LOGINในขณะเดียวกันที่ด้านนอก ต้องโถงรับแขกหน้าบาร์โฮสต์ อิสรินทร์เขามาตามหาอณวิทย์ น้องชายที่หนีออกจากบ้านมา สืบจนรู้ว่าอณวิทย์นั้นมาทำงานที่นี่
พี่ชายได้จับยึดข้อมือของน้องชายเอาไว้แน่น ชายตาของเขามองน้องชายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ร่างกายของอณวิทย์มีแค่กางเกงขาสั้นที่ปกปิดไม่ได้มาก อิสรินทร์มองอณวิทย์ด้วยสายตาตำหนิ
“แกรู้ไหมวาฬว่าแกกำลังทำงานอะไรอยู่”
“ผมรู้ตัวเองดีทุกอย่างครับเฮียว่าผมทำอะไร ทำไม ผมก็แค่อยากพึ่งพาตัวเองเท่านั้น” สายตาที่มองจ้องกับพี่ชายเต็มไปด้วยความตัดพ้อ และก็แฝงไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอง
“ผมทำมาหากินส่งเสียตัวเองเรียนได้ ผมไม่จำเป็นต้องพึ่งพ่อกับแม่” คำพูดที่แสนหยิ่งผยอง
“แกไม่เห็นความหวังดีของพ่อกับแม่ต่างหาก พ่อกับแม่รักแกมาก”
“รักหรือครับ เท่าที่ผมจำพ่อกับแม่มีแต่บังคับ บังคับ แล้วก็บังคับ” เขาบ่นถึงความคับข้องใจที่อยู่ภายใน
“ผมต้องทำตามที่พ่อกับแม่ต้องการ แต่พ่อกับแม่เคยถามผมหรือเปล่าว่าผมต้องการในสิ่งใด เพราะในสิ่งที่พ่อกับแม่ยัดเยียดให้ ผมเต็มใจทำหรือเปล่า”
“ปลาวาฬ แกจะคิดอย่างนี้กับพ่อและแม่ไม่ได้นะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ผมไม่ใช่พี่นี่ ที่จะทำตามพ่อกับแม่ทุกอย่างเหมือนหุ่นยนต์ ไม่ว่าพ่อกับแม่จะให้พี่เรียนอะไร พี่ก็เรียน อยากให้พี่เป็นอะไร พี่ก็เป็น ทั้ง ๆ ที่พี่ไม่ชอบ เพราะอะไรล่ะครับ หึ... แต่สุดท้าย ผมก็รู้ว่าพี่ไม่ได้เลือกเรียนเหมือนที่พ่อกับแม่ต้องการ ทำไมพี่ไม่เป็นหมอศัลยกรรม แล้วจบมาจะได้มาเปิดคลินิก บริหารงานต่อจากพ่อกับแม่ แล้วโกยเงินเข้ากระเป๋าเยอะ ๆ แต่พี่ก็เลือกที่จะไปเป็นหมอเด็ก เพราะอะไร พี่ตอบคำถามของผมหน่อยสิครับ ผมสังเวชใจนะ ถึงแม้พี่จะทำตามที่พ่อกับแม่ต้องการ แต่สุดท้ายพี่ก็ดื้อด้านเหมือนกัน พี่ก็เลือกสาขาที่กับพ่อกับแม่ไม่ได้ส่งเสริม จริงไหมครับ” อณวิทย์ย้ำให้พี่ชายเห็นถึงความขัดขืนของตัวเองด้วย
“ผมไม่ได้เรียนเก่งเหมือนพี่ ผมไม่มีความสามารถมากพอที่จะทำตามที่พ่อกับแม่ต้องการหรอก แล้วยิ่งพ่อกับแม่ผลักไสให้ผมไปอยู่เมืองนอก ไปเรียนตามที่พ่อกับแม่ต้องการอีก เพื่อจะได้กลับมาบริหารงานคลินิกอะไรของคุณแม่นั่นน่ะ แต่มันไม่ใช่ผมพี่ มันไม่ใช่ผม ผมมีทางเลือกของผมเอง ผมอยากจะเป็นนักร้อง ผมอยากจะเล่นดนตรี พ่อกับแม่ไม่เคยส่งเสริมหรือสนใจความต้องการของผมเลย” อณวิทย์พูดความอัดอั้นตันใจออกมาทั้งหมด
