รู้อะไรจริงๆ ก่อนพยักหน้า อย่างน้อยเขาก็คงลางานกับเทวากระมังคิดในใจ
“งั้นพ่อขอเข้าไปดูงานที่บริษัทแป๊บนึงก่อนค่อยกลับบ้านกันนะครับ”
เพราะถึงกลับตอนนี้ก็คงเข้าบ้านไม่ได้อยู่ดี กุญแจบ้านก็ไม่มีคงต้องนั่งรอที่หน้าบ้านเป็นแน่
“ได้ครับ”
หลังเลิกงานมุกดาขับรถมารับลูกที่โรงเรียนตามปกติแต่ต้องขมวดคิ้วจากคำบอกเล่าของคุณครู
“อะไรนะคะ กลับไปแล้ว?”
“ใช่ค่ะ คุณพ่อมารับค่ะ”
กดโทรศัพท์หาเทวา ได้คำตอบว่าสองพ่อลูกออกจากบริษัทไปแล้ว จึงขับกลับไปรอที่บ้าน
รถหรูจอดอยู่หน้าบ้าน เธอขับจอดต่อท้ายแต่ไม่เห็นเงาสองพ่อลูก เดินลงจากรถเสียงสนทนาแว่วมาจากบ้านยายดวงใจ มุกดาชะเง้อดูด้านในจากรั้วหน้าบ้านที่ไม่ได้ล็อก โดยปกติบ้านสองหลังนี้ก็ไปมาหาสู่กันเป็นประจำอยู่แล้ว หญิงสาวถือวิสาสะเปิดประตูรั้วเดินเข้าไป เสียงภูวภัสที่กำลังคุยกับตาทวี ส่วนพ่อของเด็กนั่งคุยกับยายดวงใจ
“ผมไม่ทราบว่ามุกดาเขามีภูเลยปล่อยเวลาให้เลยมาตั้งนาน”
“เป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ” เขาถ่อมตัวให้คนแก่เห็นใจ ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่ความผิดของตัวเอง
“ขอบคุณยายดวงใจกับตาทวีมากนะครับที่ช่วยเลี้ยงตาภูมาตั้งแต่เด็ก”
“ถ้าไม่มีตากับยายมุกดาคงลำบากแย่”
“ขอบคุณมากๆ เลยนะครับที่เอ็นดูตาภู”
เขารู้ได้ยังไงว่ายายดวงใจและตาทวีช่วยเลี้ยงภูวภัสตั้งแต่แรกเกิด คนที่ถนัดออกคำสั่งมีมุมถ่อมตัวและรู้จักขอบคุณตาสีตาสาบ้าน ๆ แบบนี้กะเขาด้วยก่อนจะส่งเสียงเรียกเจ้าตัวเล็ก
“ภู มากวนอะไรตาวีหรือเปล่าครับ?”
“แม่มุกมาแล้ว” วิ่งมาหาผู้เป็นแม่
“ภูไม่ได้กวนครับตาวีกำลังเล่าเรื่องสนุกให้ฟังครับ”
“กลับได้แล้วลูก ยายดวงกับตาวีจะได้พักผ่อน”
“ภูกลับก่อนนะครับ”
“กลับแล้วนะครับ” สองพ่อลูกเอ่ยบอกเจ้าของบ้าน
“บ๊ายบาย ครับ”
“บ๊ายบายจ้ะ” ยายดวงโบกมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้เด็กน้อย
สามพ่อแม่ลูกที่เดินเข้าบ้านไป พร้อมกับสายตาของยายดวงใจที่มองตามหลัง วันนี้ก็ได้รู้สักทีว่าพ่อของภูวภัสเป็นใคร หลังจากที่มุกดาไม่เคยพูดถึงเลยสักครั้ง ผู้สูงวัยที่ผ่านโลกมามากเคยถามไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้นก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่อยากพูดถึง คงมีบางอย่างที่ไม่สะดวกใจที่จะเล่า การไม่ล้ำเส้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและไม่เคยเอ่ยปากถามเธออีกเลยหลังจากวันนั้น
“นี่มันอะไรคะ?” มุกดาเอ่ยถามหลังจากภูวดลขนกระเป๋าใบโตลงจากรถและลากเข้ามาในบ้าน
“กระเป๋า”
“ของใคร?”
