تسجيل الدخولใบหน้าหล่อเหลาของสองหนุ่มที่กำลังมาใหม่ สองสาวสะดุดตาและตะลึง คนหนึ่งหล่อเข้มอีกคนหล่อจางลงมาหน่อย แต่ก็น่ากินพอ ๆ กัน
อิสรินทร์ไม่ได้แต่งตัวเหมือนกับหนุ่มโฮสต์ข้างในนี้ เขาใส่กางเกงยีนลีวายสีหม่น เสื้อยืดสีขาว แถมยังมีแจ็กเกตยีนคลุมด้านนอกอีกด้วย
จริยสมัยส่งยิ้มให้กับอิสรินทร์แบบโปรยเสน่ห์
“เด็กใหม่เหรอ พี่ไม่เคยเห็นหน้าเลย แต่ดูท่าแล้วโฮสต์ใหม่คนนี้น่าจะโตกว่าพวกนายนะเนี่ย”
“พี่โยครับจะสนใจคนอื่นนอกจากผมไม่ได้นะ” โบ๊ทใช้นิ้วมือรั้งปลายคางของจริยสมัยให้หันไปทางตัวเอง
อณวิทย์นึกสนุก เขารีบหันไปจับพี่ชาย แล้วรีบพูดนำเสนอ
“อ๋อ... ใช่แล้วครับพี่โย หนุ่มโฮสต์คนใหม่ล่าสุดครับ เพิ่งจะกรอกใบสมัครเสร็จเมื่อกี้นี้เอง”
ทุกคนตรงนั้นถึงจะทำตาโต รวมถึงอิสรินทร์ด้วย เขาก้มลงมากระซิบข้างหูอณวิทย์
“นายหมายความว่ายังไง นายต้องการอะไร”
“ผมก็แค่อยากรู้ว่าพี่น่ะทำได้ทุกอย่างหรือเปล่าเพื่อแลกให้ผมกลับไปอยู่บ้าน”
“แลกหรือ”
“ใช่ หากพี่ยอมเป็นโฮสต์แบบผมหนึ่งคืนละก็ ผมจะยอมกลับบ้านด้วย ผมจะไปหาคุณย่า”
“แกต้องการแค่นี้เหรอ”
“ใช่ พี่ทำได้หรือเปล่าล่ะ” น้องชายยิ้มเยาะ
อิสรินทร์พี่ชายของเขา ค่อนข้างเป็นคนที่ถือตัวเอามากๆ เหมือนกัน เขาไม่มีทางลดตัวมาทำงานอะไรแบบนี้หรอก เพราะศักดิ์ศรีความเป็นหมอของเขามันค้ำคอ อิสรินทร์ไม่มีวันทำงานที่ต่ำต้อยแบบนี้อย่างแน่นอน เขามองว่าอาชีพที่น้องชายกำลังทำอยู่เป็นอาชีพที่สกปรก ใช้ความหลอกลวงแลกเอาเงิน
“ก็เอาสิ ถ้าแลกกับที่นายยอมกลับบ้าน”
ในตอนนั้นเองอิสรินทร์ยื่นมือไปที่ตรงหน้าของญาธิดา เธอจับแค่ปลายนิ้ว
“สวัสดีครับผมอิสรินทร์” เขาบอกชื่อของเขาออกไป
ในทันทีสายตาของญาธิดาที่มองจ้องมองดวงหน้าของอิสรินทร์ ใบหน้าของเขาที่คมคายผิดแผกจากเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่รายรอบตรงนั้น
ทุกคนดูเหมือนหื่นกระหายอยากที่จะเป็นผู้ถูกเลือก แต่สำหรับดวงตาของอิสรินทร์เต็มไปด้วยความจริงจังแตกต่างจากทุกคน
ตอนนั้นโบ๊ทเริ่มหมุนขวดที่อยู่บนโต๊ะอีกครั้ง ขวดนั้นหมุนติ้ว ๆ ก่อนที่ปากขวดจะชี้ไปที่ญาธิดา
โบ๊ทจึงถามขึ้นมาว่า
“วันนี้พี่ตองจะไปกับผู้ชายคนไหนดีครับ”
ในขณะที่เธอกำลังจับมือและจ้องตากับอิสรินทร์ เขาก็บีบมือของเธอแน่นและเขย่า