อิสรินทร์ถอนใจ เขาเห็นเหมือนที่อณวิทย์เห็น แต่ว่าน้องชายก็ไม่ควรแก้ปัญหาแบบนี้
“เอาเถอะ ถ้าแกไม่เห็นแก่คุณพ่อคุณแม่ แกก็ต้องนึกถึงคุณย่า” อิสรินทร์เอ่ยถึงคุณย่าที่เลี้ยงดูฟูมฟักอณวิทย์มาตั้งแต่เล็ก ๆ
“ผมคิดว่าคุณย่าเข้าใจครับ คุณย่าเป็นคนที่เข้าใจผมที่สุด คุณย่าคงไม่โกรธผมหรอกที่ผมเลือกทางเดินของตัวเอง คุณย่าพูดเสมอว่าให้ผมทำตามหัวใจ”
“คุณย่ารักแก ตรอมใจที่แกหนีออกมาอยู่ที่นี่ ตอนนี้คุณย่าป่วย และเข้าไอซียู”
เมื่ออณวิทย์ได้ยินดังนั้น เขาถึงกับตกใจรีบเถียงออกไป
“พี่ไม่ต้องมาโกหกผมครับ เย็นนี้ผมยังคุยกับคุณย่าอยู่เลยทางไลน์”
“นั่นเป็นพี่ยะคนดูแลคุณย่าต่างหากที่เป็นคนตอบข้อความแก ท่านทำเพื่อจะให้แกสบายใจ เป็นคำที่คุณย่าสั่งพี่ยะ ก่อนที่คุณย่าจะเข้าห้องไอซียู”
“ไม่จริงผม ไม่เชื่อพี่”
“ปลาวาฬ วันนี้ที่พี่มาหาแก พี่ไม่ได้มาทำเพื่อพ่อหรือแม่ หรือว่าเพื่อใครทั้งนั้น แต่พี่มาขอร้องแกเพื่อคุณย่า คุณย่าต้องการกำลังใจจากนาย คุณย่าต้องการนาย”
น้องชายถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวลงไปในลำคอ เขารักและก็คิดถึงคุณย่ามากเช่นเดียวกัน เขาไม่เคยห่างจากอกคุณย่าเลยก็ว่าได้ ตอนที่อยู่บ้าน น้องชายเป็นคนเดียวที่นอนกับคุณย่าจนถึงวันสุดท้ายที่ตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตของตัวเองข้างนอก
“พี่กลับไปเถอะ ผมยังไม่พร้อมที่จะกลับไปบ้าน พี่ช่วยบอกคุณย่าด้วยก็แล้วกันว่าผมคิดถึง และขอให้คุณย่าหายไว ๆ”
“ปลาวาฬ แกจะใจดำมากเกินไปแล้วนะ”
น้องชายสะบัดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุม แล้วเดินเข้าไปด้านใน อณวิทย์ไม่อยากใจอ่อน แล้วสุดท้ายกลับบ้าน ก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองที่ได้พูดว่าจะไม่กลับไปที่บ้านเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพ่อของเขาคงจะเยาะหยันน่าดู
อิสรินทร์เดินตามหลังไปติด ๆ เขาพยายามเรียกปลาวาฬ แต่น้องชายก็จ้ำอ้าว
“พี่กลับไปเถอะ เดี๋ยวผมจะโดนไล่ออกจากงาน ผมยังต้องกินต้องใช้”
“แล้วเงินที่คุณย่าโอนมาให้แกล่ะ ทำไมนายไม่ใช้ นายจะสามารถใช้จ่ายได้อย่างสบาย”
“ก็ผมบอกพี่แล้วไงครับ ผมอยากจะยืนบนลำแข้งของตัวเอง ไม่อยากจะพึ่งใคร และผมโอนเงินกลับหมดแล้วด้วย”
“ปลาวาฬ” อิสรินทร์รู้ว่าน้องชายใจแข็งแค่ไหน มีแต่เขาหัวอ่อนมาตั้งแต่เด็ก แต่ทุกอย่างที่ทำไป ก็เพราะรักพ่อกับแม่ด้วย และอยากทำให้พวกท่านภูมิใจ
“แม้คุณย่าจะโอนมาใหม่อีกกี่ครั้ง ผมก็จะโอนคืนกลับไปให้คุณย่าเหมือนเดิมครับ”
“ปลาวาฬแกอย่ามาจองหองให้มากนักนะ”
อณวิทย์หันขวับมาทันที ดวงตาไม่พอใจ
“พี่อย่าเอาคำพูดของคุณพ่อมาใช้กับผม” เขาเดินตรงไปที่โต๊ะของจริยสมัย แล้วก็หยุดยืน พี่ชายขยับเดินไวตามมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ คนใหม่มากันถึงสองคนทำให้ทุกคนหันมามอง
“ไม่คิดนะน้าว่าพี่ตองเขาจะให้เซ้งถูกๆ แค่แปดหมื่นเอง”“เขาคงจะสงสารเอ็ง”“น้าที่ฉันท้องไม่มีพ่อมันผิดหรือ”“ยา น้าบอกเอ็งแล้วว่าอย่าคิดมาก วันนี้เราได้ย้ายเข้าร้าน เข้าบ้านใหม่ เอ็งจะต้องคิดถึงแต่เรื่องดีๆ และทำจิตใจให้ผ่องใส น้าอยากให้ลูกของเอ็งหน้าไม่หงิกนะ และก็เลิกทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเสียที ขอโทษนะที่ผ่านมา น้าดูแลเอ็งไม่ค่อยดี ทำให้เอ็งลำบาก ไหนจะต้องส่งตัวเองเรียน ทำงานด้วย เรียนด้วย มันหนักน้าเข้าใจ”ทัศยายิ้มทั้งน้ำตา เธอเข้าไปสวมกอดน้าชาย“น้าเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ น้าทำดีที่สุดแล้ว”“อยากให้เอ็งคลอดไวๆ ข้าเห็นคนอื่นเขาได้ชมหลานข้าก็อยากชมบ้าง”“น้าคิดว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”“ผู้หญิงสิ จะได้จับแต่งเนื้อแต่งตัว” จริตสาวออกมาทันที“มะ มา ได้ฤกษ์ไหว้แล้ว จะได้เฮงๆ อยู่ไปสักสามเดือนค่อยพาพระท่านมาทำพิธี ตอนนี้ลูกช้างเอาน้ำมนต์วิเศษมาจากวัดแล้ว ขอให้เฮงๆ รวยๆ เปิดทางให
“กินก่อนสองก็แล้วกัน แล้วเอาใส่ถุงไปสาม”“พี่จวงก็เพิ่งกลับไปนะครับ” ยักษ์รู้แล้วว่า ครอบครัวนี้เป็นดองกับจวงใจ“เอาไปให้คุณหมอกิน จวงคงไม่ปิ้งกล้วยให้กินแน่ๆ”“ครับ” ยักษ์หัวเราะตบท้ายทั้งสามคนเข้าไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวในร้านทัศยาขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมาช่วยงานยักษ์ ตั้งแต่เธอกลับมาจากกรุงเทพฯ เธอก็มาช่วยงานยักษ์ตลอด มาช่วยปิ้งกล้วย เพราะยักษ์ก็ทำไม่ค่อยทัน ลูกค้าจะมาออกันอยู่ที่หน้าร้าน อยู่ที่หน้าเตานานๆ ทำให้เธอต้องปิดหน้าปิดตา