Mag-log inพรึบ!
ร่างบางถูกเกี่ยวรั้งด้วยแขนแกร่งของคนที่นอนหงายมองมาที่เธอ จนหน้าของไลลาจิ้มลงที่อกแกร่งของเขา สายตาที่โซ่มองมานั้นเธอรับรู้ได้ว่าเขาตั้งใจแกล้งเธอ “ปล่อยนะ!” “อย่าดิ้น” “พี่ก็ปล่อยสิ” ร่างบางของไลลาดีนดิ้นอยู่อย่างนั้นจนแขนแกร่งของโซ่ทั้งสองข้างรวบเธอมาไว้ในอ้อมกอดก่อนจะออกแรงกอดรัดจนไลลายอมอยู่นิ่ง “ขอกอดหน่อย เหนื่อยว่ะ” “...” เสียงหัวใจของทั้งคู่เต้นแรงจนจับจังหวะไม่ได้ จมูกโด่งกดลงที่หัวเล็กพร้อมกับหอมหัวเธอซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น เธอดึงดูดทุกอย่างไม่ว่าอะไรที่ไม่เคยทำ เขาก็อยากทำมันกับเธอ “ปล่อยได้แล้ว หายใจไม่ออก” “หายใจไม่ออกหรือเขิน” “...เขิน ใครบ้างล่ะไม่เกินผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มานอนกอดเนี่ย!” “ที่ไหนไม่รู้เหรอ งั้นต่อไปก็มาทำความรู้จักกันใหม่ ดีไหม” เขาคลายกอดให้ไลลาได้มีช่องว่าง ดวงตาคมจ้องมองลึกลงไปที่ดวงตาคู่สวยของเธอ ไลลาที่เงียบอยู่นานเธอไม่เคยให้ใครเข้ามายุ่งในพื้นที่ส่วนตัวบวกกับตัวเองไม่เคยไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของใคร นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกและเธอจะลองดู “...ก็ได้” เป็นเวลาสองวันที่โซ่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องไลลาโดยที่เธอยอมเพราะเห็นว่าเขาไม่สบาย ไลลานั้นล้างแผลทำข้าวต้มให้เขาและพากินยา ทุกการกระทำของเธอโซ่ยอมรับว่าไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน แม้แต่เมลคนที่เขาคบหาด้วยตั้งแต่มัธยม เมื่อเข้ามหาวิยาลัยเธอก็ทิ้งเขาไปกับรุ่นพี่ การเลิกลากันในครั้งนั้นเขาเสียศูนย์อย่างหนักและไม่เคยสร้างความสัมพันธ์กับใครอีกนอกจากหากินเป็นครั้งคราวแล้วจบ วันต่อมา “ไลลา แกเตรียมของหรือยัง” “ของอะไรเหรอ” “ก็ของที่เราจะไปค่ายอาสากันไง พรุ่งนี้แล้วนะ” “ลืมสนิทเลย คืนนี้ต้องรีบจัดของ” คะนิ้งได้แต่ส่ายหน้าเพราะไลลาขี้ลืมมากจริง ๆ เธอเองเริ่มชินแล้ว ไลลาและคะนิ้งนั่งอยู่ใต้ตึกคณะเพื่อรอเวลาเข้าเรียน “เย่ ไปเถอะไลลา” “ไปไหน ไม่เข้าเรียนหรือไง” “อาจารย์ยกคลาสจ้ะ กลับกันเถอะ” เมื่อคะนิ้งพูดถึงเหตุผลที่ดีใจของตัวเองไลลาก็เข้าใจในทันที แต่เมื่อเธอกำลังจะลุกขึ้นตามเพื่อนไปก็ได้ยินเสียงข้อความจากมือถือของตัวเอง “คะนิ้งกลับก่อนเลย