“ของฉัน”
“แล้วคุณขนมาทำไมฉันยังไม่ได้อนุญาตสักหน่อย นี่มันบ้านฉันไม่ใช่มูลนิธิการกุศลที่ใครอยากจะขนข้าวขนของมาอยู่ยังไงก็ได้ตามใจนะคะ”
“แล้วเธอจะให้ฉันอยู่กับลูกแบบไม่ใส่เสื้อผ้า?”
“….”
“อย่าบอกนะว่าวันนี้คุณจะนอนที่นี่”
“ถูกต้อง” พร้อมลากกระเป๋าเข้าไปไว้ในห้องนอนของลูก มุกดาที่เดินตามเข้าไป เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้กำหนดวันที่เขาต้องมานอนที่บ้านเธอ เอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องคุยก่อน
“ทำไมคุณไม่บอกฉันก่อนว่าจะไปรับลูก”
“ฉันไม่มีเบอร์เธอ”
“บอกเทวาโทรบอกฉันก็ได้ ฉันเป็นห่วงลูกแทบแย่ แถมเปลืองน้ำมันเสียเวลาไปกลับอีกต่างหาก รถก็ติด”
เธอบ่นเป็นชุดแต่ภูวดลที่ไม่มีท่าทีสนใจเธอแม้แต่น้อย หญิงสาวแบมือยื่นไปข้างหน้าเขา
“อะไร?”
“โทรศัพท์คุณ”
“ทำไม?”
มุกดาไม่ตอบกะพริบตาหนักพร้อมถอนหายใจเบื่อกับคนแกล้งโง่ หรือตั้งใจกวนประสาทกันแน่ และเขาที่รู้ตัวแล้วยื่นโทรศัพท์มือถือให้เธอ
“ปลดล็อกด้วยค่ะ”
ชายหนุ่มทำตามคำขอและยื่นให้อีกครั้ง มุกดากดเบอร์โทรเข้าเครื่องตัวเองและส่งคืนโทรศัพท์ให้เขา
“อยากได้เบอร์ก็ขอดีๆ ก็ได้” พูดไม่มองหน้าคนฟังและหยิบเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า มุกดาที่ขี้เกียจต่อปากต่อคำ
“กรุณาบันทึกชื่อด้วยค่ะ จะไปรับลูกต้องโทรบอกฉันก่อนทุกครั้ง”
“คุณดล” เอ่ยเสียงเข้มกับท่าทีเฉยเมยของเขา
“เข้าใจแล้ว”
ถอนหายใจจะเดินออกมาด้านนอก ภูวภัสนั่งดูการ์ตูนอยู่ที่หน้าทีวีพร้อมกับเล่นหุ่นยนต์ไปด้วย
“มีการบ้านหรือเปล่าคะวันนี้?”
“มีระบายสีครับ”
“แต่รอพ่อดลก่อนครับ”
ปล่อยเจ้าตัวเล็กได้ผ่อนคลายให้นั่งเล่นอยู่ในบ้าน ส่วนตัวเธอก็ลงมือทำงานบ้าน และเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ภูวดลที่เดินเข้ามาในครัวเปิดตู้เย็นรินน้ำใส่แก้วดื่ม ตาชำเลืองมองคนที่กำลังหั่นผักอยู่และไม่หันมามองเขาสักนิด
“วันนี้มีอะไรกิน?”