เพราะไอร้อน“เมื่อกี้น้าคุยกับพี่จวงแล้ว เรื่องร้านสังฆภัณฑ์ ยาทำไหวแน่นะ”“ถ้าน้าว่าดี ยาก็ว่าดี”“ทำหน้าทำตาให้มันสดใสหน่อย ยาอย่าคิดเยอะ เดี๋ยวลูกออกมาหน้าเหี่ยว เหมือนกล้วยลูกนี้ไม่รู้ด้วยนะ”ทัศยาได้แต่ยิ้ม เธอโชคดีแค่ไหนที่น้าชายเข้าใจ ไม่ถ้องไม่ถามให้เธอต้องอึดอัดรำคาญใจ“น้าว่าจะไปหาเก้าอี้สูงๆ มาให้เอ็งนั่ง จะได้ไม่ต้องยืนนาน”&ldqu
ยะอุมามาพร้อมกับน้ำแข็ง และแผ่นประคบเย็น“มาค่ะคุณปลาวาฬให้ยะประคบให้ อูย... ดูยับเยินนะคะ แบบนี้แอนตาซินไม่จ่าย” ยะอุมายังล้อเลียนอีกด้วย“โอ้ย เบาๆ มือหน่อยสิพี่ยะ”“หัดเป็นนักเลงก็ต้องอดทนค่ะ” ยะอุมาว่าให้“แล้วจะอยู่อีกนานไหมคะ หรือว่าจะกลับไปทำงานเพลง ร้องเพลงเหมือนเดิม”“ไม่เอาแล้วครับ ตั้งใจกลับมาเที่ยวนี้ จะเข้าไปช่วยงานคุณพ่อ”“หา! อะไรนะ พูดใหม่สิ ย่าหูเพี้ยนไปหรือเปล่า” คุณย่ารสสุคนธ์ถึงกับยิ้มแป้น พอคนเราโตขึ้น ความคิดความอ่านก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย“ย่าจะได้สบายใจ พ่อกับแม่ก็จะได้สบายใจด้วย ยังไงล่ะครับ” พูดแบบเอาใจคุณย่า พร้อมกับคลอเคลีย“คุณปลาวาฬอย่าขี้จุ๊คุณย่านะคะ พูดแล้วต้องทำให้ได้จริงๆ”“แน่นอนสิครับ เที่ยวนี้ผมเอาจริง บางทีการไปร้องเพลงแบบนั้น มันก็พาตัวเองไปในที่อโคจร ทำให้เราอาจเผลอไผลไปทำเรื่องไม่ดีได้”“เป็นบุญหูของฉันนะยะ ที่ฉันได้ยินแบบนี้ ย่าดีใจจริง” คุณย่าถึ
อณวิทย์เริ่มสวน เขาไม่ปล่อยให้กังหันชกต่อยเขาแต่เพียงผู้เดียว หมัดแลกหมัด ทั้งคู่ใส่กันตุบตับ จนกระทั่งมีจังหวะหนึ่ง กังหันได้เปรียบ เขาได้ใช้เท้าถีบไปยังกลางลำตัวของอณวิทย์ จนอณวิทย์ล้มก้นกระแทกจ้ำเบ้าลงไปกับพื้น“ไอ้เชี่ย มึงมาเอาทำไมป่านนี้ มาเพราะอะไร มึงทำร้ายจิตใจของยามาก จนเธอได้หนีไปแล้ว”กังหันกำหมัดแน่น โกรธจนลมออกหู“ไอ้หน้าตัวเมีย รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงตัวเล็กๆ และไม่มีทางสู้ คิดแต่จะข่มเหง ไอ้สารเลว ไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบ ไปให้พ้น อย่ามาให้กูเจอหน้ามึงอีก” กังหันด่าเป็นชุดผู้คนที่พักอาศัยอยู่ห้องใกล้ๆ เริ่มออกมามุง และมีบางคนโทรไปเรียกรปภ.ให้มาระงับเหตุการณ์ก่อนจะบานปลาย ผู้ชายหน้าตาดีสองคนกำลังชกต่อยกันอย่างไม่มีใครยอมใครอณวิทย์เช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากปาก“ผมไปแน่ แต่คุณต้องช่วยบอกผมว่าทัศยาเธออยู่ที่ไหน” อณวิทย์ค่อนข้างสุภาพทีเดียว เขาไปบวชมาหลายเดือนทำให้ใจเย็นลงไปกว่าครึ่งกังหันตรงไปกระชากคอเสื้อของอณวิทย์ ดึงร่างของเขาให้ลุกขึ้นตามแรงฉุด แล้วชูกำปั้นค้างเอาไ