ญาธิดาจึงเอ่ยว่า “พี่ขอนอนกับผู้ชายคนนี้ค่ะ”
ทุกคนบนโต๊ะถึงกับตกตะลึง อิสรินทร์ก็เช่นเดียวกัน
“โอ้ โคตรเสียดาย”
“ผมเสียใจ ทำไมพี่ตองไม่เลือกผมครับ”
“เฮ้อ... A dog go and have a แดก”
“ตาอินกับตานามัวแต่ทะเลาะกัน สุดท้ายตาอยู่มาจากไหนก็ไม่รู้ คว้าพี่ตองไปรับประทานเฉย”
ทุกคนมองญาธิดาอย่างเสียดาย อิสรินทร์จึงฉุดมือของเธอขึ้น อณวิทย์ผู้เป็นน้องชายถึงกับอ้าปากค้างแบบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเหมือนกัน
“อ้าว หนุ่ม ๆ มัวแต่ตะลึงอยู่นั่นแหละ เรียกรถสิจ๊ะ จะได้ไปส่งสองคนนี้ขึ้นสวรรค์” จริยสมัยหมายถึงที่ห้องชุดที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ในโรงแรมที่อยู่ใกล้บาร์โฮสต์นั่นเอง
“เชิญครับ” นัทรีบลุกขึ้น แล้วนำทั้งสองคนไปในทันที ญาธิดาหัวใจเต้นรัว แต่เธอทั้งมึนทั้งเมา ทิ้งความอายเอาไว้ที่เบื้องหลัง วันนี้อะไรจะต้องเดินหน้า ให้มันเกิดและเป็นไป
ก่อนจะไป อิสรินทร์หันมาจับไหล่ของอณวิทย์แล้วบีบแรง “นายอย่าผิดสัญญา ฉันเป็นคนรับปากแล้ว พูดคำไหนคำนั้น” แล้วอิสรินทร์ก็เดินควงแขนญาธิดาออกไป
หลังจากที่สองหนุ่มสาว และนัทเดินลับไปแล้ว ทุกคนจึงหันมาซักอรวิทย์
“ผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นใคร”
อณวิทย์ไม่ได้ตอบไปตามความเป็นจริง เขาตอบว่า
“ก็โฮสต์คนใหม่ไงครับ มาทำพาร์ตไทม์แค่หนึ่งวัน”
“อะไรนะ” จริยสมัยหูผึ่ง
“แบบนี้พี่ก็อดได้กินนะสิ พี่ก็นึกว่าเป็นหนุ่มโฮสต์ประจำซะอีก อดเฉย”
“อ้า... ผมล่ะเสียดาย” หยางทำหน้าว่าเสียดายจริง ๆ อารมณ์บ่จอย
“ทำไมวะไอ้หยาง” อณวิทย์งง เพราะไม่เคยเห็นหยางทำหน้าผิดหวังมากมายขนาดนี้
“ก็โฮสต์หนุ่มคนเมื่อกี้แม่งโคตรโชคดีที่ได้ไปกับพี่ตองคนสวย เพราะพี่ตองเธอยังโสด ยังซิง ยังบริสุทธิ์อยู่น่ะสิ เฮ้อ”
“เด็ก ๆ พวกนี้แก่แดดจริง ๆ นะ”
“แหม ๆ พี่โยครับ อย่าว่าพวกผมเป็นละอ่อนนะครับ พวกผมก็อ่อนกว่าพี่โยแค่คนละสองสามปีเอง อีกอย่างพวกผมก็อายุเกินยี่สิบปีกันทั้งนั้น บรรลุนิติภาวะแล้วครับ”
“ว่าแต่ว่าวันนี้ พี่โยจะไปกับโบ๊ทหรือครับ” หยางทำตาละห้อย อดและพลาดความมันไปหนึ่งสาวล่ะ ไม่อยากพลาดอีก
“พวกเธอจะไปพร้อมกันทั้งสามสี่คนไหมจ๊ะ” จริยสมัยทำตาเล็กตาน้อย จีบปากจีบคอพูด
“ถ้าพี่โยไหว พวกผมก็ได้อยู่ครับ”
