Masuk“ไม่จริง ไม่จริง ไม่จริง” ปากของเธองึมงำ ญาธิดาพยายามยันตัวลุกขึ้น สายตาจ้องมองไปที่พวงหรีด
“ทำงานก่อน ทำงานก่อน เดี๋ยวน้าจวงกับน้าธนจะมารับพวงหรีดไปส่งที่งาน จะไม่ทัน” สั่งสมองของตัวเอง พาร่างกายที่เย็นเฉียบไปยังพวงหรีดที่เธอยังทำค้างเอาไว้
มือหนึ่งจับดอกไม้ มือหนึ่งจับกรรไกร แล้วน้ำตาของเธอก็ไหลพราก ๆ ในระหว่างที่จัดการเสียบดอกไม้ไปลงไปกับวงฟาง เจ็บจนพูดไม่ออก เธอถูกเขาหักหลัง แล้วเธอผิดอะไร ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวสมอง
หลายวันผ่านไป
“ทำยังไงล่ะพี่ ใบตองมันไม่ยอมออกมาจากห้องเลย มันเป็นอะไร ถามอะไรก็ไม่ตอบ แล้วฉันก็ไม่เห็นหมวดปอมาหลายวันแล้วนะ สองคนนั้นทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า” จวงใจหนักใจ
“แกไม่รู้ ข้าจะรู้ได้ยังไงวะนางจวง เอ็งเข้าไปถามมันสิ”
“โธ่พี่ธน ใบตองมันยอมเปิดประตูให้ฉันที่ไหน”
“เฮ้อ...” ผัวเมียมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่หนักใจ
ธนกิจยกมือขึ้นไปเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“ตองเอ๊ย มีอะไรก็ออกมาคุยกันดี ๆ นะ รู้ไหมน้าจวงเป็นห่วง ทำแบบนี้มันไม่ดีนะ แล้วไม่กินข้าวกินปลามาหลายวัน ประเดี๋ยวเอ็งก็จะล้มป่วย ตอง ตอง ตอง” ธนกิจเสียงดัง ปรกติเขาจะไม่อะไรอย่างไรอยู่แล้ว เป็นคนพูดน้อย บ้านนี้จะมีแต่เสียงของจวงใจมากกว่าที่ดังอยู่ตลอดเวลา
“ตองเอ๊ย เอ็งออกมาคุยกับน้าเถอะ มีเรื่องร้ายแรงอะไร ก็ต้องบอกน้าสองคนนะ อย่าทำแบบนี้น้าเป็นห่วง”
“ใช่ แล้วเอ็งไม่เปิดร้านมาสองวัน ดอกไม้ของเอ็งมันจะเน่าจะเสียหมดนะ เอ็งทำแบบนี้ไม่ได้ออกมา” ธนกิจทุบประตูอย่างหนักจนประตูไม้นั้นแทบจะพังอยู่แล้ว
และแล้ว
แกร๊ก... ญาธิดาเปิดประตูออกมา พอเห็นหน้าของน้าสาว เธอก็โผเข้ากอดทันที แล้วปล่อยโฮ
“เป็นอะไรตอง เอ็งเป็นอะไร”
จากนั้นเธอก็เล่าให้น้าทั้งสองคนฟัง พร้อมกับให้ทั้งสองดูหลักฐานที่ครองขวัญส่งมาให้ทั้งหมด
เมื่อน้าทั้งสองได้ทุกอย่าง พวกเขาก็ไม่พอใจนรชิตเป็นอย่างมาก
“มันเกินไปแล้วจริง ๆ แล้วเรื่องแบบนี้ใครมันจะรับได้” จวงใจน้ำตาไหลพราก ๆ เป็นฝ่ายเข้าไปกอดหลานสาวแล้วร้องไห้โฮเพราะความสงสารหลานสาว
“ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่ามันจะทำเลวได้ถึงเพียงนี้ ดีแล้ว ได้รู้เช่นเห็นชาติมันเสียก่อนที่จะได้แต่งงานแล้วอยู่กินกันไป เป็นแบบนี้ เราก็ยกเลิกงานแต่งงานไปเลย ไม่ต้องไปพูดดีอะไรกับมันทั้งนั้น ลาจาก” ธนกิจกำหมัดในมือแน่น ใบหน้าแดงก่ำ มองสองสาวที่กอดคอกันร้องไห้
“ดีแล้ว ดีแล้ว เป็นโชคดีของตองนะ อย่าร้อง อย่าร้อง” ปลอบใจ และเช็ดน้ำตาให้กับญาธิดา
ธนกิจเข้ามาใกล้ เขาโอบกอดไปที่ทั้งสองคน น้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลริน เข้าใจถึงความเสียใจของญาธิดาในครั้งนี้
“ช่างมัน ช่างมัน เราจะทำเป็นลืมเรื่องนี้ไปเสีย เป็นขี้ปากชาวบ้านแค่ไม่กี่วันหรอก เดี๋ยวไอ้อีพวกนั้นมันก็จะลืม”
“น้าจวง น้าธน ตองขอไปอยู่กับเพื่อนที่กรุงเทพฯ สักสัปดาห์ได้ไหม”
“เอ็งจะไปอยู่นานเท่าไรก็ได้ ให้เอ็งสบายใจแล้วค่อยกลับนะ” น้าสาวพยักหน้า แล้วลูบหัวหลานสาวไปด้วย
“ไปทำใจ ไปเพื่อลืม แล้วมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตองเป็นคนสวย เป็นคนน่ารัก อีกไม่นานหรอก ก็ต้องมีผู้ชายมาจีบ”
“ฉันจะไม่รักใครอีกแล้วน้าธน ฉันขอสาบาน ฮือ...” ใบหน้าสวย ๆ ของญาธิดาเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
“อยู่กับน้านี่แหละ ใครไม่รักเอ็ง แต่น้าสองคนก็รักมากนะตองนะ”
“จ้ะน้า” ทั้งสามคนกอดกันแล้วร้องไห้
ที่ห้องของจริยสมัย เพื่อนรักของญาธิดา
ตัวอย่างการ์ดแต่งงานของญาธิดากับนรชิตถูกจริยสมัยฉีกจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนที่นางจะเปิดสวิตช์เครื่องปั่น เสียงเครื่องปั่นผลไม้ดังลั่นไปทั้งห้องในคอนโดหรู
“แกเห็นความละเอียดของมันแล้วใช่ไหม มันป่นปี้ มันไม่เป็นชิ้นดี และมันกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว”
แล้วจริยสมัยก็เดินถือโถเครื่องปั่นตรงไปที่ประตูห้องน้ำ เปิดประตูอ้ากว้าง แล้วเทน้ำในโถปั่นลงไปในชักโครก ก่อนจะกดน้ำทิ้งลงไป
“อดีตย่ะ มันเป็นอดีต ดู ดูสิ ยายตอง มันไม่มีค่า และตอนนี้มันไม่เหลืออะไรแล้ว”
สีหน้าและแววตาของญาธิดาก็ยังเศร้าสร้อย เธอยังทำใจไม่ได้กับการถูกหักหลังในครั้งนี้
สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง เธอผิดหวังกับคนอย่างนรชิตที่ใจร้ายเหลือเกิน ที่ออกปากให้ครองขวัญไปทำแท้ง