ตืด ตืด ตืด... มือถือของพระอณวิทย์ดังขึ้น ปลายสายรีบรับ(“ปกติเฮียไม่เปิดเครื่องเวลานี้นี่ครับ”) “ก็ตรวจกล้องวงจรปิดทุกสามเดือนก่อนจะลบทิ้ง”(“มีอะไรเร่งด่วนครับ”)“เอ่อ... อยากจะบอกหลวงพี่ว่าสึกเหอะ”(“ทำไมล่ะครับ”)“เอาเรื่องจริงไหม นี่พอเฮียรู้ก็อดรนทนไม่ได้ จึงอธิษฐานจิตไป ไม่ถึงสิบนาทีหลวงพี่ส่งข้อความเข้ามา”(“ขนาดนั้นเลยหรือครับ”)“มันเรื่องใหญ่มาก และจะว่าไปหลวงพี่ควรจะรับผิดชอบด้วย”(“อะไรหนอ อาตมาไปหยิบขโมยของของเฮียมาหรือยังไง ตอนไหน แบบบอกได้ไหม จำไม่ได้ครับ”)“คือหลวงพี่หนีความจริงไม่พ้นนะครับ”(“ความจริง”) พระอณวิทย์ย้ำอีกที“เฮียมาเปิดกล้องวงจรปิดในคืนวันวาเลนไทน์”(“แล้วมีอะไรเกิดขึ้นครับ”)สหรัฐนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะพูดความจริงที่เห็น“หลวงพี่มีความสัมพันธ์กับเด็กแม่บ้านรอบเช้าของเรา
“พี่ยอมรับได้ แค่ยาไม่บริสุทธิ์ แต่กับเด็กคนนี้ มันไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของพี่” กังหันขยับตัวออกห่าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาทัศยาถึงรู้แจ้ง มันจริงอย่างที่เธอคิดเอาไว้ ใครจะมารับผู้หญิงที่มีมลทินแบบเธอ ไม่มีหรอก“พี่จ๋า ขอเวลาให้ยาคิดนิดหนึ่งนะ ยาขอเวลา” เธอกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงไปในลำคอกังหันไม่ผิดหรอก เธอผิดเองที่โชคไม่ดี และไปเจอเรื่องราวร้ายๆ แบบนั้น“พี่จ๊ะ พี่อย่าเอาเรื่องของยามาใส่ใจเลยนะจ๊ะ ยาขอโทษ แต่เรื่องเด็กในท้องนี่ ยาขอเวลาคิด”“พี่ขอโทษนะยา พี่ขอโทษ” การกระทำ และสายตาที่มองมา มันช่างเหินห่างทัศยาค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้น“ยาจะกลับก่อนนะพี่” เธอรวบรวมพลังกายทั้งหมดที่มี ใบหน้าชาเพราะไม่อาจต้านความเสียอกเสียใจที่มีในตอนนี้ได้ เธอควรจะมีชีวิตที่มีความสุขกับพี่กังหันสิ ทว่ามันกลับไม่ใช่ เพราะไอ้ผู้ชายเลวๆ คนนั้น“ยา” น้ำเสียงที่เรียกยังคงเป็นห่วง“ยาไม่เป็นไรพี่ ยาจะนั่งแท็กซี่กลับ ยาขอเวลานะพี่กังหัน แล้







