LOGINที่ห้องพักของตองก้า
(ลูก ๆ ขาจำเอาไว้นะ ถ้าเราเป็นคนง่าย เราจะได้ทุกคน พี่ว่ามันดีกว่าที่เราจะเล่นตัวไปนะคะ แล้วไม่ได้อะไรค่ะลูกขา ฮ่า) โพสต์ที่จริยสมัยขึ้นหน้าฟีดในวันนี้ ญาธิดาถึงกับหัวเราะกับสโลแกนที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเพื่อน
(ตองเพื่อนเลิฟ หลานรักของฉันเป็นอย่างไรบ้าง)
(พยาบาลเติมน้ำเกลือ ฉีดยาเข้าไปในสายน้ำเกลือ กินนม กินข้าวต้มไปนิดหน่อย ตอนนี้หลับไปแล้ว)
(อย่าคิดมากน่า อยู่กับหมอแล้ว ตองก้าจะไม่เป็นอะไร)
(จ้า)
(นี่... เมื่อวานฉันไปสมาร์ตกายมาแหละ)
ชื่อบาร์โฮสต์ที่ญาธิดาได้ฟังทีไร และได้อ่านทีไรก็หัวใจเต้นแรงทุกที
เธอปล่อยให้น้าจวงกับน้าธนเข้าใจผิดเรื่องที่ว่า ตองก้าเป็นลูกของนรชิต เพราะหากทั้งสองรู้ว่า เธอท้องกับผู้ชายที่ได้นอนกับเขาแค่คืนเดียวตอนที่ไปเที่ยวบาร์โฮสต์ มีหวังบ้านแตกแน่นอน และเธอคงจะถูกน้าทั้งสองคนสวดยับ
(ฉันมีอะไรจะเล่าให้ฟัง)
(เรื่องอะไรล่ะ)
(น้อง ๆ ที่บาร์ เขายังถามหาแกอยู่นะสิ)
(เว่อร์น่า ไม่เปลี่ยน ไม่ตกรุ่นไปบ้างเหรอ ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว)
(แต่แกก็เป็นตำนานนะยายตอง)
(ตำนานบ้าบออะไรกัน)
(ฉันเพิ่งได้รู้ความจริงจากปากของโบ๊ทเมื่อวานนี้แหละว่า... ผู้ชายที่แกไปนอนด้วยคืนนั้น ที่แกกับฉันก็รู้ว่า เขาคือพ่อของตองก้านะ เขาไม่ใช่เด็กที่บาร์โฮสต์)
(เขาเป็นพี่ชายของน้องปลาวาฬ คนที่ฉันพาไปฟาดคืนนั้น จำได้ไหม น้องหน้าหวานนะที่ยืนข้าง ๆ พี่ชายหน้าเข้ม ๆ ของเธอนะ โอ้ย! ที่แน่ ๆ ยังมีประเด็น โบ๊ทบอกว่าปลาวาฬยังวนเวียนมาถามหาเธออยู่นะ เขาบอกว่า พี่ชายของเขาลืมเธอไม่ลง ว่าซ่าน...) แล้วจริยสมัยก็ส่งสติกเกอร์หัวเราะตามมาอีก
(แม่เสน่ห์แรง เขายังตามหาหล่อนนะ เขาคงจะติดใจ ได้ลิ้มรสความบริสุทธิ์ของแกไป อื้อ อ้า ผมรักคุณ ซี้ด ฮ่า...)