“ไหวสิ ถามได้ เช็กบิล” จริยสมัยทำไม้ทำมือ ใบหน้าสำราญที่สุด จากนั้นทั้งสี่คนก็พากันออกจากบาร์โฮสต์ ตรงไปที่ห้องชุดที่ได้เตรียมเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน
วันนี้จริยสมัยกินพร้อมกันถึงสี่หนุ่มจนหล่อนเปรมอุรากันเลยทีเดียว จริยสมัยพูดขึ้นก่อนจะเริ่มเกม
“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่า พี่พร้อมเปย์ พี่สวยและรวยมาก”
หนุ่ม ๆ กระโจนจัดการกับเธอพร้อม ๆ กัน จริยสมัยได้แต่ร้องโหยหวน แต่เต็มไปด้วยความสะอกสะใจ สมกับสโลแกนที่ว่า น้ำแตกแล้วแยกกันจริง ๆ
“ก็เราสองคนเป็นพ่อลูกกัน ลูกไม่เหมือนพ่อจะเหมือนใคร”“ก็แหงอยู่ค่ะ” พยาบาลเอาปรอทออกมาดู“ไข้ต่ำๆ แต่ก็ต้องเช็ดตัวนะครับ”“ฝากด้วยนะ”“หมอจะลงไปที่คลินิกเด็กหรือคะ”“ใช่ครับ”“น้องตองก้า เดี๋ยวพี่พยาบาลคนสวยจะมาเช็ดตัวให้นะครับ” แล้วนางพยาบาลก็เข็นรถออกไป“คุณพ่อครับ”“ว่าไงลูก”ตองก้าชี้ไปที่ถุงกระดาษพวกนั้น“อ๋อ พ่อลืมไป พ่อมีของให้เด็กเก่งอยู่แล้ว”หน้าตาของตองก้าสดชื่นขึ้นทันตาเห็น ยิ้มจนปากแบน คุณพ่ออิสรินทร์หยิบเอาถุงหนึ่งมาให้ ในนั้นเต็มไปด้วยสีและสมุดระบายสี แล้วยังมีของเล่นที่เป็นหุ่นยนต์อีกหลายชิ้น“โอ้โห” หน้าตาตื่นเมื่อเห็นข้าวของและของเล่น“ชอบไหมลูก” พูดไป พร้อมกับเททั้งหมดออกจากถุง ลงมากองที่หน้าตักของตองก้า“ชอบครับ” เด็กน้อยหยิบเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะเล่นชิ้นไหนก่อน“เล่นทีละชิ้น ชอบช
“พ่อไม่ใช่ยักษ์”ญาธิดาได้ยินดังนั้นรีบถลันลุกขึ้น และส่งเสียงดัง“น้าธนกับน้าจวงรีบกลับไม่ใช่เหรอจ๊ะ เดี๋ยวทำออร์เดอร์ส่งให้เขาไม่ทันนะ จะเสียคำพูด”“จริงด้วย ขับรถมาตั้งเกือบชั่วโมง”“ไว้ตากับยายจะมาเยี่ยมอีกนะตองก้า”“ครับ”“น้าจ๋า มีอะไรฉันจะส่งข่าวนะ”“ดูลูกดีๆ นะ อย่าคลาดสายตาเชียวล่ะ ไข้สูงจะชักได้”“ที่นี่เขาดูแลดีจ้ะ พยาบาลเข้าออกตลอด”“ดีแล้ว ไปตา”“มีอะไรก็โทรหาน้านะ”“จ้ะ”“เออ” ยายจวงรีบไปใส่รองเท้า“พี่ธน ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว แวะไปซื้อแป้งสักสองสามลัง ราคามันถูกกว่าที่เราอยู่”“ในตลาดนะหรือ”“ใช่ร้านที่หน้า บขส. น่ะ”“ได้”“ตองก้าตาไปก่อนนะ อย่าดื้อ และงอแงนะ”“ครับ บ๊าย บาย” เด็กน้อยโบกมือลา แล้วก็จับรถมาเล่น&ldqu