เดี๋ยวจะไปหาภูผาน่ะ” “อ้าวเหรอ ให้ฉันเดินไปส่งไหม” “ไม่เป็นไร ฉันโตแล้วนะ” “จ้า ๆ ตามใจ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ” คะนิ้งพูดจบก็ยกมือขึ้นส่ายไปมาเพื่อบอกลา เมื่อร่างบางของเพื่อนเดินไกลออกไป ใบหน้าสวยก็ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง ZZZ : รอกลับพร้อมกัน L : ไม่มีเรียนแล้วค่ะ อาจารย์ยกคลาส ZZZ : มานี่ L : ไปทำไมคะ “จิ๊” “เป็นไรของมึงอีกวะ” เมฆที่เห็นโซ่นั่งหน้าหงิกงออยู่ถึงกับอดถามไม่ได้ สงครามและน่านก็เริ่มหันมาให้ความสนใจเขาอีกคน “เปล่า” ZZZ : บอกให้มาทำไมต้องตั้งคำถาม L : ต้องรีบกลับไปเก็บของค่ะ ZZZ : ไปไหน L : ค่ายอาสาค่ะ เมื่อรู้เหตุผลที่ไลลารีบกลับใบหน้าหล่อก็คลายคิ้วที่ขมวดยุ่งออกทันที “ค่ายอาสาที่พวกปีสามมันไป ที่ไหนวะ” “แถวชานเมือง โรงเรียนห่างไกลทรุดโทรม” “วิศวะก็ไปเหรอวะ” “เออ” ทั้งสามคนต่างมองหน้ากันอย่างไม่เข้าว่าโซ่ถามทำไม เพราะพวกปีสามเคยมาชวนพวกเขาแล้ว แต่โซ่เป็นคนปฏิเสธเองว่าไม่ไป “ไปเก็บของ” “ไปไหน” “ค่ายอาสา ทำความดีหน่อยเว้ย” “ไอ้เหี้ย! ขนลุก” เมฆเอามือขึ้นมาลูบแขนตัวเองเพราะเขาขนลุกและไม่เข้าใจว่าผีตัวไหนกำลังเข้าสิงเพื่อนเขาอยู่กันแน่ “เจอกัน กูกลับก่อน” พูดจบร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงและคว้ากุญแจรถขึ้นมาถือไว้เดินออกไป เหลือเพียงเมฆสงครามและน่านที่มองตามหลังโซ่อย่างไม่เข้าใจ “ต้องไปจริงเหรอวะ กูขี้เกียจ” “มันไปจริง เพราะ...” “เพราะไรวะ จะหยุดพูดหาพ่องรึไง!” “คณะอักษรศาสตร์ปีสามก็ไปไง น้องคนนั้นไป” เมื่อเมฆพูดจบทุกคนก็เข้าใจตรงกันในทันที พวกเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าโซ่ทำเพราะเงินเดิมพันหรือเข้าหาเธอเพราะชอบจริง ร่างบางของไลลาที่กลับมาถึงหอพักเธอก็เอากระเป๋าเดินทางออกมากางไว้ และเริ่มเก็บของในทันทีเพราะต้องออกเดินทางแต่เช้า ด้วยความที่จะไปซ่อมแซมโรงเรียนห่างไกลมีเวลาแค่สองวันเสาร์-อาทิตย์ ที่โรงเรียนปิดจะต้องทำกันให้เสร็จ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ใบหน้าเล็กขมวดคิ้วงุนงงพักนี้มีคนมาเคาะห้องเธอบ่อยเหลือเกิน ตอนนี้ก็เป็นเวลาช่วงค่ำแล้วด้วย “ใครมานะ” มือเล็กละวางจากสิ่งของที่จับอยู่และเดินออกไปที่ประตูทันที เมื่อเปิดประตูออกไปก็เห็นว่าเป็นร่างสูงของโซ่ที่ยืนหน้าบึ้งจ้องเธออยู่ “พี่มาทำไม” “ทำไมไม่รอ ก็บอกว่าจะไปรับ” “ก็บอกว่าไม่ต้อง จะกลับเอง อ๊ะ! นี่เข้าออกห้องคนอื่นจนจะเป็นห้องตัวเองอยู่แล้ว” “ชินยัง” ไลลามองคนที่นั่งอยู่ปลายเตียงนอนเธอด้วยสายตาขุ่นมัว เกิดมายังไม่เคยเจอใครหน้ามึนเท่าเขาเลยจริง ๆ เธอจึงเลือกเมินคำพูดของเขาแล้วไปเก็บของต่อ “ไปค่ายอาสากี่วัน” “สองค่ะ” “อืม” ใบหน้าหล่อมองสิ่งที่ร่างบางกำลังทำเธอหยิบจับข้าวของเสื้อผ้าพับมันช้า ๆ ทุกอย่างถูกเรียงใส่กระเป๋าอย่างเป็นระเบียบและเหมือนเรียงลำดับการใช้งานของมันไว้ด้วย ว่าสิ่งไหนจำเป็น ต้องอยู่ตรงไหนในตอนที่ใช้จะได้สะดวก จังหวะที่มองเธออยู่นั้นสายตามันดันเหลือบไปเห็นเต้าขาวอวบสองลูกที่เสื้อคอกว้างของหญิงสาวปิดไม่หมด จะหวะที่ก้มตัวลงมันแทบจะเห็นไปถึงไส้อยู่แล้ว แข็งเลยกู ครืด ครืด ครืด เสียงโทรศัพท์มือถือของไลลากำลังแผดเสียงร้อง มันเรียกสติให้คนตัวสูงได้อย่างดี ใบหน้าสวยหันมามองที่เขาพร้อมกับยกนิ้วมาวางที่ปากส่งสัญญาณบอกเขาว่าห้ามพูด ไลลา : [ค่าพ่อ] แสงเหนือ : [ไม่กลับบ้านเหรอ ผากลับมาคนเดียว] ไลลา : [ไลลาไปค่ายอาสาสองวันค่ะ ไว้อาทิตย์หน้านะคะ] ใบข้าว : [ให้แม่กับพ่อไปหาดีกว่าไหมลูก แม่ทำข้าวอร่อย ๆ ไปฝากดีไหม] ไลลา : [เดี๋ยวบอกอีกทีได้ไหมคะ ไลลากลัวติดทำรายงาน] ใบข้าว : [ได้จ้ะ แม่ทำกับข้าวก่อน ภูผาโมโหหิวแล้ว] แสงเหนือ : [เดินทางปลอดภัยนะ พ่อรักไลลานะ] ไลลา : [ไลลาก็รักพ่อค่ะ] คุยกันไม่นานแสงเหนือก็วางสายไป เพราะไม่อยากกวนลูกสาวให้เธอเตรียมตัวพักผ่อน ใบหน้าสวยที่คุยกับครอบครัวเธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าตลอดเวลา ทำเอาคนที่นั่งมองอยู่นั้นยิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว “ฮะ เอ๊ย! ตกใจหมด” “อะไร คนนั่งอยู่ตั้งนานแล้ว ลืมเหรอวะ” “คิดว่าพี่ไปแล้ว” “...” “เมื่อไหร่พี่จะไปสักที แผลก็ดีขึ้นแล้ว ไข้ก็หายแล้ว ฉันไม่มีที่นอนให้พี่แล้วนะ ที่มานอนเบียดนั่นตุ๊กตาตกไปตั้งหลายตัวหัวดำหมด” ถึงมือจะยังเก็บของต่อแต่ปากก็ยังขยับพูดบ่นไม่หยุด ถ้าไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวหรือคนที่รู้สึกว่าสนิทใจที่จะพูดด้วยไลลาจะพูดน้อยมาก “ถ้ามันยุ่งยากนอนไม่ได้ ก็ไปนอนกับฉัน” “บ้าเหรอ พี่ประสาทกลับหรือเปล่า ไลลาเป็นผู้หญิง เสียหายนะพี่พูดแบบนี้ได้ไง ออกไปจากห้องเลยนะ” “โห