“ฉันเห็นด้วยกับน้าจวงและน้าธน ดีแล้วที่แกน่ะเลิกกับไอ้ชาติชั่วคนนั้น ก่อนที่จะถลำแต่งงานกันไป โอ้ย! ฉันนึกถึงวันที่แกจัดงานแต่ง แล้วยายดีเจนั่นมาประกาศกลางงาน โชว์ที่ตรวจครรภ์ แล้วเปิดคลิปให้ทุกคนในงานดู มันสยองมาก ๆ แค่คิดถึงไอ้คนเลวคนนั้น ฉันสะอิดสะเอียนมาก แค่นึกก็ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว”
ทำสั่นตัวสั่นหน้า ลูบแขนตัวเองใหญ่เพราะขนลุกขนพอง แต่พอหันมาเห็นหน้าเพื่อนที่เหลือแค่สองนิ้ว แววตาไร้ชีวิตชีวา ก็มีท่าทีอ่อนลง
“ก็เราสองคนเป็นพ่อลูกกัน ลูกไม่เหมือนพ่อจะเหมือนใคร”“ก็แหงอยู่ค่ะ” พยาบาลเอาปรอทออกมาดู“ไข้ต่ำๆ แต่ก็ต้องเช็ดตัวนะครับ”“ฝากด้วยนะ”“หมอจะลงไปที่คลินิกเด็กหรือคะ”“ใช่ครับ”“น้องตองก้า เดี๋ยวพี่พยาบาลคนสวยจะมาเช็ดตัวให้นะครับ” แล้วนางพยาบาลก็เข็นรถออกไป“คุณพ่อครับ”“ว่าไงลูก”ตองก้าชี้ไปที่ถุงกระดาษพวกนั้น“อ๋อ พ่อลืมไป พ่อมีของให้เด็กเก่งอยู่แล้ว”หน้าตาของตองก้าสดชื่นขึ้นทันตาเห็น ยิ้มจนปากแบน คุณพ่ออิสรินทร์หยิบเอาถุงหนึ่งมาให้ ในนั้นเต็มไปด้วยสีและสมุดระบายสี แล้วยังมีของเล่นที่เป็นหุ่นยนต์อีกหลายชิ้น“โอ้โห” หน้าตาตื่นเมื่อเห็นข้าวของและของเล่น“ชอบไหมลูก” พูดไป พร้อมกับเททั้งหมดออกจากถุง ลงมากองที่หน้าตักของตองก้า“ชอบครับ” เด็กน้อยหยิบเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะเล่นชิ้นไหนก่อน“เล่นทีละชิ้น ชอบช
“พ่อไม่ใช่ยักษ์”ญาธิดาได้ยินดังนั้นรีบถลันลุกขึ้น และส่งเสียงดัง“น้าธนกับน้าจวงรีบกลับไม่ใช่เหรอจ๊ะ เดี๋ยวทำออร์เดอร์ส่งให้เขาไม่ทันนะ จะเสียคำพูด”“จริงด้วย ขับรถมาตั้งเกือบชั่วโมง”“ไว้ตากับยายจะมาเยี่ยมอีกนะตองก้า”“ครับ”“น้าจ๋า มีอะไรฉันจะส่งข่าวนะ”“ดูลูกดีๆ นะ อย่าคลาดสายตาเชียวล่ะ ไข้สูงจะชักได้”“ที่นี่เขาดูแลดีจ้ะ พยาบาลเข้าออกตลอด”“ดีแล้ว ไปตา”“มีอะไรก็โทรหาน้านะ”“จ้ะ”“เออ” ยายจวงรีบไปใส่รองเท้า“พี่ธน ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว แวะไปซื้อแป้งสักสองสามลัง ราคามันถูกกว่าที่เราอยู่”“ในตลาดนะหรือ”“ใช่ร้านที่หน้า บขส. น่ะ”“ได้”“ตองก้าตาไปก่อนนะ อย่าดื้อ และงอแงนะ”“ครับ บ๊าย บาย” เด็กน้อยโบกมือลา แล้วก็จับรถมาเล่น&ldqu