ญาธิดาเงียบกริบ เธอนึกไปถึงคุณหมอ และคำพูดของคุณหมอหนุ่มคนนั้น แล้วจริยสมัยยังจะมาสะกิดในเรื่องนี้อีก
(นี่... ยายตอง แกยังอยู่ไหม ทำไมเงียบไป อายหรือไง อย่าด่าอีกนะว่า ฉันเอาความจริงมาพูดเล่น)
แล้วก็ส่งสติกเกอร์ตามมาอีกสองตัว
(แกไม่อยากรู้หรือว่าเขาเป็นใคร โบ๊ทแว่ว ๆ บอกฉันมาว่า บ้านของน้องปลาวาฬน่ะรวยมาก เรียกว่ามหาเศรษฐี)
(เป็นไง ๆ ข่าวของฉัน)
ญาธิดากำลังอึ้ง และตกตะลึงกับผู้ชายที่ก้าวขาเข้ามาในห้องของเธอตอนนี้ต่างหาก เสียงของเขาก้องดังเข้ามาในหู
“ก็เขาอาจจะเป็นลูกชายของผม”
“ลุงหมอให้หนุ่มน้อยตองก้าเรียกลุงหมอว่าพ่อนะครับ”
“คุณพ่อ”
ญาธิดาถลันตัวลุกขึ้น
“จะไม่ทักทายกันหน่อยหรือครับคุณญาธิดา หรือว่าจำผมไม่ได้ ยินดีจากหัวใจที่เราสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง”
เขาเอ่ยชื่อเธอเต็มยศ และสายตาที่มองมาแบบยิ้มกริ่ม หัวใจของคุณหมอพองโตคับแน่นอกที่ได้เจอกับเธออีกครั้ง
ญาธิดายังสดสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย เท่าที่เขาเห็นวันนี้ เธอต่างจากแม่เสือสาวในบาร์คืนนั้น และในห้องนอนแสนหวานชื่น เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง มีเพียงแป้งผัดและทาลิปสีจางบาง ๆ
“ฉันไม่เคยรู้จักคุณหมอค่ะ และฉันก็เพิ่งจะเจอหน้าของคุณวันนี้” ความจริงที่เธอปิดบังมาตลอดชีวิตของตองก้าจะมาถูกเปิดเผยในเวลานี้ไม่ได้
“หึ... แน่ใจหรือครับ หรือว่าความจำเสื่อม”
“ไม่เสื่อมทั้งนั้นค่ะ ฉันแค่บอกไปตามความเป็นจริง ฉันไม่ได้รู้จักคุณหมอ” เธอรีบเดินขยับไปหาลูก เพราะอิสรินทร์กำลังก้าวขาเข้าไปหาตองก้าเช่นเดียวกัน
“นี่คุณ” เธอกระโดดไปขวางก่อนที่หมอหนุ่มจะเดินไปถึงเตียง สองมือของคุณแม่กางออก เธอไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ลูกของเธอ ญาธิดากำลังสับสนและหัวหมุน หญิงสาวกำลังคิดหาทางหนีทีไล่
“ฉันขอให้คุณออกไปจากห้องนี้ค่ะ”
“ทำไม ในเมื่อผมเป็นเจ้าของไข้ของตองก้า ผมก็มีสิทธิ์มาดูคนไข้คนพิเศษของผม”
“ฉันจะแจ้งโรงพยาบาลจะขอเปลี่ยนหมอ”
“อะ... คงไม่ได้นะคุณตอง เพราะวันพฤหัสฯ ศุกร์ เสาร์ ผมเหมาหมด” เขายังเอ่ยชื่อเล่นที่เรียกเธอออกมาด้วย
“และคุณก็ควรหลีกไป เพราะตอนนี้ ผมจะเข้าไปดูอาการของตองก้า” อิสรินทร์ใช้มือของเขาผลักร่างของญาธิดาให้ออกไปให้พ้นทาง เธอถึงกับอ้าปากกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอหมุนตัวกลับทันที
อิสรินทร์ใช้สเต็ทโตสโคปฟังเสียงการหายใจ และหัวใจของตองก้า เด็กชายมีท่าทีสะดุ้งเล็กน้อย ผู้เป็นแม่จึงเข้าไปจับที่ร่างของลูกน้อยอย่างแสนเบา
ญาธิดาส่งสายตาดุให้กับคุณหมอ
“ไม่ต้องมาทำตาดุใส่ผม ผมเป็นหมอ ที่มาดูลูกก็เพราะว่าเป็นห่วง”
“ใครเป็นลูกของคุณ” ทั้งสองคนเถียงกันเบา ๆ ในระยะประชิด เพราะไม่อยากให้เด็กน้อยตื่น
หมออิสรินทร์จับแขนของญาธิดาแล้วบีบแน่น
“คุณบังอาจมาขโมยลูกของผม ท้องลูกของผมโดยที่ไม่บอกผมสักคำ แบบนี้คุณมีความผิดฐานปกปิดความจริง เราสองคนช่วยกันทำลูก ฉะนั้นผมเป็นพ่อของตองก้า ผมก็มีสิทธิ์ในตัวของลูกครึ่งหนึ่ง”
ญาธิดาถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เธอเถียงเขาไม่ออกเลย เพราะสิ่งที่เขาพูดมันคือเรื่องจริง
“ใครขโมย ฉันไม่ได้ขโมย ฉันอุ้มท้องลูกของฉันมา ลูกก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว คุณไม่เกี่ยว”
“อ้าว... แบบนี้คุณก็ยอมรับแล้วละสิว่าตองก้าเป็นลูกของผมหึ คุณญาธิดา”
“ไหนจะเล่นอันไหนครับ” เขาเพิ่งเห็นว่าของเล่นของตองก้าถูกจัดเอาไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ จึงเข็นโต๊ะมาให้ อิสรินทร์ขึ้นไปเล่นกับลูกบนเตียงอย่างสนุก โดยมีญาธิดานั่งมอง ตองก้าหัวเราะชอบใจกับการเล่นมุกตลกของพ่อญาธิดาเริ่มสับสนกับรอยยิ้มของสองพ่อลูก ตองก้าดูมีความสุข“มาเล่นด้วยกันสิครับคุณแม่”“แม่ไม่ถนัด”“แม่เป็นแบบนี้ทุกทีเลย ถ้าตาธนอยู่นะ”“ก็พ่อเล่นกันลูกแล้วไงครับ”“เล่นกับคุณพ่อก็ได้”อิสรินทร์ยิ้มชอบใจ ญาธิดาได้แต่มองค้อน เธอแสร้งทำเป็นไม่สนใจทั้งพ่อทั้งลูก มองนาฬิกาเริ่มดึก การเฝ้าไข้ลูกทำให้เครียด เธอจึงเพลียมาก ปรกติอยู่บ้านสี่ทุ่มก็นอนแล้ว ตอนนี้เวลาบอกอีกห้านาทีสี่ทุ่ม ญาธิดาจึงปิดปากหาว“นอนก่อนเลยคุณ เดี๋ยวลูกหลับ ผมจะไปนอนด้วย”“แม่ปูผ้าให้คุณพ่อด้วยนะครับ” ตองก้าหันมาสั่ง เพราะพ่อกระซิบกระซาบญาธิดาจำใจทำ เธอเพิ่งเห็นว่าเขาเอาผ้าห่มกับหมอนมาเพิ่มด้วย เธอจึงปูให้หนากว่าเดิม“ที่จริง คุณกลับไปนอ