แค่นี้ไล่ ฉันนอนเป็นหมอนข้างให้เธอพาดขาตั้งสองคืนเลยนะ” ใบหน้าสวยถึงกับเห่อร้อนขึ้นสี ทั้งสองวันที่เขานอนอยู่ในห้องเธอ ไลลาตื่นมาก็พบว่าขาเล็กพาดอยู่ที่ตัวเขาจริง ๆ เพราะหญิงสาวติดหมอนข้างมากทำไปเพราะความลืมตัว “พะ พี่มาขอนอนด้วยเอง ไลลาไม่ผิด” “เหอะ นิสัยเสีย” “นี่! พี่ว่าใคร” ร่างเล็กที่ได้ยินเขาว่าก็รีบลุกขึ้นยืนและเดินไปหาคนที่นั่งลอยหน้าลอยตาทันที เธอท้าวเอวยืนมองเขาตาขวาง ไม่เคยมีใครว่าเธอนิสัยไม่ดีมาก่อนสักครั้ง “ขู่เป็นแมวเลยวะ” พรึบ! “อ๊ะ!” สองแขนแกร่งของโซ่เกี่ยวรั้งเอวบางและดึงเข้าหาตัวเอง จนใบหน้าหล่อตอนนี้ห่างกันอกเล็กแค่คืบเดียว ลมหายใจร้อนเป่ารดร่างบางตรงหน้าจนร้อนวูบวาบ “เก็บของให้บ้างดิ” “ของ ของอะไร” “พรุ่งนี้ฉันก็ไปค่ายอาสากับเธอ” “ไหนของพี่” “ห้องข้าง ๆ ไง” “นี่พี่เองเหรอ ที่มาอยู่ห้องข้าง ๆ” “อืม” จากที่ตอนแรกทั้งคู่ยื้อยุดอยู่ในห้องของไลลา แต่เธอก็ไม่สามารถเถียงหรือสู้แรงเขาได้เลย ตอนนี้ร่างบางที่อยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่สีดำของโซ่ด้วยใบหน้าบูดบึ้งที่ถูกเขาอุ้มมาที่นี่ “จัดให้หน่อย ทำไม่เป็น” “ก็ได้ แต่ของใช้ส่วนตัวพี่จัดการเอามาใส่เองนะ” “อืม” มือบางกางเสื้อออกก่อนจะพับครึ่ง แต่แทนที่จะพับต่อเธอกลับม้วนมันแทน ใบหน้าหล่อถึงกับขมวดคิ้วยุ่งอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมม้วนแบบนั้น” “ถ้าพับเสื้อมันก็จะเป็นรอยพับไงคะ ม้วนแบบนี้จะยับน้อยกว่า” ใบหน้าหล่อพยักหน้าเล็กน้อย เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าทำแบบนี้แล้วดีกว่าอันที่จริงส่วนใหญ่เขามักจะยัด ๆ เข้าไปเลยง่ายกว่า “เสร็จแล้ว กลับห้องก่อนนะ” “อืม” “พี่ทำอะไรน่ะ ตากผ้าเหรอ ทำเป็นจริงไหมทำไมม้วนแบบนั้น” “ไม่เป็น หอเก่ามีคนซักรีดให้” “เฮ้อ หลบเลย ไลลาทำเอง” เมื่อถูกแย่งไม้แขวนเสื้อไปร่างสูงก็เดินถอยหลังมายืนพิงประตูมองเธอแทน ไลลาก้มหยิบจับทำทุกอย่างคล่องแคล่วไปหมด รู้ได้เลยว่าเธอทำทุกอย่างด้วยตัวเอง “ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มของอะไร” “ใคร ไลลาเหรอ” “ที่ซักเสื้อให้วันนั้น...หอมดี” “อ๋อ ที่ห้องมีอีก เดี๋ยวเอามาให้พี่ลองแล้วกันนะ” พรึบ ปึก ร่างบางถูกดึงให้ถอยหลังไปชนกับแผงอกแกร่ง ไลลาตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจร้อนเป่ารดที่ลำคอสวยจนขนลุก เขากระซิบที่ข้างหูเล็กขนใบหน้าเริ่มแดงเพราะความเขินอาย “มาทำให้ได้ไหม...