ญาธิดาดึงเก้าอี้มานั่งข้างๆ ลูก และหยิบมือถือขึ้นมาดูจริยสมัยส่งข้อความมาหา(ไฮ! เพื่อนสาวเป็นยังไงบ้าง ลูกชายของเธออาการดีขึ้นยัง)(ก็ยังมีไข้สูง)(แล้วหมอว่ายังไง)(หมอบอกว่า รักษาตามอาการ)(อย่างนั้นเหรอ)(ไข้เลือดออก ไม่มียารักษา ก็ดูอาการคนไข้อย่างใกล้ชิด)(อยู่กับหมอแล้ว คงไม่เป็นอะไรหรอก ฉันขอให้ตองก้าหายไวๆ นะ)(ขอบใจจ้ะ)(ตองแล้วเรื่องที่ฉันบอกเธอไปเมื่อวานล่ะ ว่าอย่างไร)(ไม่เห็นตอบเลย)(เรื่องไหน เราคุยกันหลายเรื่อง)(ยายคนนี้ ทำเป็นเฉยนะ ก็เรื่องผู้ชายที่บาร์โฮสต์ พ่อของตองก้าไง เขาเป็นหมอ)(มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้วนี่ ฉันเลือกแล้วที่จะอยู่กับลูกเพียงสองคน อีกอย่างฉันขอให้มันเป็นความลับแบบนี้ตลอดไปนะยายโย)(เธอจะเอาแบบนั้นจริงๆ เหรอ)(ใช่)(แต่ฉันว่า แกน่าจะสงสารลูกบ้าง อย่างน้อยให้แกได้รู้จักพ่อของแก)(ยายโย ฉันว่าเราคุยเรื่องนี้กันจบไปนานแล้วนะ แล้วอย่ามาพูดเรื่องพ่อของตองก้าอีก)(นี่ แกโกรธฉันเ
“ได้ค่ะ” ยะอุมาต่อสายเข้าไปในมือถือของอิสรินทร์ เขาที่ยืนข้างเตียงลูก รีบกดรับสายทันทีที่โทรศัพท์สั่น(“สวัสดีครับพี่ยะ”) หมออิสรินทร์รีบเดินออกไปจากห้องของตองก้า เขาตั้งใจจะกลับไปที่ออฟฟิศของตัวเองอยู่แล้ว“คือคุณย่าให้มาโทรถามว่า ทำไมไม่กลับบ้านเมื่อคืนนี้คะ แล้วคุณหมอนอนที่ไหนน่ะค่ะ”(“ผมนอนอยู่ที่โรงพยาบาลนะครับ”)“มีคนไข้อาการหนักหรือคะ ปกติหมอเด็กไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนี่นา”(“ครับมีคนไข้พิเศษอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่”)“เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”(“ไข้เลือดออกนะครับ”)“ไข้เลือดออก” คำตอบของคุณหมอทำให้ยะอุมารู้สึกแปลกใจ เพราะคนเป็นไข้เลือดออก คุณหมอไม่ต้องนอนเฝ้า(“พี่ยะช่วยบอกคุณย่าด้วยนะครับว่าวันนี้ผมก็ไม่กลับบ้านอีก จะนอนอยู่ที่โรงพยาบาล”)“เหรอคะ”(“ใช่ครับ บอกคุณย่าไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงเช้าวันนี้ ผมจะแวะเข้าไปดูที่คลินิกก่อน ไปเคลียร์งาน แล้วตอนบ่ายมีเข้าเวรที่โรงพยาบาลครับ และคืนนี้ผมก็จะนอนเฝ้าคนไข้พิเศษอีก”)“ค่ะ”(“อย่าลืมบอกคุณย่านะครับ”)“ได้ค่ะ”หมอหนุ่มวางสายไป ยะถึงกับทำคิ้วย่น ว่าอย่างไรต้องนอนเฝ้าคนไข้พิเศษ“ว่ายังไง”“เมื่อคืนคุณหมอนอนที่โรงพยาบาลค่ะเฝ้าคนไข้พิเศษ”“หื้