ญาธิดาดึงเก้าอี้มานั่งข้างๆ ลูก และหยิบมือถือขึ้นมาดูจริยสมัยส่งข้อความมาหา(ไฮ! เพื่อนสาวเป็นยังไงบ้าง ลูกชายของเธออาการดีขึ้นยัง)(ก็ยังมีไข้สูง)(แล้วหมอว่ายังไง)(หมอบอกว่า รักษาตามอาการ)(อย่างนั้นเหรอ)(ไข้เลือดออก ไม่มียารักษา ก็ดูอาการคนไข้อย่างใกล้ชิด)(อยู่กับหมอแล้ว คงไม่เป็นอะไรหรอก ฉันขอให้ตองก้าหายไวๆ นะ)(ขอบใจจ้ะ)(ตองแล้วเรื่องที่ฉันบอกเธอไปเมื่อวานล่ะ ว่าอย่างไร)(ไม่เห็นตอบเลย)(เรื่องไหน เราคุยกันหลายเรื่อง)(ยายคนนี้ ทำเป็นเฉยนะ ก็เรื่องผู้ชายที่บาร์โฮสต์ พ่อของตองก้าไง เขาเป็นหมอ)(มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้วนี่ ฉันเลือกแล้วที่จะอยู่กับลูกเพียงสองคน อีกอย่างฉันขอให้มันเป็นความลับแบบนี้ตลอดไปนะยายโย)(เธอจะเอาแบบนั้นจริงๆ เหรอ)(ใช่)(แต่ฉันว่า แกน่าจะสงสารลูกบ้าง อย่างน้อยให้แกได้รู้จักพ่อของแก)(ยายโย ฉันว่าเราคุยเรื่องนี้กันจบไปนานแล้วนะ แล้วอย่ามาพูดเรื่องพ่อของตองก้าอีก)(นี่ แกโกรธฉันเ
“ได้ค่ะ” ยะอุมาต่อสายเข้าไปในมือถือของอิสรินทร์ เขาที่ยืนข้างเตียงลูก รีบกดรับสายทันทีที่โทรศัพท์สั่น(“สวัสดีครับพี่ยะ”) หมออิสรินทร์รีบเดินออกไปจากห้องของตองก้า เขาตั้งใจจะกลับไปที่ออฟฟิศของตัวเองอยู่แล้ว“คือคุณย่าให้มาโทรถามว่า ทำไมไม่กลับบ้านเมื่อคืนนี้คะ แล้วคุณหมอนอนที่ไหนน่ะค่ะ”(“ผมนอนอยู่ที่โรงพยาบาลนะครับ”)“มีคนไข้อาการหนักหรือคะ ปกติหมอเด็กไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนี่นา”(“ครับมีคนไข้พิเศษอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่”)“เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”(“ไข้เลือดออกนะครับ”)“ไข้เลือดออก” คำตอบของคุณหมอทำให้ยะอุมารู้สึกแปลกใจ เพราะคนเป็นไข้เลือดออก คุณหมอไม่ต้องนอนเฝ้า(“พี่ยะช่วยบอกคุณย่าด้วยนะครับว่าวันนี้ผมก็ไม่กลับบ้านอีก จะนอนอยู่ที่โรงพยาบาล”)“เหรอคะ”(“ใช่ครับ บอกคุณย่าไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงเช้าวันนี้ ผมจะแวะเข้าไปดูที่คลินิกก่อน ไปเคลียร์งาน แล้วตอนบ่ายมีเข้าเวรที่โรงพยาบาลครับ และคืนนี้ผมก็จะนอนเฝ้าคนไข้พิเศษอีก”)“ค่ะ”(“อย่าลืมบอกคุณย่านะครับ”)“ได้ค่ะ”หมอหนุ่มวางสายไป ยะถึงกับทำคิ้วย่น ว่าอย่างไรต้องนอนเฝ้าคนไข้พิเศษ“ว่ายังไง”“เมื่อคืนคุณหมอนอนที่โรงพยาบาลค่ะเฝ้าคนไข้พิเศษ”“หื้