ทุกอย่าง”เมื่อถูกน้องแคร์จุ๊บ คนพี่ถึงกับรีบโดดลงจากแคร่ไม้ ทุกคนถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เด็กน้อยเขินสาวงั้นเหรอ “ป๊า!! มานี่” “โห เรียกใช้กูเหมือนเพื่อนเลย” ถึงจะบ่นอุบแต่ก็ยอมลุกตามไป นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สิงขรเรียกว่าป๊า แต่อันที่จริงจะเรียกพ่อแบบบ้านคนไทยที่ไลลาใช้ก็ไม่ติดอะไรอยู่แล้ว “เอาไร” “ติม จะไปแบ่งน้อง” “เออ เข้าท่า ชอบเหรอวะ” “ชอบดิ มาก” สิงขรพูดไปก็ยิ้มไป มือเล็กรีบหยิบรับไอศกรีมในมือของโซ่แล้ววิ่งหนีออกไป ใบหน้าส่ายไปมาให้กับความทะเล้นของสิงขร ได้กูหมดเลยเหรอวะ “ให้” “โอ้! น่ารัก” “น้องแคร์แบ่งพี่สิงด้วยสิลูก” เจ้าใจยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูหลานชาย แม้จะแบ่งครึ่งได้แต่ก็ยื่นให้น้องทั้งหมด ร่างเล็กปีนขึ้นไปนั่งบนแคร่ข้างกัน ก่อนมือเล็กจะหักครึ่งและส่งให้ โซ่ที่เดินออกมาเห็นลูกชายถือไอกรีมพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เด็กน้อยไร้เดียงสา แม้จะเสียดายที่ไม่เท่ากันแต่ก็ยอมเสียสละให้น้อง “สิงขร ถ้าโตมาจะรักน้องแบบนี้ไหมเนี่ย” “ว่าไง ไอ้เปี๊ยก!” แผ่นดินหันไปถามเสียงเข้ม ทุกคนล้วนเงียบเสียง ราวกับกำลังรอฟังสิ่งที่เด็กน้อยจะพูดออกมา ดวงตาใสไร้เดียงสา หันไปมองร่างเล็กข้
ทุกวันไลลาจะตื่นแต่เช้า มาเตรียมอาหารให้โซ่ และอีกชุดเตรียมไปกินข้าวพร้อมเทียนหอมทุกวัน ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ล่วงเลยมาเดือนกว่าแล้ว “พี่โซ่ ไลลาเตรียมข้าวเช้าไว้ให้แล้ว วันนี้ไม่ต้องไปส่งนะ” “ไม่เอา พี่ไปส่ง” “พี่กลับมาดึก ไลลาอยากให้พัก” “ไม่ได้เหนื่อยครับ เห็นหน้าหนูทุกวันพี่หายเหนื่อยเลย” “ตามใจพี่ค่ะ แต่ว่าพรุ่งนี้เรากลับบ้านกันนะ เจ้าใจกับพี่แผ่นดินก็มา งานวันเกิดพ่อค่ะ” “ได้ครับ พี่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” โซ่หายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ ออกมา ทุกวันนี้เขาต้องเข้าไปคุมที่ร้านกับเมฆสลับกัน เพราะสงครามเข้าไปวิ่งเล่นในที่แคบ ส่วนน่านก็คอยดูแลเมียที่ท้องเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นภาระหนักมาตกอยู่ที่โซ่ เพราะเมฆเมียทิ้ง มาดูงานก็เหมือนมาอาบเหล้าแล้วนอนตามนั้น ร่างบางขางไลลาเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลเหมือนเดิม ซึ่งเป็นภาพที่หมอและพยาบาลส่วนใหญ่ค่อนข้างคุ้นตา “สวัสดีค่ะ เทียนหอมเป็นไงบ้างคะ” “ดีค่ะ วันนี้หมออนุญาตให้ออกไปที่สวนได้ค่ะ” “ดีเลย ขอบคุณนะคะ” ไลลาเดินตรงไปยังสวนดอกไม้สำหรับให้คนไข้ได้ออกมา ร่างบางของเที
“เฮ๊ย!! พูดให้ชัดหน่อยสิวะ” ทุกคนในโต๊ะถึงกับใจหายใจคว่ำไปตาม ๆ กัน ส่วนน้องแคร์ตอนนี้ก็เคี้ยวไก่ในปากตุ้ย ๆ มือป้อมยื่นมาหยิกแก้มของสองขร ก่อนจะทำท่าทางขัดเขินยุกยิก “น่ารักกันจังเลย” “ใช่ไหม เจ้ไลลาต้องยกสิงขรให้น้องแคร์แล้วนะ” “พี่ไม่...” “ยกให้เลย” โซ่กับแผ่นดินถึงกับจ้องหน้ากัน โซ่ออกไปทางทะเล้นปั่นประสาทมากกว่า ส่วนอีกคนก็หายใจแรง “นี่ กินอีก นี่ไก่” “จ้ะ!” “ดูแลเก่งขนาดนี้ ผ่านไหมครับว่าที่พ่อตาไอ้สิง” “เดี๋ยวกูจะเป่ากระโหลกมึง หุบปาก!” “น่ากลัวสัด” “เงียบ พอเลยทั้งคู่!” ศึกระหว่างพ่อลูกหนึ่งหยุดลง เพราะเมียรักทั้งสองสั่ง แผ่นดินได้แต่นั่งหน้าหงิกงอ ปัญหาคือน้องแคร์ก็ดันไปชอบด้วย เมื่อกินข้าวกันเสร็จไลลาและโซ่ก็แยกตัวมาหาหม่าม้าที่บ้าน สิงขรพอได้อยู่กับโซ่มากขึ้น ก็ได้ทำอะไรตามประสาลูกชาย “สิง หลับเหรอ” “หึ” “สิงขรครับ แม่สอนว่าไง” “ยังไม่หลับ” โซ่ยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจ ดวงตาคบเหลือบมองกระจกมองหลัง สิงขรก็มองอยู่เช่นกัน แต่ตาขวาง เมื่อรถจอดโซ่ก็เดินไปเปิดประตู ปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้ลูกชาย โซ่ห่วงเรื่องความปลอดภัยมาก แต่สิงขรไม่ยอมนั่งคา
โซ่และภูผาเดินลัดเลาะตามคันนามาเรื่อย ๆ ทั้งคู่ต่างมีใบหน้าหงิกงอพอสมควร สำหรับโซ่พ่อตาคงตั้งใจแกล้ง แต่ภูผาพ่อดันให้มาด้วย “ใช่เถียงนาข้างหน้าไหมวะ” “เออ” ทั้งสองคนเอาข้าวของมาวางบนเถียงนา บรรยากาศรอบ ๆ เงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและแมลงที่ส่งเสียงขับขาน โซ่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะส่งข้อความไปอ้อนเมีย แต่ก็ต้องหงุดหงิดกว่าเดิม เพราะตรงนี้ไม่มีสัญญาณ “มึงกลับมาครั้งนี้ แน่ใจไหมว่าจะไม่ทำพี่สาวกูเจ็บ” “กูจะใช้ทั้งชีวิตดูแลไลลากับไอ้สิงให้ดี มึงเชื่อใจกูอีกสักครั้งเถอะ” “...” ดวงตาคมของโซ่เหลือบไปมองยังปลายทุ่งนาไกล