อิสรินทร์คลุกใบหน้าลงไปบนเนื้อหน้าอกของเธอ“อื้อ... เพิ่งรู้เหรอ ผมน่ะหลงแต่คุณคนเดียวนะ คนอื่นไม่เคยอยู่ในสายตา” จากนั้นเขาก็ดึงผ้าเช็ดตัวของเธอออก เนื้อตัวของญาธิดาเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าเขา“คุณ เดี๋ยวพยาบาลเข้ามา อย่าทำนะคะ”“ห้ามใคร”“ฉันก็ห้ามคุณ”“ผมฟังไหม”“อะ...” เธอส่งเสียงออกมา ก่อนจะหุบปากสนิท และขบเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่น อิสรินทร์อ้าปากงับ และกำลังหยอกเย้าอยู่ที่สองเต้าของญาธิดา ถึงแม้จะมีลูกแล้วหนึ่ง แต่มันก็ยังไม่หย่อนคล้อย เธออายเขามาก พยายามดันใบหน้าของชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่ร่างหนาของคุณหมอก็ไม่เขยื้อนลมหายใจที่เป่ารดบนเนื้อตัวของเธอทำให้ญาธิดาขนลุกเกรียว เธอได้ยินเขาหายใจเสียงดังกระเส่า แสงไฟที่เปิดสว่างโร่ให้เขาเห็นรูปร่างของเธอก็ยังคงเหมือนเดิม“คุณน่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย สวย” เอ่ยชม พร้อมกับชิดเชยร่างงามของญาธิดาไปด้วย ลำแกนแท่งบุรุษกลางลำตัวแข็งเหยียดพร้อมปฏิบัติการรบ อิสรินทร์รวบร่างของเธอขึ้น แล้วพาญาธิดาไปนั่งที่ตรง
ตืด... ตืด... มือถือของญาธิดาสั่นขึ้น(“น้าเห็นรูปถ่ายของตองก้าแล้วนะ หน้าตาสดใสไม่เหมือนเด็กที่ป่วยเลย อาการดีขึ้นหรือว่ายังไง”)“จ้า หมอเขาก็เช็กละเอียดแล้วนะคะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”(“บอกตองก้านะว่าตาคิดถึง”)(“น้าว่าคนที่อาการหนักกว่าตองก้า อยู่ที่นี่”)(“โธ่! หลานรักของข้าทั้งคน แล้วไม่สบายแบบนี้ ดูสิ ไม่ได้ไปเฝ้า”)(“ออร์เดอร์ไม่รู้มาจากไหน เฮ้อ...”)“มันใกล้เทศกาลก็แบบนี้แหละน้า”(“อยากไปหาหลาน”)“เอาเงินก่อนเถอะจ้ะ แล้วอีกอย่างก็อยู่กับหมอ” หญิงสาวลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ได้แต่ภาวนาให้มีออร์เดอร์เข้ามาหาน้าทั้งสองคน แล้วก็เป็นดังคาด ตอนนี้งานบวชงานบุญชุก ทำให้ต้องทำขนมมือเป็นระวิง“ตองยังเสียดายที่ไม่ได้เปิดร้าน”(“ช่างมันเถอะ ใครอยากให้ลูกป่วยกัน ดีนะ น้าไปดู มีดอกไม้เหลือไม่ค่อยเยอะ เย็นนี้เลยเอามามัดเป็นกำๆ ขายกำละสิบบาท เสียบตั้งอยู่หน้าร้านนั่นแหละ
“ก็เราสองคนเป็นพ่อลูกกัน ลูกไม่เหมือนพ่อจะเหมือนใคร”“ก็แหงอยู่ค่ะ” พยาบาลเอาปรอทออกมาดู“ไข้ต่ำๆ แต่ก็ต้องเช็ดตัวนะครับ”“ฝากด้วยนะ”“หมอจะลงไปที่คลินิกเด็กหรือคะ”“ใช่ครับ”“น้องตองก้า เดี๋ยวพี่พยาบาลคนสวยจะมาเช็ดตัวให้นะครับ” แล้วนางพยาบาลก็เข็นรถออกไป“คุณพ่อครับ”“ว่าไงลูก”ตองก้าชี้ไปที่ถุงกระดาษพวกนั้น“อ๋อ พ่อลืมไป พ่อมีของให้เด็กเก่งอยู่แล้ว”หน้าตาของตองก้าสดชื่นขึ้นทันตาเห็น ยิ้มจนปากแบน คุณพ่ออิสรินทร์หยิบเอาถุงหนึ่งมาให้ ในนั้นเต็มไปด้วยสีและสมุดระบายสี แล้วยังมีของเล่นที่เป็นหุ่นยนต์อีกหลายชิ้น“โอ้โห” หน้าตาตื่นเมื่อเห็นข้าวของและของเล่น“ชอบไหมลูก” พูดไป พร้อมกับเททั้งหมดออกจากถุง ลงมากองที่หน้าตักของตองก้า“ชอบครับ” เด็กน้อยหยิบเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะเล่นชิ้นไหนก่อน“เล่นทีละชิ้น ชอบช
“พ่อไม่ใช่ยักษ์”ญาธิดาได้ยินดังนั้นรีบถลันลุกขึ้น และส่งเสียงดัง“น้าธนกับน้าจวงรีบกลับไม่ใช่เหรอจ๊ะ เดี๋ยวทำออร์เดอร์ส่งให้เขาไม่ทันนะ จะเสียคำพูด”“จริงด้วย ขับรถมาตั้งเกือบชั่วโมง”“ไว้ตากับยายจะมาเยี่ยมอีกนะตองก้า”“ครับ”“น้าจ๋า มีอะไรฉันจะส่งข่าวนะ”“ดูลูกดีๆ นะ อย่าคลาดสายตาเชียวล่ะ ไข้สูงจะชักได้”“ที่นี่เขาดูแลดีจ้ะ พยาบาลเข้าออกตลอด”“ดีแล้ว ไปตา”“มีอะไรก็โทรหาน้านะ”“จ้ะ”“เออ” ยายจวงรีบไปใส่รองเท้า“พี่ธน ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว แวะไปซื้อแป้งสักสองสามลัง ราคามันถูกกว่าที่เราอยู่”“ในตลาดนะหรือ”“ใช่ร้านที่หน้า บขส. น่ะ”“ได้”“ตองก้าตาไปก่อนนะ อย่าดื้อ และงอแงนะ”“ครับ บ๊าย บาย” เด็กน้อยโบกมือลา แล้วก็จับรถมาเล่น&ldqu
ญาธิดาดึงเก้าอี้มานั่งข้างๆ ลูก และหยิบมือถือขึ้นมาดูจริยสมัยส่งข้อความมาหา(ไฮ! เพื่อนสาวเป็นยังไงบ้าง ลูกชายของเธออาการดีขึ้นยัง)(ก็ยังมีไข้สูง)(แล้วหมอว่ายังไง)(หมอบอกว่า รักษาตามอาการ)(อย่างนั้นเหรอ)(ไข้เลือดออก ไม่มียารักษา ก็ดูอาการคนไข้อย่างใกล้ชิด)(อยู่กับหมอแล้ว คงไม่เป็นอะไรหรอก ฉันขอให้ตองก้าหายไวๆ นะ)(ขอบใจจ้ะ)(ตองแล้วเรื่องที่ฉันบอกเธอไปเมื่อวานล่ะ ว่าอย่างไร)(ไม่เห็นตอบเลย)(เรื่องไหน เราคุยกันหลายเรื่อง)(ยายคนนี้ ทำเป็นเฉยนะ ก็เรื่องผู้ชายที่บาร์โฮสต์ พ่อของตองก้าไง เขาเป็นหมอ)(มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้วนี่ ฉันเลือกแล้วที่จะอยู่กับลูกเพียงสองคน อีกอย่างฉันขอให้มันเป็นความลับแบบนี้ตลอดไปนะยายโย)(เธอจะเอาแบบนั้นจริงๆ เหรอ)(ใช่)(แต่ฉันว่า แกน่าจะสงสารลูกบ้าง อย่างน้อยให้แกได้รู้จักพ่อของแก)(ยายโย ฉันว่าเราคุยเรื่องนี้กันจบไปนานแล้วนะ แล้วอย่ามาพูดเรื่องพ่อของตองก้าอีก)(นี่ แกโกรธฉันเ