“คุณมันเป็นคนบ้า” เธอน้ำตาไหลพราก ไม่คาดคิดว่าจะถูกคุณหมอปลุกปล้ำในโรงพยาบาล โดยที่ลูกยังนอนไม่สบายอยู่บนเตียง“ผมทำมัดจำเอาไว้ก่อนน่ะ” แล้วเขาก็ผละตัวออกจากเธอ หมออิสรินทร์รีบใส่กางเกงอย่างรวดเร็วชายหนุ่มทำอะไรอย่างคล่องแคล่ว รู้ว่าอะไร ๆ อยู่ตรงไหน หมอหนุ่มได้หยิบทิชชูมาให้คุณแม่เธอรีบจัดการตัวเอง ก่อนจะหยิบกางเกงขึ้นมายังไม่ทันได้ใส่ ญาธิดาก็วิ่งปรู๊ดหายเข้าไปในห้องน้ำ เธอไปยืนหน้าแดง น้ำตาไหลอยู่ที่หน้ากระจก มองตัวเองก่อนจะยกขึ้นมือขึ้นมาตบหน้าดัง ๆ เพราะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนคนตัวโตที่อยู่ข้างนอก ได้แต่ยิ้มอย่างพอใจ ใบหน้าเป็นสุขเขาลุกขึ้นไปดูตองก้าอีกครั้งหนึ่ง เห็นว่าลูกชายยังหลับสบายดี เขาจับจัดผ้าห่มให้ลูก หมอหนุ่มกลับมาทำที่นอนใหม่ และนั่งรอให้เธอออกมาจากห้องน้ำญาธิดาจัดการชำระล้างความสุขของคุณหมอที่เขาฝากอยู่ในตัวของเธอด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม‘ชิ ไอ้หมอบ้าดันมาปล่อยในอีก ถ้าเกิดฉันท้องน้องของตองก้าขึ้นมาล่ะ’ ญาธิดาอ่อนใจ เธอจะรับมือกับหมออิสรินทร์ไหวไหม เขารุกหนักมากจนเธอกลัว แบบนี้ความลับคงไม่เป็นความลับอีกต่อไปก๊อก ก๊อก... เขาเคาะประตูด้านนอกเบา ๆ“นี่
อิสรินทร์ไม่พอใจ เธอทำให้เขาลืมไม่ลง แต่ดันมาบอกว่า ไม่อยากรู้จักเขา อิสรินทร์จึงก่อกวน“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ผมมีข้อเสนอใหม่”“ข้อเสนออะไรอีก เกี่ยวกับเรื่องลูกเหรอ”“ไม่ใช่ เกี่ยวกับคุณ”“เกี่ยวกับฉัน”“อื้อ ผมจะช่วยคุณปกปิดความผิดพลาดในคืนนั้น”“บ้าบอ ฉันไม่ได้ขอร้องคุณ เพียงแค่คุณเดินจากไป ทุกคนก็ไม่มีใครรู้เรื่องทั้งนั้น”“อะ... แต่อย่าลืมนะว่า ผมได้บอกชู้รักของคุณไปแล้วว่า ผมเป็นพ่อของตองก้า”ญาธิดาลืมไปเลยว่า ชัฏรู้เรื่องนี้ และชัฏก็คงจะบอกกับน้าธนกับน้าจวงในเร็วๆ นี้แน่ๆ“ข้อเสนออะไร ดีไหม”“อื้อ ก็ดีนะ แค่เพียงเราสองคนมามีอะไรกันอีก”“นี่คุณหมอมันจะเกินไปแล้วนะ”“เป็นค่าปิดปากไง”“คนเห็นแก่ตัว”“แน่นอนผมก็ต้องเห็นแก่ตัวอยู่แล้ว คุณไม่รู้หรอกว่า คุณได้ฝากความทรงจำอะไรไว้กับผม”“ความทรงจำอะไร”