ๆ เงาคนยืนนิ่งอยู่ไม่ขยับ เขาไม่คิดจะเอ่ยทักหรืออะไร ถึงจะอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พอรู้เรื่องพวกนี้บ้าง “ไอ้ผา” “เออ เดี๋ยวมันก็มา” “เดี๋ยวมันก็มาห่าอะไร มึงรู้ไหมเนี่ยว่ากูจะพูดอะไร” “กูรู้ มันก็มาแบบนี้ประจำ” ภูผายังคงนั่งนิ่งพูดต่อ ดวงตาคมของโซ่ยังคงมองเงานั้นไม่วางตา และที่สำคัญมันกำลังมาอย่างที่ภูผาพูดไปจริง ๆ ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีของโซ่ เขานั่งนิ่งตาแข็ง นักเลงจริงไหมวะแค่นี้ก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี “เฝ้านาให้ลุงนายเ
“พี่เป็นอะไร ไลลาเห็นยุกยิกไปมา” “ตื่นเต้นว่ะ พ่อหนูจะยิงพี่ทิ้งไหม” “กลัวเหรอ” “ไม่ พูดไปงั้น” โซ่หันมามองใบหน้าสวยของไลลาด้วยรอยยิ้ม เกิดมาต่อยตีแทบจะทั้งชีวิต เอาอะไรมากลัวแค่พ่อตากระทืบ สำหรับเขาน้อยนิดมาก รถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ บรรยากาศโดยรอบรายล้อมไปด้วยทุ่งนา กลิ่นไอดินตีเข้าจมูกหอมสดชื่น แสงเหนือที่กำลังนั่งเฝ้าสิงขรกาดน้ำไก่ หรือที่จริงกำลังถอนขนมันก็ไม่รู้ หนังไก่แดงเถือกแทบจะหลุดติดมือ “พ่อคะ สวัสดีค่ะ” “...ออกไปจากบ้านกู” “ผมไม่ไปครับพ่อตา” ไลลาถึงกับเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก แสงเหนือยังคงจ้องโซ่ตาแข็ง ดูก็รู้ว่าคงขุ่นเคืองใจเรื่องในอดีตอยู่ “ใครพ่อตามึง ไอ้สิงขรลุก!!” “สิงขรครับ มาหาป๊าเร็ว” เด็กชายที่ตอนแรกนั่งอยู่กับไก่ไม่สนใจใคร พอคนเป็นตาเรียกก็ลุกขึ้นยืน สิงขรมองหน้าโซ่นิ่ง ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร “สิงขรไปไหนลูก” ไลลาที่เห็นว่าลูกชายวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านก็รีบตามไป ทิ้งให้สงครามพ่อตาและลูกเขยเกิดขึ้นอีกครั้ง “มึงมาทำไม” “ผมตั้งใจมาขอโทษสำหรับทุกอย่าง” “ไม่จำเป็น มึงรีบไสหัวกลับไปก่อนที่กูจะหมดความอดทน” ปั่ก! “ใครมันโยนมะม่วงใส่
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา“ม้า ซินมันหลับ!”“โห่ เฮีย! กลับมาก็หาเรื่องเลยนะ อ้าวพี่!”โซ่มองน้องสาวที่ชี้ไลลาด้วยสีหน้าตกใจเหมือนเคยเจอกันมาก่อน ไลลาเองก็เช่นเดียวกัน “น้องสาวพี่เหรอ”“ใช่ ชื่อซิน เคยเจอเหรอ”“ใช่ ซินเคยเจอ ตอนนั้นพี่ท้องใช่ไหมนะคะ”“ใช่จ้ะ”“ม้า ๆ เฮียโซ่พาเมียมาบ้าน ทำเขาท้องไม่รับผิดชอบด้วย!”