“คุณมันเป็นคนบ้า” เธอน้ำตาไหลพราก ไม่คาดคิดว่าจะถูกคุณหมอปลุกปล้ำในโรงพยาบาล โดยที่ลูกยังนอนไม่สบายอยู่บนเตียง“ผมทำมัดจำเอาไว้ก่อนน่ะ” แล้วเขาก็ผละตัวออกจากเธอ หมออิสรินทร์รีบใส่กางเกงอย่างรวดเร็วชายหนุ่มทำอะไรอย่างคล่องแคล่ว รู้ว่าอะไร ๆ อยู่ตรงไหน หมอหนุ่มได้หยิบทิชชูมาให้คุณแม่เธอรีบจัดการตัวเอง ก่อนจะหยิบกางเกงขึ้นมายังไม่ทันได้ใส่ ญาธิดาก็วิ่งปรู๊ดหายเข้าไปในห้องน้ำ เธอไปยืนหน้าแดง น้ำตาไหลอยู่ที่หน้ากระจก มองตัวเองก่อนจะยกขึ้นมือขึ้นมาตบหน้าดัง ๆ เพราะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนคนตัวโตที่อยู่ข้างนอก ได้แต่ยิ้มอย่างพอใจ ใบหน้าเป็นสุขเขาลุกขึ้นไปดูตองก้าอีกครั้งหนึ่ง เห็นว่าลูกชายยังหลับสบายดี เขาจับจัดผ้าห่มให้ลูก หมอหนุ่มกลับมาทำที่นอนใหม่ และนั่งรอให้เธอออกมาจากห้องน้ำญาธิดาจัดการชำระล้างความสุขของคุณหมอที่เขาฝากอยู่ในตัวของเธอด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม‘ชิ ไอ้หมอบ้าดันมาปล่อยในอีก ถ้าเกิดฉันท้องน้องของตองก้าขึ้นมาล่ะ’ ญาธิดาอ่อนใจ เธอจะรับมือกับหมออิสรินทร์ไหวไหม เขารุกหนักมากจนเธอกลัว แบบนี้ความลับคงไม่เป็นความลับอีกต่อไปก๊อก ก๊อก... เขาเคาะประตูด้านนอกเบา ๆ“นี่
อิสรินทร์ไม่พอใจ เธอทำให้เขาลืมไม่ลง แต่ดันมาบอกว่า ไม่อยากรู้จักเขา อิสรินทร์จึงก่อกวน“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ผมมีข้อเสนอใหม่”“ข้อเสนออะไรอีก เกี่ยวกับเรื่องลูกเหรอ”“ไม่ใช่ เกี่ยวกับคุณ”“เกี่ยวกับฉัน”“อื้อ ผมจะช่วยคุณปกปิดความผิดพลาดในคืนนั้น”“บ้าบอ ฉันไม่ได้ขอร้องคุณ เพียงแค่คุณเดินจากไป ทุกคนก็ไม่มีใครรู้เรื่องทั้งนั้น”“อะ... แต่อย่าลืมนะว่า ผมได้บอกชู้รักของคุณไปแล้วว่า ผมเป็นพ่อของตองก้า”ญาธิดาลืมไปเลยว่า ชัฏรู้เรื่องนี้ และชัฏก็คงจะบอกกับน้าธนกับน้าจวงในเร็วๆ นี้แน่ๆ“ข้อเสนออะไร ดีไหม”“อื้อ ก็ดีนะ แค่เพียงเราสองคนมามีอะไรกันอีก”“นี่คุณหมอมันจะเกินไปแล้วนะ”“เป็นค่าปิดปากไง”“คนเห็นแก่ตัว”“แน่นอนผมก็ต้องเห็นแก่ตัวอยู่แล้ว คุณไม่รู้หรอกว่า คุณได้ฝากความทรงจำอะไรไว้กับผม”“ความทรงจำอะไร”



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