ที่ถามคือหิวมากเพราะไม่ได้แตะข้าวกลางวันเลย
“แกง ผัดผัก ไก่ทอด”
ตอบสั้น ๆ ไม่มองหน้า มือยังสาละวนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบ
“ค่าอาหารที่ฉันมากินที่นี่เทวาจะโอนให้เธอทุกเดือน”
“ตามใจค่ะ”
ทำกับข้าวต่อโดยไม่สนใจอีกฝ่าย ภูวดลเดินออกมานั่งรออยู่กับลูกในห้องนั่งเล่นและคอยฟังเสียงเรียกกินข้าว ประธานบริษัทที่มีเงินมากมายกองท่วมหัวอย่างเขาต้องมาอดทนรออะไรไร้สาระอย่างนี้นะเหรอ ถามตัวเองในใจ แต่ครั้นจะสั่งออนไลน์ให้มาส่งเพื่อกินรองท้องก่อน ร้านใกล้ ๆ ในย่านนี้รสชาติก็ไม่ได้เรื่องสักครั้ง หรือจะออกไปกินร้านหรูที่ถูกปากก็คงไม่ใช่เรื่อง แถมยังอยู่ไกลโขอีกต่างหาก จึงทำได้แค่รอเท่านั้น
“ภูล้างมือมากินข้าวได้แล้วจ้า” เสียงจากในครัว
“ไปกินข้าวกันลูก”
และเดินตรงไปล้างมือก่อนทันทีโดยไม่ต้องให้ใครสั่ง มุกดาปรายตามองคนหิวที่ตั้งอกตั้งใจกินข้าวและควบคุมตัวเองไม่ให้ออกอาการ
“พ่อดลหิวมากเหรอครับ?” แต่ถึงอย่างนั้นผู้เป็นลูกก็ยังสังเกตเห็น
“ครับ”
“ภูก็หิวมากเหมือนกันครับวันนี้แม่มุกทำกับข้าวช้ามาก”
“เวลาเดิมจ้ะคุณชาย” ย่นคิ้วอมยิ้มเอ็นดูคนหิวที่โยนความผิดให้แม่
“หิวก็กินเยอะ ๆ จ้ะ” พูดพลางตักข้าวเติมให้ลูกและตักเติมให้พ่อของลูกโดยไม่ต้องขอ
“ขอบคุณครับแม่มุก”
มองหน้าพ่อที่ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกจากปากหลังจากที่แม่ตักข้าวใส่จานให้
“พ่อดลไม่ขอบคุณแม่มุกเหรอครับ?”
“….”
“ขอบคุณ…ครับ”
เอ่ยขอบคุณอย่างขัดไม่ได้เดี๋ยวจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับลูก
ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนของผู้บริหารหนุ่ม ที่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมารอลูกและไปส่งที่โรงเรียน เพราะแม่ของเด็กไม่เคยเรียกร้องขอความช่วยเหลือใด ๆ จากเขาเลยในความเป็นพ่อ หากปล่อยเลยตามเลยแบบนั้นอีกไม่นานลูกคงต้องห่างเหินกับเขาไปเรื่อย ๆ ไม่ต่างกับคนแปลกหน้า ซึ่งเขาคงยอมไม่ได้
เขาได้สิทธิ์นอนค้างกับลูกได้แค่สัปดาห์ละสองวันเท่านั้น ค่าอาหารที่เขาจ่ายให้เธอทุกเดือนคือสิทธิ์ที่เขาจะได้กินข้าวกับลูกทุกวันโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ จากเธอ
และดูเหมือนเขาจะเป็นคุณพ่อที่เสพติดความน่ารักของลูกชายไปเสียแล้ว ส่วนแม่ของลูกนั้นดูเธอจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเขาในฐานะอื่นนอกจากพ่อของภูวภัสเท่านั้น
ภูวดลเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารตรงหน้าจากเสียงเคาะประตูของเทวา
“มีอะไร?”