“ไอ้โซ่!”ผู้หญิงหน้าตาสะสวยเดินออกมจากด้านหลังบ้านทั้งที่มีอายุแล้วแต่ก็ยังดูดี ไลลายกมือขึ้นไว้ช้า ๆ พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย“ดวงตกแล้วลูกได้ไอ้นี่เป็นผัว ไหนหลาน ไอ้ซินพูดไปเรื่อยเหรอ”“เดี๋ยวไปรับมาหาครั้งหน้า”“ลูกเต้าเหล่าใครล่ะเนี่ย น่าสงสารนะลูก”“ม้า!”ไลลาถึงกับขำตามเธอรู้แล้วว่าโซ่นั้นห่ามเหมือนใคร พูดคุยกันไม่นานทั้งคอทั้งข้อมือก็ถูกแม่ของโซ่จับใส่ทองทั้งตัว ให้เหตุผลว่ารับขวัญลูกสะใภ้ตอนแรกม้าเอ่ยชวนไลลาให้มาเที่ยวเล่นและเฝ้าร้านทองช่วยซิน แต่โซ่ไม่ยอมเพราะไม่อยากห่างเมียแม้แต่น้อย เมื่อกลับจากบ้านของโซ่เขาก็ขับรถเธอมานั่งเล่นที่ริมแม่น้ำ ริมทางมีไฟสวยงามประดับชวนให้มอง ร่างบางยืนรับลมเย็นสบายที่ปลิวพัดมากระทบใบหน้าสวย เธอหลับตาลงสูดอากาศสดชื่นเข้าปอด เ
สองวันต่อมา“เฮ้ย ตุ๊กตาไรวะไอ้โซ่”“พวงกุญแจรถกู”“อย่างมึงเนี่ยนะ ใช้ของแบบนี้ ขนลุกสัด!”“อย่า เสือก!”โซ่พูดเสียงแข็งพร้อมกับเน้นย้ำทุกคำพูด เขาปรายตามองเพื่อนทั้งสามด้วยสีหน้าใช้ความคิด“เย็นนี้กูจะไปแก้”“เอาดิ หน้าหล่อ ๆ กูเสียโฉมเลยสัด แค้นว่ะ!”“เออ งั้นกูไปรวมรุ่นก่อน”พูดจบสงครา
“ใครน้อง ฉันเป็นพี่”“นายมาทำไม”“หลบดิ๊”ร่างสูงของโซ่เดินแทรกตัวเข้ามาในห้องของไลลาอย่างไร้มารยาท เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ แต่ที่ไลลาไม่เข้าใจที่สุดคือเขามาทำไม“...”ไลลาเลือกที่จะมองเขานิ่ง ๆ ปากเล็กไม่ขยับปากพูดอะไรแม้แต่น้อย ทำเอาคนที่นั่งอยู่ปลายเตียงเริ่มหงุดหงิดในความน
ไลลามองหน้าชายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไร ไหล่เล็กทั้งสองข้างถูกจับไว้แน่น โซ่จ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ“ตอบสิ! ใบ้แดกเหรอวะ”“พูดบ้าอะไรของนาย”ไลลายังคงจ้องมองตาคู่คมของเขา และตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่เธอใกล้ชิดด้วยนอกจากน้องชายขอ
ไลลาตื่นเช้าเหมือนอย่างทุกวัน เธออยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยพร้อมไปเรียน แต่ร่างบางกำลังยืนรีดเสื้อช็อปให้กับคนที่ขอฝากไว้อยู่ เขาส่งข้อความมาบอกเธอว่าช่วงสายจะมาเอาเสื้อ เพราะเขาเองไม่มีใส่แล้ว หากจะปล่อยให้เขาใส่มันแบบยับ ๆ คงจะทำให้เธอรู้สึกไม่ดีเมื่อมาถึงมหา’ลัยโซ่ก็ยังไม่มาเอาเสื้อ ไลลาจึงจำใจ