“คุณลิต้าโทรมาหลายรอบมากครับจะเข้ามาเจอบอสให้ได้ครับ”
“ปฏิเสธไปก่อนบอกว่าฉันไม่ได้เข้าบริษัท”
“ครับบอส”
ลลิตามีความพยายามเป็นเลิศที่จะติดต่อภูวดลให้ได้หลังจากที่เลิกรากัน ไป ปีแรกที่เริ่มห่างกันติดต่อกันบ้างเป็นครั้งคราว และแยกย้ายอย่างเป็นทางการเมื่อปีต่อมา หลังจากที่เขาเจอหล่อนเดินช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่นกับกฤษอย่างหวานฉ่ำ บวกกับคำบอกเล่าจากแอนนาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ และคิดว่าหล่อนน่าจะบล็อกเบอร์เขาไปก่อนหน้านั้นและเพิ่งจะปลดบล็อกเมื่อไม่นานมานี้ นี่คงเลิกรากันแล้วกระมังถึงได้พยายามติดต่อจะขอเจอเขาให้ได้
“พรุ่งนี้ช่วงบ่ายทีมกฎหมายของโรงพยาบาลและคุณวนิดาจะเข้ามาเซ็นสัญญาครับ ข้อตกลงเอกสารสัญญาทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ”
วางแฟ้มตรงหน้าเจ้านาย
วนิดา สาวสวยโปรไฟล์ดีพรีเซนเตอร์ของทางโรงพยาบาลที่เป็นเครือข่ายเครื่องมือทางการแพทย์หลายรายการกับอัครเทพ และดูเหมือนเธอจะพยายามสร้างความสัมพันธ์ให้สนิทสนมมากกว่าเรื่องงานกับประธานหนุ่มอยู่เสมอ
“ผมจองร้านอาหารที่เดิมตามที่บอสสั่งเรียบร้อยครับ”
พยักหน้ารับรู้ แต่เพิ่งนึกได้ว่านัดกับเจ้าตัวเล็กว่าจะรีบกลับไปต่อจิ๊กซอว์รูปสัตว์ประหลาดและฮีโร่ที่เพิ่งซื้อให้ แต่คงไม่เป็นไรไว้ค่อยส่งข้อความบอกมุกดาอีกทีในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน
รถสปอร์ตคันหรูโลดแล่นตามถนนด้วยความเร็วเป้าหมายปลายทางคือรับลูกและเมียกลับบ้าน มือบังคับพวงมาลัยด้วยใจที่จดจ่อ สระบุรีใช้เวลาไม่นานก็จะได้เจอหน้าคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันมานี้ และซ้อมคำพูดที่เตรียมไว้ในหัวมากมายไปด้วยขณะขับรถ“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอร้องไห้”ไม่เอา ไม่เอา มันดูเหมือนตั้งใจให้มันเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เดี๋ยวเธอขึ้นอีกทำไง“คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”อันนี้ก็เหมือนตั้งใจแกล้งเธออยู่ดี“ฉันคิดถึงเธอกับภูมากกลับบ้านเรานะ”แล้วถ้าเธอไม่ยอมกลับล่ะ?โอ๊ย…ช่างมันเถอะขอให้เจอหน้าเธอกับลูกก่อนก็แล้วกันอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที ถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอกมุกดาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมพร้อมพาเจ้าตัวเล็กกลับไปหาพ่อ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ดื่มจนดึกดื่น แต่ก็สมน้ำหน้าชอบแกล้งคนอื่นดีนัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดบล็อกเบอร์เขา อมยิ้มน้อย ๆ จะรอดูว่าหลังจากเธอกลับไปเขาจะโวยวายวีนเธอยังไง“เราจะกลับกันแล้วใช่ไหมครับแม่มุก?”“ใช่จ้ะ”“แต่พ่อดลบอกว่ากำลังมารับเรานะครับ”“หือ…ว่าไงนะ?”“ตอนเช้าพี่ก็อตโทรมา ภูได้คุยกับพ่อดลแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะมารับภูกับแม
“ขนุน” ตะโกนเรียกเสียงดังขณะที่เดินลงบันไดมาจากชั้นบน“ขนุน” ตะเบ็งเรียกอีกครั้งเต็มเสียงพร้อมกับร่างของขนุนที่วิ่งออกมาจากในครัวทันที“คะคุณดล”“คุณมุกออกไปตอนกี่โมง?”“ก่อนคุณภูจะเลิกเรียนไม่นานค่ะ”“ไปกับใคร?”“ขนุนเห็นไปคนเดียวนะคะ”“มีกระเป๋าด้วยหรือเปล่า?”“มีค่ะสองใบ”“แล้วทำไมไม่บอก” มือเท้าสะโพกคิ้วย่นอย่างหัวเสีย“ก็…คุณดล…ไม่ได้ถามนี่คะ” พูดเสียงเบาหวิวหลบตาทันที“แล้วคุณมุกไม่บอกเหรอว่าจะไปไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ”“โธ่เอ้ย…แล้วทำไมไม่ถามล่ะอยู่บ้านยังไงถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง”ตะคอกเสียงดัง ขนุนสะดุ้งโหยง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้“ขนุนถามแล้วค่ะแต่คุณมุกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาแล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นรถไปเลยค่ะ”มือประสานกันก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้านาย หลับตาปี๋สลับกับกะพริบถี่ ๆ“ร้องไห้?”“ใช่ค่ะ”“ร้องจนตาบวมเป่งไปหมดเลยค่ะ ขนุนคิดว่า…ทะเลาะกับคุณดล…ก็เลยไม่กล้าถามเยอะค่ะ”“เฮ้ย…”“โยธา” ยืนอยู่กับที่แต่เสียงทรงพลังอย่างเหลือเฟือสิ้นเสียงเจ้าของชื่อก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ายืนมือประสานกันข้าง ๆ ขนุน เตรียมรับลูกระเบิดด้วยความพร้อมเพราะได้ยินเสียงโวยวายก่อนหน้าแล้ว“ครั
“วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะคุณมุกถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้?”ขนุนถามด้วยความสงสัยเมื่อนายหญิงลงมือปรุงอาหารเมนูโปรดของสองพ่อลูกเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากไปรับเด็กนักเรียนกลับมาถึงบ้านและปล่อยให้เล่นเตะฟุตบอลกับโยธาอยู่สนามหญ้ารอพ่อกลับมา“ช่วงนี้คุณดลเขางานยุ่งน่ะเห็นบ่น ๆ ว่ากับข้าวที่ทำงานไม่ค่อยถูกปาก”ไม่นานบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้รอสองพ่อลูกจนเต็มโต๊ะที่มีแต่เมนูโปรดของสองหนุ่มทั้งนั้นหลังจากเล่านิทานส่งลูกเข้านอนแล้วพ่อกับแม่ก็กลับห้อง ประตูห้องถูกปิดลงเพียงไม่นานภูวภัสก็ลุกมาเล่นหุ่นยนต์คนเดียว มุกดาและภูวดลที่เปิดดูพฤติกรรมของลูกจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือถึงส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวแสบ และเป็นอยู่อย่างนี้บ่อยครั้ง นี่แหละคือสาเหตุของการอยากนอนคนเดียวของเขา“คุณเหนื่อยไหมคะเทวาบอกว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งมาก” วางคางลงบนบนไหล่เขาที่นึ่งกึ่งนอนอยูบนเตียงใช้หมอนรองด้านหลังไว้ โอบกอดร่างเขาไว้หลวม ๆ“ให้มุกนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งงานอ่อยเบา ๆภูวดลวางมือลงกลางศีรษะของเธอลูบเรือนผมก่อนจะโยกเขย่าเบา ๆ“ไม่เป็นงานอย่าทำเป็นมาอ่อย”“แล้วอ่อยขึ้นไหมล่ะค
“ไม่ดีกว่าค่ะ” มุกดาพูดแทรกขึ้นยืนยันคำเดิมแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่“มุกอยากไปกับคุณดลแค่สองคนค่ะ มุกไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่สนิทค่ะมันอึดอัด” มือสอดประสานเข้าไปในมือหนาวางทับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือและส่งยิ้มให้“คุณอยากไปกับมุกสองคนหรืออยากให้คุณวินนี่ไปด้วยคะ?”“แล้วแต่เธอ” ภูวดลยักไหล่“แต่วินนี่มากับดลนะคะ”“เดี๋ยวมุกให้เด็ก ๆ เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พูดพลางยกมือเรียกพนักงานในร้านให้เดินมาหา”“เรียกแท็กซี่ให้คุณวินนี่ด้วยจ้ะ”“ค่ะคุณมุก”“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณวินนี่กลับเอง”“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปส่งพอดีลูกค้าเพิ่งแจ้งมาเมื่อครู่ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”เมื่อหล่อนตั้งใจมาเพื่อจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเขาทำไมยังต้องสนใจความรู้สึกของหล่อนด้วย การประสานงานก็ผ่านทางโรงพยาบาลอยู่แล้วไม่มีผลกระทบใด ๆ กับเขาเลยสักนิดที่จะไม่แคร์หล่อนวนิดาหน้าตาเหลอหลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหล่อนจริงหรือ หล่อนกำลังโดนผู้ชายเท ทั้งที่ออกตัวแรงจนล้อฟรีขนาดนั้น และนิ่งไปสักพักสมองพลางตื้อไปด้วยมุกดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับภูวดลมือยังไม่ปล่อยจากกัน“ขอบคุณคุณวินนี่
ทีมงานเว็บเพจของแบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ เริ่มปล่อยโปรโมทผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะพรีออเดอร์ในลอตแรกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาพิเศษ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วภูวดลพามุกดาเดินสำรวจร้านอาหารเก่าที่ปิดกิจการไปหลังจากที่เพื่อนเก่าของภูวนาถขอให้ช่วยซื้อไว้ในครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากประสบกับวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถประคับประคองไว้ได้“ตกแต่งหน้าร้านใหม่นิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้”เขาพูดขณะที่พาเดินตรวจทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงร่มรื่นเพราะเป็นสวนอาหารที่ยังคงมีต้นไม้ใหญ่หลงเหลือในกลางกรุง ลานจอดสะดวกสบาย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ภาพร้านในจินตนาการจากไอเดียของเธอผุดขึ้นในหัวมากมาย ส่วนโซนเครื่องดื่มเธอจะยังคงเก็บไว้สำหรับบริการลูกค้าอีกหนึ่งโซนที่จะเพิ่มเติมในอนาคตคือมุมสปาเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้รักสุขภาพและดูแลผิวหลังจากผ่านการอนุมัติจากรูปหล่อสายเปย์ การต่อเติมตกแต่งร้านก็เริ่มดำเนินการทันที และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการแล้ว“เปิดเป็นทางการเดือนหน้าแล้วเหรอคะดีใจด้วยนะคะ”แอนนาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อรับรู้
มุมนั่งต่อจิ๊กซอว์ของภูวภัสในห้องทำงานของพ่อกลายเป็นมุมทำงานของมุกดาชั่วคราวระหว่างที่รอห้องทำงานใหม่เสร็จสิ้น จากการเริ่มโครงงานเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ ซึ่งมีที่มาจากอักษรย่อของเขาและเธอ โดยจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือจ้างผลิตซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเตรียมสต๊อก และการจองขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นโดยมีที่ปรึกษาจากการแนะนำของแอนนาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์จนกระบวนการสุดท้าย ส่วนงานดูแลลูกค้านั้นมุกดาได้เซททีมงานไว้เรียบร้อยแล้วเธอทุ่มเทอย่างหนักในช่วงเวลาที่ภูวดลไปดูงานที่ญี่ปุ่น และตั้งใจจะเตรียมการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันเขากลับมา ต่างคนต่างยุ่งมีเพียงข้อความที่ส่งหากันเท่านั้นพร้อมกับรูปถ่ายคู่กับลูกที่ส่งไปให้เขาทุกวันมุกดายกข้อมือมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาและกดสายหาคนขับรถทันที หลังจากที่เธอออกมาดูโรงผลิตและงานออกแบบที่นัดประชุมกับผู้ผลิตไว้กับ ณวัฒน์ ที่ปรึกษามากประสบการณ์ที่เป็นธุระจัดการให้แทบทุกเรื่องอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนการประชุมจะยังไม่จบง่าย ๆ“ฮัลโหล…โยธาไปรับภูกลับบ้านได้เลยนะฉันคงกลับไม่ทัน”(“ครับคุณมุก”)และไม่ลืมที






![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
